15/05/2026
“ฝั่งนู้นเป็นบ้านไผ่ทั้งหมดเลยนะ แต่ไม่มีอะไรมีค่าเท่า shelf หนังสือนี้ shelf เดียวเลย”
ครูไผ่ - ดร.วาสนา ปรัชญาศรีอนันต์ นักจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเด็กและครอบครัว ผู้ก่อตั้ง Just a Little Wild กล่าวกับคณะครู Play Academy ถึงคุณค่าที่ท่านให้กับหนังสือนิทานนานาชาตินับพันเล่มที่อยู่รายล้อมพวกเรา
วันพุธที่ 29 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ครูปุ๊กได้พาคณะครู Play Academy ไปเยี่ยมเยียนครูไผ่ถึง Just A Little Wild ครูปุ๊กกับครูไผ่รู้จักกันในงานเทศกาลหนังสือนานาชาติและงานอบรมการใช้หนังสือเด็กที่สถานเอกอัครราชทูตประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ
เมื่อได้รู้จักกัน ครูปุ๊กติดตามงานของครูไผ่อยู่เสมอ ชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นนักสร้าง นักประดิษฐ์ นักออกแบบกิจกรรมที่สนุกอบอุ่น และสิ่งสำคัญที่สุดคือหัวใจที่อยากให้ Just A Little Wild เป็นพื้นที่ๆเด็กและพ่อแม่มาแล้วมีความสุขผ่านกิจกรรมที่ครอบครัวได้เรียนรู้และลงมือทำไปด้วยกัน
เรามาถึงกันช่วงสาย ครูไผ่ต้อนรับพวกเราด้วยน้ำเก็กฮวยสูตรไม่มีน้ำตาล(ถูกใจครูปุ๊ก😊) ครูปุ๊กแนะนำครูไผ่ให้คณะครู Play Academy รู้จักอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น ครูไผ่ก็พาพวกเราเข้าสู่โลกแห่งนิทานที่เป็นไปมากกว่าแค่หนังสือเล่าเรื่องอย่างที่เคยรู้จักกันมา
- Panel Theatre (การนำตัวละคร สิ่งของ และเรื่องราวในนิทานออกมาเป็นแผ่นภาพแล้วดำเนินเรื่องราวบนบอร์ดที่ปกคลุมด้วยผ้าเนื้อพิเศษ)
- Tinkering Technique (การสำรวจคุณลักษณะของวัสดุเหลือใช้รอบตัวแล้วนำสร้างตัวละครหรือสิ่งของในนิทาน)
สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้จักนิทานในมุมมองที่กว้างขึ้น เปิดโลกทัศน์ให้เห็นว่าในวงการหนังสือเด็กระดับนานาชาติได้มีการพัฒนาเทคนิคต่างๆเพื่อให้เด็กสนใจเรื่องราวจากหนังสือและจูงใจให้เด็กรักการอ่านต่อไป
ที่ Just A Little Wild ครูไผ่ได้จัดหนังสือที่มีอยู่แยกตาม Theme เช่น หมวดแมลง ความหลากหลายของมนุษย์ หนังสือเกี่ยวกับ Self-Esteem ความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ เป็นต้น ทำให้ง่ายต่อการตอบสนองความต้องการในการอ่านและการทำงานต่างๆ
หนังสือนิทานที่นี่มีทั้งหนังสือภาษาไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และอื่นๆ หนังสือหลายเล่มใช้ภาพเล่าเรื่อง ผู้อ่านสามารถดูภาพประกอบได้แม้จะอ่านภาษานั้นๆไม่ได้
เรายังประทับใจการออกแบบพื้นที่ๆทำให้เด็กวิ่งเข้าหานิทาน ห้องสมบัติของครูไผ่ที่มีการแยกวัสดุเหลือใช้ไว้เพื่อทำ Tinkering ห้องกิจกรรมกว้างและยาวที่แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาถึง มองออกไปเป็นสวนขนาดเล็กมีปั้มน้ำบาดาลเหมือนสนามเด็กเล่นในยุโรปด้วย
ก่อนกลับ พวกเราได้แลกเปลี่ยนหนังสือที่เราประทับใจใน Just A Little Wild คนละ 2 เล่ม และได้ฟังว่าคุณครูแต่ละคนประทับใจประเด็นไหนของหนังสือ คุณครูทุกคนถ่ายทอดออกมาจากหัวใจได้ดีมาก เช่น ครูกำไรชอบหนังสือเกี่ยวกับคุณพ่อคนหนึ่งที่ตาบอดแต่เค้าเป็น Hero ในสายตาของลูกสาว คุณพ่อเก่งมากกว่าคนที่การมองเห็นเป็นปกติอีกหลายเรื่อง
