20/08/2021
เมื่อ COVID-19 ระบาดอีกครั้ง ก็ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องเหนื่อยกันมากขึ้น ไหนคุณพ่อคุณแม่จะต้อง Work From Home พร้อมๆ กับต้องเลี้ยงลูกน้อยไปด้วย แอบเหนื่อยไม่ใช่น้อยเลย วันนี้พวกเราเลยจะมาแนะนำวิธีที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทำงานที่บ้านได้คล่องตัวมากขึ้น และเลี้ยงเจ้าตัวน้อยได้อย่างแฮปปี้ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
-จัดตารางเวลาที่ชัดเจน
เมื่อจัดตารางเวลาเป็นของตัวเองจะทำให้รู้ว่าวันนี้คุณพ่อคุณแม่มีภารกิจอะไรบ้าง ทำงานอะไรบ้างกำหนดเวลาที่ชัดเจนไปเลย พอช่วงไหนว่างก็พักเบรกจากงานผ่อนคลายสักหน่อย
-คุยกับลูกให้เข้าใจ
ต้องคุยกับลูกให้เข้าใจก่อนว่าอยู่บ้านตลอดเวลาก็ไม่ใช่ว่าจะเล่นด้วยตลอดเวลา พ่อแม่ต้องทำงาน อาจลองตั้งกฎหรือทำข้อตกลงกับลูกน้อยไว้ก่อนก็ได้
-เตรียมกิจกรรมให้เจ้าตัวเล็ก
ลองหากิจกรรมอะไรให้ลูกทำ เช่น ให้โจทย์ลูกไปทำแล้วมาส่ง เล่นบอร์ดเกม ตั้งมุมวาดรูปให้ เป็นกิจกรรมให้ลูกได้พัฒนาสมองพร้อมกับความสนุก
-แบ่งหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่
เพื่อไม่ให้ใครบางคนเหนื่อยจนเกินไป สลับหน้าที่คอยช่วยเหลือกันและกัน แถมเจ้าตัวเล็กยังได้ใช้เวลาอยู่ด้วยทั้งคุณพ่อ และคุณแม่อีกด้วย
-ให้รางวัลลูกน้อยบ้าง
ถ้าเจ้าตัวเล็กทำตัวน่ารัก ไม่ป่วนช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานก็ให้รางวัลบ้าง อาจจะเป็นคำชม เพื่อให้เค้ารู้สึกดีที่ตัวเองก็สามารถช่วยเหลือพ่อแม่ได้
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก โรงพยาบาลสินแพทย์
20/08/2021
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง คืออะไร
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง คือโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ
ส่งผลให้ร่างกายติดเชื้อง่าย ไม่สบายบ่อย และรักษาให้หายขาดได้ยาก
ชนิดของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ภูมิคุ้มกันบกพร่องนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ตามสาเหตุของการเกิดโรคดังนี้
1.โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดปฐมภูมิ
2.โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดทุติยภูมิ
รู้ได้อย่างไร ว่าลูกเป็นโรคนี้
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีอาการที่บ่งบอกไว้ ดังนั้นถ้าพบว่าลูกมีอาการป่วยเหล่านี้เกินกว่า 2 อาการตามที่ระบุนี้ ควรพาไปพบแพทย์เผื่อหาสาเหตุของโรค และทำการรักษา
1.ติดเชื้อบ่อย
2.มีการติดเชื้อรุนแรง และรักษาไม่หายขาด
3.มีอาการผิดปกติอื่นๆ
การป้องกันการเกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ลูกเจ็บป่วยง่าย ก็คือการกินนมแม่นั้นเอง
20/08/2021
ลำพังแค่สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 เองก็ดูน่ากลัวมากแล้ว
ยิ่งถ้าเราหรือคนที่เรารักตั้งครรภ์ในสถานการณ์เช่นนี้
คงน่ากังวลใจมากยิ่งขึ้นไปใหญ่ เรามาดูข้อมูลกันดีกว่า
ว่าผู้หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงมากน้อยแค่ไหน และถ้าติดเชื้อขึ้นมา
จะส่งผลกระทบต่อคุณแม่และเด็กในครรภ์อย่างไรบ้าง?
ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงในหญิงตั้งครรภ์
หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงติดเชื้อพอ ๆ กับบุคคลทั่วไป
รายงานจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ในอังกฤษ เผยว่า
ผู้หญิงไม่ได้ติดเชื้อง่ายขึ้นขณะที่ตั้งครรภ์อยู่ นอกจากนี้ ประมาณ 2 ใน 3
ของผู้ป่วยโควิดในระหว่างตั้งครรภ์มักจะไม่แสดงอาการเลย
หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด คัดจมูก มีไข้ต่ำ และปวดเมื่อยตามตัว เป็นต้น
หอบเหนื่อยระหว่างตั้งครรภ์ ใช่โควิดหรือไม่?
