24/05/2025
Final call ค่าาาาา
หลุด 2 ที่นั่ง
7-8 มิย นี้ค่ะ
รับรองว่าเซอไพร้สเพียบบบบบบ
ข่าวสาร workshop ต่างๆของแชทค่ะ
เรื่อง กา?
24/05/2025
Final call ค่าาาาา
หลุด 2 ที่นั่ง
7-8 มิย นี้ค่ะ
รับรองว่าเซอไพร้สเพียบบบบบบ
27/06/2024
อาการวีนฉ่ำในคนที่เรียบร้อย พูดน้อย
เกิดได้จากหลายสาเหตุ
ถ้าไม่เป็นเพราะโรคประสาทแต่กำเนิด
ก็มักจะพบเจอในกลุ่มคนที่เป็น
"People pleaser"
กล่าวคือ คนที่มีนิสัยตามใจคนอื่น
โดยคิดว่าความคิดเห็น
และความรู้สึกของคนอื่น
สำคัญกว่าความต้องการ
และความรู้สึกของตัวเอง
หลายครั้งจึงยอมปรับเปลี่ยนตัวเอง
เพื่อให้คนอื่นสบายใจ
การเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้
และใส่ใจผู้อื่นอาจเป็นเรื่องที่ดี
แต่หากตามใจคนอื่นมากเกินไป
จนลืมนึกถึงตัวเอง
ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต
นานวันไปก็เหมือนกับระเบิดเวลา
ตู้มมม!!! กลายเป็นโกโก้ครั้นช์
นี่จึงเป็นสาเหตุว่า
คนที่เรียบร้อย พูดน้อย
ทำไมจู่ๆถึงลุกขึ้นมาวีนฉ่ำ
จนคนรอบข้าง งงกันเป็นแถบๆ
แล้วถ้าไม่อยากเป็นแบบนี้
ควรทำอย่างไรคะ?
คำตอบง่ายมาก
ก็แค่ต้อง Set Boundaries
หรือการกำหนดขอบเขตของตัวเอง
เช่น อะไรที่เราชอบ หรือไม่ชอบ
ต้องการ หรือไม่ต้องการ
ต้องสื่อสารออกมาให้ชัดเจน
อย่างตรงไปตรงมา
เพื่อให้คนอื่นรับทราบ
และไม่ก้าวข้ามเข้ามา
ในพื้นที่ขอบเขตของเรา
เรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างคนมีอารยะ
เมื่อมีคนหยิบยื่นในสิ่งที่เราไม่ต้องการ
กล้าหาญยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง
ดีกว่าเบียดเบียนตัวเองจนทนไม่ไหว
และต้องประสาทเสียออกมาทีหลัง
มันดูไม่คูลนะคะ ฝากไว้ให้คริส!!
"Don't be afraid to be a bitch"
#เจ๊อย่าวีน
#รักตัวเองไม่เจ็บเลยสักวัน
07/06/2024
The red car theory
ทฤษฎีรถสีแดง
ใครที่ชอบตัดพ้อกับตัวเอง
ว่าทำไมชีวิตฉันช่างโชคร้าย
ไม่เคยได้รับโอกาสดีๆ
เหมือนคนอื่นบ้างเลย
มันเหนื่อย มันท้อ มันสิ้นหวัง
โชคชะตาไม่เข้าข้างฉันเลย
ใครชอบคิดแบบนี้
ยอมรับมาซะดีๆ
วันนี้แชทแชร์
จะพาคุณมาเบิกเนตร
ให้คุณกลายเป็นคนที่
มีดวงตาเห็นธรรม
ได้พบเจอกับความโชคดี
บ่อยเท่าที่ใจคุณต้องการ
กับทฤษฏีนี้
The red car theory
หรือทฤษฎีรถสีแดง
ถ้าวันนี้แชทถามคุณว่า
ระหว่างทางที่คุณนั่งรถไปทำงาน
คุณเห็นรถสีแดงบ้างไหม?
แล้วถ้าเห็น คุณเห็นกี่คัน?
แชทเชื่อว่าน้อยคนนัก
ที่จะตอบคำถามนี้ได้
เพราะมันเป็นคำถามที่
ถามง่าย แต่ตอบยาก
ยากเพราะคุณไม่ได้โฟกัสมัน
จิตใจคุณอาจจะจดจ่ออยู่กับ
การรีบไปเข้างานให้ทันเวลา
ทั้งๆที่จริงๆแล้วคุณอาจจะ
นั่งรถผ่านรถสีแดงมาแล้ว
เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
แต่ตรงกันข้าม
ถ้าวันนี้คุณมีโจทย์ในใจ
ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน
ว่าฉันจะต้องหารถสีแดงให้เจอ
คุณก็จะมองเห็นมันอยู่เกลื่อนถนน
อย่าว่าแต่การนับจำนวนเลย
ยี่ห้อ รุ่น หรือแม้แต่เลขทะเบียน
คุณก็จะจดจำดีเทลของมันได้ดี
เช่นเดียวกับโอกาสค่ะ
บางครั้งความโชคดี
ก็ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ
แต่เราต้องหัดมองหามัน
ให้เจอซะก่อน
เราถึงจะได้สัมผัสมัน
โอกาสก็เหมือนกับรถสีแดง
ที่วนเวียนอยู่รอบตัวเรา
และสามารถพบเจอได้ง่าย
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เรา
มองเห็นหรือไม่นั้น กลับเป็น
"มุมมองของเรา"
แล้วจะมองสิ่งรอบตัวยังไง
ให้ค้นพบโอกาส?
