Content4Present by Aj.Boy

Content4Present by Aj.Boy

แชร์

แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ในการสร้างสรรค์และพัฒนา Content เพื่อการพรีเซนต์

09/12/2020

สิ่งที่เน้นย้ำและต้องทำให้ได้อยู่เสมอ เมื่อต้องพรีเซนต์และเล่าเรื่อง



ขอบคุณภาพจากโครงการ "นิลมังกร" โครงการพัฒนาผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมของ NIA ครับ

Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 19/11/2020

Slide Presentation ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในการนำเสนอ ทำให้มันเสร็จๆ ไปเถอะ เอาแค่ให้ผู้ฟังอ่านประกอบดูประกอบได้รู้เรื่องก็พอแล้ว

เชื่อว่าหลายคนก็คิดหรือเคยคิดเช่นนี้

เป็นผลให้ Slide Presentation มักจะถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ทันต่อการนำเสนอที่จะมีขึ้นในอีกไม่นานหลังจากนี้

ผมเคยได้ยินบางคนพูดด้วยซ้ำไปว่า "เดี๋ยวพอ Words เสร็จ PowerPoint ก็เสร็จ"

ความหมายของเขาก็คือ พอทำเอกสาร Words เสร็จเมื่อไหร่ ก็ก็อปปี้สิ่งที่เขียนใน Words นั่นแหละไปลงใน Slide PowerPoint

นั่นหมายความว่าเขากำลังทำ "เอกสาร Words แนวนอน" ไปให้ผู้ฟังอ่าน (ใครจะอ่าน?) หรืออย่างดีหน่อยก็เป็น "แผ่นบอกบท" เพื่อย้ำเตือนให้กับตัวผู้นำเสนอเองรู้สึกปลอดภัยระหว่างพูดนำเสนอ ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้นำเสนอก็ไม่ได้มีความแม่นยำหรือมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังนำเสนอเลย

ที่สำคัญ ยิ่งดูยิ่งอ่านแผ่นบอกบทก็ยิ่งรู้สึกปลอดภัยว่าพูดได้ แล้วก็เลยมัวแต่ดูแต่อ่าน Slide จนลืมหันไปสบตาและสนใจผู้ฟัง และเมื่อผู้ฟังไม่ได้รับความสนใจ พวกเขาก็เลิกฟังในที่สุด เสียงของผู้นำเสนอก็กลายเป็นเพียง Noise ที่ผ่านเข้าหูมาเท่านั้นเอง ไม่จำเป็นต้องไปสนใจ

เอาเข้าจริงผมอยากบอกตรงๆ จากใจ ทั้งในฐานะของผู้นำเสนอ และผู้ออกแบบ/จัดทำ Slide Presentation เพื่อการนำเสนอมานานว่า...

ถ้าคิดจะทำสไลด์เพื่อให้เป็น "เอกสาร Words แนวนอน" หรือ "แผ่นบอกบท" เช่นนั้นก็... "อย่าทำเลยครับ" เสียเวลาเปล่าๆ และมันไม่ได้ส่งเสริมภาพลักษณ์หรือศักยภาพให้กับผู้นำเสนอแต่อย่างใดเลย

กลับกัน มันจะยิ่งดึงให้การนำเสนอของท่านดูแย่ลงและน่าเบื่อมากในสายตาคนฟัง คนฟังอาจจะมัวแต่ดูแต่อ่านข้อมูลจำนวนมหาศาลบน Slide จนไม่ได้ฟังสิ่งที่ท่านกำลังอธิบาย หรือคนฟังก็อาจจะอ่านข้อมูลเหล่านั้นจบไปแล้ว ก่อนที่ท่านจะนำเสนอไปถึงข้อมูลส่วนนั้น แล้วการนำเสนอของท่านจะมีประโยชน์อะไร เพราะเมื่อรู้แล้ว ก็ไม่ฟังแล้ว