อาการแบบไหน ต้องรีบไปพบแพทย์
ภาวะต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น เกิดขึ้นได้ทุกช่วงของการตั้งครรภ์
เพราะในช่วงเวลาที่ตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
รวมถึงขนาดของมดลูกที่ใหญ่โตขึ้นจนไปเบียดลิ้นปี่หรือกระบังลม
ให้ยกสูงขึ้นทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่
และยังต้องแบกรับน้ำหนักลูกน้อยในท้อง ทำให้คนเป็นแม่
รู้สึกเหนื่อย ปวดเมื่อย หายใจไม่สะดวกได้ง่าย
ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลพระราม9
20/08/2021
ปั๊มนมมีประโยชน์อย่างไร ทำไมต้องปั๊มนม?
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นนะคะว่าบางครั้งคุณแม่ก็อาจจะไม่มีเวลาว่าง
ให้นมเจ้าหนูได้ตลอดเวลา
ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้วการปั๊มนมก็ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ
ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมของคุณแม่ ทำให้ปริมาณน้ำนมของคุณแม่มากขึ้น
เก็บสำรองน้ำนมในกรณีที่ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือไม่สามารถกินน้ำนมแม่จากเต้าได้
เก็บสำรองน้ำนมไว้ใช้ในช่วงที่แม่ต้องหยุดการให้น้ำนมเนื่องจากมีผลข้างเคียงจากการใช้ยา
ช่วยบรรเทาอาการคัดเต้านม
เพิ่มโอกาสให้คุณพ่อได้ป้อนนม เพิ่มความคุ้นชินระหว่างพ่อลูกอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก Welbsnack
20/08/2021
10 กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ สร้างความแข็งแรง พร้อมเพิ่มความสุขให้ลูกรัก
กล้ามเนื้อมัดใหญ่ คือกล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน ขา เมื่อได้รับการฝึกฝนบ่อยๆ จะช่วยทำให้เด็กๆ ทรงตัวได้ดี ร่างกายแข็งแรง สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ตลอดจนมีทักษะการกีฬาที่ดี
การพัฒนากล้ามเนื้อ คุณแม่และคุณพ่อสามารถทำกิจกรรมกับลูกได้ง่ายๆ ที่บ้าน โดยมีกิจกรรมที่แนะนำ
1.เล่นลูกบอล
2.เทปทรงตัว
3.เล่นตั้งเต
4.ตีลูกโป่ง
5.ศิลปะบนใบไม้
6.เต้นตามเพลง
7.กระโดดเชือก
8.เล่นซ่อนหา
9.ด่านอุปสรรค
10. เลียนแบบท่าของสัตว์
อ้างอิงจากคนท้องดอทคอม
20/08/2021
ตารางการปั๊มนมสำหรับคุณแม่ทำงาน
-ปั๊มนมก่อนไปทำงาน
ควรปั๊มนมแม่ช่วงตี 5-6 โมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่ผลิตน้ำนมได้มากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่ได้พักผ่อนเต็มที่และฮอร์โมนโปรแลคตินที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำนมหลั่งสูงสุด
-ใช้เวลาปั๊มนมให้เหมาะสม
คุณแม่ควรใช้เวลาปั๊มนมแม่อย่างน้อยข้างละ10-15 นาที หากน้ำนมคุณแม่ออกมาได้ดีให้ปั๊มต่ออีก อย่างน้อยข้างละ 20-30 นาที เพื่อลดอาการคัดเต้าระหว่างวัน
-ปั๊มนมทุก 3 ชั่วโมง
คุณแม่ควรกะเวลาทุก 3 ชั่วโมง ปั๊มนม 1 ครั้ง ซึ่งจะเท่ากับจำนวนมื้อที่ลูกกิน เช่น ปั๊มนมจากบ้าน 6 โมงเช้า ปั๊มที่ทำงานเวลา 9 โมงเช้า, เที่ยง, บ่าย 3 โมง และกลับไปปั๊มนมที่บ้านตอน 6 โมงเย็น หรือจะให้ลูกดูดก็ได้ เพราะหากปั๊มนมห่างเกินกว่า 3 ชั่วโมง ปริมาณน้ำนมจะลดลง
-ใช้เครื่องปั๊มนมแบบปั๊มคู่
เพราะจะประหยัดเวลาในการปั้มนมได้มาก ใช้เวลาปั๊มครั้งละประมาณ 30 นาที ตรวจสอบเต้านมโดยการจับดูว่ายังมีน้ำหนักอยู่หรือไม่ เต้านมยวบหรือไม่ ถ้ายังรู้สึกว่านมยังไม่เกลี้ยงเต้าก็ให้ปั้มต่อไป เพราะจะได้นมส่วนหลังด้วย
-ปั๊มในที่ที่สะดวก
