30/10/2020
หุ่นยนต์ช่วยเตือน “ขอบคุณที่ใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง”
หุ่นยนต์หน้ากลม ตาโต ดูมีชีวิตชีวาชื่อ “Pepper” นี้ สูง 120 เซนติเมตร ปฏิบัติหน้าที่ในหลายประเทศแล้ว เพื่อคอยต้อนรับแขกที่มาเยือนในร้านค้า สถานที่จัดนิทรรศการ และในพื้นที่สาธารณะหลายแห่ง โดยกล้องของเจ้าหุ่นยนต์นี้ จะสแกนใบหน้าของผู้คน หากพบว่าไม่ใส่หน้ากากอนามัยก็จะเตือนทันที เมื่อเตือนแล้ว ทำตามใส่เรียบร้อย เจ้าหุ่นยนต์ก็จะกล่าวขอบคุณที่ใส่หน้ากากอนามัยอย่างเรียบร้อย
ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/tech/technology/1926920
#หุ่นยนต์
เจ้าหุ่นยนต์มาช่วยเตือน “ขอบคุณที่ใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง”
“ขอบคุณที่ใส่หน้ากากอนามัย” ไม่ใช่แค่เตือน แต่ยังขอบคุณที่ทำตามอย่างที่บอกด้วย นี่คือหน้าที่เจ้าหุ่นยน...
09/10/2020
นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอนาคต
ทุกวันนี้ ‘เทคโนโลยี’ และ ‘นวัตกรรม’ กลายเป็นสิ่งสำคัญที่หมุนรอบตัวเราแทบจะ 24 ชั่วโมง แต่เทคโนโลยีที่ “ดี” จะต้องถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา และตอบสนองความต้องการให้กับชีวิตประจำวันของเรา
5 นวัตกรรมที่จะเข้ามามีบทบาทสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
5G นวัตกรรมพลิกโฉมเศรษฐกิจ
5G จะเป็นหัวใจในการพัฒนาสินค้า และบริการ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และสังคมอย่างสิ้นเชิง
Big Data กับการป้องกันภัยพิบัติ
ภัยธรรมชาติในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น การใช้ข้อมูลผสมผสานกับเทคโนโลยี จะช่วยให้ออกแบบการป้องกันภัยพิบัติล่วงหน้าได้
Intelligent of Things เทคโนโลยีสั่งการแทนคน
อีกขั้นของอินเทอร์เน็ต คือให้เทคโนโลยีสั่งงานกันเอง เช่น เมื่อเราขับรถใกล้ถึงบ้าน รถสามารถสั่งการให้เปิดไฟที่บ้านรอไว้ได้เลย
Extended Reality (XR) สร้างสภาพแวดล้อม
การสร้างโลกเสมือนจริง ถูกใช้งานเพื่อความบันเทิง เช่น การดูหนัง หรือเล่นเกม เและยังถูกนำไปใช้กับนักบินฝึกหัดได้อีกด้วย
AI Software การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน
AI เข้ามามีบทบาทในการประเมินศักยภาพด้านอื่น ๆ ของผู้ถูกสัมภาษณ์งาน ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง หรือภาษาที่ใช้ในการสัมภาษณ์
ที่มา : https://www.pttep.com/th/Newsandnmedia
#นวัตกรรมเปลี่ยนโลก
02/10/2020
นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯค้นพบวัสดุชีวสังเคราะห์สำหรับเคลือบส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำไปฝังในอวัยวะภายในของคนได้ เป็นการปูทางสู่เทคโนโลยีไซบอร์ก เชื่อมปัญญาประดิษฐ์เข้ากับสมองคนในอนาคต
นักวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ ในสหรัฐฯ ค้นพบวัสดุเคลือบทำจาก "พอลิเมอร์ชีวสังเคราะห์" สำหรับใช้ในการเคลือบแผงวงจรไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถฝังเข้าไปในอวัยวะภายในอย่างสมองของคนได้ โดยไม่เกิดรอยขีดข่วนและไม่รบกวนการส่งคลื่นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างคอมพิวเตอร์กับร่างกายของคน ซึ่งนับเป็นการแก้ปัญหาสำหรับการฝังวัสดุอิเล็กทรอนิกส์อย่างทองคำ ซิลิคอน และโลหะ เข้ากับอวัยวะภายในของคนโดยไม่เกิดรอยแผลบนเนื้อเยื่อ เพื่อที่จะได้มีเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับมนุษย์ ในอนาคตมนุษย์จะสามารถใช้สมองสั่งการการทำงานของระบบเอไอได้
หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า วัสดุเคลือบนี้ชื่อว่า "พอลิ(3,4-เอทิลีนไดออกซีไทโอฟีน)" (poly(3,4-ethylenedioxythiophene) หรือ PEDOT ซึ่งขั้นต่อไปจะมีการทดสอบการใช้งานอุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์เคลือบวัสดุชีวเคมีที่ถูกฝังในสิ่งมีชีวิตต่อไป การค้นพบครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้อย่างน่าทึ่ง