เราร่ำลากันด้วย “คำขอบคุณ” ที่ครูไผ่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราต่อยอดและออกแบบกิจกรรมพัฒนาเด็กผ่านหนังสือนิทานต่อไปได้อย่างไม่จำกัด เราเห็นตรงกันว่า Just A Little Wild คือพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับเด็กจากจิตวิญญาณของครูไผ่เอง ครูไผ่ที่ใจดี เข้าใจเด็ก ทำสิ่งที่ดีให้กับเด็กทุกคน
“ถ้าปุ๊กได้มีพื้นที่แบบนี้ตั้งแต่เด็ก ปุ๊กเชื่อว่าปุ๊กจะมีความสุขและความทรงจำที่ดีมากๆกับที่แห่งนี้แน่นอนค่ะ” ครูปุ๊กได้บอกกับครูไผ่ไว้แล้ว😊
ขอบพระคุณครูไผ่มากค่ะที่เป็นแบบอย่างในการทำสิ่งที่ดีให้กับเด็กและครอบครัวให้กับพวกเราจนเราอยากทำสิ่งที่ดีมากขึ้นต่อไปอีกค่ะ
❤️ด้วยรักจากใจและดีใจที่ได้รู้จักครูไผ่นะคะ❤️
ครูปุ๊ก - ชลมาศ คูหารัตนากร
นักพัฒนาการ พฤติกรรมและสุขภาพจิตเด็ก
ผู้อำนวยการสถาบัน Play Academy
14/05/2026
Coding เป็นคำศัพท์ที่พ่อแม่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาต้องหันมาศึกษาว่าคืออะไร เพราะ AI & Robotic ค่อยๆพัฒนาขึ้นมาจากการเขียน code จึงทำให้พ่อแม่หันมามองว่าลูกของเราต้องเรียนเขียน code หรือไม่เพื่อให้ทันกับความสามาาถของเด็กอื่นและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
ครูอยากให้พ่อแม่นิ่ง ใจสงบก่อนนะคะ ก่อนจะให้ความสนใจให้ลูกเขียน code ได้ ลองมาดูกันก่อนว่าแท้จริงแล้ว Coding คืออะไร
Coding คือการใช้สัญลักษณ์แทนข้อมูลต่างๆ และนำสัญลักษณ์เหล่านั้นไปใช้งานใดงานหนึ่งร่วมกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง
สัญลักษณ์ที่ใช้แทนข้อมูลในเด็กวัยอนุบาล ได้แก่ สี ตัวเลข ตัวอักษร ลูกศร ภาพต่างๆเป็นต้น
การสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่อง Coding จึงมีรากมาจากการแทนข้อมูลด้วยสัญลักษณ์และนำสัญลักษณ์เหล่านั้นไปใช้งานจริงตามที่กำหนดไว้ เป็นการพัฒนาความคิดยืดหยุ่น (Thinking Flexibility) ของเด็กได้เป็นอย่างดีรวมถึงความสามารถในการวางแผนด้วย
สิ่งที่พ่อแม่น้องตระหนักคือเด็กก่อนวัยประถมศึกษาควรเริ่มเรียนรู้ Coding แบบ Unplug Coding (ไม่ใช้โปรแกรมและหน้าจอใดๆ) แต่เน้นให้เด็กได้ลงมือทำ หยิบจับ แทนค่าสัญลักษณ์แบบมีมิตินะคะ
📍Contact us
🚩พ่อแม่และผู้ปกครองที่สนใจให้บุตรหลานอายุตั้งแต่ 1.9 - 11 ขวบ เข้ารับการศึกษาที่ Play Academy สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Play Academy Official Line
เพียงคลิก https://line.me/ti/p/~
🚩สถาบัน Play Academy ตั้งอยู่ ณ พุทธมณฑลสาย 1 (เลขที่ 139 ถ.บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ)
🏁เดินทางโดยใช้ Google Map เพียงคลิก https://maps.app.goo.gl/ba7WKUqPaeZgRMN28?g_st=ic
13/05/2026
