10/03/2026
Pathum Wan Learning Route & Khlong Toei Learn to Earn
นิทรรศการจัดแสดงผลการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568
จาก "ความต่าง" สู่ "โอกาส" เพราะการเรียนรู้ที่มีคุณภาพต้องเข้าถึงได้ทุกคน!
เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ Learning Fest Bangkok 2026 ชวนชมนิทรรศการ “Pathum Wan Learning Route & Khlong Toei Learn to Earn” จากโครงการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568 สนับสนุนโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ชวนคุณมาชม 2 โมเดลการเรียนรู้ในพื้นที่ต้นแบบ 2 เขต
📍 Pathum Wan Learning Route: เส้นทางเรียนรู้เขตปทุมวัน ที่เชื่อมโยงพื้นที่เมือง ทรัพยากร และผู้คนเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
📍 Khlong Toei Learn to Earn: การเรียนรู้สู่อาชีพของเยาวชนเขตคลองเตย ที่เปลี่ยนทักษะให้เป็นรายได้ และสร้างความมั่นคงให้อนาคต
มาร่วมหาคำตอบว่า "ความแตกต่าง" จะสร้างการเปลี่ยนแปลงและส่งต่อไอเดียเพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯได้อย่างไร
📆21 มีนาคม 2569
⏰10.00-17.00 น.
📍ลานสานฝัน TK Park ชั้น 8 centralwOrld
‼️ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า
‼️ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมและร่วมกิจกรรม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โครงการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568 สนับสนุนโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
📲fb.com/eef20provinces
-----------------------------------------------------------
𝗟𝗲𝗮𝗿𝗻𝗶𝗻𝗴 𝗙𝗲𝘀𝘁 𝗕𝗮𝗻𝗴𝗸𝗼𝗸 𝟮𝟬𝟮𝟲
𝗧𝗵𝗲 𝗗𝗶𝗳𝗳𝗲𝗿𝗲𝗻𝗰𝗲 ยิ่งต่าง ยิ่งได้เรียนรู้
21 – 22 มีนาคม 2569📍TK Park และแหล่งเรียนรู้ทั่วกรุงเทพฯ
🗺️ https://maps.app.goo.gl/GLAXxPF9czHPxHaL6
FB : LearningFestThailand
#ยิ่งต่างยิ่งได้เรียนรู้ #กสศ #การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
18/11/2025
▶︎ การสอนลูกให้เข้มแข็งทางใจตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้เขารับมือความยากลำบากและเติบโตอย่างไม่หวาดกลัวอุปสรรค
นอกจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว พ่อแม่ทุกคนย่อม อยากให้ลูกเข้มแข็ง หรือมีความแข็งแรงทางจิตใจควบคู่กันไปด้วย
Amy Morin นักจิตวิทยาบำบัด ผู้แต่งหนังสือ 13 Things Mentally Strong People Don’t Do ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการจิตวิทยาทั่วโลก เคยกล่าวไว้ว่า ถ้า อยากให้ลูกเข้มแข็ง หัวใจสำคัญของการสอนลูกให้มีจิตใจแข็งแกร่ง ต้องเริ่มจากการสอนให้ลูกรู้จักรับมือกับความยากลำบาก ความพ่ายแพ้ และความล้มเหลวตั้งแต่ยังเล็ก
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเรียนรู้เคล็ดลับที่จะสอนลูกให้มีจิตใจเข้มแข็งตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อผลักดันให้ลูกเติบโตด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่หวาดกลัวปัญหาหรืออุปสรรคในชีวิต
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ อยากให้ลูกเข้มแข็ง M.O.M จึงรวบรวม 5 วิธีสอนลูกให้เติบโตอย่างเข้มแข็งพร้อมเผชิญทุกปัญหาและอุปสรรค ให้คุณพ่อคุณแม่ลองนำไปปรับใช้กับลูกๆ กันนะคะ
1. สอนให้ลูกเข้าใจว่า ‘เศร้าได้แต่ต้องสุขด้วย’
เด็กที่มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ได้หมายถึงเด็กที่รู้สึกหรือทำตัวมีความสุขตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจว่า ลูกสามารถรู้สึกเศร้า เสียใจ หรือผิดหวังจนร้องไห้ออกมาตามธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไปได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือ อย่าปล่อยให้ลูกจมอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้น หรือคิดว่าความเศร้า ปัญหา หรือเรื่องไม่สบายใจต่างๆ จะอยู่กับเราตลอดไป
คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกมองเห็นความสุขหรือเรื่องดีๆ แม้ในช่วงเวลาที่กำลังเศร้าเสียใจได้ เช่น การที่ลูกยังมีคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจและเข้าใจอยู่เสมอ ชวนลูกออกจากความเศร้าด้วยการทำกิจกรรมในครอบครัว เพื่อปรับอารมณ์และเบนความสนใจลูกออกจากเรื่องไม่สบายใจตรงหน้า รู้ตัวอีกทีลูกอาจจะกำลังหัวเราะร่า และลืมเรื่องที่ทำให้รู้สึกไปแล้วก็ได้
2. สอนให้ลูกรู้จักพูดคำว่า ‘ไม่’
คุณพ่อคุณแม่ส่วนมาก มักกลัวว่าลูกจะเป็นเด็กดื้อหรือทำตัวไม่น่ารักในสายตาคนอื่น จึงพยายามสอนให้ลูกมีความเห็นอกเห็นใจ และเกรงใจคนอื่น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นการสอนที่ดีมากๆ
แต่ถึงอย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรลืมสอนให้ลูกรู้จักการปฏิเสธ เพื่อแสดงออกว่าตัวเองไม่ชอบ ไม่ต้องการ หรือไม่อยากทำ เพื่อรักษาสิทธิและเสรีภาพของตัวเอง ไม่ให้ใครคนอื่นมารุกรานและเอาเปรียบ จนรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจได้
เมื่อลูกรู้จักที่จะปฏิเสธสิ่งที่ไม่ดีกับตัวเองออกไปบ้าง ลูกก็จะเติบโตขึ้นอย่างคนที่สามารถเลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขและมองข้ามสิ่งที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ได้ดีขึ้น
3. สอนให้ลูกเผชิญหน้ากับปัญหา
คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าเราจำเป็นต้องปกป้องลูกให้ห่างจากสิ่งที่ทำให้ลูกไม่สบายใจ เป็นกังวล หรือหวาดกลัวให้มากที่สุด แต่ความจริงแล้ว พ่อแม่สามารถช่วยให้ลูกรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ด้วยการให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และให้ความมั่นใจในตัวลูกเช่น เมื่อลูกรู้สึกกังวลที่จะต้องพบเพื่อนใหม่ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือได้ด้วยการเปิดบทสนทนา ชวนเพื่อนใหม่ของลูกพูดคุย แนะนำตัวซึ่งกันและกัน เป็นการสอนให้ลูกรู้จักการเผชิญหน้า ไม่หนีปัญหา และหาทางปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้ต่อไป
4. สอนให้ลูกยินดีในความสำเร็จของเพื่อน (บ้าง)
เด็กที่มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ได้หมายถึงเด็กที่ประสบความสำเร็จหรือเอาชนะในทุกการแข่งขัน เพราะเมื่อโตขึ้น ลูกอาจต้องอยู่ในสถานการณ์ที่คนรอบตัวประสบความสำเร็จหรือทำได้ดีกว่า ในขณะที่ตัวเองยังทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีอย่างที่คาดหวัง นั่นอาจทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีและผิดหวังในตัวเอง จนพาลไม่รู้สึกยินดีเมื่อเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จหรือทำอะไรได้ดีกว่า
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำก็คือการให้กำลังใจลูก สอนให้ลูกรู้สึกยินดีและชื่นชมความสำเร็จของคนอื่น โดยที่ไม่เอาความสำเร็จของคนอื่นมาเปรียบเทียบหรือกดดันตัวเอง เพราะเด็กที่มีจิตใจเข้มแข็งจะเป็นคนที่สามารถยินดีกับความสำเร็จของคนอื่นและไม่ละทิ้งความพยายามของตัวเองไปพร้อมกันได้
5. เป็นต้นแบบของคนเข้มแข็งให้ลูก
ลูกมักจะมองคุณพ่อคุณแม่เป็นซูเปอร์ฮีโร่และแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ดังนั้นการแสดงให้ลูกเห็นการมีจิตใจที่เข้มแข็งของคุณพ่อคุณแม่ จะช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้ลูกเป็นเด็กที่มีจิตใจเข้มแข็งได้ดีที่สุด เช่น การเล่าวิธีการรับมือกับอุปสรรคในแต่ละสถานการณ์ให้ลูกฟัง ลูกจะซึมซับวิธีแก้ไขปัญหา และเรียนรู้ว่าอุปสรรคในชีวิตเป็นเรื่องท้าทายที่สามารถก้าวผ่านมันไปได้จากประสบการณ์ตรงของคุณพ่อคุณแม่
📍ลิงก์อ่านบทความฉบับเต็มในคอมเมนต์
📍ติดตามคอนเทนต์เพิ่มเติมได้ที่ M.O.M