ทำง่ายๆแค่นี้ค่ะ
“มีเป้าหมายและพยายาม
มองเป้าหมายเหล่านั้นเสมอ”
จดจำเป้าหมาย
ที่เราต้องการไปถึงให้ขึ้นใจ
แล้วหลังจากนั้น
เราจะเริ่มสังเกตเห็นโอกาส
ที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น
ได้ง่ายขึ้น
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
30/05/2024
บรีฟเรือรบ งบเรือเป็ด
รับมืออย่างไรดีคะ?
เคยไหมคะ รับบรีฟงานจากลูกค้า
ที่มีความต้องการสู๊งงงง
คุณภาพงานต้องเนี๊ยบ
ของานพรีเมี่ยม เกรดไฮเอนด์
งานของพี่ต้องลักชูเท่านั้น!!!
แต่พอพูดถึงงบแล้วน้านนน....
มีให้แค่พอไปซื้อข้าวไข่เจียวที่ปากซอย
ขอไข่2ฟองแม่ค้ายังมองแรงใส่เลยค่าาา
บรรดาAE หรือ เอเจนซี่ ทั้งหลาย
เจอแบบนี้คงแอบกรี๊ดอยู่ข้างใน
"อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ
บอกให้เธอฟังไม่ได้สักคำ"
เพลงนี้ต้องลอยเข้ามาทันที
เอาล่ะค่ะ ถ้าคุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้
เราคือเพื่อนกัน 55555
วันนี้แชทแชร์จะพาทุกคน
มาหาทางรอดจากวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
เริ่มเลอ...
• เรื่องแรกที่แชทอยากแนะนำก็คือ
ถ้าลูกค้าบอกว่าอยากได้เรือรบ
เราต้องกลับมาคิดก่อนว่า
อะไรที่ทำให้ลูกค้ามีความต้องการแบบนั้น
สเต็ปต่อมาคือ เราต้องคิดให้ได้ว่า
เรือรบจำเป็นกับลูกค้าจริงๆหรือเปล่า
มันคุ้มค่าในการลงทุนไหม
สุดท้ายเราอาจจะพบว่า
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมีเรือรบก็ได้
เพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์ที่แท้จริง
ลูกค้าอาจเป็นแค่คนหาปลา
ที่ต้องการเรือประมง
ประดับอาวุธนิดหน่อย
เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวจากโจรสลัด
สเป็กอาจจะไม่ต้องพร้อมรบขนาดนั้น
• แต่ถ้าเรากลับมาคิดแล้วพบว่า
ต้องเป็นเรือรบนี่แหละถึงตอบโจทย์จริงๆ
เพราะลูกค้าเป็นทหารหาญ
ต้องใช้เรือรบเพื่อทำศึกสงคราม
เราก็ต้องบอกลูกค้าไปตรงๆแต่แรกเลยว่า
จะสร้างเรือรบได้ต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง
และต้องใช้งบประมาณขนาดไหน
ทีนี้ก็เป็นการบ้านของลูกค้าแล้ว
ว่าจะหาเงินจำนวนนี้มาจากไหน
เพราะบางทีลูกค้าอาจจะไม่รู้ Process
เลยทำให้นึกภาพไม่ออก
ถ้าจนแล้วจนรอดงบก็ยังไม่ถึงจริงๆ
มันไปได้แค่เรือเป็ด
เราและลูกค้าจะได้ช่วยกันคิด
ว่าจะเอาอย่างไรต่อ
• จำไว้ว่าเงินไม่ใช่สิ่งเดียว
ที่กำหนดคุณภาพของงานได้
เคยได้ยินไหมคะ
"กันดารคือสินทรัพย์"
บางครั้งความขาดแคลน
หรืออุปสรรคต่างๆ
มันก็ช่วยขับเคลื่อนให้เรา
ใช้ความคิดสร้างสรรค์
และหาทางออกใหม่ๆ
เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ
ถ้าทุกอย่างมันพร้อมไปหมด
เราเองก็คงไม่ได้พัฒนาตัวเอง
สรุป คีย์เวิร์ดของเรื่องนี้คือ
เราต้องเข้าใจ และหาให้เจอว่า
ความต้องการที่แท้จริง
ของลูกค้า คืออะไร
และเราต้องอธิบาย
ให้ลูกค้าเข้าใจให้ได้ว่า
มันมีขั้นตอนกี่ขั้นตอน
กว่าจะฝันของลูกค้าจะเป็นจริง
อุปสรรคคืออะไร
เมื่อต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันแล้ว
เมื่อนั้นแหละค่ะ
งานถึงจะเดินต่อไปได้
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
27/05/2024
Psychopath
บุคลิกภาพอันตราย
สอนพัฒนาบุคลิกภาพมาก็เยอะ
สอนอ่านภาษากายมาก็แยะ
จะไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยก็คงจะยังไงๆอยู่
เพราะเรื่องที่แชทจะมาแชร์ในวันนี้ก็คือ
Psychopath (ไซโคพาธ)
ซึ่งเป็นชื่อเรียกของโรคจิตเภทชนิดหนึ่ง
ที่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพขั้นรุนแรง
เรียกว่าถ้าคุณกำลังเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้
อยู่ล่ะก็... แชทบอกได้คำเดียวเลยค่ะ
"หนีไปปปปป!!!"