ที่มา : https://www.thairath.co.th/news
#สมองคน #ปัญญาประดิษฐ์
29/09/2020
หนึ่งใน AI แอปพลิเคชั่น ที่มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดในด้านการดูแลสุขภาพ
การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการดูแลสุขภาพนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม ด้วยเหตุผลในเรื่องการช่วยรักษาชีวิต ลดค่าใช้จ่ายในอีโคซิสเตมส์ทางการแพทย์ ที่โดดเด่นมากที่สุดคือภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มีความสมเหตุสมผลที่สุดจากนักรังสีวิทยาที่ถือได้ว่าเป็นแถวหน้าด้านการแพทย์ในยุคดิจิทัลจากการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน อ้างอิงจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (The U.S. National Institute of Health / NIH) ระบุว่าการใช้ AI ในด้านภาพถ่ายทางการแพทย์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตเร็วกว่าด้านอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบัน AI จะถูกใช้บ่อยในเรื่องของการถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก และการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงการใช้งานด้านอื่นๆ เช่น งานรังสีวิทยา การตรวจคัดกรอง รายงานการรักษา วางแผนติดตาม วางแผนโครงสร้างพื้นฐานและการคาดคะเนสถานการณ์ และอื่น ๆ
วงการภาพถ่ายทางการแพทย์อยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมากในการที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ผู้ป่วยที่มีอายุมากขึ้น หมายถึงปริมาณภาพที่เพิ่มขึ้น ความซับซ้อนและความละเอียดของภาพก็เพิ่มขึ้น แต่จำนวนของเจ้าหน้าที่รังสียังคงมีอยู่ในจำนวนจำกัด แม้แต่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว หลายประเทศก็ยังขาดแคลนนักรังสีวิทยาโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท เช่นเดียวกันกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาก็ขาดความเชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยาเป็นอย่างมาก การที่ปริมาณงานด้านรังสีวิทยามีมากขึ้นในขณะที่จำนวนของบุคลากรมีจำกัด AI จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่สามารถช่วยให้แต่ละแผนกสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ดีขึ้น โดยใช้ AI ช่วยการเตรียมการ ช่วยคัดกรอง วิเคราะห์ล่วงหน้า ความสามารถของ AI เป็นผู้ช่วยในการทำงานของนักรังสีวิทยาที่เชี่ยวชาญให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเพิ่มขึ้น อีกทั้งสามารถให้เวลาไปกับกรณีที่ผิดปกติ หรือกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนก่อน
ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3161425
#ปัญญาประดิษฐ์ #การแพทย์ #สุขภาพ #ดิจิทัล #ภาพถ่าย
25/09/2020
การใช้งานเทคโนโลยี Chatbot ที่มาช่วยในส่วนของการสื่อสารกับลูกค้า
Chatbot เป็นอีกเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการตอบแชทลูกค้า และในส่วนของธุรกิจเมื่อนำ Chatbot เข้ามาใช้ รับรองว่าไม่ธรรมดา เรื่องของการปิดการขายรับรองว่าไม่แพ้แอดมินที่เป็นมนุษย์แน่นอน และ Chatbot ยังมีข้อดีมากมายที่มีส่งเสริมให้ธุรกิจของเรานั้นพัฒนาไปไกล
การใช้งานเทคโนโลยี Chatbot ในธุรกิจ
แบบแรก คือ ใช้เทคโนโลยี Chatbot เพื่อสร้างความประทับใจกับลูกค้า ทั้งในเรื่องของการทักทายและในเรื่องของอารมณ์ในการคุยที่ Chatbot นั้นสามารถควบคุมในเรื่องสติอารมณ์ได้ดีกว่ามนุษย์
