16/03/2026
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่พิธีกรสองภาษาในงาน AI for Good Hackathon 2026
งานนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาร่วมกันใช้ AI สร้างแนวคิดและโซลูชันเพื่อแก้ปัญหาสังคม ภายใต้แนวคิด “Make It Real”
สิ่งที่ประทับใจมากคือการได้เห็นพลังและความหวังของคนรุ่นใหม่ผ่านการนำเสนอผลงานของแต่ละทีม หลายไอเดียสะท้อนว่าพวกเขายังมีความเชื่อและความหวังในประเทศชาติและผู้ใหญ่ในประเทศอยู่ และยังได้เห็นนักเรียน นักศึกษาใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร นำเสนอ และพัฒนาไอเดียของตัวเองอย่างมั่นใจและสนุกสนาน
ขอบคุณโอกาสดี ๆ ที่ทำให้ได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารจาก Capgemini, ผู้บริหารและทีมงาน OpenMind Projects รวมถึงได้รับเกียรติจากท่านนพรัตน์ ศรีพรหม ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครองในการเป็นล่ามให้ท่านด้วย
ขอบคุณพี่โตโต้ ประธานมูลนิธิ OpenMind Project และพี่หมุย รองประธานมูลนิธิที่นึกถึงและให้ความไว้วางใจให้ไปร่วมทำงานในครั้งนี้ด้วยนะคะ
เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทั้งท้าทาย สนุก และทำให้ได้เห็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่กำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคม
28/02/2026
เติมแมวบ่อยแล้ว เติมความรู้บ้าง
Teaching Writing Communicatively by AUA
24/02/2026
วันนี้ได้ตั๋ว VVIP นั่งดูสัมภาษณ์คนดังจากหลายวงการ บางคนไปสวรรค์แล้วก็ยังให้เกียรติลงมาให้สัมภาษณ์นะจ๊ะ 😆
นี่คือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลองสวมบทบาทเป็นนักข่าวจริง ๆ ฝึกการเตรียมตัว การตั้งคำถามเป็นภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องไปจนถึงการต่อยอดคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการใช้ภาษาและการโต้ตอบแบบมืออาชีพ
สิ่งที่เห็นวันนี้คือความตั้งใจ ความมั่นใจ และพัฒนาการของทุกคน ซึ่งทำให้รู้สึกภูมิใจมาก ๆ 💙
และที่น่าชื่นชมมากคือ หลายคนกล้าท้าทายตัวเอง ก้าวออกจาก comfort zone ด้วยการแทบไม่ดูสคริปต์เลย ทำให้บทสัมภาษณ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ มีความลื่นไหล และเกิด human connection ระหว่างเจ้าของรายการกับแขกรับเชิญ แถมคนดูอย่างเรายังได้ถามคำถามที่สงสัยมานานกับคนดังมากมายไม่ว่าจะเป็น สืบ นาคะเสถียร, Bruno Mars, Rose Blackpink, นักการเมืองอย่าง พี่เต้, นักบาสอาชีพ และ many more ✨
26/12/2025
เวทีแข่งขันการออกแบบนวัตกรรม AI ภายใต้ตีม "Make It Real" เพื่อสังคมที่ดี สำหรับใครที่สนใจ สามารถสแกน QR Code เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
23/12/2025
ได้รับจดหมายเชิญจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้เพจ Rewards Engstitute มีส่วนร่วมในงานจุลนิพนธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 4 ซึ่งหยิบยกหัวข้อที่น่าสนใจมาก คือ
“โครงการรณรงค์ให้กล้าก้าวออกจาก Comfort Zone เพื่อการฝึกฝนภาษาอังกฤษ”
ต้องบอกว่ารู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากที่สิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำในเพจได้ถูกมองเห็นว่าเป็นประโยชน์กับงานวิชาการและการเรียนรู้ของนักศึกษา
เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่น่าตื่นเต้น แต่ไม่ว่าจะในบทบาทไหน ก็ดีใจเสมอที่สิ่งที่ทำสามารถช่วยจุดประกายการเรียนรู้ให้ใครสักคนได้
ขอบคุณคณะฯ ที่เห็นคุณค่า และขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาที่ทำหัวข้อนี้
หวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้หลายคนกล้าก้าวออกจากพื้นที่เดิม ๆ เพื่อไปพบโอกาสใหม่ ๆ ที่รออยู่ค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/1BmWzyBFDG/
Send a message to learn more
03/12/2025
When the opportunity knocked on your door ^^
Send a message to learn more
01/12/2025
มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน 50th ASCOPE Council Meeting ในฐานะผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศ ซึ่งปีนี้พิเศษมาก เพราะเป็นปีครบรอบ 50 ปีของ ASCOPE พร้อมกับการเปิดตัว “ASCOPE Charter” อย่างเป็นทางการ
Send a message to learn more
25/09/2025
As someone who loves cooking shows, I’ve noticed that Next Gen Chef on Netflix offers something quite different from the usual cooking competitions. Shows like Hell’s Kitchen, MasterChef, or Iron Chef usually have a fast-paced and intense atmosphere filled with drama and personal conflict. In contrast, Next Gen Chef focuses not only on cooking as a skill, but also on leadership, innovation, and the future of the culinary world.