Psychopath คือโรคบุคลิกภาพผิดปกติ
แบบต่อต้านสังคม หรือภาษาอังกฤษ
เรียกว่า Anti-social Disorder
ลักษณะเด่นๆของคนที่เป็นโรคนี้ก็คือ
1. เขาจะไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
2. ไม่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
3. มีพฤติกรรมที่ขัดแย้ง
กับบรรทัดฐานทางสังคม
4. ละเลย หรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น
5. ไม่สามารถแยกแยะได้
ระหว่างถูกหรือผิด
6. มีแนวโน้มที่จะโกหกบ่อยๆ
7. ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย
8. มีความยากลำบากในการแสดง
ความสำนึกผิด หรือความเห็นอกเห็นใจ
เรียกว่าขาด Empathy แบบ100%
ซึ่งนั่นง่ายมากที่จะทำให้เขาตัดสินใจ
ลงมือทำอะไรที่ไม่ดี
หรือสิ่งที่เราไม่คาดคิด
เช่น เป็นอาชญากร หรือฆาตกรได้เลย
แต่ก่อนที่ทัวร์จะลง
แชทต้องขอบอกก่อนว่า
ไม่ใช่ว่าบุคคลที่มีบุคลิกภาพ
ต่อต้านสังคมทุกคนจะเป็นคนโรคจิต
และไม่ใช่คนโรคจิตทุกคนจะแสดง
พฤติกรรมที่ก่ออาชญากรรมนะคะ
มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก
ดังนั้น ผู้ที่มีแนวโน้มที่จะมีอาการทางจิต
ควรปรึกษาจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา
เพื่อหาคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างถูกต้องค่ะ
เจตนาในการนำเสนอเรื่องนี้
แชทเพียงแค่อยากให้ทุกคน
สังเกตความรู้สึกของตัวเอง
และพฤติกรรมของคนรอบข้าง
เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อทางอารมณ์
และรักษาขอบเขตปลอดภัย
ให้ตัวเองเท่านั้น
ไม่ใช่ให้เราเอาข้อสังเกตเหล่านี้
ไปตัดสินคนอื่นนะคะ
เพราะเอาเข้าจริงแล้ว
เรื่องนี้มันก็ใกล้ตัวกว่าที่ทุกคนคิด
เคยมีงานวิจัยของต่างประเทศ
พูดถึงเรื่องนี้ว่า กลุ่มคนที่
ประสบความสำเร็จในชีวิตมากๆ
อย่าง CEO บริษัทใหญ่ๆ
นักการเมือง ศิลปิน ดารา ฯลฯ
ส่วนมากเป็น Psychopath
เพราะคนที่เป็น Psychopath
มักจะมุ่งเน้นทำทุกวิถีทาง
เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ฉะนั้น ถ้าเป้าหมายของเขาเป็นเรื่องดี
ก็ถือว่าดีไป แต่ระหว่างทาง
กว่าที่เขาจะถึงเป้าหมาย
ถ้าเขาต้องเหยียบหัวใคร
หรือต้องกำจัดศัตรู อุปสรรค
เขาก็ไม่ลังเลที่จะทำ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า
ทำไม Psychopath
ถึงมีโอกาสไปถึงจุดหมาย
ที่ยิ่งใหญ่ได้เร็วกว่าคนกลุ่มอื่นๆ
ก็เพราะเขาไม่สนว่ามือตัวเอง
จะเปื้อนเลือดหรือไม่
ขณะที่คนธรรมดาทั่วไป
คงไม่เหี้ยมหาญ
หรือกล้าที่จะทำร้ายคนอื่น
เพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
16/05/2024
ปลายเท้าบอกความสนใจ
เราจะรู้ได้ยังไงคะ ว่าคู่สนทนาของเรา
เขากำลังสนใจในสิ่งที่เราพูดอยู่หรือเปล่า?