แบบที่สอง คือ ใช้เทคโนโลยี Chatbot เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลของลูกค้า เพื่อที่จะง่ายต่อการใช้งานและเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ โดยที่ Chatbot จะสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ข้อมูลที่ได้ตรงและไม่ต้องเหนื่อยลูกค้าไปกรอกเองในระบบออนไลน์
แบบที่สาม คือ ใช้เทคโนโลยี Chatbot เพื่อที่จะเป็นการตอบคำถามในส่วนพื้นฐาน โดยที่ลูกค้าเพียงแค่ทักมา ไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลเกี่ยวของธุรกิจขององค์กรเองให้ลำบาก
ทั้งหมดเป็นข้อดีในบางส่วนของการนำเอาธุรกิจ Chatbot เข้ามาใช้ในองค์กรเพื่อธุรกิจที่พัฒนาและก้าวไกล เป็นอีกทางเลือกที่มีความน่าสนใจแบบสุด ๆ
ที่มา :: https://apogee-ccd.com/2020/09/04/chatbot/
#เทคโนโลยี #ธุรกิจ
18/09/2020
"Telehealth" การแพทย์ยุคดิจิทัล เทรนด์ธุรกิจแสนล้าน
การสำรวจล่าสุดพบว่า COVID-19 ได้ทำให้พฤติกรรมการใช้บริการทางการแพทย์ผ่านอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัว จาก 11% ในปี 2019 เป็น 76% ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ขณะที่การให้บริการปรึกษาทางการแพทย์ผ่านระบบ Telehealth เพิ่มขึ้นจาก 57% เป็น 64% และการเติบโตของโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการทางการแพทย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา มีหน่วยบริการเพิ่มขึ้นถึง 80 แห่งในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ภายใต้ร่มใหญ่ของระบบ Telehealth ยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล หลากหลายรูปแบบ เข้ามาใช้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริการการแพทย์ผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Teletriage เทคโนโลยีช่วยคัดกรองผู้ป่วยก่อนมาถึงโรงพยาบาล เป็นระบบที่ให้ผู้ป่วยตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงผ่านทางวิดีโอคอล หรือรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยง และแนะนำช่องทางการเข้ารับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม ในกรณีที่ไม่มีความเสี่ยง แพทย์อาจแนะนำวิธีดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องมาถึงโรงพยาบาล
ว่ากันว่า กลุ่มผู้ป่วยที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้ Telehealth มากที่สุด น่าจะเป็นกลุ่มคนไข้โรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ที่อาจใช้ระบบ Telemedicine ในการให้คำปรึกษาผ่านวิดีโอคอล (Teleconsultation) ร่วมกับการตรวจวัด (Telemonitoring) รูปแบบต่างๆ เช่น การใช้เครื่องวัดความดันที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน และส่งข้อมูลตรงไปยังแพทย์เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินผู้ป่วย และให้คำแนะนำต่อได้
ในสหรัฐฯและจีนมีการใช้งาน Telehealth กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากการเดินทางไปพบแพทย์ในบางพื้นที่นั้นใช้เวลาเดินทางนานมีการนำ อุปกรณ์ Telehealth ตัวหลักเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เพื่อให้สามารถใช้ระบบ VDO Call ไปหาแพทย์ได้หรือนำอุปกรณ์ เช่น เครื่องมือวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดัน วัดอุณหภูมิของร่างกาย อุปกรณ์ตรวจช่องหู จมูก หรือปาก มาใช้ โดยหน้าจอจะแสดงวิธีและจุดที่ต้องนำเครื่องมือไปไว้ตามร่างกาย โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปที่แพทย์แบบ Real Time และแพทย์สามารถเข้าระบบผ่านคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นรอคนไข้ VDO Call เข้ามาเพื่อทำการวินิจฉัยอาการเบื้องต้นให้กับคน
