Go Blue

Go Blue

แชร์

Go Blue Initiative I Faculty of Political Science, Thammasat University

Mobile uploads 07/09/2021

การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ X ทะเล

🌊เมื่อปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งภาคใต้ "ยิ่งแก้ ยิ่งพัง"
ยิ่งสร้างกำแพงกันคลื่นเกลื่อนชายหาด
🌊ถึงเวลา...ร่วมนำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งแบบชั่วคราว ด้วยข้อกำหนดท้องถิ่น และ พ.ร.บ.ป้องกันสาธารณภัย เพื่อการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเล แบบบูรณาการ
🌊ติดตามรับชม และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ในวันพุธที่ 8 กันยายน 2564 เวลา 08.30-16.00 น.
ทางเพจ สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการภาคใต้ Thaipbs

06/09/2021

คนสวนใต้น้ำ : ฟื้นฟู “หญ้าทะเล” เพื่ออนุรักษ์มหาสมุทร

ทีมวิจัยกำลังเตรียมดำน้ำตื้นบริเวณอ่าวเดลในประเทศเวลส์ ส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร พวกเขากำลังทำภารกิจตรวจสอบการฟื้นฟูหญ้าทะเลชนิดพันธุ์ท้องถิ่น Zostera marina หรือที่รู้จักในชื่อหญ้าปลาไหล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหญ้าทะเล (Project Seagrass) ที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2014 โครงการดังกล่าวเป็นโครงการไม่แสวงหากำไรที่มุ่งฟื้นฟูหญ้าทะเลพร้อมกับทำงานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์ทั่วโลก

“สิ่งที่เราทำไม่ต่างจากการทำสวนใต้น้ำ” ริชาร์ด ลิลลีย์ (Richard Lilley) ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง Project Seagrass กล่าว

“แหล่งหญ้าทะเล” คือระบบนิเวศของไม้มีดอกบริเวณน้ำตื้นซึ่งพบตั้งแต่เขตอบอุ่นไปจนถึงอาร์กติกเซอร์เคิล ยกเว้นบริเวณทวีปแอนตาร์กติกา ทั่วโลกมีหญ้าทะเลกว่า 70 ชนิดพันธุ์ แหล่งหญ้าทะเลครอบคลุมพื้นที่ใต้มหาสมุทรกว่า 300,000 ตารางกิโลเมตรและพบใน 159 ประเทศทั่วโลก

แต่แหล่งหญ้าทะเลกำลังเผชิญภัยคุกคาม งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้พบว่าพื้นที่หญ้าทะเลในสหราชอาณาจักรกว่าร้อยละ 44 สูญหายไปนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 และร้อยละ 39 สูญหายไปนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 สถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่านี้ โดยมีการประมาณการว่าแหล่งหญ้าทะเลกว่าร้อยละ 92 ในสหราชอาณาจักรอยู่ในภาวะเสื่อมโทรม

“เมื่อมันมีเหลือน้อยมากๆ มันก็จะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ด้วยตัวเอง” ลิลลีย์กล่าว

หญ้าทะเลก็เหมือนพืชบนบกทั่วสหราชอาณาจักร มันจะเริ่มเติบโตในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในช่วงฤดูร้อนมันจะเริ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ การเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับโครงการฟื้นฟูที่อ่าวเดลนั้น นักดำน้ำจะต้องว่ายไปอยู่ท่ามกลางหญ้าทะเล ค่อยๆ แกะเปลือกเมล็ดพันธุ์ออกแล้วนำกลับมาที่ห้องทดลอง

“ตอนนี้เรามีเมล็ดพันธุ์กว่าครึ่งล้านเมล็ด” ลิลลีย์กล่าว

เมล็ดพันธุ์จะถูกกอบไปรวมในกระเป๋ากระสอบ ติดอยู่บนเชือกด้วยความห่างกระสอบละ 1 เมตร แล้วทิ้งไว้บนพื้นสมุทรใต้อ่าวเดล จากกลุ่มหญ้าเล็กๆ ก็จะขยายใหญ่เพื่อปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างโดยใช้เวลาราว 7 ถึง 10 ปี

“การปลูกหญ้าทะเลที่นั่นจะทำให้ระบบนิเวศทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไป” ลิลลีย์กล่าว

รายงานของหน่วยนโยบายวิทยาศาสตร์ระหว่างชาติ เรื่องการให้บริหารด้านความหลากหลายทางชีววิทยาและระบบนิเวศ ( Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services – IPBES) ระบุว่า แหล่งหญ้าทะเลรอบโลกมีจำนวนลดลงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ทุกๆ ทศวรรษนับตั้งแต่ปี 1970 ถึงปี 2000 เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง ตั้งแต่มลภาวะจากภาคเกษตรที่ไหลลงสู่ทะเล และการพัฒนาชายฝั่งแบบทำลายล้างซึ่งทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งหญ้าทะเลหายไป ยิ่งไปกว่านั้น การทอดสมอเรือ การใช้เรืออวนลาก และการประมงทำลายล้างต่างก็สร้างความเสียหายให้กับแหล่งหญ้าทะเล รวมทั้งทำอันตรายต่อสัตว์กินพืชที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศดังกล่าว สภาพแวดล้อมที่สุดขั้ว ทั้งอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนสภาพเป็นกรดของมหาสมุทรซึ่งเกิดจากมนุษย์ต่างก็เป็นแรงผลักดันให้ระบบนิเวศอยู่ในภาวะอันตราย