วันนี้แชทมีทริคเล็กๆในการอ่านใจคน
จากภาษากายที่เขาแสดงออกมาฝาก
ต่อให้ปากเขาไม่พูดออกมา
แต่ร่างกายมันกำลังตะโกนบอกค่ะ
นอกจากสีหน้าที่บ่งบอกความสนใจได้แล้ว
ปลายเท้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บ่งบอกได้เช่นกัน
และส่วนใหญ่แล้วมักจะเผลอแสดงออกมา
แบบที่เจ้าตัวเขาไม่รู้ตัวอีกต่างหาก
เพราะปกติแล้วปลายเท้าของคนเรา
จะชี้ไปในทางที่เขาอยากจะไป
หรือชี้ไปหาคนที่เขากำลังสนใจที่สุดค่ะ
ถ้ามีคนกำลังยืนคุยกับคุณ
แล้วปลายเท้าเขาชี้มาที่คุณเป็นตัว V
(แสดงว่าลำตัวของเขา
กำลังเปิดแล้วหันมาที่คุณเช่นกัน)
นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า
เขากำลังสนใจสิ่งที่คุณพูด 100%
แต่ถ้าขณะที่ยืนคุย
แล้วปลายเท้าของเขาเริ่มหันออก
หรือชี้ไปที่ประตู นั่นหมายความว่า
เขาเริ่มหมดความสนใจ
และอยากจะไปแล้ว
หรือในขณะที่ยืนคุย
คู่สนทนาของเราเริ่มถ่ายน้ำหนักไปมา
ระหว่างขาทั้งสองข้าง
แบบนี้ก็เป็นสัญญาณที่บอกว่า
เขาเริ่มเบื่อแล้วเหมือนกันค่ะ
ทีนี้มาดูต่อในท่านั่งคุยกันบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นท่านั่งแบบไหน
จะไขว่ห้าง ยืดขา หรือนั่งปกติ
ก็ให้สังเกตที่ปลายเท้าเช่นกัน
ถ้าคุณนั่งอยู่ข้างหน้าเขา
แล้วปลายเท้าเขาชี้มาที่คุณ
ยินดีด้วยค่ะ เขากำลังสนใจในตัวคุณ
ยิ่งไปกว่านั้นถ้าคู่สนทนาของคุณ
นั่งยืดขาสบายแล้วปลายเท้าชี้ขึ้นฟ้า
นั่นแสดงว่าเขากำลังตื่นเต้น
กับสิ่งที่คุณกำลังพูดมากๆ
แต่ถ้าขณะที่นั่งคุยกันเขาเริ่มมีการเบี่ยงตัว
แล้วปลายเท้าของเขาชี้ออกไปที่อื่น
แสดงว่าความสนใจของเขาไม่ได้อยู่ที่คุณ
และหากขณะที่กำลังนั่งคุยอยู่
แล้วคู่สนทนาของคุณเริ่มไขว่ขาไปใต้เก้าอี้
พร้อมกับปลายเท้าจิกลงที่พื้น
นั่นเป็นภาษากายที่บอกว่า
เขากำลังรู้สึกอึดอัด และไม่สบายใจ
ยิ่งถ้ามีการกอดอกร่วมด้วยยิ่งชัดค่ะ
นอกจากนี้การเตะปลายเท้าไปมา
หรือการเตะขึ้นลงเหมือนกำลังตีขาในน้ำ
มันเป็นท่าที่ดูเหมือนจะสบายผ่อนคลาย
แต่จริงๆแล้วมันกำลังแฝงความประหม่า
และกังวลของคู่สนทนาอยู่นะคะ
เห็นไหมคะ ว่าแค่เท้า หรือปลายเท้า
บางครั้งก็บ่งบอกความรู้สึก
และแสดงออกถึงความสนใจของคู่สนทนา
ได้มากกว่าคำพูดของพวกเขาซะอีก
ถ้าชอบความรู้ดีๆเกี่ยวกับภาษากาย
และจิตวิทยาในการอ่านใจคนแบบนี้
แชทแนะนำหนังสือเล่มนี้เลยค่ะ
[Body Talks]
รู้ทันความลับที่อีกฝ่ายไม่พูด
แต่ร่างกายตะโกน
เป็นหนังสือที่แชทตั้งใจเขียนมาก
และรวบรวมเอาประสบการณ์ทั้งหมด
ที่แชทได้สอนในองค์กรชั้นนำระดับประเทศ
มาไว้ให้ในเล่มนี้แล้ว หาซื้อได้แล้ว
ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปค่ะ
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
13/05/2024
สร้างอนาคต หรือ มีความสุขกับปัจจุบัน
เคยสงสัยกับตัวเองไหมคะว่า
ระหว่างการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน
เพื่อสร้างอนาคตให้มั่นคง
กับการปล่อยวางบางสิ่งบางอย่าง
เพื่อที่จะได้มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน
สรุปแล้วเราควรจะเลือกอะไร
ถึงจะได้ขึ้นชื่อว่า
เป็นคนที่สำเร็จอย่างแท้จริง
และจะไม่เสียใจภายหลัง
หากเราใช้ชีวิตอย่างไม่วางแผน
ไม่เผื่ออนาคตเลย ก็คงจะเป็นการประมาท
ได้เงินมาเท่าไหร่ก็ใช้จนหมด ไม่เหลือเก็บ
หากวันหนึ่งการงานสะดุด
ไม่สามารถหาเงินได้เหมือนเดิม
คุณภาพชีวิตก็ดิ่งลงเหวได้ง่ายๆ
ตรงกันข้าม คนที่ทำทุกอย่างเพื่ออนาคต
อยากเก็บเงินให้ได้ตามเป้าก่อนเกษียณ
จึงใช้จ่ายอย่างกระเบียดกระเสียร
กินน้อย เที่ยวน้อย แบ่งปันน้อย
แต่ดันโชคร้าย หรือค้นพบว่า
จริงๆแล้วชีวิตมันไม่ได้มั่นคงอย่างที่คิด
บางทีเราทำทุกอย่างถูกต้องที่สุดแล้ว
แต่ชีวิตมันก็ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
เพราะไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่า
ชีวิตนี้จะยืนยาว
หรือเราจะมีสุขภาพที่ดีจนแก่เฒ่า
ลองคิดดูว่าถ้าเรามัวแต่ใช้วันนี้เพื่ออนาคต
แล้วเกิดอนาคตมันไม่ได้ยืนยาว
อย่างที่เราคาดการณ์เอาไว้
เราจะไม่เสียดายคืนวันที่ผ่านมาเลยหรือ?
