21/11/2025
AI ช่วยนักการตลาดในการวิเคราะห์จากข้อมูลการจ้องมอง (Fixation) และการกวาดสายตา (Gaze) ของผู้ซื้อระหว่างการเลือกสินค้าจนถึงการตัดสินใจเลือกสินค้า
โดยใช้ข้อมูลวิจัยที่พบว่าลำดับการดูสินค้าก่อนการตัดสินใจซื้อไม่ใช่เรื่องสุ่ม แต่การเลือกดูอย่างมีขั้นตอน (Sequential Visual Cue Selection)
เมื่อผู้บริโภคยืนอยู่หน้าชั้นวางสินค้าเช่นน้ำหอม เขาจะเริ่มต้นด้วยการกวาดสายตาเพื่อประเมินจะสนใจในตราใดดี โดยใช้ปัจจัยประมาณ 3 อย่าง (เช่น ราคา แบรนด์ บรรจุภัณฑ์) ในการเลือกขั้นต้น
จากนั้น ผู้บริโภคเริ่มดูบางปัจจัย เช่น ราคาของสินค้าชิ้นที่อาจชอบก่อน แล้วมองแบรนด์ของสินค้าชิ้นนั้น จากนั้นจึงสลับไปดูราคาหรือแบรนด์ของสินค้าชิ้นอื่น แล้วกลับมาดูสินค้าชิ้นแรกซ้ำ (Anchor-Based Comparison) มองในลักษณะนี้ซ้ำไปซ้ำมา
ในบางช่วง อาจมีการหันสายตาออกจากสินค้าชั่วคราว (Look Away To Decide) เพื่อให้สมองได้ประมวลผลและตัดสินใจ
สุดท้ายจะมีการจับจ้องสายตาไปที่สินค้าที่เลือกนานขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าตัดสินใจถูกต้อง และเตรียมจะตัดสินใจซื้อชิ้นนี้
@@@@@@@
ถ้าเป็นการซื้อผ่านออนไลน์ ผู้ซื้อก็ยังคงใช้วิธีลำดับการมองนี้ (Sequence of gaze)
ลูกค้าจะเริ่มมองที่รูปภาพสินค้าเพื่อประเมินรูปลักษณ์ และเลื่อนไปยังรายละเอียดราคาและชื่อสินค้า
จากนั้นจะตรวจสอบรีวิวหรือคำบรรยายเพื่อเพิ่มข้อมูลคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้านั้น
หลังจากนั้นจะมีการสลับกลับไปตรวจสอบรายละเอียดบางอย่าง เช่น ราคาหรือโปรโมชั่นอีกครั้งก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ
การมองที่ปุ่ม “เพิ่มลงตะกร้า” หรือสินค้าที่สนใจ ที่นานขึ้น หรือ กลับมามองหลายๆครั้ง บ่งบอกว่า กำลังจะตัดสินใจแล้ว
@@@@@@@
อ่านเพิ่มเติม
Behe BK, et. al. (2020), Seeing through the forest: The gaze path to purchase. PLoS One. 2020 Oct 9;15(10):e0240179. doi: 10.1371/journal.pone.0240179. PMID: 33036020; PMCID: PMC7546910.
None, A. I., et. al. (2025). Neuromarketing Insights for Predicting Consumer Purchase Intent. Journal of Marketing & Social Research, 2(9), 42-49.
Sylvain Castagnos, et. al (2010), Consumer decision patterns through eye gaze analysis. EGIHMI '10: Proceedings of the 2010 workshop on Eye gaze in intelligent human machine interaction, IUI '10: 15th International Conference on Intelligent User Interfaces Hong Kong China.