อ่านบทความฉบับเต็ม https://www.seub.or.th/bloging/news/global-news/restore-seagrass/

03/09/2021

สัปดาห์นี้ Go Blue คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนคุยกับคุณนอร์ท ชัชฎา กำลังแพทย์ ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในประเด็น “ ทะเล รัฐ ระบบราชการ “

https://www.youtube.com/watch?v=2AFyVNa2P6k&t=2225s

24/08/2021

Go Blue ชวนเพื่อน ๆ ลงทะเลกันอีกครั้ง วันพฤหัสที่ 26 นี้เวลา 1 ทุ่มตรง ชวนพูดคุยกับประเด็นมรดกทางวัฒนธรรมบริบททางทะเลและชายฝั่ง กับคุณณภัทร ประศาสน์ศิลป์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการออกแบบเชิงวัฒนธรรมคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

Youtube Live พร้อมกันได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=hfvirb54gfE

"ไซ" กับวิถีชีวิตชาวอูรักลาโว้ย : Unseen Thailand Fantastic 16/08/2021

#ชาวอูลักลาโว้ย หรือชาวไทยใหม่ เป็นชาวเลกลุ่มใหญ่ที่มีถิ่นฐานอย่างถาวรที่มักประกอบอาชีพประมงชายฝั่งเป็นส่วนใหญ่

ปัจจุบันชาวอูลักลาโว้ยรวมกลุ่มตั้งถิ่นฐานบนเกาะสิเหร่ และที่หาดราไวย์ บ้านสะปำ จังหวัดภูเก็ต จนถึงทางใต้ของเกาะพีพีดอน เกาะจำ เกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่, เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เกาะราวี จังหวัดสตูล และบางส่วนอยู่ที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง

"ไซ" กับวิถีชีวิตชาวอูรักลาโว้ย : Unseen Thailand Fantastic "ไซ" คืออุปกรณ์จับปลาของชาวเลอูรักลาโว้ย บนเกาะลันตา พวกเขาต้องดำน้ำลงไปเพื่อวางไซในพื้นทรายราบ ยึดไซด้ว...

13/08/2021

เมื่อโครงการกำแพงกันคลื่นของรัฐกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตชุมชน

Photos from Go Blue's post 10/08/2021

Blue Watch สัปดาห์นี้

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่ามีความเคลื่อนไหวทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาตรการใหม่ ๆ ที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทะเลไทยมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ทาง Go Blue จับตา 4 ประเด็นที่สำคัญในรอบสัปดาห์นี้คือ


1. สมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทยเห็นชอบเพิ่มหลักสูตรผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการังของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรผู้ควบคุมการดำน้ำ (Divemaster Course) และหลักสูตรครูฝึกสอนดำน้ำ (Instructor Course) ที่ส่งเสริมให้การดำน้ำในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น


2. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ห้ามนำและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ


3. แผนแม่บทพัฒนาชายหาดเขาหลักของกรมเจ้าท่าที่อาจสร้างความกังวลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะกิจกรรมเซิร์ฟบอร์ดที่ เขาหลัก เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับโลกตอนนี้


4. ความท้าทายของการกำหนดเขตชายฝั่งทางทะเลของจังหวัดสตูลในอนาคตที่จำเป็นต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนที่พึงต้องสามารถเข้าไปมีส่วนในการร่วมบริหารจัดการทะเลและชายฝั่งของตนได้ด้วย


จับตาและเรียบเรียงโดย เจน Go Blue

31/07/2021

🌊 มหาสมุทรของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ที่กำลังถูกคุกคามจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์

🐟 ไม่ว่าจะเป็นการประมงเกินขนาด การท่องเที่ยว และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางทะเล

🌏 เราจะอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ได้อย่างไร

📌 รายการ "เราปรับ...โลกเปลี่ยน" We Shift...World Change ตอน SDGs Talk Ep.10 "รักทะเล รักษ์ต้นทางทรัพยากร"
วันเสาร์ที่ 31 กรกฏาคม 2564 เวลา 19:30น.