พอมองเห็นสัจจะธรรมเหล่านี้บ่อยเข้า
มันทำให้แชทตกผลึกกับตัวเองได้อย่างนึง
คือ สิ่งที่มันดูเหมือนขัดแย้งกัน
แต่จริงๆแล้วเราต้องการมันทั้งคู่
ดังนั้น เราจึงต้องเป็นคนทั้งสองแบบ
แล้วเลือกใช้แต่ละคุณสมบัติเหล่านั้น
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ที่เรากำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า
เราต้องพร้อมจ่ายเพื่อแลกกับ
ความสุขของวันนี้ ที่คาดว่า
ในอีก 5 หรือ 10ปี ข้างหน้า
เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำมันอีก
ขณะเดียวกัน เราก็ต้องรู้จัก
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
กับสิ่งที่มันยังไม่จำเป็นกับเราในวันนี้
แต่ในอีกหลายปีข้างหน้า
เรามีแนวโน้มว่าต้องใช้มันแน่ๆ
การที่เราต้องการของสองสิ่งที่ดูย้อนแย้ง
ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามันจะมีอะไรผิด
ก็คงผิดที่ความเชื่อของเราที่มองว่า
อันนี้ขาว ฉะนั้นสิ่งตรงข้ามต้องเป็นดำเสมอ
ซึ่งมันไม่จริงเสมอไป โลกนี้ยังมีตรงกลาง
ยังมีสีเทาๆอยู่อีกหลายเฉด
อย่ายึดติดกับอะไรมากเกินไป
จนติดกับดักความคิดของตัวเองนะคะ
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
07/05/2024
เผลอแชร์เรื่องส่วนตัวเยอะเกินไป
"นอยอ่า ไม่น่าพูดออกไปเลย"
พูดเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
จนมารู้สึกแย่กับตัวเองทีหลัง
บางเรื่องไม่มีใครถามด้วยซ้ำ
แต่ก็เป็นเราเองนี่แหละ
ที่แฉตัวเองจนหมดเปลือก
ไหนใครเคยเป็นแบบนี้บ้างคะ
ยกมือสารภาพมาซะดีๆ
การแชร์เรื่องส่วนตัวกับคนที่ไว้ใจได้
หรือการ Deep talk นั้น
ถ้าเราเลือกพูดให้ถูกคน ถูกกาลเทศะ
แชร์อย่างพอดีเพื่อเป็นวิทยาทาน
หรือเป็นประโยชน์กับผู้อื่น
อันนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีค่ะ
แต่กับบางครั้งก็เบรกแตก
เผลอพูดไปในสถานการณ์
ที่ไม่เหมาะ ไม่ควร
อันนี้ก็พาให้เรากลุ้มใจย้อนหลังเอาได้ง่ายๆ
วันนี้แชทจะพาคุณที่มีพฤติกรรมแบบนี้
มาสำรวจตัวเองกันค่ะ ว่าลึกๆแล้ว
คุณมีปมเหล่านี้ตกค้างอยู่ในใจหรือเปล่า
1. ต้องการคนรับฟัง
ใช่ค่ะ คุณอาจจะเคยถูกละเลย
ถูกมองข้ามความรู้สึก ขาดคนรับฟัง
คุณจึงอยากได้รับความสำคัญบ้าง
อยากให้ใครๆเข้าใจคุณ
คุณจึงพยายามที่จะสื่อสาร
สิ่งที่อยู่ข้างในจิตใจออกมา
จนบางทีก็ลืมไปว่า
ไม่ใช่ทุกคนที่หวังดีกับคุณ
2. ต้องการปกป้องตัวเอง
คุณอาจเป็นคนที่ถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ
หรือมีประสบการณ์แย่ๆเกี่ยวกับ
การถูกเข้าใจผิด จนทำให้ฝังใจ
คุณจึงรู้สึกว่าตัวเองต้องพูดให้เยอะ
แชร์ให้เยอะ คนอื่นจะได้เข้าใจคุณ
และคุณจะได้ไม่เจ็บปวดแบบนั้นอีก
3. คุณอึดอัดที่ต้องอยู่
ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด
คุณรู้สึกว่าความเงียบ ความตึง
คือความไม่ปลอดภัย
คุณเลยพยายามใช้การพูด
ใช้การแชร์ประสบการณ์
เพื่อละลายพฤติกรรมของคู่สนทนา
และในเคสที่เป็นหนักมากๆ
ก็อาจจะถึงขั้นทำให้ตัวเองเป็นตัวตลก
ทำตัวบ้าๆบอๆ บ๊องๆ ด้อยค่าตัวเอง
เพื่อทำให้คนอื่นหัวเราะ
แล้วตัวเองจะได้ไม่ต้องทน
อยู่ในความเงียบนั้น
ทีนี้มาดูวิธีแก้กันบ้างค่ะ
อันดับแรกเลยคือเราต้องมีสติ
รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า
เฮ้ยย ฉันกำลังพูดเยอะไปแล้วนะ
ถามตัวเองว่า เราต้องการอะไร
จากการพูดในครั้งนี้
มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน
ที่ต้องพูดรายละเอียดที่สำคัญ
และหากเราอยากทำให้บรรยากาศ
ในการสนทนามันราบรื่น
มันมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหม
และที่สำคัญนะคะ
ก็คือการปรับทัศนคติตัวเองซะใหม่
อย่าจมอยู่กับความกลัวว่า
