ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านครัว

ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านครัว

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านครัว, การศึกษาและการเรียนรู้, 497 บ้านครัว ถนนบรรทัดทอง เขตราชเทวี, Bangkok.

24/10/2025
Photos from ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านครัว's post 26/05/2025

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านครัว มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ (สุเหร่ากองอาสาจาม) ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปความเป็นมาของชาวจาม บ้านครัว แก่คณะนักศึกษาจาก FURMAN UNIVERSITY SOUTH CAROLINA USA จำนวน 15 คน ในกิจกรรม DEON-LEN-HEN BANKRUA "เดินเล่นเห็นบ้านครัว"

23/08/2024

มีเพื่อน ๆ หลายคนสอบถามมาว่า พระนางจามเทวี กับ ชาวจาม เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ขอตอบว่า ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใดครับ
ผมขอให้ข้อมูลไว้เป็นข้อพิจารณาดังนี้ครับ

ประวัติพระนางจามเทวี
พระนางจามเทวี เป็นสตรีซึ่งปรากฏพระนามในเอกสารต่าง ๆ ซึ่งระบุว่าทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย อันเป็นอาณาจักรโบราณในภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน
ชาติกำเนิดของพระองค์นั้น ในตำนานจามเทวีวงศ์และตำนานมูลศาสนากล่าวว่าเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์แห่งกรุงละโว้ แต่ตำนานมุข ปาฐะพื้นบ้านแห่งหนึ่งกล่าวว่า พระองค์เป็นธิดาของคหบดีชาวหริภุญชัย ซึ่งมีเชื้อสายชาวเมง (ตำนานเรียกว่า เมงคบุตร) อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านหนองดู่ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน พระนางจามเทวีเมื่อแรกพระราชสมภพไว้ว่าตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีมะโรง พ.ศ. 1176 เวลาจวนจะค่ำ ขณะเมื่อพระนางยังมีพระชนม์ได้ 3 เดือนนั้น มีนกยักษ์ตัวหนึ่งโฉบเอาพระนางขึ้นไปบนฟ้า เมื่อนกนั้นบินผ่านหน้าสุเทวฤๅษีซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ ณ เขาอุจฉุตบรรพต (แปลว่าเขาไร่อ้อย เชื่อว่าคือดอยสุเทพในปัจจุบัน) ท่านจึงได้แผ่เมตตาจิตให้นกนั้นปล่อยทารกน้อยลงมา แล้วรับเอาเด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรม พร้อมทั้งตั้งชื่อให้ว่า นางวี ด้วยถือเอานิมิตที่พระฤๅษีใช้พัด (ภาษาถิ่นเรียกว่า "วี") รองรับพระนางเนื่องจากพระฤๅษีอยู่ในสมณเพศ ไม่อาจถูกตัวสตรีได้ ต่อมาพระนางได้ร่ำเรียนสรรพวิชาการต่างๆ จากสุเทวฤๅษี
ประมาณปี พ.ศ. 1202 สุกกทันตฤๅษี ซึ่งเป็นสหายกับสุเทวฤๅษี ได้เดินพร้อมกับนายควิยะ ผู้เป็นทูตของสุเทวฤๅษี มายังกรุงละโว้ เพื่อทูลขอพระนางจามเทวีจากพระเจ้ากรุงละโว้ เพื่อไปเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองใหม่ที่สุกทันตฤๅษีกับสุเทวฤๅษีสร้างขึ้น ซึ่งก็คือเมืองหริภุญไชยหรือเมืองลำพูน ในปัจจุบันนี้ เมื่อพระนางจามเทวีปรึกษากับพระราชบิดากับพระสวามีแล้วทั้งพระสวามีกับพระราชบิดาต่างก็อนุญาต พระนางจึงได้เดินทางออกจากเมืองละโว้ตามคำทูลเชิญของพระฤๅษี แต่ในตำนานจามเทวีวงศ์ได้กล่าวความต่างไปอีกอย่าง คือ ในเวลานั้นเจ้าชายรามราชได้ออกบวชเสียแล้ว พระนางจึงทรงอยู่ในฐานะไร้พระสวามี ทางลำพูนจึงได้ส่งสาส์นมาทูลขอดังกล่าว ตำนานพื้นบ้านว่าเจ้าหญิงจามเทวีทรงรับที่จะครองเมืองลำพูนเพราะว่าเมืองลำพูนเวลานั้นราษฎรเดือดร้อนด้วยขาดผู้นำ และพระนางก็ระลึกถึงพระคุณท่านสุเทวฤๅษีที่เคยชุบเลี้ยงมาแต่ก่อน
เมื่อพระนางเดินทางมาถึงเมืองหริภุญชัยแล้ว สุเทวฤๅษีและสุกทันตฤๅษีจึงกระทำพิธีราชาภิเษกพระนางขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ทรงพระนามว่า “พระนางเจ้าจามเทวี บรมราชนารี ศรีสุริยวงศ์ องค์บดินทร์ ปิ่นธานีหริภุญชัย” หลังจากวันราชาภิเษกไปแล้ว 7 วัน พระนางจึงประสูติพระราชโอรสซึ่งติดมาในพระครรภ์ตั้งแต่ยังทรงอยู่เมืองละโว้ 2 พระองค์ พระโอรสองค์โตมีพระนามว่าพระมหันตยศหรือพระมหายศ ส่วนองค์รองมีพระนามว่าพระอนันตยศหรือพระอินทวร
ในรัชกาลของพระองค์นั้น นครหริภุญชัยมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ประชาราษฎรต่างอยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข พระพุทธศาสนาได้รับการทำนุบำรุงอย่างดียิ่ง ตามตำนานได้กล่าวว่า พสกนิกรต่างมีใจศรัทธาสร้างวัดขึ้นเป็นจำนวนถึง 2,000 แห่ง และกาลต่อมาวัดทั้ง 2,000 แห่งก็มีภิกษุจำพรรษาทุกแห่ง
นอกจากนี้ในด้านการป้องกันเมือง พระนางจามเทวีได้จัดให้มีด่านชายแดนอาณาจักรไว้ที่ เวียงนอกและเวียงสามเสี้ยว (ปัจจุบันบริเวณหมู่บ้านกอกและทุ่งสามเสี้ยว เขตอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่) และโปรดฯ ให้มีการซ้อมรบเพื่อการเตรียมความพร้อมของกองทัพ โดยทรงออกอุบายให้ด่านที่เวียงนอกและเวียงสามเสี้ยวแกล้งตั้งตัวเป็นกบฏและทรงมีรับสั่งให้จัดทัพไปปราบ ปรากฏว่าฝ่ายพระนครชนะศึก ทว่าในการซ้อมรบดังกล่าวก็มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเพราะต่างฝ่ายต่างไม่รู้กัน พระนางจึงทรงปูนบำเหน็จความชอบให้แก่ผู้รอดชีวิต และทรงอุปถัมภ์ครอบครัวของทหารที่ตายในการสู้รบครั้งนี้ให้เป็นสุขต่อไป