และไม่ว่า COVID-19 ระลอกสองจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่ ก็เชื่อว่าระบบ Telehealth จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้โลกที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติ สามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้ โดยเกิดการสูญเสียในด้านต่าง ๆ น้อยที่สุด
ที่มา : https://www.thairath.co.th/news
#ดิจิทัล #การแพทย์ #ปัญญาประดิษฐ์ #โควิด19
16/09/2020
AI บนเส้นทาง 'จริยธรรม' และ ' ความไว้ใจ'
ธุรกิจได้ประโยชน์จากการใช้นวัตกรรม AI ที่มีจริยธรรม และผู้บริโภคมีความไว้ใจในการใช้เอไอมากขึ้น การแพร่หลายของการใช้งาน ‘บิ๊กดาต้า’ ‘คอมพิวเตอร์อัจฉริยะ’ และอัลกอริธึมต่าง ๆ อีกมากมายที่การขึ้นจากนวัตกรรมสมัยใหม่ในปัจจุบันส่งผลให้ ‘AI’ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ถูกขนานนามว่าเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (disruptive technology) และในยุคแห่งอุตสาหกรรม 4.0 ที่มีการใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย
AI เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตทุกคน ยกตัวอย่าง การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส ซึ่ง AI ถูกนำมาใช้ในหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด หรือโดยบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ในเรื่องของแนวทาง และวิธีในการทำงาน หรือไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าผ่าน Amazon การใช้ เฟซบุ๊ค หรือ อินสตาแกรม เพื่ออัพโหลดภาพ การใช้งาน ‘แชท บอต’ ในอินเทอร์เน็ต หรือการใช้งานทำธุรกรรมออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวก สร้างประสบการณ์การณ์ที่น่าประทับใจ
จากรายงานสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค Connected Customer ซึ่งจัดทำขึ้นโดยเซลส์ฟอร์ซ พบว่า 63% ของผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องของบริษัทหรือองค์กร แต่สิ่งที่กำหนดว่าเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดประโยชน์หรือสร้างผลเสียไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีเองแต่เป็นผู้ใช้งานที่กำหนด และโชคไม่ดีนักที่ AI อาจเกิดอคติ (AI Bias) ซึ่งเกิดจากขั้นตอนการพัฒนา AI เมื่อพัฒนา AI อคติที่มาจากจิตใต้สำนึกที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ความชอบไม่ชอบส่วนตัวของเรา จะถูกป้อนเข้าไปใน AI โดยที่เราไม่รู้ตัว และอาจนำไปสู่ความผิดพลาดที่ส่งผลเสียทั้งด้านเวลา ด้านการลงทุนทางการเงิน อีกทั้งยังสร้างความไม่ไว้ใจให้กับลูกค้าและผู้บริโภค
เพื่อให้แน่ใจว่าการที่ธุรกิจนำ AI มาใช้ จะไม่ส่งผลเสียมากกว่าผลดี การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ และถูกจริยธรรมนั้นต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนตรวจตราให้การใช้งานเอไอมีความปลอดภัย และสร้างประโยชน์เพื่อคนทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อเฉพาะกลุ่ม ต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา ติดตั้ง และนำมาประยุกต์ใช้ และที่สำคัญ ต้องคำนึงถึง จริยธรรม เป็นสำคัญ
ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news
#ปัญญาประดิษฐ์ #ดิจิทัล #จริยธรรม
08/09/2020
ศูนย์วิจัยเฉพาะทางเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (DAIRC) ร่วมกับบริษัท SSP Platform เข้าร่วมงาน Automation Expo 2020 เมื่อวันที่ 27-29 สิงหาคม 2563 และได้จัดทำโครงการ Mini Transformation Voucher คูปองดิจิทัลสำหรับ SMEs เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจสําหรับ SMEs ขยายวงกว้างในการโปรโมทสินค้า ไปยังกลุ่มเป้าหมายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สร้างโอกาสในการ เพิ่มรายได้ เพิ่มฐานลูกค้า ช่วยส่งเสริมการแข่งขันทางการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Virtual Factory Gallery “ศูนย์อาหารในโลกเสมือนจริง” การประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ทันสมัย ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงได้ง่าย