ใครจะเข้าใจคุณผิด
บางทีคุณต้องยอมรับว่า
ไม่มีใครเข้าใจคุณได้ทุกเรื่อง
เพราะมันจะมีคนที่
ไม่ว่าคุณจะพยายามอธิบายแค่ไหน
เขาก็ยังจะเข้าใจคุณผิดอยู่ดี
แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะมีบางคนที่
ต่อให้คุณไม่พูดอะไรเลย
เขาก็พร้อมจะเข้าใจคุณเสมอ
นี่แหละค่ะความจริงของโลก
เปลี่ยนมาเข้าใจตัวเอง
แทนที่จะพยายาม
ทำให้คนอื่นเข้าใจเรา
แล้วฮีลตัวเองจากภายใน
เพื่อสุขภาพจิตที่ดี
และความสุขที่ยั่งยืนกันดีกว่าค่ะ
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
30/04/2024
กำหนดอนาคตด้วย "ปาก" ของเราเอง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ
ว่าเพียงแค่ลมที่พ่นออกจากปากของเรา
สามารถกำหนดอนาคตของคนเราได้เลย
ว่าจะ "รุ่ง" หรือจะ "ร่วง"
จะไปได้ไกล หรือ ถอยหลัง
หรือจะหยุดอยู่กับที่
มันเริ่มที่ปากของเราทั้งนั้น
ซึ่งการพูดหรือการสื่อสารที่ดีนั้น
ไม่ใช่แค่เอาไว้ใช้กับคนอื่น
หรือใช้ในการเข้าสังคมแค่นั้น
แต่มันควรจะต้องเริ่มใช้กับตัวเองเป็นคนแรก
รู้ไหมคะว่าทุกครั้งที่เราพูดอะไรออกมา
เรากำลังสื่อสารกับจิตใต้สำนึกของเราไปด้วย
ถ้าเราบอกว่า ฉันทำไม่ได้ ฉันเหนื่อย ฉันขี้เกียจ
จิตใต้สำนึกของเราจะรับสารเหล่านี้ไปเต็มๆ
สุดท้ายเราก็จะรู้สึกแบบที่ปากพูดจริงๆ
แต่ตรงกันข้าม ถ้าคุณอยากจะเป็นคนที่สำเร็จ
คีย์เวิร์ดก็คือ พูด+ลงมือทำตามที่พูด
เพราะทุกครั้งที่คุณพูดแล้วลงมือทำ
คำพูดของคุณจะมีน้ำหนักขึ้นมาทันที
การที่คุณรักษาคำพูด จะทำให้คุณ
มีความน่าเชื่อถือ ทั้งต่อผู้อื่น
และต่อตัวเองด้วย
ซึ่งมันต่างกันมากกว่าที่คิดนะคะ
ระหว่างพูดแล้วทำไม่ได้ กับพูดแล้วไม่ได้ทำ
พูดแล้วทำไม่ได้อาจจะเกิดจาก
ปัจจัยหลายอย่าง
ซึ่งบางอย่างเราก็ควบคุมไม่ได้
แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำเต็มที่แล้ว
ได้รักษาคำพูดของเราแล้ว
ต่างจากพูดแล้วไม่ได้ทำ
คำพูดของคุณจะเป็นแค่ลมปากที่ไร้ค่าทันที
และเมื่อคุณทำสิ่งนี้บ่อยจนเป็นนิสัย
อย่าว่าแต่คนอื่นจะไม่เชื่อในตัวคุณ
แม้กระทั่งตัวคุณเองก็จะไม่เชื่อตัวเองด้วย
พอมาถึงจุดนี้ จะทำอะไรให้สำเร็จก็ยากแล้ว
เพราะคุณขาดพลัง ขาดศรัทธาในตัวเอง
ฉะนั้น เมื่อลั่นวาจาอะไรออกไปแล้ว
ต้องทำให้เต็มที่นะคะ ผลลัพธ์ค่อยว่ากัน
ถือเป็นผลพลอยได้แล้วกันค่ะ
ฝึกให้ตัวเองเป็นคนที่เต็มที่กับเหตุ
และปล่อยวางกับผล
จะไม่ได้เป็นการกดดันตัวเองมากเกินไปด้วย
แต่มันมีทริคเล็กๆอยู่นะคะ
ที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์แบบที่เราต้องการแน่ๆ
นั่นก็คือการเริ่มจากการพูดสิ่งที่คิดว่า
เรามีโอกาสทำสำเร็จ 80%
และใช้ความพยายามอีก 20%
วิธีนี้ถือว่าเวิร์คสุด เพราะนอกจากจะทำให้
เรามีกำลังใจจากการที่ทำสำเร็จแล้ว
ยังบ่มเพาะนิสัยให้เราใช้ความพยายามไปด้วย
เมื่อฝึกแบบนี้จนคล่อง
จนเราเชื่อมั่นในตัวเองมากพอ
การจะขยับเพิ่ม%ความพยายาม
เพื่อชาเลนจ์ตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ
ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป อย่าลืมนะคะ
ความสำเร็จ = พูด + ลงมือทำตามที่พูด
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
18/04/2024
สัญญาณของการเติบโต
คือการยอมรับในข้อจำกัดของตัวเอง
ทุกคนคะ ใครที่ติดตามเพจของแชทจะรู้ว่า
แชทพูดถึงเรื่องการพัฒนาตัวเองมามาก
How to ต่างๆ นู่น นี่ นั่น สารพัดที่จะนำมาแชร์
แต่ใดๆ ทั้งหมดทั้งมวล แชทอยากให้ทุกคน
เข้าใจว่าคีย์เวิร์ดสำคัญจริงๆที่แชท
ต้องการจะสื่อสาร มันอยู่ที่ประโยคนี้
คือ "การเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด"
ขีดเส้นใต้ตรงคำว่า "เป็นตัวเอง" 700เส้น!!!