ที่มาของข้อมูล : https://shorturl.asia/X3Pcj

23/08/2024

หลวงศรียศ (พระยาจุฬาราชมนตรี)
หลวงศรียศ หรือ ออกญาจุฬาราชมนตรี ตัวละครจริงจากเรื่อง บุพเพสันนิวาส คนไทยเชื้อสายเปอร์เซีย ที่รับใช้ในราชสำนักของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ทั้งนี้ หลวงศรียศ หรือ ออกญาจุฬาราชมนตรี ถือเป็นตัวละครที่มีจริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งหนังสือพิมพ์มุสลิมไทยโพสต์ ได้กล่าวถึง ออกญาจุฬาราชมนตรี ว่า ออกญาจุฬาราชมนตรี เป็นมหาดเล็กในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนได้รับตำแหน่งเป็น หลวงศรียศ (แก้ว) และได้รับแต่งตั้งให้เป็นจุฬาราชมนตรี นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงสมัยสมเด็จพระเพทราชา
ช่วงที่ท่านเป็นจุฬาราชมนตรีนั้น คาดว่าท่านคือผู้ที่รับคำสั่งจากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ให้ลงไปเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างชาวคริสต์และมุสลิม ที่เมืองปัตตาเวีย
ทั้งนี้ ออกญาจุฬาราชมนตรี ยังมีศักดิ์เป็นหลานของ เจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) ซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียที่มาจากที่ราบต่ำทางตอนเหนือของเตหะราน ในประเทศอิหร่าน ซึ่งเฉกอะหมัด ได้เข้ามาตั้งรกรากที่กรุงศรีอยุธยา ค้าขายจนกลายเป็นเศรษฐีใหญ่ ช่วยปรับปรุงราชการกรมการท่าจนได้ผลดี สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาเฉกอะหมัดรัตนราชเศรษฐี เจ้ากรมท่าขวา และ เป็นปฐมจุฬาราชมนตรีคนแรกในสยาม นับเป็นผู้ที่นำพาศาสนาอิสลามนิกายชีอะหฺอิษนาอะชะรียะหฺ มาสู่ไทย และท่านยังเป็นต้นตระกูลบุนนาค ในเมืองไทยอีกด้วย

อ้างอิง เพจสำนักจุฬาราชมนตรี
เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์
เครดิตภาพ ละคร บุพเพสันนิวาส ช่อง 3 ปี 2561

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


497 บ้านครัว ถนนบรรทัดทอง เขตราชเทวี
Bangkok
10400