15/06/2024
การวิเคราะห์ข้อมูลและรูปแบบการซื้อเพื่อพยากรณ์
การตัดสินใจของลูกค้าในอนาคต เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Digital marketing ประสบความสำเร็จ
ซึ่ง Digital marketing ใช้ประโยชน์จาก Neuroscience และ AI
ในแบบ Basic นั้น เริ่มจากการติดตามพฤติกรรมผู้ใช้บนเว็บไซต์ เช่น
ความสนใจในส่วนต่างๆของหน้าเว็บ จุดที่คลิก การเข้า-ออกหน้าไหน ระยะเวลาในการใช้งาน ฯลฯ
เครื่องมือ Neuroscience ที่นิยมใช้ คือ Eye tracking ใช้วัดและบันทึกทิศทางและการเคลื่อนไหวของตา และ Facial Emotion Recognition วิเคราะห์และระบุความรู้สึกที่แสดงผ่านใบหน้าของคน
ข้อมูลที่ได้มานั้นมีจำนวนมาก ต้องใช้ AI ในการวิเคราะห์ เพื่อสรุปเนื้อหา
และสร้างเนื้อหาที่เฉพาะต่อความต้องการและความสนใจของลูกค้าแต่ละราย
ซึ่ง การติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณา ก็จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลที่อธิบายไว้ข้างต้น
🟥ผู้ประกอบการ SME ใช้ประโยชน์จากเทคนิคเหล่านี้ได้ เพราะมี app หลากหลายที่ช่วยในการวิเคราะห์ เช่น Mouseflow ให้ ข้อมูลอย่างละเอียดสำหรับทุกจุดสัมผัสของการเดินทางของผู้ใช้ 🟥
NIDA Management Insight Lab เป็นศูนย์วิจัยของคณะบริหารธุรกิจ นิด้า
ที่จะเผยแพร่ ความรู้ทางด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) ที่นำมาใช้ทางบริหารธุรกิจ
ศึกษาเพิ่มเติม:
https://mouseflow.com/blog/landing-page-performance-metrics/
https://ingestai.io/blog/ai-in-marketing
https://digitalmarketinginstitute.com/blog/ai-in-digital-marketing-the-ultimate-guide
https://blog.hubspot.com/marketing/ai-marketing
https://www.forbes.com/sites/forbesagencycouncil/2023/07/13/neuromarketing-the-future-of-marketing-strategy/
Image generated by Image Creator from Microsoft Designer
26/05/2024
NIDA MIL จะเปิด Neuroscience Lab อย่างเป็นทางการในปลายปีนี้
โดยการวิจัยเรื่อง"ความตระหนักทางจริยธรรมและการทุจริตคอร์รัปชั่น"
จะเป็นโครงการแรก ที่ใช้เครื่องวัดการทำงานของสมอง และ เครื่องวัดการจ้องมอง ที่มีคุณภาพสูง ในห้องปฏิบัติการณ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ
Photo credit: Canva AI Image Generator
23/05/2024
🔵ศูนย์ปัญญทัศน์เพื่อการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ นิด้า ร่วมมือกับ Hmong Cyber Social Enterprise และ Billion Destinations Co., Ltd. ในการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก ที่มุ่งไปที่ บ้านน้ำจวง ตำบลชาติตระกาล ที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ และเพิ่มรายได้ให้กับผู้สูงอายุในท้องถิ่น
🔵เครื่องมือทางด้านประสาทวิทยา จะถูกนำมาใช้ในการทดสอบและปรับปรุงสินค้าของฝากของท้องถิ่น และ ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว
🔵 ความรู้ที่ได้มานี้ จะทำการเผยแพร่ให้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่น เพื่อสร้างเอกลักษณ์ท้องถิ่นด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
cr รูปภาพจากม้งไซเบอร์
09/11/2023
คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
เปิดรับสมัคร อาจารย์ระดับปริญญาเอก ทางด้านบัญชี และการจัดการ
ติดต่อสอบถามได้ที่
โทรศัพท์ 02 – 727 3292 (คุณต่อพงศ์ เจริญเกียรติ) ในวันเวลาราชการ
Email :[email protected]
Line :
15/03/2023
การเปิดกิจกรรม “พัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นสู่การเป็นร้านค้าต้นแบบ” ปี 2566 วันพุธที่ 8 มีนาคม 2566 ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
https://localmoderntradedbd.biz/activity01/
06/02/2023
🔊🔔 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศเข้าร่วมการพัฒนายกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสู่การเป็น "ร้านค้าต้นแบบ" 🚩🚩 ประจำปี 2566
ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
🎯เพียงท่านเป็นนิติบุคคลที่มีรายได้10ลบ./ปีขึ้นไป และมีใจรักการพัฒนา📈💡
เตรียมพบกับสิทธิประโยชน์มากมายทั้งกิจกรรม ความรู้ดีๆ และการให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ👍👍👍
📍รู้จุดแข็ง ปรับจุดอ่อน โดยโค้ชชื่อดัง สู่การเป็น Outlet ชุมชนยุคใหม่
📍สร้างความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นจากทั่วประเทศ
📍ศึกษาดูงานจากร้านต้นแบบรุ่นพี่ที่มียอดขายหลักพันล้านต่อปี
พิเศษ❗️ผู้ที่ได้เป็น Best Practice 🏅
จะได้ทดลองใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายปังๆ 💰 💰ด้วยเครื่องมือ
💥เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ที่จะช่วยสร้างรายได้24ชม.