เจ้าบ้านเป็นเด็กวัยแปดขวบ มีแขกเด็กและผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยือนบ้านของเขาเสมอ แทนการติดป้ายห้ามตรงเผงว่า “ห้ามนำอาหารเข้ามารับประทานด้านใน” เขาก็ได้รังสรรค์ป้ายขอความร่วมมือจากผู้มาเยือนทุกคนผ่านตัวละครมดว่า
“ฟุดฟิดๆ พวกเราได้กลิ่นอาหารแล้ว“
มดบุก‼️ มดบุก‼️ มดบุก‼️
ครูปุ๊กเห็นป้ายนี้แล้วประทับใจจนต้องถ่ายรูปเก็บไว้ ความฉลาดและอารมณ์ดีของเด็กคนนี้สื่อสารกับทุกคนอย่างสร้างสรรค์ถึงผลลัพธ์ของการกินอาหารในพื้นที่อาคารจนอาจทำให้มดมาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดลบๆแต่อย่างใด
“โปรดทานอาหารข้างนอก” (Eat outside please)
คือคำร้องขอให้กินอาหารข้างนอก ไม่ต้องมีคำว่า “ไม่” หรือ “ห้าม” กินด้านใน
กระดาษหนึ่งแผ่นกับภาพและถ้อยคำที่สื่อสารออกมามีความหมายมากกว่าสิ่งที่เห็นแต่สะท้อนไปถึงข้างในของเด็กที่มีความสุข โลกของเค้าสวยงาม การสื่อสารเค้าถึงเป็นบวกและสร้างสรรค์ได้มากขนาดนี้ค่ะ
12/05/2026
Visual Memory คือความจำทางสายตา เป็นทักษะที่เด็กต้องใช้ต่อไปทั้งในการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน เด็กที่มีความจำทางสายตาดีจะเรียนรู้ จดจำ ประยุกต์ใช้ภาพความจำได้ และมีศักยภาพสูงกว่าเด็กที่ Visual Memory ไม่ดี
ตัวอย่างการใช้ Visual Memory เช่น
- การจดจำสิ่งที่ครูเขียนบนกระดานแล้วจดตามได้โดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นดูบ่อยๆ
- การจดจำรูปทรง ตัวเลข และตัวอักษรได้
- การจำตำแหน่งของวัตถุได้
เป็นต้น
Visual Memory ของเด็กจะทำงานได้ดีเมื่อสมาธิและความจดจ่อของเด็กดีด้วย ตามธรรมชาติแล้ว สมองให้เด็กมองเห็นแต่สมาธิและความจดจ่อเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนควบคู่ไปกับความสามารถในการใช้สมองของเด็ก
การฝึกให้เด็กจำเป็นภาพจึงเป็นการส่งเสริม Visual Memory ควบคู่ไปกับสมาธิและความจดจ่อไปในเวลาเดียวกัน
📍Contact us
🚩พ่อแม่และผู้ปกครองที่สนใจให้บุตรหลานอายุตั้งแต่ 1.9 - 11 ขวบ เข้ารับการศึกษาที่ Play Academy สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Play Academy Official Line
เพียงคลิก https://line.me/ti/p/~
🚩สถาบัน Play Academy ตั้งอยู่ ณ พุทธมณฑลสาย 1 (เลขที่ 139 ถ.บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ)
🏁เดินทางโดยใช้ Google Map เพียงคลิก https://maps.app.goo.gl/ba7WKUqPaeZgRMN28?g_st=ic
12/05/2026
ช่วงแรกที่เป็นครู เวลาเตรียมสอนจะมุ่งเน้นให้เด็กได้รับความรู้ให้มากที่สุดในแต่ละครั้งที่มาเรียน เน้นการให้ข้อมูลและจัดกิจกรรมแน่นตลอด 60 นาที พ่อแม่หลายท่านฟังแล้วคงคิดว่า “ดีแล้ว” ที่ลูกมาเรียนแล้วได้ความรู้เยอะๆกลับบ้านไป
แต่เมื่อได้สอนเด็กไปสักพักก็พบว่าแท้จริงแล้ว การส่งเสริมพัฒนาการในเด็กเล็กๆนั้นหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การให้ความรู้แต่อยู่ที่
❤️ การจัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือทำอย่างมีความสุข ระหว่างเด็กลงมือทำเด็กได้เรียนรู้ได้ฝึกพัฒนาการไปในตัว
❤️ เด็กได้มีเวลาเล่นในระยะเวลาที่เหมาะสม ได้เล่นแบบที่เขาอยากเล่นบ้าง ไม่ต้องรีบเร่งเพื่อเพียงมุ่งให้กิจกรรมที่เราเตรียมมานั้นทำได้ครบแต่เด็กได้เล่นแต่ละกิจกรรมในเวลาที่เร่งรัดมาก