แต่หากเราใส่ใจกับการออกแบบ Slide Presentation ให้เข้าใจได้ง่าย ไม่มีข้อมูลมากล้นจนเกินไป ดูได้อย่างรวดเร็ว และทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อประกอบการนำเสนอจนทำให้ผู้ฟังเห็นภาพจาก "ภาพบน Slide" ได้อย่างแท้จริง การนำเสนอของท่านก็จะน่าสนใจ น่าติดตาม มีศักยภาพ และสามารถโน้มน้าวใจผู้ฟังได้ง่ายขึ้น

ที่สำคัญ Slide Presentation จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำเสนอให้โดดเด่นขึ้น และส่งผลให้ผู้ฟังมีทัศนคติที่ดีขึ้นกับผู้นำเสนอได้อย่างแน่นอน

ไหนๆ ก็ต้องเสียเวลาทำ Slide Presentation แล้ว อย่าให้เวลานั้นสูญไปโดยเปล่าประโยชน์เลยครับ ให้เวลาและความสำคัญกับการออกแบบและทำ Slide Presentation เพิ่มขึ้นอีกสักนิด แล้วการนำเสนอของท่านจะน่าสนใจและมีศักยภาพขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ทุกครั้งที่ผมต้องนำเสนอ หรือสร้างสรรค์ Slide Presentation เพื่อการนำเสนอให้กับผู้พูดท่านอื่น ผมจึงใส่ใจในการออกแบบและจัดทำ Slide Presentation นั้นๆ อย่างละเอียดทุกครั้ง เพราะมันช่วยสนับสนุนให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นต่อการนำเสนอได้จริงๆ

Slide Presentation ไม่ใช่ทำไปงั้นๆ Slide Presentation ไม่ใช่ขอให้มีก็พอ เพราะ Slide Presentation เป็นขุมกำลังสนับสนุนในการนำเสนอของท่านได้จริงๆ

เพราะเมื่อผู้ฟังเห็นภาพจาก Slide Presentation พวกเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ท่านนำเสนอได้ง่ายขึ้น และเมื่อเข้าใจพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะโดนใจ Content ในการนำเสนอของท่านได้ดีขึ้น และเมื่อโดนใจพวกเขาเมื่อไหร่ พวกเขาก็จะตัดสินใจในแบบที่ท่านต้องการให้เป็นได้ในท้ายที่สุด

Slide Presentation... สำคัญนะครับ

แชร์ได้นะครับ ถ้าอ่านแล้วดี 🙏

Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 19/09/2020

ในช่วงร่วมๆ 2 เดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปพูดเรื่อง "Brand Storytelling" ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนที่มีศักยภาพในการต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ (MICE) ใน 11 จังหวัดฟัง ในงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการ "Thailand 7 MICE Magnificent Themes 2020" ที่จัดโดย สสปน. หรือ TCEB

วันนี้เลยอยากมีเกร็ดความรู้เรื่อง "Brand Storytelling" มาคุยให้ฟังกันเล็กๆ น้อยๆ ครับ

กลุ่มคนที่เข้ามีทั้งเจ้าของกิจการด้านโรงแรม โฮมสเตย์ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ชุมชนและเจ้าของธุรกิจเชิงเกษตร รวมทั้งชุมชนหรือองค์กรด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งธุรกิจ E-sport รวมตัวกันตั้งแต่ชาวบ้านท้องถิ่นจนถึงนักธุรกิจร้อยล้านพันล้าน

แต่ก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องการปรับตัวเพื่อรองรับนักเดินทางกลุ่ม MICE จากที่ส่วนใหญ่เคยแต่รับนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไป หรือบางกลุ่มบางชุมชนอาจยังไม่เคยได้รับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกิจจะลักษณะเลยด้วยซ้ำไป

แต่ถึงแม้จะมีศักยภาพต่างกัน แต่ก็มีพลังและความมุ่งหวังที่จะเติบโตไปด้วยกันบนเส้นทางสาย MICE


Key Word ที่ผมพยายามบอกกับผู้เข้าร่วมงานทุกคนอยู่เสมอก็คือ "อย่าคิดว่าบ้านเราหรือสินค้าของเราไม่มีอะไรน่าสนใจ เพราะเรื่องธรรมดาของเราอาจเป็นเรื่องที่แสนวิเศษของเขาก็ได้"