It's nice to see how Next Gen Chef emphasizes the importance of sustainability, teamwork, and business sense which are crucial things that chefs today need to succeed.
What stands out to me is the show creates space for younger chefs to express themselves while also helping older generations see a more balanced and realistic side of today’s youth.
In short, great chefs don’t just cook well (these rising chefs can definitely deliver delicious food). Yet, it’s not just about creativity or rebellion. It’s also about hard work, adaptability, and the ability to lead in a fast-changing industry. This reflects real life in many workplaces.
18/05/2025
สามทักษะแห่งทศวรรษ
เมื่อวานให้สัมภาษณ์น้องคนนึง มีคำถามปิดท้ายว่าผมคิดว่าทักษะอะไรที่สำคัญที่สุดในอนาคตยุค AI นี้ ผมก็ตอบไปว่า “Growth mindset” ซึ่งก็คิดว่าเป็นคำตอบที่ดีพอใช้ แต่พอฟังกูรูระดับโลกอย่างคุณ robert greene ที่เขียนหนังสือระดับ best seller หลายเล่ม ศึกษาชีวิตผู้คนมาตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบันแล้วต้องคิดใหม่เลยทีเดียว
โรเบิร์ตตอบคำถามคล้ายกันกับผมซึ่งผมฟังแล้วก็อยากกลับไปแก้และเล่าให้น้องคนนั้นฟังมาก
เพราะคำตอบของคุณโรเบิร์ต กรีน ไม่ได้แค่ฟังแล้วพยักหน้าแต่อยู่ในระดับที่ถึงกับต้องทบทวนตัวเองตามไปด้วยและอยากแชร์ให้กัลยาณมิตรทุกคนฟัง … อยู่ในระดับนั้นเลย
โรเบิร์ต กรีน ตอบคำถามที่ว่าทักษะใดที่สำคัญที่สุด จำเป็นที่สุดในยุคสมัยที่ผันผวนและปั่นป่วนแบบนี้สำหรับทั้งเรื่องชีวิตและเรื่องงานและไม่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่หรือซีอีโอก็ต้องมี
เขาพูดถึงทักษะสามอย่าง ซึ่งน่าสนใจว่าไม่ใช่ทักษะแบบ hard skill อย่างต้องรู้ coding ต้องเก่ง AI อะไรแบบนี้เลย
………
ทักษะแรกที่โรเบิร์ตกรีนบอกคือความฉลาดในการเข้าสังคม (social intelligence) ซึ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในยุคที่คนรุ่นใหม่ดูแต่หน้าจอและไม่ออกไปไหนในสังคมที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทักษะในเรื่องความเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง (empathy) การสื่อสารและการเล่าเรื่องได้ดี ความสามารถในการฟัง รวมถึงความสามารถในการสร้างและเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน
เพราะมันจะนำไปสู่การร่วมมือกันกับหลายฝ่าย (collaboration) และความสามารถในการเป็นผู้นำคน
ซึ่งกรีนบอกว่าคือความสามารถในการที่ทำให้ผู้คนชอบเรา (likable) นั่นเอง
ซึ่งความสำคัญของเรื่องนี้ตรงกับที่วอร์เรน บัฟเฟต์ ตอบคำถามน้องๆรุ่นใหม่ที่งานประชุมผู้ถือหุ้นล่าสุดว่า “คนที่คุณคบหาสมาคมด้วยนั้นสำคัญอย่างยิ่ง และอย่าคาดหวังว่าคุณจะตัดสินใจถูกต้องทุกครั้งในเรื่องนี้ แต่ชีวิตของคุณจะก้าวหน้าไปในทิศทางเดียวกับคนที่คุณทำงานด้วย คนที่คุณชื่นชม และคนที่กลายมาเป็นเพื่อนของคุณ”
ในไทยเองนั้น การที่จะเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางกัลยาณมิตร คนที่เก่งกว่าเรา พาเราไปในทางที่ดีนั้นน่าจะต้องเริ่มจากตัวเองที่ต้องสังเกตและรู้จักตัวเองก่อน และพาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มผู้คนที่ส่งเสริมเรา ไม่ว่าจะทำงานในบริษัทที่มีกิจกรรมบริษัทให้เราได้เข้าร่วม หลักสูตรต่างๆที่มีในไทย หรือแม้แต่ไปคารวะหาอาจารย์เก่งๆที่ช่วยเหลือเราได้
แต่ในการที่เราจะมีคนเก่ง คนดีรอบตัวนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเรานิสัยดีแค่ไหนและมองหาอะไรจากการไปเข้าสังคม จะเอาแค่ connection ผิวเผิน ไปทางเส้นสาย เอนเอียงไปในการหาประโยชน์เพื่อตัวเอง จะไปแค่งานปาร์ตี้เมาเหล้าผิวเผิน หรือจะไปอยู่ในดง giver และใฝ่หาความรู้ร่วมกันและส่งเสริมซึ่งกันและกัน …..