เป็นเรื่องดีมากค่ะ ที่ทุกคนมีความฝัน
มีความต้องการที่จะพัฒนาตัวเอง
อยากเป็นคนเก่ง อยากเป็นคนสำเร็จ
คุณมาถูกทางแล้วค่ะ แต่แชทอยาก remind
นิดนึงว่า คนเราทุกคนมีความถนัดที่เป็นปัจจเจก
การที่คุณทำบางสิ่งไม่ได้ ไม่สำเร็จ
ก็ไม่ใช่ความล้มเหลว หรือความผิดแต่อย่างใด
ถ้าหากว่าคุณได้ลองพยายาม
ทำมันอย่างเต็มที่แล้ว
ในโลกปัจจุบันที่สื่อโซเชียลมันเข้าถึงได้ง่าย
เราสามารถเห็นความสำเร็จของคนมากมาย
ได้ในทุกๆวัน บางคนก็เกิดแรงบันดาลใจ
บางคนก็รู้สึกด้อยค่าที่ไม่มีเหมือนเขา
ขณะที่บางคนก็เลือกที่จะ ignore ไปเลย
ในโลกโซเชียล เรื่องมหัศจรรย์ถูกทำให้
เป็นเรื่องธรรมดา เรื่องราวความสำเร็จ
ของคนระดับ Top 0.001% ถูกนำมาเล่าขาน
กันจนกลายเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่จริงๆแล้ว
มันไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะถ้ามันง่ายขนาดนั้น
โลกนี้คงไม่มีใครจน ทุกคนคงเป็นเศรษฐีกันหมด
ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเอง
ไปเปรียบเทียบกับใคร
คนที่คุณควรจะเปรียบเทียบ
ก็คือตัวคุณเองเมื่อวานนี้ แล้วถามตัวเองว่า
วันนี้คุณเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานแล้วหรือยัง
นี่แหละค่ะ คือความหมายของคำว่า
"เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด"
ที่แชทได้พูดถึงในตอนแรก
เมื่อเราพัฒนาตัวเองมาถึงจุดที่เราพอใจ
ดูแลตัวเองได้ ดูแลคนที่เรารักได้ ไม่บกพร่อง
การที่คุณจะหยุดพัก แล้วอยู่เฉยๆบ้าง
ในบางสถานการณ์ คุณก็จะไม่รู้สึกผิดกับตัวเอง
เมื่อถึงจุดนึงในชีวิต คุณจะเริ่มเข้าใจว่า
การยอมรับในข้อจำกัดของตัวเอง
นั่นแหละคือสัญญาณที่บ่งบอกว่า
คุณได้เติบโตมาถึงจุดสุดยอดแล้ว
พัฒนาความจริงของโลกภายนอก
ให้สวยงามได้อย่างที่ใจต้องการแล้ว
ก็อย่าลืมหันมาสำรวจความคาดหวังของ
โลกภายในให้สอดคล้องควบคู่กันไปด้วยนะคะ
จะได้ไม่เป็นหมาล่าเนื้อไปตลอดชีวิต
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
15/04/2024
ลิซ่าโพสต์ท่าแบบนี้ทรงพลังมั่กๆ
10 10 10 ไปเลยคุณน้าาา
คือเรื่องมันมีอยู่ว่า แชทไถไอจีไปเจอภาพนี้
เป็นภาพที่ Diva สาว ตัวแม่ ตัวมัม ตัวคลอดบุตร
อย่าง Shakira ได้ลงไว้ในไอจีของเธอ
โดยเป็นภาพที่เธอถ่ายรูปคู่กับน้องลิซ่า
หนึ่งในศิลปินวง Blackpink ที่ตอนนี้
ต้องบอกว่าน้องฮอตมว๊ากกกกก!!!
ฮอตขนาดที่ Shakira ยังต้องแชะภาพร่วมเฟรม
เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกอ่ะแกร
แต่ๆๆ ท่าโพสต์ของน้องลิซ่านั้น
ทัชหัวใจของแชทแชร์สุดๆ
ในฐานะที่แชทเป็น Body Language Expert
ขอบอกเลยว่า ท่าโพสต์ลักษณะนี้เรียกว่า
Power pose หรือพูดง่ายๆว่าเป็นท่าโพสต์
ที่โคตรจะทรงพลัง ด้วยท่ายืนที่ดูมั่นคง
Open body ยืดไหล่ เปิดอก พร้อมกับ
โอบเอวของ Shakira อย่างใกล้ชิด
แสดงถึงความมั่นใจ และความรู้สึกเชิงบวก
ที่มีอยู่ในตัวของน้องลิซ่าอย่างเปี่ยมล้น
ช็อตนี้น้องลิซ่าอยู่ข้างๆกับ Shakira
ซึ่งเป็น Diva ระดับตำนาน
แต่ออร่าที่ฉายออกมาโคตรจะเจิดจรัส
ไม่จม ไม่หาย ไม่ตายละติน คือจึ้งสุด!!!!