💥เครื่องมือด้านการตลาดประสาทวิทยา (Neuro marketing) ที่จะทำให้เข้าใจลูกค้าและตอบสนองความต้องการได้ตรงจุด
📌เปิดรับสมัครวันนี้ - 21 ก.พ. 66
📌ประกาศผลวันที่ 1 มี.ค. 66 ที่ www.dbd.go th
🔥ด่วนมีจำนวนจำกัด
สมัครเลยที่ 🌐 https://localmoderntradedbd.biz/join_project/
สอบถามเพิ่มเติม
คุณพิมพ์ใจ มะลิทอง
☎️02-116-1337
📱081-985-6993
12/01/2023
เคยไหม ฝันว่า หลงทาง ฟันหลุด ทำข้อสอบแต่ไม่ได้เตรียมตัวมา ฯลฯ
ไม่ทันจะแก้ปัญหาเหล่านี้ ก็ตกใจตื่น ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
จะเปลี่ยนเรื่องที่ฝัน หรือ ฝันให้จบทางดี ก็ไม่ได้ เพราะอยู่เหนือความควบคุมของเรา
นักประสาทวิทยา สนใจ การทำงานของสมองที่สร้างเรื่องราวในความฝัน
ความก้าวหน้าในการความคุมความฝันของเรา เริ่มมีความเป็นไปได้โดยวิธีการ Nudges
ผสมผสานกับ VR กับ การกระตุ้นการทำงานของสมอง โดยใช้ เสียง กลิ่น และ การสัมผัส
ทำให้ “อย่างน้อยในห้องทดลอง” นักวิจัยสามารถทำให้สมองฝันในสิ่งที่ต้องการได้
ในปี 2020 ที่ห้องทดลอง ของ Neilson ให้คนใส่แว่น VR แล้วทำการโผบิน
โดยขยับมือซ้ายหรือขวา ผ่านจุดต่างๆของภูมิทัศน์ของภูเขา
จากประสบการณ์นี้ เพียง 15 นาที ก็เพิ่มโอกาสที่คนจะฝันเรื่องการโผบิน
หลังจากตื่นมา เขารู้สึกตื่นเต้น และ ความสุข
ปี 2019 นักวิทยาศาสตร์ ของ Harvard และ MIT สร้างอุปกรณ์ชื่อ Dormio ที่จะส่งข้อมูล
ให้สมองช่วงเริ่มต้นของการนอน ที่คนยังได้ยินเสียง ในขณะที่ฝัน
ทำให้เนื้อหาของความฝันเป็นไปตามการชี้นำของเสียงที่ได้ยิน
Lucid Dreamer ที่แสดงไว้ในรูป เป็นอุปกรณ์ที่ติดไว้ที่หน้ผากช่วงนอน ตั้งเวลา แล้ว เลือกประเด็นที่จะฝัน
แนวความคิดของวิธีการนี้ คือ ตรวจวัดว่า เริ่มการฝัน จากการเกิดของคลื่นแกมม่า ที่สมองส่วนหน้า
อุปกรณ์นี้จะใช้แสงและเสียง ไปกระตุ้นสมองส่วนการมองเห็นและการได้ยิน
ขณะนี้ อุปกรณ์นี้อยู่ในการพัฒนา ยังไม่ออกขาย
(https://www.luciddreamer.com/technology/)
ประโยชน์ของการวิจัยนี้ จะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
สมองสร้างความจำและการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
มีความสุข เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น
ยิ่งกว่านั้น เริ่มมีการทดลอง ใช้ Dream hacking หรือ Dream Engineering ทางการตลาด
ที่จะสร้างทัศนคติที่ดีต่อตรา จนไปถึงทำให้คนอยากซื้อสินค้า
ต้องติดตามต่อไป ว่า การพัฒนาของการวิจัยทางด้านนี้
จะพัฒนาไปถึงทางใด และ ใช้ทางการบริหารธุรกิจได้อย่างไร
NIDA Management Insight Lab เป็นศูนย์วิจัยของคณะบริหารธุรกิจ นิด้า
ที่จะเผยแพร่ ความรู้ทางด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) ที่นำมาใช้ทางบริหารธุรกิจ
ศึกษาเพิ่มเติม:
https://news.mit.edu/2020/targeted-dream-incubation-dormio-mit-media-lab-0721