ทุกอย่างคือดาบสองคมเสมอในมุมผม
“The most important single ingredient in the formula of success is knowing how to get along with people.”
— Theodore Roosevelt
………..
ข้อที่สองที่คุณโรเบิร์ตบอกก็คือ ความรักในการเรียนรู้ (love of learning) พลังอำนาจที่แท้จริงของวินัยและ passion ในการกระหายใคร่รู้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่การเรียนตามระบบการศึกษาแต่เป็นวินัยเรื่องการอ่าน อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ
การหาไอเดียใหม่ๆ ความกระหายในการไปฟังไปเรียนในเรื่องที่เราไม่รู้ เจอคนที่เราไม่คุ้น พยายามเข้าใจในภาพกว้าง ไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วพอรู้หลายเรื่อง ความรู้ที่มาผสมกันนั่นคือไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆนั่นเอง
พี่สุรชัย พฤฒิกุลางกูร มืออิลัสอันดับหนึ่งของโลกชาวไทยเคยให้เคล็ดลับของการเป็นมือหนึ่งโลกมาอย่างยาวนานว่า …ให้ไปในที่ที่คนอาชีพเดียวกับเราไม่ไป….
ผมเคยไปมหาวิทยาลัยดังที่สหรัฐ ความตระหนักถึงความจำเป็นในการรู้ระดับสหวิทยาการ (multidisciplinary) นั้นสำคัญมากๆที่จะทำให้มนุษย์ยังมีคุณค่ามากกว่า AI มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มมีการส่งเสริมด้านนี้อย่างจริงจังแล้วด้วย
ที่สำคัญกว่านั้น ความคิดแบบ beginner’s mind (ภาษาญี่ปุ่นคือ Shoshin) นั้นจำเป็นมากๆที่จะทำให้ตัวเอง humble มีความสงสัยใคร่รู้ตลอดเวลาและยอมเสียฟอร์ม ยอมบอกว่าตัวเองไม่รู้เพื่อให้รู้ ซึ่งทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆเวลามีตำแหน่งสูงๆในระดับซีอีโอที่อีโก้จากความสำเร็จมักจะทำให้ความคิดแบบ beginner’s mind นั้นทำได้ยากมากๆ
แต่ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบทวีคูณ ประสบการณ์เดิมใช้แทบไม่ได้อีกต่อไป ความรักในการเรียนรู้จึงเป็นทักษะที่จำเป็นสุดๆในทศวรรษที่จะถึงนี้
คนรุ่นผมที่อายุมากและเจออะไรมามากก็จะคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมแค่ได้ฟังสามเรื่องคือ โลกแห่ง Esport ความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่จากงานวิจัย Tinder และล่าสุดในฟังความยิ่งใหญ่ของจักรวาล BL และ GL (Boy love และ Girl Love) ก็เป็นการกระตุกตัวเองได้อย่างดีว่าเรานั้นช่างไม่รู้อะไรเลย
“Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.”
— Mahatma Gandhi
…………..