มองมาจากดาวอังคารยังรู้ว่าเธอมันแน่
เธอเก่งมาตลอด น้องลิซ่าของช้านนนน
ขณะที่ Shakira เอง ก็หันลำตัวเข้าหาน้องลิซ่า
เป็นภาษากายที่บ่งบอกว่าเธอมีความรู้สึก
สบายใจมากๆที่อยู่ข้างๆน้องลิซ่า
open body เหมือนกัน
เธอให้ความเป็นกันเองแบบ Nice มาก
จึงทำให้บรรยากาศของภาพนี้
มันออกมาดูน่าประทับใจ Mood ก็ดี
เคมีก็ดูลงตัว พูดแล้วน้ำตาก็มาคลอๆค่ะ
เหมือนดูนางงามจับมือกัน
ตอนรอประกาศผลว่าใครจะมง
ฟีลเพื่อนหญิงพลังหญิงมากกก
รัก Shakira ที่ชีน่ารักกับต้าวตะลิซ
แล้วก็รักตะลิซที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร
ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ดาเมจแรงทุกอิริยาบท
ร้องเก่ง เต้นเก่ง บุคลิกก็ดี๊ดี เลิฟมากค่ะ 😍
ใครรู้สึกแบบเดียวกับแชทบ้าง
มาแชร์ความคิดเห็นกันหน่อยค่ะ
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง
12/04/2024
ทำความรู้จักการขีดเส้นขอบเขต
เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว
คนเราทุกคนมีขีดจำกัดของความอดทนค่ะ
ไม่มีใครที่จะทนอยู่กับสิ่งที่ทำให้
ตัวเองรู้สึกอึดอัดไปได้ตลอด
และถ้าเราปล่อยให้ความรู้สึกไปถึงจุดที่
เป็นฟางเส้นสุดท้าย แน่นอนว่า
การระเบิดออกมาก็เป็นเรื่องที่
สามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะดีกว่าไหมคะ
ถ้าเรารู้จักขีดเส้นขอบเขต เพื่อไม่ให้ใคร
รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเราตั้งแต่แรก
จะได้ไม่ต้องมาผิดใจกันทีหลัง
ถือเป็นการรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ด้วย
การขีดเส้นคือการสร้างขอบเขตความสุข
จากความต้องการของเราเอง
และทำให้เรารู้ว่าควรทำอะไร
คนอื่นจะเป็นห่วงและบงการเราได้แค่ไหน
รวมถึงทำให้รู้ว่าแต่ละฝ่ายคาดหวังอะไร
ในความสัมพันธ์ด้วย เมื่อไรก็ตามที่ทุกคน
มีเส้นขอบเขตที่ชัดเจนแล้ว เราจะก็ให้พื้นที่
แก่กันและกัน และเคารพความต้องการ
ของอีกฝ่ายมากขึ้นด้วย
มาดูกันดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
1. สร้างขอบเขตความสุข
โดยอิงจากความต้องการของเรา
อย่าลืมนะคะว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
คนที่อยู่กับเราเสมอก็คือตัวเราเอง
ไม่มีใครใช้ชีวิตแทนใครได้
ทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง
ดังนั้น เราควรมีสิทธิ์เลือกความสุข
ในแบบของเราเอง
2. ลิสต์สิ่งที่อยากบอกอีกฝ่ายให้ชัดเจน
เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร ก็ควรสื่อสาร
ออกมาให้อีกฝ่ายทราบอย่างชัดเจน
ซึ่งการลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ นี่แหละ
จะทำให้เราไม่พลาดทุกรายละเอียด
และสื่อสารออกมาได้อย่างตรงจุด
3. ใช้คำพูดที่เป็นมิตร
หลีกเลี่ยงการโยนความผิด
ท่องไว้เสมอว่า จุดประสงค์
ของการขีดเส้นขอบเขต
มีไว้เพื่อรักษาความสัมพันธ์
ไม่ใช่เพื่อชวนทะเลาะ หรือหาคนผิด
4. เคารพขอบเขตความสุขของคนอื่น
เมื่อเราอยากให้คนอื่นเคารพเรา
เราก็ต้องรู้จักเคารพพื้นที่ของคนอื่นเช่นกัน
ถ้าทุกคนคิดได้แบบนี้ เคารพซึ่งกันและกัน
รับรองว่าการอยู่ร่วมกันแบบสันติ
ไม่ใชเรื่องยากอย่างแน่นอนค่ะ
แชทเข้าใจค่ะ ว่าบางครั้งการที่คนอื่นล้ำเส้นเรา
ไม่ใช่เพราะว่าเขามีเจตนาร้ายเสมอไป
บางครั้งอาจจะเป็นไปด้วยความหวังดี
ที่มากไปหน่อย จำไว้ว่า ชีวิตใคร ชีวิตมัน
หวังดีได้ เตือนได้ แต่สุดท้ายแล้วต้องเคารพ
การตัดสินใจของอีกฝ่ายด้วยนะคะ
ไม่มีใครเป็นเจ้าชีวิตของใคร
ทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง
#ครูแชท
#สอนพูด
#พัฒนาตัวเอง