เรื่องเล่าของทุกคนเกิดจากตรงนั้นแหละครับ มองให้เห็นความวิเศษในความธรรมดาของตัวเองให้ได้

ความยากอย่างหนึ่งที่เจอก็คือ... ทุกคนล้วนมีข้อมูลล้นเหลือ แต่หลายคนยังนำมาร้อยเรียงให้กลายเป็น "เรื่องเล่า" ไม่เป็น ผมจึงได้แนะนำไปว่าลองหาคอนเซปต์หลักหรือจุดขายหลักให้เจอก่อนสิครับ คนจะจำสิ่งเหล่านั้นได้แม่นกว่าในระยะเวลาที่สั้นกว่า

และถ้าลูกค้าสนใจสิ่งที่คุณเล่าอย่างรวดเร็วได้ตั้งแต่ช่วงต้นๆ แล้ว พวกเขาจะมีเวลาฟังคุณเยอะขึ้นเอง เพราะพวกเขารู้สึกแล้วว่ามันน่าสนใจจนอยากฟังต่อ

อย่าเล่าทุกอย่างที่มีโดยไม่มีคอนเซปต์ ไม่ได้ร้อยเรียงเป็นเรื่องราว หรือเล่าไปเรื่อยๆ แบบนึกอะไรออกก็เล่า เพราะไม่มีผู้ฟังคนไหนจำทุกอย่างได้หรอกครับ

อีกอย่างที่คุยกันเพื่อให้เรื่องเล่าช่วยสร้างแบรนด์ได้ก็คือ... ต้องเล่าให้ตรงกันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่ว่าใครจะเป็นคนเล่าก็ตาม

เพราะแม้เจ้าของหรือหัวหน้าชุมชนจะเล่าได้ดีสุด แต่นักท่องเที่ยว นักเดินทาง ซึ่งเป็นลูกค้าไม่ได้มีโอกาสเจอเจ้าของได้ทุกครั้งทุกคน... พวกเขามีโอกาสเจอ "พนักงาน" หรือ "ลูกบ้าน" มากกว่า

ดังนั้น ต้องถ่ายทอดเรื่องราวให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องได้รู้และเข้าใจตรงกัน เพื่อให้เล่าเรื่องราวออกไปได้เหมือนกัน ทุกคน ทุกครั้ง และเมื่อนั้นแบรนด์จะเกิดได้ง่ายขึ้น

กฎของการสร้างแบรนด์เบื้องต้นที่สำคัญมากๆ ข้อหนึ่งเลยก็คือเรื่องนี้แหละครับ... "แบรนด์ต้องต่อเนื่องและสม่ำเสมอ" อย่าลืมนะครับ


#เส้นทางสายไมซ์

Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 05/06/2020

เพิ่งเห็นว่าภาพที่ต้องการโพสต์ไม่ได้ไปกับโพสต์ด้วย เลยขออนุญาตรีโพสต์นะครับ...


ในการพรีเซนต์... เมื่อเรารู้จักผู้ฟังของเราแล้ว รู้ว่าอะไรคือปัญหาหรือความต้องการของเขาแล้ว สิ่งต่อไปที่จะต้องทำในการพรีเซนต์ก็คือ... "การออกแบบเนื้อหา" ในการพรีเซนต์ให้ "โดนใจ" ผู้ฟัง

อยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าเรื่อง "การออกแบบสไลด์" และ "ทักษะการพูด" ในด้านต่างๆ สำหรับการพรีเซนต์ เป็นเรื่องที่สำคัญรองจาก "การออกแบบเนื้อหา" เสมอนะครับ

แล้วเราจะออกแบบเนื้อหายังไงดี?