ข้อสุดท้าย โรเบิร์ตบอกว่าคือ ความอดทน (patience) ซึ่งคุณโรเบิร์ตบอกว่าเป็นทักษะที่คนมองข้ามได้ง่ายสุดในโลกสมัยนี้ แต่มนุษย์นั้นถ้าจะเก่งมากกว่าคนอื่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นไม่มีทางลัด ต้องใช้เวลาเป็นปี ไม่ใช่วัน และต้องมีความอึดถึกทนเป็นคุณสมบัติพิเศษที่เดินหน้าต่อแม้จะยังไม่เห็นฝั่งก็ตาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในยุคโซเชียล โดยเฉพาะในเด็กรุ่นใหม่ที่อยากรวยเร็ว ใจร้อน
ถ้าใครมีจะเรียกว่าเป็น superpower เลยก็ได้เพราะคนส่วนใหญ่แทบจะไม่่มี
ผมเพิ่งเขียนเรื่องเชฟไอซ์แห่งศรณ์ ร้านมิชิลินสามดาวร้านเดียวของไทย เชฟไอซ์พยายามสอนเด็กๆรุ่นใหม่แต่พบว่าความอดทนนั้นต่ำมาก สามวันห้าวันถ้าทำไม่ได้ก็เลิกแล้ว อยากดัง อยากประสบความสำเร็จเร็ว แต่เชฟไอซ์เล่าว่าเขาพยายามหัดหุงข้าวขึ้นหม้อแบบให้เมล็ดตั้งฉากได้ทั่วพื้นที่ที่ได้วิธีการมาจากคุณยายทางภาคใต้ ใช้เวลาหุงผิดต้องทิ้ง ลองใหม่อยู่ห้าปี……
นี่คือคุณสมบัติของเบอร์หนึ่งในวงการคนทำอาหารของไทย
“Success is very often a matter of hanging on after others have let go.”
— William Feather
…………
โรเบิร์ต กรีนสรุปว่า ทักษะสามอย่างนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ และไม่สามารถ “hack” ได้ ต้องฝึกฝนถึงจะได้มา ต้องหัดไปเจอผู้คน หัดทำตัวเป็น giver รู้จักสะสมกัลยาณมิตร ต้องหัดเรียนรู้ มีวินัยในการอ่านหนังสือ มีวินัยในการเรียนสาขาวิชาใหม่ๆ และต้องหัดที่จะอดทน รอคอยและใช้เวลาฝึกทักษะที่สำคัญๆ
โรเบิร์ตบอกว่าถ้าเป็นคนอายุน้อย มีสามอย่างนี้ได้เดี๋ยวก็จะมีไอเดีย มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก และในมุมผมนั้น ถ้าผู้นำองค์กรไหนมีสามข้อนี้ก็จะสามารถนำพาองค์กรให้เจอ S curve ใหม่และเป็นผู้นำที่ไม่ตกยุคได้ ไม่มีใครแทนได้เช่นกัน
สามทักษะแห่งทศวรรษนี้ ถ้ามองอย่างลึกซึ้งในเชิงการตลาดก็จะพอเข้าใจได้ เพราะอะไรที่มีค่ามากๆก็คืออะไรที่มีน้อย
คุณสมบัติสามอย่างนี้ในยุคสมัยนี้หาคนมีไม่ง่ายเพราะคนยุคอะไรที่เคลื่อนตัวเร็ว เสพติดมือถือ ติดกับดักอัลกอรึทึ่มของโซเชียลก็จะไม่อยากไปสังคมกับใครตัวเป็นๆ ไม่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆและไม่มีความอดทนกันเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งถ้าเราอยากจะเป็นคนที่มีมูลค่าสูงกว่าใครในสังคมยุคใหม่ การอดทนพัฒนาทักษะทั้งสามอย่างจึงจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ตำแหน่งอะไรก็ตาม
โดยเฉพาะในยุค average is over แบบนี้ครับ…..