พบกับแขกรับเชิญพิเศษ
- คุณนาถฤดี โฆษิตาภัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
- รศ.ดร. โสภารัตน์ จารุสมบัติ ผู้ประสานงาน ชุดโครงการความรู้เพื่อขับเคลื่อนนโยบายทางทะเลแห่งชาติสู่ SDG 14 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ Co-founder & CEO, Environment Education Center Thailand

ดำเนินรายการโดย ดร.รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล

📋 ติดตามรับชม รายการ “เราปรับ...โลกเปลี่ยน” We Shift...World Change ตอน SDGs Talk ได้ทุกวันเสาร์ เว้นเสาร์ เวลา 19:30 น. ทาง Facebook Global Compact Network Thailand
และ รับชม Re-Run ทุกวันพุธ เว้นพุธ เวลา 19:30 น. ทาง Facebook The Practical เพจ มนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่

📌GCNT FB :
https://www.facebook.com/GlobalCompactNetworkThailand/videos/358700405699987

📌GCNT Youtube :
https://youtu.be/iWf691twjRs

#ยั่งยืนไปด้วยกัน #ไม่ทำไม่ได้แล้ว
#เราปรับโลกเปลี่ยน #สังคมดีได้เริ่มต้นที่ตัวเรา

Photos from Environman's post 21/06/2021

♥️♥️♥️

19/06/2021

ทะเลที่ดี คือทะเลที่ยังมีฉลาม

การมีอยู่ของฉลามคือหลักประกันความสมดุลของโครงสร้างประชากรปลาทะเล​ เพราะในฐานะนักล่าลำดับสูงสุด ฉลามทำหน้าที่กำจัดปลาที่เชื่องช้า ป่วย หรือใกล้หมดอายุตามวัย ช่วยคัดสรรสายพันธุ์ปลาอื่นๆให้แข็งแรง รักษาสมดุลประชากรปลากินพืชให้อยู่ในระดับพอเหมาะไม่สร้างความเสียหายให้กับถิ่นที่อยู่อาศัย

ขณะเดียวกันฉลามยังควบคุมพฤติกรรมของปลากินเหยื่อขนาดรองๆลงมาให้อยู่กับร่องกับรอย ทำให้แบ่งสรรกันใช้ทรัพยากรได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ฉลามจึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างยิ่ง ไม่ต่างอะไรกับความสำคัญของการมีอยู่ของเสือในป่า

การที่ฉลามหมดไปจากระบบนิเวศจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อาหาร งานศึกษาความสำคัญของฉลามต่อแนวปะการังในคาริบเบียน พบว่าเมื่อผู้ล่าสูงสุดอย่างฉลามหายไปจำนวนผู้ล่าระดับรองๆ ลงมาเช่นปลาหมอทะเล จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นจนผิดปกติ ทำให้เกิดการล่าปลากินพืชมากตามไปด้วย เมื่อปลากินพืชอย่างเช่นปลานกแก้วลดจำนวนลงมากๆ ก็จะส่งผลต่อการควบคุมปริมาณสาหร่าย ทำให้สาหร่ายในระบบนิเวศขยายตัวแย่งพื้นที่ปะการัง หรือขึ้นปกคลุมจนปะการังไม่สามารถแข่งขันได้ จนนำไปสู่สภาวะปะการังเสื่อมโทรม และเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ​โดยรวม

งานศึกษาอีกชิ้นนอกชายฝั่งรัฐแคโรไลนาในสหรัฐอเมริกาพบว่า การที่ปลาฉลามครีบดำถูกจับออกมามากเกินไป ได้นำไปสู่การล่มสลายของประมงพื้นบ้านที่ดำรงอยู่ด้วยการจับหอยเชลล์มากว่าศตวรรษ​ เพราะเมื่อไม่มีฉลาม ปลากระเบนจมูกวัวที่เป็นเหยื่ออันดับหนึ่งของฉลามครีบดำก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างผิดปกติ และออกหากินหอยเชลล์อย่างหนัก จนกระทั่งประชากรหอยเชลล์หายไปจากพื้นที่ ไม่เหลือให้ได้ชาวประมงหากินอีกต่อไป

ไม่เฉพาะแต่แนวปะการังเท่านั้นที่ต้องการฉลาม เพราะงานศึกษาจากฮาวายพบว่าแนวหญ้าทะเลที่มีฉลามเสือ ปรากฏตัวอยู่ ช่วยทำให้เต่าทะเลหากินแบบกระจายตัวกันไปทั่ว เพราะความระแวงฉลามเสือ พวกมันจึงไม่หากินเฉพาะที่ใดที่หนึ่งมากเกินไป ในทางกลับกันเมื่อฉลามเสือหมดไปจากพื้นที่ เต่าทะเลหากินในพื้นที่เดิมอย่างสบายใจโดยไม่ต้องระวังตัว จนทำให้แนวหญ้าทะเลบางบริเวณเกิดความเสียหาย

แม้มนุษย์จะเพิ่งเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลตระหนักแล้วในเวลานี้ก็คือความสำคัญที่ขาดไม่ได้ของฉลามในการรักษาสมดุลของโลกสีครามอันกว้างใหญ่ใบนี้

– ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ ไม่มีฉลาม ไม่มีปลา

ออกแบบโดย: W I Z Marine Educator นักสื่อความหมายธรรมชาติ ทางทะเล

Photos from Go Blue's post 08/06/2021

TSRI Talk : “การพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลของไทย : จากแนวคิดและนโยบายสู่การปฏิบัติ”

ติดตามคลิปย้อนหลังได้ทาง https://m.facebook.com/ThailandScienceResearchandInnovation/

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Thammasat University
Bangkok
10200