เวลาพรีเซนต์มีจำกัด แต่ข้อมูลมีเยอะเหลือเกิน... เลือกไม่ถูก
จะเปิดเรื่องยังไงไง เอาเรื่องไหนขึ้นก่อนดี ให้คนสนใจ
จะลำดับความยังไงให้คนเข้าใจ และติดตามได้โดยไม่สับสน
ควรให้น้ำหนักประเด็นต่างๆ ยังไง ประเด็นไหนหลักไหนรอง
จะทำยังไงให้เนื้อหาที่พรีเซนต์โน้มน้าวใจผู้ฟังได้
สรุปยังไงให้คนจดจำ และรู้สึกว่าไม่ซื้องานนี้ไม่ได้แล้ว
.. และปัญหาอีกร้อยแปด ที่เกี่ยวกับ "การออกแบบเนื้อหา"

ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าตรงนี้มั่ว การออกแบบสไลด์มันก็จะมั่ว และแน่นอน... การพรีเซนต์ของเรามันก็จะฟังดูมั่วๆ ไปตามเนื้อหานั่นแหละครับ

วันนี้ก็เลยลองเอาเทคนิค "ย่อย-สรุป-ลำดับ" มาแชร์ให้อ่านกันครับ

1. มองภาพรวม: มองให้เห็นว่าข้อมูลต่างๆ ที่เรามีอยู่นั้น เรื่องใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะพรีเซนต์ เกี่ยวข้องกันมากน้อยแค่ไหน ถือเป็นการคัดกรองเนื้อหาอย่างเร็วๆ รอบแรก

2. พิจารณาโครงสร้างของเนื้อหาทั้งหมด: ลองดูว่า "ใจความหลัก" ของข้อมูลเหล่านั้นอยู่ตรงไหน และข้อมูลส่วนไหนบ้างที่เราน่าจะนำมาใช้ได้สำหรับการพรีเซนต์ของเรา (ลองเลือกเอาประเภทข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันมากองรวมกันไว้ก่อน)

3. กำหนดจุดประสงค์+คัดเลือกส่วนสำคัญ: พิจารณาว่าข้อมูลใดบ้างที่สอดคล้องกับ "เป้าหมายในการพรีเซนต์" ของเราหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร แล้วคัดเลือกข้อมูลเฉพาะส่วนที่จำเป็นและใช้ได้จริงๆ เท่านั้น ออกมาจากข้อมูลที่กองไว้

4. เก็บข้อมูลที่สำคัญไว้+รวบให้กระชับ: เมื่อจัดเรียงข้อมูลในข้อ 3 แล้ว หากยังเห็นข้อมูลใดที่เยิ่นเย้อเกินไป หรือมีความเกี่ยวข้องน้อย ก็ให้ตัดทิ้งไป จำไว้ว่าเราต้องการข้อมูลที่กระชับที่สุด เพื่อให้เหมาะสมกับเวลาที่จำกัดในการพรีเซนต์

5. จัดเรียงข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ เรื่องใดเป็นประเด็นเดียวกันก็นำมารวมเป็นกลุ่มเดียวกันให้ชัดเจน เพื่อให้พร้อมหยิบไปใช้ในการสร้าง Content เพื่อการนำเสนอ


สรุปก็คือ หาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่เราต้องการพรีเซนต์จริงๆ ให้เจอ, คัดเลือกเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เพื่อให้ข้อมูลกระชับที่สุด, จัดเรียงหมวดหมู่ให้สามารถเลือกนำมาใช้ได้ง่าย...

เท่านี้ก็ช่วย "ย่อย-สรุป-ลำดับ" Content ของเราไปเปลาะหนึ่งแล้วครับ

ในคราวหน้า Ep.2 เราจะมาคุยกันว่า แล้วเราจะออกแบบ "Content เพื่อการพรีเซนต์" (Content4Present) กันอย่างไร เพื่อให้น่าสนใจ และโน้มน้าวใจผู้ฟังได้ง่ายขึ้นกันครับ


Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 09/05/2020

หลังจากที่เคยบอกกันไปแล้วว่า Content ดีๆ เริ่มที่ "ผู้รับสาร" (ผู้ดู ผู้ฟัง ผู้อ่าน)

วันนี้ผมเลยอยากจะมาบอกต่อว่า... แล้วถ้าอยากให้ "ผู้รับสาร" สนใจและมีโอกาสติดตาม Content ในการนำเสนอของเราไปตั้งแต่ต้นจนจบ เราควรจะเริ่มต้น Content ของเรายังไงดี?