https://expmag.com/2021/06/what-do-you-want-to-dream-about-soon-you-may-be-able-to-choose/
http://thedreamengineers.com/news.html
https://www.trtworld.com/magazine/new-device-can-control-your-dreams-marketers-try-to-hack-52693
21/11/2022
น้องหมา เข้าใจคุณแค่ไหน
น้องหมาอาจไม่เข้าใจคำพูดของคน แต่สามารถรับรู้ความรู้สึกต่างๆ ของคนได้ เช่น ความเครียด ความกลัว หรือ ความสุข ผ่านการแสดงออกทางเสียง การทางใบหน้า หรือแม้แต่กลิ่นของมนุษย์
เมื่อคนเราเครียดจะมีปฏิกิริยาทางเคมีส่งผลให้เซลล์เกิดปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compounds (VOCs)) ผ่านทางการหายใจ ผ่านทางผิวหนัง ปัสสาวะ หรือน้ำลาย ซึ่งสารอินทรีย์ระเหยง่ายต่าง ๆ นั้น ต่างมีสัญญานบ่งบอกเมื่อเราเกิดความเครียด แต่สุนัขนั้นรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้ Wilson et al. (2022) ทดสอบความสัมพันธ์นี้ โดยให้คนแก้โจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ เพื่อให้เกิดความเครียดทางจิตแบบเฉียบพลัน และพบว่าสุนัขที่ร่วมการทดลองนี้ สามารถรับรู้ระดับความเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันนี้ของมนุษย์ ได้ค่อนข้างแม่นยำจากการกลิ่นในการหายใจและเหงื่อของกลุ่มผู้เข้าร่วมงานวิจัย
นอกจากการดมกลิ่นความเครียดของคนเราได้ สุนัขยังสามารถแยกแยะอารมณ์จากการเปล่งเสียงของคนได้ด้วย Siniscalchi et al. (2018) ได้ทดลองโดยใช้เสียงในรูปแบบต่างๆที่จะแสดงอารมณ์ของคน และพบว่าสุนัขใช้สมองซีกขวาในวิเคราะห์เสียงที่บ่งบอกถึงอารมณ์ทางลบเช่น ความกลัว ความโกรธ และความเศร้า และใช้สมองซีกซ้ายในการวิเคราะห์การเปล่งเสียงเชิงบวก เช่น เสียงที่มีความสุข เสียงหัวเราะ
สุนัขยังสามารถรู้รับอารมณ์ผ่านทางการแสดงออกทางใบหน้าของคนเราได้ด้วย Siniscalchi et al. (2018) พบว่าสุนัขจะหันหน้าของมันไปทางซ้าย เพื่อตอบสนองต่ออารมณ์โกรธ ความกลัว และความสุขของคนเรา จากการตอบสนองของการประมวลผลของสมองซีกขวาต่อสิ่งเร้าทางอารมณ์เหล่านี้ ในขณะการหันหน้าสุนัขไปทางขวานั้นจะตอบสนองต่อการแสดงออกของความประหลาดใจบนใบหน้าของคนเรานั้นเอง
ความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกของคนนี้ ทำให้เกิดความผูกพันระหว่างคนกับน้องหมาอย่างลึกซึ้ง และยังเป็นประโยชน์อื่นๆ เช่น น้องหมาช่วยผู้ที่มีอาการของ PTSD (โรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ) มีจิตใจสงบขึ้น เป็นต้น
นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของการศึกษาทางด้านประสาทวิทยาที่เกี่ยวกับสัตว์
NIDA Management Insight Lab เป็นศูนย์วิจัยของคณะบริหารธุรกิจ นิด้า
ที่จะเผยแพร่ ความรู้ทางด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) ที่นำมาใช้ทางบริหารธุรกิจ
ศึกษาเพิ่มเติม
