24/12/2019
SP ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ในระดับนานาชาติ เนื่องมาจากปรากฏการณ์ในการ "เคลื่อนย้ายอำนาจ" อย่างน้อยที่สุด 2 ปรากฏการณ์ คือ Power Transition และ Power Diffusion
ภายหลังศตวรรษที่ 21 อำนาจในโลกมีการเคลื่อนย้ายจากขั้วโลกตะวันตกมายังตะวันออก (Power Transition) ประเทศมหาอำนาจในโลกตะวันตกเริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ SP ในการสร้างและรักษาประชามติในประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติหลักของประเทศตะวันออกโดยส่วนใหญ่ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีน เรียกว่าการสร้างความสัมพันธ์ผ่านวัฒนธรรม (Cultural Relations) อันเป็นเครื่องมือทางการทูตกระแสรองในมุมมองของนักการทูตตะวันตกในยุคก่อนๆ ความสำเร็จในการใช้ SP ของประเทศต่างๆ ในโลกตะวันออกนี้ ทำให้ประชาคมโลกมีมุมมองเชิงบวกต่อประเทศเหล่านั้น ส่งผลโดยตรงให้รัฐบาลในโลกตะวันตก ต้องการเร่งกระชับความสัมพันธ์ – ทั้งทางเศรษฐกิจการค้าและวัฒนธรรม – กับประเทศตะวันออกเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ อำนาจที่แต่เดิมอยู่ในมือของรัฐ (หรือตัวแทนรัฐฯ) ถูกเคลื่อนย้ายไปยังผู้มีส่วนร่วมกลุ่มอื่นๆ (Power Diffusion) ซึ่งกล่าวอย่างกว้างๆ หมายถึง ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม ซึ่งถือเป็นสมาชิกโดยส่วนใหญ่ของสังคมโลก และมีผลทั้งโดยตรงและโดยอ้อมต่อการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (From State to Non-state Actors) ปรากฏการณ์การเคลื่อนย้ายอำนาจนี้มีอิทธิพลมาจากการพัฒนาการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เทคโนโลยีทางการสื่อสารและคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงมาก ทำให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงการสื่อสาร (โดยเฉพาะสื่อใหม่) ได้อย่างทั่วถึง ประชาชนโดยส่วนใหญ่จึงมีอำนาจในการตรวจสอบอำนาจของรัฐ และมีอำนาจในการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างการสร้างภาพลักษณ์ของชาติ ฯลฯ ผ่านการสื่อสารแบบข้ามโลก อำนาจที่แต่เดิมวัดกันด้วยความมั่งคั่งของทุน (Capital Rich) เป็นหลัก กลายมาเป็นความมั่งคั่งทางข้อมูลข่าวสาร (Information-rich) ก่อให้เกิดสงความทางข้อมูลข่าวสาร
Nye (2011) กล่าวย้ำว่า รัฐยังคงความสำคัญในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพียงแต่รัฐบาลในประเทศต่างๆ ต้องทำงานภายใต้ "การเมืองโลก" แบบใหม่ ที่เต็มไปด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทั้งภาครัฐและภาคอื่นๆ ผู้มีส่วนร่วมเหล่านั้นมีทั้งที่ดีและไม่ดี (เช่น ผู้ก่อการร้าย หรือ อาสาภาคประชาชนที่ช่วยงานรัฐฯ ในต่างประเทศ) ซึ่งต่างก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างและทำลายอำนาจของชาตินั้นๆ การดำเนินนโยบายระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ จึงมิใช่เฉพาะการเน้นสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนในประเทศเป้าหมาย แต่ยังรวมถึงการดำเนินนโยบายที่เน้นให้ประชาชนในประเทศของตนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ อย่างเห็นความสำคัญและเข้าใจด้วย
จะเห็นได้ว่าอำนาจมีการเคลื่อนย้ายจากประเทศมหาอำนาจ (ทั้งในซีกโลกตะวันตกและตะวันออก) ไปยังผู้มีส่วนร่วมกลุ่มอื่นๆ เช่น จากประเทศมหาอำนาจดั้งเดิมไปยังประเทศอื่น (ซึ่งถูกมองว่าเป็นประเทศมหาอำนาจใหม่) และภาคประชาสังคม เป็นต้น ประชาชนโดยทั่วไปจึงกลายมาเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มใหม่ที่ครองอำนาจส่วนใหญ่ของโลก ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้ประชามติ ความคิดเห็น และการกระทำของประชาชน ฯลฯ มีผลกระทบอย่างมากต่ออำนาจของประเทศ นักการทูตสาย SP จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินการทูตสาธารณะเพื่อให้เข้าถึงประชาชน สร้างและรักษาทัศนคติเชิงบวก ความเข้าใจอันดี และความสัมพันธ์กับประชาชนในประเทศเป้าหมาย ทั้งนี้ก็เพราะเข้าใจดีว่า ประชาชนเหล่านั้นคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการกำหนดและปรับเปลี่ยนนโยบายในประเทศนั้นๆ อันจะสร้างความได้เปรียบในการดำเนินความสัมพันธ์ในระยะยาว