21/04/2025
อีกหนึ่งความสำเร็จ 🥰
Send a message to learn more
10/04/2025
ทักษะในวันนี้ อาจไม่พอใช้พรุ่งนี้ รู้จัก PROMPT Framework ทักษะอนาคต โดย ดร.ชนนิกานต์ แห่ง True Digital Academy
AI ไม่ใช่เรื่องของเทรนด์ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่เข้าไปอยู่ในทุก ๆ องค์กร และทุก ๆ การทำงานแล้ว
👉 49% บริษัทเทคชั้นนำใน Integrate เอา AI เข้าไปอยู่ใน Strategy แล้ว
👉 McKinsey เผยว่า AI จะนำมูลมาถึง 4.4 ล้าน ๆ เหรียญในการเพิ่ม Productivity ในการทำงาน
👉 บทบาทของการใช้ AI เติบโตกว่าปกติ 3.5 เท่า นำไปสู่การเปลี่ยนปลงของสกิลต่าง ๆ
👉 2 ใน 3 ขององค์กรกำลัง explore การนำ Agentic AI ไปใช้
👉 พนักงาน 60% ใช้ GenAI ในการทำงาน
AI กำลังเข้ามา Transform ส่วนต่าง ๆ องค์กรและการทำงาน ถึงเวลาที่คนทุกคนจะต้องปรับตัวเพื่อให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ Disruption ใหม่ จุดสมดุลใหม่ โดยรายงานหนึ่งของ World Economic Forum ยังบอกอีกว่า อีก 5 ปีข้างหน้า 40% ของทักษะจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยครึ่งหนึ่งของทักษะในตอนนี้จะล้าสมัยแล้ว และแน่นอนว่าองค์กรถึง 77% กำลังพิจารณาในการหาแนวทางการอัปสกิลคนทำงานแล้วเช่นกัน
แล้วจะทำอย่างไรให้เราสามารถสร้าง ‘Disruption Proof’ หรือสร้างทักษะเพื่อเป็นเหมือนโล่ที่จะช่วยป้องตัวเราจากการเปลี่ยนแปลงได้ ในงาน PPC2025 หัวข้อ The Capability Shift: Prompt Your Future with Key Skills ทักษะสำคัญเพื่อรับมือกับธุรกิจที่ผันผวน โดย ดร.ชนนิกานต์ จิรา Head of True Digital Academy ได้แชร์ Framework จากประสบการณ์การเรียนรู้ขององค์กร เป็น Framework ที่ช่วยสร้างความพร้อมให้คนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ ที่ชื่อว่า ‘PROMPT Framework’
รู้จัก “PROMPT Framework” เฟรมเวิร์กทักษะอนาคต ที่ช่วยสร้างความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
1. People Intelligence ความฉลาดในด้านคน
เป็นความสามารถในการ Connect กับผู้คน แล้วทำงานกับคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เข้าอกเข้าใจผู้อื่น
🤔 ทักษะนี้มีลักษณะอย่างไร?
- ต้องเป็นคนที่ตั้งใจฟังผู้อื่น
- ตอบสนองผู้อื่นอย่างเข้าอกเข้าใจ
- ปรับการสื่อสารตามลักษณะของผู้อื่นที่แตกต่างกัน
- เราสามารถทำให้ทีมเรามีความไว้เนื้อเชื่อใจกันได้ไหม
🤔 วิธีฝึกฝนทักษะ
1. Active Listening การฟังสามระดับ
2. QRS หรือ Question, Reflection, Summary
3. Pyramid Principles ทักษะแบบ top-down communication
2. Resilience ความยืดหยุ่น ล้มแล้วลุกได้เร็ว
ความสามารถในการฟื้นฟู ความสามารถในการเห็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดแล้วยังเอาอยู่ ซึ่งทักษะนี้หลายบริษัทชั้นนำเองบอกเลยว่า ถ้าองค์กรจะมี Agile Organization ต้องมีสิ่งนี้
🤔 ทักษะนี้มีลักษณะอย่างไร?
- เราบริหารอารมณ์ความเครียดของเราได้ไหม
- ยังโฟกัสกับงานตรงหน้าได้ไหม แม้ในสถานการณ์ตึงเครียด
- เวลาเจอปัญหา เราสามารถเรียนรู้จากความล้มเหลว แล้วไปต่อด้วย mindset ที่จะทำให้ดีขึ้นได้ไหม
🤔 วิธีฝึกฝนทักษะ
1. Self - care จะล้มแล้วลุกให้ไวก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน
2. Mindfulness
3. AAR หรือ After Action Review คือเวลาล้มเหลวสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือการคิดว่า “ไม่เป็นไร” กระบวนการที่จะสอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น อะไรคือสิ่งที่ควรเก็บไว้ เรียนรู้อะไร และไปต่อยังไง เรียนรู้ต่อเนื่องได้จากการล้ม
3. Outcome orientation คิดแบบหวังเป้า หวังผล
ความสามารถในการเชื่อมองคาพยพของเรา เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ แน่นอนว่าองค์กรที่มีการผลักดันแบบนี้ ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน
🤔 ทักษะนี้มีลักษณะอย่างไร?