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24946087/
https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0274143
https://www.nature.com/articles/s41598-017-18417-4
https://link.springer.com/article/10.3758/s13420-018-0325-2
https://www.theguardian.com/society/2015/nov/11/canine-ptsd-us-military-working-dogs
01/11/2022
ถ้าคุณเลือกการแต่งกายของแพทย์ มากกว่าหนึ่งรูป มีคำอธิบายดังนี้
จากงานวิจัยของ Bently และคณะ (2020) เกี่ยวกับการแต่งกายของสัตวแพทย์ในสหรัฐฯ ส่งผลต่อความประทับใจครั้งแรกของผู้นำสุนัขไปรักษาอย่างไร โดยใช้รูปการแต่งกายสี่แบบ คือ แต่งกายแบบทางการใส่เสื้อกาวน์ (เลขที่ 1), แบบทางการไม่มีเสื้อกาวน์ (เลขที่ 2), แบบชุดผ่าตัดและใส่เสื้อกาวน์(เลขที่ 3), และแบบชุดผ่าตัด (เลขที่ 4) พบว่า การแต่งกายส่งผลต่อความรู้สึกของเจ้าของสุนัข ผลวิจัยพบว่า สัตวแพทย์ที่ใส่ “เสื้อกาวน์” มีภาพพจน์ที่มีความสามารถมากกว่า และรู้สึกสบายใจในการติดต่อ
งานวิจัยชนิดนี้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ “ความประทับใจครั้งแรก” (First Impression)
เมื่อพบกันครั้งแรก สมองจะสร้างความประทับใจครั้งแรก เพื่อสรุปว่ารู้สึกอย่างไรกับคนที่แรกพบ ชอบหรือไม่ชอบ เป็นขบวนการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที สมองประมวล “ความประทับใจครั้งแรก” จาก เครื่องแต่งกาย และองค์ประกอบอื่น เช่น รถยนต์ที่ใช้ หรือ ผู้ติดตาม และ การแสดงออกทางภาษากาย เช่น การแสดงออกทางหน้าตา วิธีการเดิน การขยับตัว หรือ การพูด
สมองจะทำงานหนักเป็นสองเท่า โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์ (Amygdala) ประเมินความน่าเชื่อถือ และส่วนที่เกี่ยวกับการตัดสินใจทางเศรษฐกิจและการคาดการณ์ผลประโยชน์ที่จะได้รับ (Posterior cingulate cortex) การประเมินจากข้อมูลใหม่นี้ มักจะไม่พอเพียง สมองจึงต้องใช้ข้อมูลเดิมที่มีอยู่ เช่น คนรูปร่างเช่นนี้ น่าจะมีพฤติกรรม หรือ พื้นเพ เป็นแบบนี้ เป็นต้น
จากข้อมูลเหล่านี้ คนเราจะคาดการณ์ว่า ผู้ที่พึ่งพบประสบความสำเร็จหรือไม่ บุคลิกภาพเป็นอย่างไร ที่อยู่อาศัยเป็นอย่างไร ฐานะของครอบครัวอยู่ในระดับใด ฯลฯ และตัดสินใจว่า คนนี้น่าไว้ใจหรือไม่ มีความสามารถในระดับใด และควรจะมีปฏิสัมพันธ์ด้วยหรือไม่ ถ้าประเมินความประทับใจครั้งแรกนี้ไปทางบวก เราก็อยากจะอยู่ใกล้และทำงานร่วมกัน แต่ถ้าประเมินไปทางลบ เราก็จะเกิดความลำเอียงและเกิดอคติต่อคนที่เราพึ่งพบ
ความประทับใจครั้งแรกนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสถานที่ ภาพพจน์ของกิจการ ภาพลักษณ์ของตราสินค้า ประเทศ ฯลฯ เมื่อเราเดินเข้าไปในบริษัทที่ตกแต่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับอีกบริษัทหนึ่งที่เป็นสำนักงานเก่าๆ ความประทับครั้งแรกจะเกิดขึ้นทันที และสมองจะตีความไปต่างๆ นาๆ