หากในสถานที่ทำงานไม่มีห้องให้นมแม่หรือมุมปั๊มนมที่สะดวก หรือคุณแม่ไม่สะดวกที่จะลุกจากโต๊ะทำงานไปปั๊มในห้องที่ลับตาคนบ่อยๆ ก็สามารถนั่งปั๊มนมที่โต๊ะทำงาน โดยใช้ที่ปั๊มนมแบบปั๊มมือ และใช้ผ้าคลุมสวมทับ โดยใช้แขนเพียงข้างเดียวดันที่ปั๊มนมทั้ง 2 ข้าง ส่วนอีกข้างยังทำงานได้
20/08/2021
Omotenashi おもてなし (อ่านว่า โอโมเตะนาชิ)
มีความหมายแบบตรงตัวเลยก็คือ Hospitality หรือ การเอาใจใส่
เป็นแนวคิดที่ญี่ปุ่นเริ่มหยิบยกมาใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา
โดยเริ่มต้นจากการสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ และนำมาพัฒนาต่อ
จนกลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้ดีกว่าเดิมนั่นเอง
บางครั้งเราอาจเรียกได้ว่านี่เป็น “การบริการด้วยหัวใจ”
จนสามารถสร้างความประทับใจผู้รับได้แบบไม่รู้ตัว
20/08/2021
การเลี้ยงทารกแรกเกิดถือว่าเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพราะนอกจากคุณพ่อคุณแม่จะต้องปรับตัวกับการเลี้ยงลูกแล้ว ยังต้องพบเจอกับเหตุการณ์และบททดสอบใหม่ ๆ ไม่ซ้ำวัน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันไปพร้อมกับการเติบโตของลูก
1. อุ้มลูกไว้ในอ้อมกอด
2. อุ้มลูกในท่าซูเปอร์แมน
3. ห่อตัวลูกน้อยด้วยผ้า
4. นวดสัมผัสลูกน้อย
5. เบี่ยงเบนความสนใจ
6. ร้องเพลงหรือพูดกล่อมลูก
7. เปิดเสียงรบกวนต่าง ๆ (White Noise)
8. ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก
9. ใช้จุกหลอก
10. จับลูกเรอ
อ้างอิงจาก kapook.com
20/08/2021
NIPT ย่อมาจาก Non-Invasive Prenatal Testing
เป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา
โดยวิเคราะห์จากสารพันธุกรรมดีเอ็นเอของทารก (Fetal cell-free DNA)
ที่อยู่ในกระแสเลือดของมารดา ซึ่งเป็นวิธีการตรวจคัดกรองที่มีความไวสูง 99%
และมีโอกาสเกิดผลบวกลวงต่ำ
โดย American College of Obstetrics and Gynecology (ACOG, 2015)
และ American College of Medical Genetics and Genomics (ACMG, 2016)
แนะนำให้ใช้ NIPT ในการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 (Down’s syndrome)
คู่ที่ 18 (Edward syndrome) และคู่ที่ 13 (Patau syndrome)
20/08/2021
ทำไมถึงต้องปั๊มนม ?
-แม่และลูกต้องแยกจากกัน
(เช่น เมื่อแม่ต้องกลับไปทำงาน)
-ทารกดูดนมได้ลำบากเนื่องจากเต้านมคัดแข็งมากเกินไป
(ปั๊มออกเล็กน้อยเพื่อให้ลานนมและหัวนมนิ่มลง)
-ทารกมีปัญหาในการดูดนมจากเต้า ทารกคลอดก่อนกำหนด
หรือสุขภาพอ่อนแอเกินกว่าจะดูดนมได้เอง
-แม่ต้องการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำนม
20/08/2021
👶 Yoboo ครอบคลุมทุกด้านการเลี้ยงลูก 👶
และได้รับความชื่นชมและแพร่หลายของคุณแม่ที่ประกอบอาชีพ
ช่วยคุณแม่เลี้ยงลูกได้ง่าย ช่วยสตรีสร้างความมั่นใจนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ปฏิบัติตามคำแนะนำที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ 2 ปีขององค์กรอนามัยโลก
ป้องกันให้เด็กเจริญเติบโตด้วยความประณีตของญี่ปุ่น
จากR&D ถึงการทดสอบ รับช่วงการให้นมลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
Yoboo ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ สถาบันวิจัยและโรงพยาบาลของญี่ปุ่น
พิจารณาทุกรายละเอียดเพื่อพัฒนาการทางสรีรวิทยาและจิตวิทยาของทารก
อีกทั้งยังทำให้คุณภาพชีวิตการเลี้ยงลูกของแม่ดีขึ้น