❤️ ค่อยๆให้เด็กทำแต่ละกิจกรรม ครูเป็นผู้ตามความกระหายใคร่รู้ของเขา ถ้าสอนไม่ทันตามสิ่งที่เตรียมมา “ไม่เป็นไร” สอนต่อครั้งหน้าได้
❤️ ถ้าเด็กนั่งทำกิจกรรมได้สำเร็จสัก 15 นาทีแล้ว ปล่อยให้เขาได้ลุกขึ้นเดินเล่น เคลื่อนไหว สำรวจได้ การกักบังคับให้เด็กนั่งโต๊ะเก้าอี้จดจ่อกับกิจกรรมตลอดเวลาเป็นเรื่องที่ขัดต่อธรรมชาติของพัฒนาการเด็ก เมื่อเด็กเดินเหินพอสมควร (ไม่เกิน 5 นาที) ค่อยจูงใจให้เด็กกลับมาทำกิจกรรมต่อ
❤️ เมื่อเด็กปฏิเสธไม่ทำ หลังจากที่ครูได้พยายามจูงใจเกิน 3 รอบแล้ว ขอให้เก็บกิจกรรมนั้นลงและเปลี่ยนกิจกรรมใหม่ เป็นไปได้ว่า “เด็กยังไม่พร้อมทำ” ในวันนี้ ครั้งหน้าค่อยลองใหม่
❤️ ถ้าเด็กยังทำกิจกรรมใดไม่ชำนาญคล่องแคล่ว ครูสามารถนำมาฝึกซ้ำได้แต่อาจเปลี่ยนวิธีดำเนินกิจกรรมเพื่อให้เด็กไม่เบื่อ ฝึกไปเรื่อยๆจนกว่าเด็กจะทำได้ด้วยตัวเองจนครูไม่ต้องพูดอะไรแล้ว
❤️ ระวัง‼️ความคาดหวังโดยไม่รู้ตัวว่าเด็กจะทำทุกกิจกรรมที่เตรียมสอนได้อย่างลื่นไหลหรือเด็กต้องทำได้แน่ๆ เพราะความเป็นจริงแล้ว เด็กอาจไม่ให้ร่วมมือ ทำไม่ได้หรือเกิด error บางอย่างขึ้นมา ไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น
“ความสนุก ความสุขในการเรียนรู้ และธรรมชาติของเด็ก” คือกุญแจสำคัญที่ครูต้องตระหนักอยู่เสมอเวลาเตรียมการสอนและลงมือสอน ถ้าครูเตรียมสอนมาดีแล้วที่เหลือคือการดำเนินการสอนอย่างดีที่สุด ใจเย็น ให้เวลาเด็กได้เล่น ไม่มุ่งเน้นความรู้แต่มุ่งเน้นให้เขาเรียนรู้ให้สนุกนะคะ
ครูปุ๊ก - ชลมาศ คูหารัตนากร
นักพัฒนาการ พฤติกรรม และสุขภาพจิตเด็ก
ผู้อำนวยการสถาบัน Play Academy
📍Contact us
🚩พ่อแม่และผู้ปกครองที่สนใจให้บุตรหลานอายุตั้งแต่ 1.9 - 11 ขวบ เข้ารับการศึกษาที่ Play Academy สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Play Academy Official Line เพียงคลิก https://line.me/ti/p/~
🌲สถาบัน Play Academy ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 139 ถ.บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ (บริเวณพุทธมณฑลสาย 1)
**ไม่มีสาขาอื่นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด**
06/05/2026
ภาพกิจกรรมหลักสูตร Active Brain (อายุ 3.6 - 6.6 ขวบ)
หัวข้อการเรียนรู้ : วัตถุจม - ลอย
ประจำวันที่ 29 เม.ย. - 3 พ.ค. 2569
การเรียนรู้เรื่ิองวัตถุจม - วัตถุลอย ช่วยพัฒนาทักษะสำคัญในเด็กดังต่อไปนี้
1). การคิดวิเคราะห์ เด็กต้องคิดก่อนว่าวัตถุที่อยู่ตรงหน้าน่าจะลอยหรือจมน้ำ แล้วแยกออกเป็น 2 กลุ่ม
2.) เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำหรือการทดลอง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ผลการคิดวิเคราะห์ ทำให้เด็กเห็นภาพ เห็นผลลัพธ์ ทำความเข้าใจได้ดี และเป็นการเรียนรู้ที่สนุก เราจะเห็นภาพเด็กยิ้มเสมอเมื่อได้ทดลอง