ความประทับใจครั้งแรกนี้ ส่งผลพฤติกรรมและความเชื่อของเรา เช่น
- ในการสมัครเข้าทำงาน ถ้าความประทับใจครั้งแรกเป็นเชิงลบ ก็ทำให้ไม่อยากจะรับผู้สมัครนี้ ไม่ว่าใบประวัติการทำงานของเขาจะดีมากอย่างไรก็ตาม
- พนักงานที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ จะได้รับการประเมินให้ขึ้นตำแหน่งที่สูงขึ้น น้อยกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติ
- ผู้หญิงที่หน้าเด็กจะได้รับการส่งเสริมให้ทำงานที่เป็นผู้ตามและงานบริการที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเป็นมิตร ส่วนผู้หญิงที่หน้าตามีอายุหรือมีลักษณะคล้ายชาย จะได้การส่งเสริมให้ทำงานเป็นผู้นำหรือความรับผิดชอบที่สูงขึ้น
- คนที่ใส่นาฬิกาจะได้รับการประเมินว่า ให้ความสำคัญกับการตรงเวลามากกว่าคนที่ไม่ใส่
- ฯลฯ
ความประทับใจครั้งแรก เปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องใช้เวลา
- มีงานวิจัยชี้ว่าต้องพบกันอย่างน้อยอีกแปดครั้ง และต้องทำให้สมองรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ทางบวกถึงจะเปลี่ยนความประทับใจครั้งแรกได้ การพบกันสั้นๆและมีการปฏิสัมพันธ์รูปแบบที่สมองคาดการณ์ได้ เช่น การส่งอีเมล์ไปขอบคุณหลังจากการสัมภาษณ์งาน หรือ การให้ของขวัญเล็กๆน้อยๆ ซึ่งการจะเปลี่ยนแปลงนี้ต้องใช้เวลา และพฤติกรรมที่แสดงออกมาต้องสม่ำเสมอ
- การขอคำแนะนำ ในเรื่องที่คนที่เราต้องการสร้างความประทับใจ เชื่อเขาคิดว่าตัวเองมีความชำนาญ หรือ ตอบได้ไม่ยาก
- ฯลฯ
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก Link บทความข้างล่าง
หากมีคำถาม ผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์ MIL ยินดีให้คำปรึกษา
NIDA Management Insight Lab เป็นศูนย์วิจัยของคณะบริหารธุรกิจ นิด้า
ที่จะเผยแพร่ ความรู้ทางด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) ที่นำมาใช้ทางบริหารธุรกิจ
ศึกษาเพิ่มเติม
E. Bentley, H. Kellihan, C. Longhurst, R. Chun (2020), “Effect of attire on client perceptions of veterinarians,” The Veterinary Journal,
Volume 265, https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1090023320301271
https://www.executive-impressions.com/blog/not-waste-7-seconds-first-impression
https://www.psychologicalscience.org/observer/studying-first-impressions-what-to-consider
https://julitadavies.com/neuroscience-first-impression/
https://kstarr.com/the-neuroscience-of-first-impressions/
https://www.forbes.com/sites/work-in-progress/2015/02/10/the-do-over-how-to-correct-a-bad-first-impression/?sh=556a432755f6
https://mamcjms.in/article.asp?issn=2394-7438;year=2018;volume=4;issue=2;spage=88;epage=92;aulast=Sachdeva;type=3