และยังเชื่อมโยงเข้ากับ Thailand Showroom ที่ทําให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
14/08/2020
การป้องกันและระวังภัยของโควิด-19 ยังคงเป็นสิ่งที่หลายประเทศให้ความสำคัญในเวลานี้ และเท่าที่ผ่านมา มีรายงานความสำเร็จในการค้นคว้าวิจัยเพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติมากที่สุดเท่าที่จะมากได้บ้างแล้ว
ตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสู้กับการระบาดตัวอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในประเทศเวียดนาม ที่พยายามผลักดันการใช้ “หุ่นยนต์” อย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยีที่เวียดนามเน้นย้ำในช่วงนี้คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI)
ซึ่งถูกนำมาใช้ในการรวบรวมข้อมูล เพื่อประเมินสถานการณ์และคาดการณ์ว่าจะมีการระบาดที่จุดใดบ้าง และการใช้หุ่นยนต์ทำหน้าที่บริการในร้านอาหารเพื่อลดการสัมผัสกันของผู้คน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการใช้ Chatbot หรือ โปรแกรมที่ถูกสร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยตอบแชท โดยเทคโนโลยีนี้ถูกใช้เพื่อกระจายข้อมูล รวมทั้งการเก็บข้อมูลผ่านระบบ face recognition หรือ ระบบตรวจจับและรู้จำใบหน้า การคาดการณ์ทิศทางของสถานการณ์ด้วยการทำ mapping และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อรับมือกับข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับการระบาดด้วย
ที่มา : https://www.sanook.com/hitech/1508173/
#หุ่นยนต์ #เทคโนโลยี #ปัญญาประดิษฐ์
07/08/2020
Virtual Tour ทางออกของการท่องเที่ยวยุค Covid-9 🦠
ตลอดระยะเวลาที่มีการแพร่ระบาด Covid-19 ซึ่งกินเวลามาหลายเดือนแล้ว ด้านความเสียหายที่ไร้ขอบเขตจินตนาการยังกระทบเป็นวงกว้างต่อหลาย ๆ ธุรกิจ แม้แต่ประชาชนทั่วไปเองก็กระทบอย่างหนัก ตั้งแต่การถูกปลดออกจากงาน หรือ การระงับจ่ายเงินเดือน/ค่าจ้างชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะส่งสัญญาณดีขึ้น
แม้แต้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเองบางส่วนก็มีทั้งยกเลิกตั๋วบิน หรือตัดสินใจ hold tickets อย่างไม่มีกำหนด แต่พลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในสมัยนี้ น่าจะเป็นยาชูกำลังอย่างดีสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เรากักตัวที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เราเห็นก็คือ กระแสของการทำ virtual reality tours หรือ ระบบนำทัวร์เสมือนจริงนั่นเอง
ระบบนำทัวร์เสมือนจริง (Virtual Tour) เป็นระบบจำลองสถานที่ท่องเที่ยว มาจากเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR) เป็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจำลองสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งจากสภาพแวดล้อมจริง และจากใน จินตนาการ ขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยสามารถมองเห็นสถานที่ประหนึ่งว่าอยู่ใน สถานที่แห่งนั้นจริง ๆ ผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สมาร์ทโฟน หรือแว่นตาดิจิทัล การสร้างระบบนำ ทัวร์เสมือนจริงสามารถทำได้โดยซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เช่น Tourweaver, VRTourMaker, PanoTour, Google Virtual Tour และ InstaVR เป็นต้น
ที่มา : https://thai.tourismthailand.org/Articles/ประสบการณ์ท่องเที่ยวเสมือนจริง