- ต้องหาให้เจอก่อนว่า Success ที่จะไปหน้าตาเป็นอย่างไร
- แล้วเราจะมีกลยุทธ์ไปสู่ความสำเร็จนั้นยังไง
- Own the results, not just the tasks
🤔 วิธีฝึกฝนทักษะ
1. SMART Objective ตั้งเป้าที่ชัดเจน วัดผลได้ ทำได้จริง มีเวลากำกับ
2. Pareto 80:20 คือ ใช้แรง 20 เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ 80
3. Metrics & Milestone
4. Mastery of Technology ความเข้าใจใช้เป็นในเทคโนโลยี
การปรับตัว และอยู่กับเทคโนโลยีได้ ซึ่งในรายงานหลายที่บอกเลยว่าในยุค AI ทักษะด้าน AI เป็นทักษะที่ยังไงก็ต้องมี
🤔 ทักษะนี้มีลักษณะอย่างไร?
- ความสามารถที่จะรู้เท่าทันเทคโนโลยี
- อัปเดตเรื่องเทคเทคโนโลยี และนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง
- สามารถนำเครื่องมือ ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงานกับทีมได้
🤔 วิธีฝึกฝนทักษะ
1. AI
2. Analytics
3. Domain Knowledge
5. Proactive Learning การเรียนรู้แบบเชิงรุก
นิสัยในการเรียนรู้ต่อเนื่อง ทั้งความรู้ ทักษะใหม่ ขอ Feedback จากคน ก่อนที่เราจะถูกบังคับให้ทำ ทักษะตัวนี้มาจากนิสัยของความสนใจใคร่รู้ของเรานี่แหละ
🤔 ทักษะนี้มีลักษณะอย่างไร?
- สร้าง Personal Learning Goal
- ขอ Feedback จากคนรอบข้าง
- Maintain ความสนใจใคร่รู้ของตัวเอง
🤔 วิธีฝึกฝนทักษะ
1. การตั้ง Goal Setting สิ่งที่ทำให้เราไม่มีเวลาเรียนรู้ อาจมาจากการที่ยังหาสาเหตุไม่เจอว่า ทำไมเราถึงไม่อยากเรียนรู้
2. หา Learning Strategy ของตัวเอง
3. IKIGAI หาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราทำได้ดี สิ่งที่ได้เงิน สิ่งที่โลกต้องการ จุดที่อยู่ตรงกลางของ 4 อย่างนี้ คือจุดที่เราต้องโฟกัส
6. Thinking Acumen ความคมชัดในความคิด
ทักษะการคิด 4 อย่าง ให้อยู่รอดในปัจจุบัน โดยรายงานบอกว่า 40% ของคนที่มี Cognitive Skill ถ้ามีทักษะทั้ง 4 การคิดจะทำให้เราอยู่รอด ได้แก่
🤔 ทักษะนี้มีลักษณะอย่างไร?
- Critical Thinking ทักษะการเอ๊ะ เป็นตรรกะ คิดแบบวิพากษ์ สร้างความชัดเจนในความไม่ชัดเจนได้
- Problem-Solving ทักษะการแก้ไขปัญหา เป็นเหมือนกล่องเครื่องมือต่าง ๆ
- Creativity ความคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบสู่ไอเดียใหม่ ๆ สร้าง Competitive Advantage
- Adaptability ทักษะของความยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลง ให้สอดรับกับ Disruption ได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งจริง ๆ แล้วทักษะนี้ เป็นทักษะสำคัญเกือบจะที่สุดแล้ว 40% ผู้จ้างงาน บอกว่าคนกำลังจากทักษะเหล่านี้ ซึ่งถ้าใครทำได้ ก็เป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรมาก ๆ
🤔 วิธีฝึกฝนทักษะ
1. 5 WHYs เสริมเรื่องการเอ๊ะ
2. Issue Trees วิธีการแตกปัญหาใหญ่ออกมาเป็นปัญหาย่อย ๆ
3. Thinking Hats การมองปัญหาให้แตกต่างกันในหลาย ๆ มุมมอง
PROMPT ทั้งหมดนี้คือส่วนประกอบสำคัญที่จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง อยากให้ทุกคนลองทำเช็กลิสต์กันดูว่าตัวเองมี PROMPT ที่พร้อมรับมือกับ Disruption ที่กำลังเกิดขึ้นนี้แล้วหรือยัง
#ทักษะอนาคต