เชื่อว่าเป็นหลักพื้นฐานง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะไม่เคยนึกถึงก็เป็นได้


6 ภาพวันนี้ได้บอกเอาไว้แล้วครับ... เชิญทัศนา


Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 07/05/2020

เรื่องราวที่อยากจะ "เล่าให้รู้" สั้นๆ ง่ายๆ ในวันนี้...

อะไร??? คือ "5 New Normal" ที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนหลังวิกฤติการณ์ COVID-19 ผ่านพ้นไป

อะไร??? คือ "ปัจจัยพื้นฐานในการรับมือ" กับทั้ง 5 New Normal เหล่านี้ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและเดินไปได้ดีขึ้น


15 ภาพต่อไปนี้จะมาบอกให้คุณรู้และเข้าใจได้ง่ายๆ ครับ... เชิญทัศนา


Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 01/05/2020

เวลาไปสอนเรื่องเกี่ยวกับ "การสร้างสรรค์คอนเทนต์" ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์เพื่อพรีเซนต์ในที่ประชุม คอนเทนต์เพื่อทำวิดีโอคลิป คอนเทนต์เพื่อนำไปสอนหรือให้ความรู้ ฯลฯ ก็มักจะมีคำถามประมาณว่า...

"จะทำยังไงดีให้คอนเทนต์มันโดนหรือมีคนชอบ"???

แล้วก็จะตามมาด้วย...
จะมีวิธีคิดให้สร้างสรรค์ยังไง?
ใช้กราฟิกแบบไหนดี?
ควรเอาไปลงในสื่อไหน?
อนิเมชั่นแบบไหนน่าสนใจกว่า?
เราจะเรียงลำดับคอนเทนต์ยังไงดีให้มันโดนใจ?
ฯลฯ

อยากบอกว่า... เกือบทุกคนที่กำลังสร้างสรรค์คอนเทนต์อยู่มักจะ "ลืม" สิ่งสำคัญที่สุดที่ถือเป็น "จุดเริ่มต้น" ของการทำคอนเทนต์ไป และน้อยคนมากที่จะถาม ค้นหา หรือทำความเข้าใจถึงสิ่งนี้ให้ถ่องแท้เสียก่อน

สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งเป็น "จุดเริ่มต้นของคอนเทนต์" นั้นคืออะไร คำตอบมีอยูใน 15 ภาพด้านล่างนี้แล้วครับ... เชิญทัศนา


Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 14/09/2019

แมนๆ คุยกัน

ได้มาสอนคลาส "การเป็นวิทยากรในองค์กร" (Internal Instructors หรือ Train the Trainers) เมื่อจันทร์-อังคารที่ผ่านมา ให้กับพี่ๆ น้องๆ ณ องค์กรใหญ่ระดับประเทศแห่งหนึ่ง

ทุกท่านมีความรู้ เต็มไปด้วยทักษะและความเชี่ยวชาญในงานของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็มีความมุ่งมั่นมากด้วยเช่นกันที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเองไปยังน้องๆ รุ่นต่อไป

"น้องมันเก่งขึ้น งานเราก็เสร็จเร็วขึ้น ผิดพลาดน้อยลง เราก็สบายขึ้น ทีมก็สบายขึ้น ดีออกจะตายไปครับ" พี่คนนึงพูดให้ฟังชัดๆ แบบนี้ ซึ่งผมก็ว่ามันจริงเลยครับ

ทุกคนจึงเห็นความสำคัญของคลาสนี้มาก ทำให้ตั้งใจทั้งเรียน ฝึกฝน ทำการบ้านที่ได้รับมอบหมายให้เป็นอย่างดี ทั้งที่บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะเข้ากะมาเกือบทั้งคืน

ผลที่ออกมาเกินคาดมากครับ เพราะเห็นอยู่โรงงานแบบนี้นะ แต่เวลาให้มาสอนนี่บางคนลูกล่อลูกชนเยอะมาก บางคนยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอแม้จะเจอเพื่อนๆ ถามแกล้งถามกวนก็ตาม

และถึงแม้บางคนอาจดูตื่นเต้นไปบ้าง เครียดไปบ้าง แต่ก็เห็นถึงพัฒนาการได้เป็นอย่างดี

ผมเลยอยากจะบอกว่า... สิ่งที่ช่วยได้ดีที่สุดสำหรับการเป็นวิทยากร (โดยเฉพาะมือใหม่) คือ

1. "การวางแผนการสอน" (อันนี้ต้องทำ) เพราะต่อให้รู้มากแค่ไหน แต่ไม่วางแผนการสอนให้ดี คนฟังก็อาจสับสนเวลาฟัง คนพูดก็อาจพูดประเด็นที่อยากพูดได้ไม่ครบ แถมบางทีก็อาจจะน่าเบื่ออีกต่างหาก

2. "ทักษะการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าว" (อันนี้ต้องพยายามฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง) ที่ไม่ใช่แค่การพูดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสื่อหรืออุปกรณ์ที่ใช้ การขมวดเนื้อหาต่างๆ ให้เกิดเป็นภาพจำ และการสร้างสรรค์กิจกรรมรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพฤติกรรมให้เกิดกับผู้เรียน

หรืออาจสรุปได้ง่ายๆ ว่า...

เตรียมตัวให้ดี มีความคิดสร้างสรรค์ ขยันซ้อมสอน อย่าให้ทักษะสื่อสารตกตะกอนนอนก้น

เท่านี้ก็เป็นหลักพื้นฐานให้ใครๆ สอนได้ดีขึ้นแล้วครับ และแน่นอน... ผู้เรียนก็จะได้รับอานิสงส์จากการสอนนั้นด้วย

ขอบคุณ TMA (สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย) ที่มอบโอกาสดีๆ นี้มาให้ครับ... มันส์-แมน-มาก 😉

Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 06/09/2019

คุณชอบ Slide PowerPoint แบบที่เห็นในภาพแรกนี้มั้ยครับ???


ผมว่าไม่! ถูกใช่มั้ยครับ! แล้วจะทำยังไงดี?

เพราะธรรมชาติของคนสนใจมองภาพมากกว่าตัวหนังสือ แล้วคนก็จำภาพผ่านตาได้มากกว่าจำเสียงที่ผ่านหู

พูดแบบนี้กี่ครั้งทุกคนก็เห็นด้วยเสมอ แต่พอให้ทำ Slide PowerPoint ทีไรก็ออกมาเป็นตัวหนังสือแบบภาพแรกนี้ซะเป็นส่วนใหญ่... ทุกที

ไม่แปลกหรอกครับ เพราะหลายคนก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำให้ไอ้เจ้าตัวหนังสือทั้งหลายเหล่านั้นมันออกมาเป็นภาพได้ยังไง แล้วก็รู้สึกว่ามันช่างยากซะเหลือเกิน

จริงๆ แล้วทุกคนทำได้ครับ แต่ที่บอกว่าทำไม่ได้หรือนึกไม่ออก ก็เพราะไม่เคยเห็นการออกแบบ Slide ที่แปลงตัวหนังสือให้เป็นภาพได้อย่างง่ายๆ และน่าสนใจนั่นเอง

วันนี้ก็เลยอยากจะมาแชร์ไอเดียการออกแบบเพื่อแปลงตัวหนังสือบน Slide PowerPoint ให้เป็นภาพง่ายๆ ดังนี้ครับ

ภาพแรก "Marketing Mix / 4P" จะเห็นได้ว่ามีแต่หัวข้อและตัวหนังสือ แต่ลองปรับการออกแบบ Slide มาเป็นแบบภาพทีสองดูสิครับ...

จะเห็นได้ว่า 4P ในภาพที่สองดูน่าสนใจกว่า เพราะดูเป็นภาพมากกว่าตัวหนังสือล้วนๆ เนื่องจากใช้วงกลมไปล้อมรอบ P แต่ละตัว และแบ่ง 4P ออกเป็นสีที่ต่างกันอย่างชัดเจน แต่ยังเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันอยู่ด้วยการจัดให้วงกลมเหลื่อมซ้อนทับกัน

ภาพที่สาม "การจัดการการตลาด เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์" ภาพ Slide นี้ก็คล้ายๆ กับภาพแรก ที่มีตัวหนังสือเป็น bullet เรียงกันลงมา 6 บรรทัด เพื่อบอกว่าการจัดการการตลาดมีขั้นตอนอะไรบ้าง และใส่วงเล็บปีกกาเพื่อรวบยอดว่า ขั้นตอนทั้งหมดนี้ต้องมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

แต่ถ้าลองปรับการออกแบบ Slide มาเป็นแบบภาพที่สี่ จะเห็นได้ว่าตัวหนังสือทั้งหมดดูประกอบกันเป็นภาพที่มีการเชื่อมโยงของทั้ง 6 ขั้นตอนอย่างชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากใช้วงกลมมาเป็นตัวร้อยเรียงขั้นตอนทั้ง 6 โดยขั้นตอนแรก (สำรวจ) อยู่บนสุด และวนตามเข็มนาฬิกามาเรื่อยๆ จนขั้นตอนสุดท้าย (ประเมินผล) แล้วก็กลับไปเริ่มที่ขั้นตอนแรก (สำรวจ) ใหม่ วนไปในทุกๆ ปี

จากนั้นจึงเอาคำว่า "ศาสตร์" และ "ศิลป์" เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกรอบสี่เหลี่ยมที่ล้อมรอบวงกลม เพื่อบอกว่าการจัดการทั้ง 6 ขั้นตอน มีศาสตร์ (ความรู้และเหตุผล) และศิลป์ (ความคิดสร้างสรรค์) เป็นตัวคุมอยู่

ที่สำคัญก็คือ ณ จุดศูนย์กลาง (จุดสีแดง) ใส่คำว่า "ต้องมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง" กำกับไว้ เพื่อแสดงว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ การจัดการการตลาด ต้องยึดหลักการคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ และมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการทำการตลาดเสมอ

เท่านี้ก็พอจะเห็นได้แล้วใช่มั้ยครับว่าการออกแบบ Slide PowerPoint แบบภาพที่ 2 และ 4 ดูทำให้เนื้อหาน่าสนใจ สื่อความหมายได้ดีกว่า เข้าใจ และจดจำได้ง่ายกว่าเป็นไหนๆ

หวังว่าคงพอจะเป็นไอเดียเบื้องต้นในการนำไปปรับหรือดัดแปลง Slide PowerPoint แบบตัวหนังสือล้วนๆ หรือมีแต่ bullet เต็มไปหมดได้บ้างนะครับ

เดี๋ยวคราวหน้าจะลองมาแชร์แบบอื่นๆ ให้ดูกันต่อครับ

ส่วนโพสต์นี้ แชร์ได้นะครับ... ไม่ห้าม 555

มาร่วมกันทำให้ Slide Presentation ของพวกเราน่าสนใจและสื่อความหมายได้ดีขึ้นกันครับ

Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 05/09/2019

จบไปเรียบร้อยกับ 2 วันเต็มๆ ที่ไปคุยเรื่องการตลาดให้กับนักขายในธุรกิจ B2B ของบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ที่ขายเก่งมาก แต่ไม่ได้เรียนจบด้านการตลาดมาโดยตรงฟัง

สิ่งที่ประทับใจมากคือ ทุกคนเปิดรับ แสดงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตั้งคำถาม รวมถึงช่วยกันคิดทั้งเรื่องของศาสตร์และศิลป์ทางการตลาดในทุกๆ workshop ที่ได้รับมอบหมายอย่างตั้งใจสุดๆ

ทำให้ทั้งคลาสได้ความรู้ และมุมคิดจากในคลาสเองอย่างมาก

และด้วยความที่ไม่ได้เรียนจบด้านการตลาดมานี่แหละ ทำให้แม้แต่ผมที่เป็นวิทยากรเองก็ได้หลายๆ มุมคิดที่ตัวเองก็ไม่ทันคิดหรือมองข้ามไปจากในคลาสเช่นกันครับ

แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าคลาสนี้มีแต่คนกล้าคิดแต่ไม่กล้าพูด หรือพูดได้แต่พูดไม่เป็น

เชื่อเลยครับว่าทุกคนคือนักขายที่เก่ง และจะเก่งขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะทุกคนมีคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ของนักขาย คือ กล้าคิด กล้าถาม กล้าพูด พูดเป็น และเปิดใจรับฟัง

รับฟัง พูดเป็น นำเสนอได้ ลูกค้าก็จะรู้สึกดี เข้าใจ เห็นประโยชน์ของสินค้าชัดเจน และเชื่อถือนักขายที่เขาคุยด้วยง่ายขึ้น... มากขึ้น

ขอบคุณพี่เหน่ง หัสดิน ทรงประจักษ์กุล ที่ไว้ใจและให้โอกาสผมไปคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการตลาดกับน้องๆ นักขายในทีมของพี่ครับ

#นำเสนอให้มีพลัง_แล้วผู้ฟังจะมั่นใจ #ขายอะไรก็ง่ายละทีนี้ #การตลาดอยู่รอบตัวเรา

Photos from Content4Present by Aj.Boy's post 28/08/2019

2 วันที่ผ่านมานี้มีโอกาสได้กลับไปประเมินผลการฝึกอบรม "เทคนิคการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ" ให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ของสภากาชาดไทยจำนวน 27 คน เพื่อติดตามว่าแต่ละท่านพัฒนาการนำเสนอของตนเองไปได้แค่ไหนเพียงใด

และที่สนุกมากก็คือ งานนี้มีหัวหน้างานของผู้ที่ต้องนำเสนอแต่ละท่านมาร่วมคอมเมนต์และประเมินผลด้วย

หลังจากการประเมินผลเสร็จสิ้นลงต้องขอบอกชัดๆ เน้นๆ ไว้ตรงนี้เลยครับว่า... แต่ละท่านมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องของทักษะการพูดนำเสนอ การจัดทำคอนเทนต์และออกแบบสไลด์นำเสนอให้เข้าใจง่ายและน่าติดตาม ต่างจากที่เจอกันวันแรกอย่างเห็นได้ชัด

รวมถึงผลการประเมินจากหัวหน้างานของทุกท่านก็เป็นไปในทางที่ดีด้วย

นั่นแสดงว่าทุกคนได้นำเอาความรู้ที่ได้ไปปรับใช้และฝึกฝน เพราะการนำเสนอไม่มีทางลัดในการทำให้ได้ดี ถ้าไม่ลงมือทำ และทำบ่อยๆ รวมถึงซ้อมอย่างมุ่งมั่นก่อนจะมาพรีเซนต์

แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่ดีใจที่สุดก็คือตอนประเมินผลกันจบนี่ล่ะครับ มีพี่พยาบาลท่านนึงบอกกับผมว่า... สิ่งที่ผมได้สอนไปช่วยเปิดโลกของท่านมาก จากที่ไม่ค่อยมั่นใจในการนำเสนอก็มั่นใจขึ้น จากที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำสไลด์แตกต่างจากเดิมได้อย่างไร (เพราะไม่เคยเห็นสไลด์หลากหลายแบบนัก) ก็สามารถออกแบบสไลด์ได้เข้าใจง่าย น่าสนใจ และน่าติดตามมากขึ้น

แค่นี้ก็ถือเป็นกำลังใจยิ่งใหญ่ของผู้สอนอย่างผมละครับ ที่สิ่งที่เราทำมันสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้

ยังคงเชื่ออยู่เสมอว่าทุกคนสามารถพัฒนาทักษะการนำเสนอของตัวเองได้ ถ้าอยากทำ ลงมือทำ และทำอย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นฐานความรู้เป็นตัวนำทาง

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวผู้พรีเซนต์เอง ผู้สอนเป็นได้แค่เพียงผู้ชี้แนะเท่านั้น

เจอกันอีกที 12-13 ธ.ค. นี้ในคลาส Content & Slide Design for Presentation ครับ... สภากาชาดไทย

25/08/2019

ส่วนหนึ่งของสิ่งสำคัญก่อนจะพรีเซนต์...

"เราเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อทั้งผู้พูดและผู้ฟังในการพรีเซนต์หรือเปล่า"

"สิ่งที่ต้องทำ คือ เราต้องพยายามปรับตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราจะทำยังไงดี เพื่อให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะบอกให้ได้"

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


สภากาชาดไทย
Bangkok
10330