28/07/2022
๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
👑สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูล👑
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ🙏
ข้าพระพุทธเจ้า ฟิสิกส์ อาจารย์หนุ่ม
05/07/2022
มอบรางวัลเป็นขวัญกำลังให้นักเรียน ทำคะแนนได้ท็อปของระดับชั้นม.4 ในวิชาฟิสิกส์ ที่อาจารย์หนุ่มสอนเองกับมือ
24/06/2022
☺️หากเด็กๆต้องการจะยกระดับตัวเองไปสู่ระดับที่สูงขึ้นในด้านการเรียน หรือในด้านการทำงานในอนาคต เราต้องออกจากสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ฝึกฝนให้มากขึ้น ทั้งการทำโจทย์ ทั้งการอ่านทบทวนเนื้อหา และที่สำคัญคือต้องมีระเบียบวินัยในการอ่านหนังสือ
☺️
จิตใจนำร่างกายเสมอ หากเรากล้าคิด สมองจะสั่งการให้อวัยวะทุกส่วน เส้นเลือดทุกเส้น สูบฉีดพลังไปทั่วร่าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น 🎯
☺️
เป้าหมายตั้งใหญ่ไว้ก่อน เช่น อยากสอบติดแพทย์ ต่อให้ไปไม่ถึง อย่างน้อยที่ผ่านมาก็ยังถือว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ดีกว่าคิดแล้วแต่ไม่ได้ทำอะไรเลย
☺️
แต่ถ้าใจไม่กล้า มองตัวเองเป็นคนธรรมดาเดินดิน ก็คงได้แต่ย่ำเท้าอยู่บนพื้นราบตลอดไป
☺️
ป.ล. ข้อควานี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ของผมเอง ฟิสิกส์ อาจารย์หนุ่ม
☺️ อาจารย์พิเศษ วิชาฟิสิกส์ ระดับชั้น ม.4 ม.5 ม.6
11/04/2022
กุญแจแห่งความสำเร็จที่เรานำมาแนะนำมีชื่อว่า ‘การเรียนรู้แบบองค์รวม’ หรือ ‘Holistic Learning’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการท่องจำแบบอัดๆ ข้อมูลเข้าไปในหัวสมอง การเรียนรู้แบบองค์รวมจะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างความคิดและข้อมูลต่างๆ ทำให้เราจดจำได้ดีขึ้นในระยะยาว และช่วยเพิ่มทักษะในการคิดวิเคราะห์ด้วยค่ะ
1. แปลงข้อมูลให้เป็นรูปภาพ
สมองคนเราสามารถจดจำภาพได้ดีกว่าข้อความ ดังนั้น การแปลงข้อมูลต่างๆ ให้เป็นรูปภาพ จะทำให้เราสามารถจำได้ดีขึ้น รูปภาพในที่นี้รวมถึงแผนภูมิแท่ง แผนภูมิวงกลม แผนที่ความคิดด้วยนะคะ ลองฝึกจดแลคเชอร์โดยมีรูปประกอบดู แล้วจะพบว่ามันจำง่ายกว่าข้อความติดกันเป็นพรืดๆ เยอะ
2. เชื่อมโยงความรู้ใหม่เข้ากับความรู้เก่า
ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้พยายามโยงเข้ากับพื้นความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสิ่งใหม่ที่เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น เช่น คำว่า ‘sue’ ซึ่งแปลว่า ฟ้องร้อง ออกเสียงคล้ายๆ ‘สู้’ ในภาษาไทย เราก็จำแบบเชื่อมโยงว่า sue คือ สู้กันในศาล = ฟ้องร้อง แบบนี้ก็จะช่วยให้จดจำได้ในระยะยาว
3. ติวให้เพื่อน
การติวให้คนอื่น นอกจากจะเป็นการทบทวนความรู้ของเราอีกรอบแล้ว ในระหว่างเรียบเรียงเพื่อนำไปอธิบายให้เพื่อนเข้าใจ สมองของเรายังมีการพัฒนาปรับปรุงสิ่งที่เรียนรู้ไป ให้มีการจัดวางอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น และทำให้เราเข้าใจความรู้เหล่านั้นลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก แถมยังสนิทกับเพื่อนมากขึ้นอีกด้วยนะ
4. หลีกเลี่ยงการจดโน้ตด้วยข้อความล้วนๆ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยหลับคาตำราเรียนเล่มหนาๆ กันมาแล้วไม่มากก็น้อย เพราะตัวหนังสือที่ติดกันยาวๆ อ่านแล้วมันช่างน่าเบื่อสุดๆ เพราะแบบนั้นเวลาที่เราจดโน้ตไว้อ่านทบทวนเองก็ไม่ควรเขียนเฉพาะตัวหนังสือ ลองวาดภาพ เขียนกราฟ เขียนแผนภูมิแทรกลงไปบ้าง ใช้ปากกาสีหรือไฮไลท์ให้เด่น ข้อความ pop up ขึ้นมาเวลาอ่าน จะช่วยให้สนุกขึ้นเวลากลับมาอ่านทบทวน และทำให้จดจำได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
อย่าลืมแทรกความคิดเห็นที่เรามีต่อเรื่องนั้นๆ ลงไปด้วย เพราะมันจะช่วยกระตุ้นให้สมองเกิดการคิดวิเคราะห์ (critical thinking) ได้เป็นอย่างดี
5. วางรากฐานให้มั่นคง
เวลาเริ่มต้นเรียนใหม่ๆ ส่วนใหญ่เนื้อหาจะง่ายใช่ไหมคะ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ยิ่งเรียนก็ยิ่งยากขึ้น และทำให้งุนงงสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนพอไม่เข้าใจจุดหนึ่งก็ปล่อยผ่านไป แล้วข้ามไปอ่านอีกเรื่อง แบบนั้นมักจะยิ่งทำให้งงมากขึ้นค่ะ เพราะเนื้อหาในบทเรียนส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกัน ฉะนั้น ถ้าอยากจะเข้าใจบทเรียนทั้งหมดได้โดยไม่สับสน การค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละสเต็ปจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
ต้องมั่นใจว่าเราเข้าใจเบสิคเรื่องที่เรียนแน่นอน สามารถอธิบายได้ แล้วลำดับต่อๆ ไปถ้าสามารถอธิบายได้ก็จะไม่ค่อยรู้สึกว่ามันยากเอง
6. อ่านบทสรุปก่อนเริ่มเรียน
หากวิชาไหนมีบทสรุป ก่อนจะเริ่มอ่านเนื้อหาหรือเรียนในคาบถัดไป แนะนำว่าให้อ่านบทสรุปไปก่อนล่วงหน้า เพราะจะช่วยให้เห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดก่อน และเมื่อย้อนกลับมาไล่อ่านอีกครั้งก็จะทำให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น อย่างน้อยเผื่อเวลาสัก 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงก่อนเข้าคลาสเพื่อเตรียมตัวไว้ก็ดีนะ
7. ตั้งใจฟังในห้องเรียน
บางคนเวลาเรียนในห้องมักจะชอบก้มหน้าก้มตาจดตามสไลด์ หรือจดตามสิ่งที่อาจารย์สอนแบบทันบ้างไม่ทันบ้าง ซึ่งการจดก็ถือเป็นวิธีช่วยจำที่ดี แต่! อย่าลืมเผื่อสมาธิไว้ใช้กับการฟังและคิดวิเคราะห์ตามด้วย บางคนจดมาเยอะก็จริง แต่พอกลับมาอ่านทวนกลับไม่เข้าใจซะงั้น เพราะมัวแต่จดแทบไม่ได้ฟังที่อาจารย์สอนเลย บางทีอาจารย์บอกว่าตรงนี้จะออกสอบหรือเน้นย้ำหัวข้อไหนเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้ตั้งใจฟังเราก็อาจจะพลาดได้นะ
8. ฝึกจับประเด็น
การจับประเด็นไม่ใช่แค่การย่อความหรือสรุปความแต่เป็นการวิเคราะห์ให้แตกฉานว่าอะไรคือหัวใจหลักของสิ่งที่เขียนอยู่ในหนังสือหรือสิ่งที่อาจารย์พูด ยกตัวอย่างเช่นเรารู้ว่านิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าเกิดขึ้นยังไง เล่าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ประเด็นของเรื่องไม่ใช่ว่าใครถึงเส้นชัยก่อนกันแต่คือคนเล่าต้องการจะสอนให้เราไม่ประมาทและเหลิงไปกับความสามารถของตนเองต่างหาก
เพราะฉะนั้นเวลาอ่านหนังสือจบบทก็อย่าลืมตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่า หัวใจสำคัญหรือประเด็นหลักของบทนี้คืออะไร
สุดท้ายนี้ถ้าอยากให้สมองโลดแล่นพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อย่าลืมใส่ใจเรื่องพื้นๆ แต่สำคัญมากอย่าง ‘การพักผ่อนให้เพียงพอ’ ด้วยนะ ^^ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือมาเยอะแค่ไหน แต่ถ้าอ่อนเพลีย สมองไม่พร้อมทำงาน เราก็จะไม่สามารถดึงข้อมูลต่างๆ ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
11/03/2022
สิ่งที่ผม พอจะแนะนำให้ได้ในการทำข้อสอบนะครับ
1. ใช้เวลา 5-10 นาทีในการสแกนข้อสอบ โดยให้น้อง ๆ หาข้อสอบที่น้องทำได้แล้ววงกลมไว้หน้าข้อ โดยข้อที่ทำได้หมายความว่าต้องเป็นข้อที่อ่านแล้วเราเห็นขั้นตอน 1 2 3 4 ที่นำไปสู่คำตอบได้
2. พอเราสแกนเสร็จ จากนั้นลงมือทำ โดยให้เน้นข้อที่ทำได้ก่อน
3. จากนั้นหากเหลือเวลา 30 นาทีสุดท้ายให้ตรวจคำตอบข้อที่ทำได้ เน้นให้ชัวร์
4. หากไม่รู้ว่าจะเริ่มทำข้อไหนก่อน อ่านโจทย์แล้วงงทุกข้อ เปิดกระดาษหาข้อง่ายไม่เจอ เปิดมาเจอโต๊ะก็ยังหาไม่เจอ อันนี้อยากให้ตั้งสติดี ๆ ก่อน อย่าพึ่งลนเด็ดขาด ให้เรียงลำดับเรื่องที่เราพอทำได้ แล้วไปเปิดดูข้อสอบใหม่อีกรอบ
สำหรับผม มีเรื่องที่แนะนำคือ
- แคลคูลัส
- สถิติและการแจกแจงความน่าจะเป็น
- เซต
- ตรรกศาสตร์
- จำนวนจริง
- เอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม
- ลำดับและอนุกรม (พวกดอกเบี้ย)
นอกนั้นแล้วแต่ความถนัดของน้อง ๆ ได้เลย
5. ใช้เวลาให้ครบทุกนาที อย่าถอดใจ อย่าเผลอหลับไป อย่าเหม่อลอย ขอให้มีสมาธิในการทำ อย่าลืมว่าเราสอบได้แค่ปีละครั้ง สอบเสร็จแล้วค่อยไปนอน ลั้ลลา กินหมูกระทะก็ได้
6. สำหรับสายมูก็สวดมนต์ไหว้พระ หรืออธิษฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือ หรือจะหาสีมงคลใส่ในวันสอบ เช็คให้ดี เผื่อส่วนนี้จะทำให้เราสบายใจและมีกำลังใจในการทำข้อสอบ
7. ส่วนใหญ่ข้อสอบกากบาทมักจะออกเฉลี่ยคำตอบกัน ฉะนั้นถ้าจะมั่วก็ไปมั่วที่เรากาไปน้อย ๆ เผื่อโอกาสถูกจะมากขึ้น
ท้ายนี้ผมขอเป็นกำลังใจให้ เด็กๆทุกคน ประสบความสำเร็จในการสอบครั้งนี้และขอให้ทำคะแนนได้เยอะที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ จะคิดโจทย์ข้อใดก็ขอให้คิดออก จะมั่วข้อใดก็ขอให้มั่วถูก เป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ จากผมฟิสิกส์อาจารย์หนุ่ม
19/11/2021
หายไปนานกับเพจ ฟิสิกส์ อาจารย์หนุ่ม เนื่องจากภาระกิจที่มากมาย วันนี้เรากลับมาแล้ว พร้อมกับข้อมูล สำหรับน้องๆ ที่สนใจ ดังนึ้
📍 สมัครกันยัง?? เปิดบ้านคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล🏡 “Siriraj Education Expo 2021” ใครอยากเป็นหมอหรือสนใจสายวิทย์สุขภาพ ปักหมุดไว้เลยยย💉
🗓 วันที่ 11 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 - 17.00 น.
📍 รูปแบบออนไลน์ Virtual Event คุยสดตลอดวัน
🔥 ฟรีตลอดงาน สมัครเลย▶️ https://bit.ly/3o4WF3W
รวมทุกสิ่งที่ต้องรู้ ถ้าอยากเรียน #เเพทย์ศิริราช
📣 คุยสดกับรุ่นพี่ศิริราช แชร์ประสบการณ์จากนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรในวงการ Healthcare ตัวจริงเสียงจริง✨ พร้อมถาม-ตอบทุกข้อสงสัย
งานนี้เหมาะกับใครบ้าง💕
- นักเรียนที่สนใจการเรียนต่อสาย Healthcare
- อยากเรียนต่อสายแพทย์ สายวิทย์สุขภาพ
- ผู้ปกครองที่อยากทราบข้อมูลการศึกษาของศิริราช
- คุณครูแนะแนวที่กำลังรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเด็กๆ ในโรงเรียน
**ภายในงานมีแจกของรางวัลเพียบ🎁**
เช่น IPad Air 10.9 / Huawei Y6P / True Smart P1 Prime และแพ็คเน็ตเต็มสปีด 5 GB*
12/09/2021
มุ่งมั่น มีวินัย มีความกล้า และบ้าระห่ำ พร้อมที่จะวิ่งไล่ล่าความฝัน แล้วเด็กๆจะเห็นเองว่า เราเก่งขึ้นได้ตลอดเวลา
10/09/2021
ไม่มีสูตรสำเร็จในชีวิตของการเรียน เท่ากับลงมือทำ
08/09/2021
❌หมดเวลาแจก แล้วนะครับ ขอบคุณ ผู้โชคดีที่ได้รับเอกสารไปนะครับ คอยติดตาม ว่าทางเพจจะเอาหนังสือเล่มไหนมาแจกกันอีกนะครับ❌
24/08/2021
สำหรับเด็กๆ การดำรงชีวิต ณ ปัจจุบัน คือการศึกษาเล่าเรียน เพราะฉะนั้น เด็กๆ ต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลาเช่นกัน ตามแนวทางพ่อหลวง รัชกาลที่๙ ของเรา
06/08/2021
' ชีวิตไม่ใช่การค้นหาตัวเอง '
' ชีวิตคือการสร้างตัวเอง '
เพราะเด็กๆมักมีข้ออ้างตลอดเวลาว่า ขอค้นหาตัวเองก่อน แล้วจะลงมือทำ บางครั้งชีวิต มันไม่มีเวลาพอให้ค้นหา แต่ถ้าเราอยาก เป็นหมอ เป็นวิศวกร เป็นอะไรก็ตามที่เราอยากเป็น เราต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเราเองเป็นหลัก ฟิสิกส์อาจารย์หนุ่ม มีความเชื่อแบบนั้นมาตลอด และพยายามปูแนวทางในการสร้างเด็ก ด้วยพลังจากตัวเด็กๆเอง
23/07/2021
เด็กๆเคยรู้ไหมว่าทำไมความ ฝัน ของเด็กๆ ทำไมถึงไปยากจัง
ลองถามตัวเองรึยังว่าทำไมถึงยังหยุดอยู่
ฉันทำไม่ได้หรอกเพราะฉันมันโง่เกินไป
ฉันทำไม่ได้หรอกฉันยังไม่มีความรู้
ฉันทำไม่ได้หรอกเพราะฉันไม่มีเวลาที่จะทำมัน
นี่แหละคือข้ออ้างของเด็กๆ ถ้าคนที่มีเป้าหมายในชีวิต เขาจะก้าวผ่านมันไปให้ได้ ไม่ว่าจะยากแค่ไหน