3.) เด็กเกิดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวัสดุ น้ำหนัก และมวลของสิ่งที่ลอยน้ำได้หรือจมน้ำ เป็นต้นทางของการเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆต่อไป
การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ เพราะเด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เห็นที่มาที่ไปของผลลัพธ์จริง และเป็นการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการทำงานตามธรรมชาติของสมองเด็กที่ได้ประสิทธิผลสูงสุดในบรรดาการจัดกระบวนการเรียนรู้ทั้งปวง
📍Contact us
🚩พ่อแม่และผู้ปกครองที่สนใจให้บุตรหลานอายุตั้งแต่ 1.9 - 11 ขวบ เข้ารับการศึกษาที่ Play Academy สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Play Academy Official Line เพียงคลิก https://line.me/ti/p/~
🌲สถาบัน Play Academy ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 139 ถ.บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ (บริเวณพุทธมณฑลสาย 1)
**ไม่มีสาขาอื่นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด**
06/05/2026
ทักษะด้านสังคมของเด็กวัยประถมศึกษา (6 - 12 ขวบ)
เมื่อลูกเรียนชั้นประถม เรื่องสำคัญที่อยู่คู่ขนานไปกับการเรียนวิชาต่างๆและการอ่านออกเขียนได้ คำนวณได้คือทักษะทางสังคมของลูก เด็กต้องเริ่มเรียนรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นให้สันติได้อย่างไร
ทักษะทางสังคมของเด็กวัยประถมศึกษาจึงครอบคลุมตั้งแต่
- การปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
- ทำงานเป็นทีมเป็น
- เรียนรู้อารมณ์ตนเองและผู้อื่น
- เห็นอกเห็นใจ มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น
- รู้จักความเกรงใจ
- รู้จักมารยาทและกาลเทศะ
เป็นต้น
ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีรุดหน้าเกินคาดการณ์ ผู้คนพบปะ AI มากกว่ามนุษย์จริง โลกเสมือนจริงกับโลกความจริงแทบแยกกันไม่ออก ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเองคือสิ่งที่มีค่าต่อจิตใจจนเกินประมาณ เด็กที่ปรับตัวเป็น อยู่ร่วมกับผู้อื่นเป็นแม้จะมีบุคลิกเป็น Introvert จะไม่เกิดความขัดแย้งในจิตใจมากเท่ากับคนที่ไม่ปรับตัว
มีงานวิจัยระดับนานาชาติหลายรายการระบุว่า “ทักษะทางสังคมของเด็กวัยประถม - มัธยมศึกษาคือสิ่งที่ฟอร์มบุคลิก และการเห็นคุณค่าในตัวตนของเด็กคนหนึ่งในระยะยาว”
ทักษะทางสังคมของลูกจึงมีความหมายมากกว่าลูกมีเพื่อนเล่นด้วยเยอะ เพื่อนคุยกับเค้าแต่เด็กต้องปรับตัวเป็น มีจิตใจที่แข็งแกร่ง รู้จักการสร้างความสัมพันธ์และยุติความสัมพันธ์เป็น
📍Contact us
🚩พ่อแม่และผู้ปกครองที่สนใจให้บุตรหลานอายุตั้งแต่ 1.9 - 11 ขวบ เข้ารับการศึกษาที่ Play Academy สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Play Academy Official Line เพียงคลิก https://line.me/ti/p/~
🌲สถาบัน Play Academy ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 139 ถ.บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ (บริเวณพุทธมณฑลสาย 1)
**ไม่มีสาขาอื่นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด**