Just Click คอร์สเรียนออนไลน์ สอนสร้างเพจ ยิงแอดแบบมืออาชีพ

Just Click คอร์สเรียนออนไลน์ สอนสร้างเพจ ยิงแอดแบบมืออาชีพ

แชร์

คอร์สออนไลน์ ทำออนไลน์อย่างไร จบ รู?

10/09/2022

อ่านใจลูกค้าผ่านตำราจริต 6
ปิดการขายยังไงให้ตรงใจลูกค้า

มนุษย์มีความอยากซื้อ อยากครอบครองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะการครอบครองเป็นการบ่งบอกถึงความมีอำนาจเหนือคนอื่น แต่การถูกขายเหมือนเป็นการลดทอนอำนาจในการตัดสินใจ “หากเราถูกขายได้สำเร็จ เหมือนเราแพ้คนขาย” ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าได้กลิ่นอายของการขาย ลูกค้าจะตั้งกำแพงขึ้นมาทันที

หลายครั้งที่เราพยายามปิดการขายจนอาจจะหลงลืมไปว่า ลูกค้าไม่ได้อยากรู้ทุกรายละเอียด พวกเขาแค่อยากรู้เฉพาะประเด็นที่อยากรู้ การลงรายละเอียดไปซะทุกเรื่องจะทำให้ลูกค้าเบื่อหน่ายด้วยซ้ำไป

ก่อนจะขายของให้ได้ เราต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าแต่ละประเภทเป็นอย่างไร โดยการใช้ตำราที่เก่าแก่ที่สุซึ่งเรียกว่า “การแบ่งคนตามจริต” ซึ่งจะแบ่งคนออกเป็น 6 กลุ่มก็คือ
1. โทสะจริต
2. ราคะจริต
3. วิตกจริต
4. โมหะจริต
5. ศรัทธาจริต
6. พุทธิจริต
โดยหลัก ๆ ทางการตลาดแล้ว ส่วนมากมักจะพบแค่ 4 จริตเท่านั้น นั่นก็คือ โทสะจริต, ราคะจริต, วิตกจริต และ โมหะจริต

ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “โทสะจริต”

คนประเภทนี้คาดหวังกับโลกเยอะ คิดว่าโลกต้องเป็นในแบบที่ตัวเองต้องการ จึงชอบชี้ถูกชี้ผิด คนแบบนี้ตรงไปตรงมา เมื่ออยากรู้อะไรก็จะถามแบบ ตรง ๆ ชอบอะไรเร็ว ๆ ไม่เยิ่นเย้อ คนกลุ่มนี้มักเน้นเรื่องงานมากกว่าเรื่องส่วนตัว สนใจผลประโยชน์ที่สามารถจับต้องได้

การที่จะปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ ต้องทำให้ชีวิตพวกเขาสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องลงรายละเอียดสินค้า เอาแค่คุณสมบัติหลักที่เขาอยากได้ก็พอ ถ้าเราบอกเขาว่า “สินค้านี้จะทำให้คุณลูกค้าประหยัดเงินไปถึง # # บาทเลยนะครับ” นี่คือผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่า

ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “ราคะจริต”

คนประเภทนี้สังเกตง่ายเพราะเป็นคนที่เสียงเพราะ นุ่มนวล ภาพลักษณ์สำคัญเป็นอันดับ 1 เพราะเขาต้องการการยอมรับจากสังคม คนกลุ่มนี้ชอบคำชม (แม้จะไม่จริงก็ตาม) โดยเฉพาะเสื้อผ้าหน้าผม หรือสิ่งทีเป็นรูปลักษณ์ภายนอก

การที่จะปิดการขายกับคนกลุ่มนี้คุณต้องเน้นให้เห็นว่ามันช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ยังไง หรือมีคำเหล่านี้ “รุ่นใหม่” “มีก่อนใคร” “ไม่ซ้ำใคร” “ที่แรก” “คนเดียว” “พิเศษ” “แค่คนเดียว” เพราะคนประเภทนี้ชอบที่จะเป็นจุดสนใจของคนอื่น คำเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้พวกเขาอยากได้สินค้ามากขึ้น

ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “วิตกจริต”

คนประเภทนี้เป็นคนมีเหตุผล รอบคอบ จนบางทีรอบคอบเกินไปจนไม่กล้าตัดสินใจ คนประเภทนี้จะหาข้อมูลสินค้ามาดีมาก บางทีอาจจะมากกว่าคนขายเลยก็ได้ น้ำเสียงในการพูดจะเป็นแบบโมโนโทน

สิ่งที่ห้ามทำถ้าอยากปิดการขายกับคนประเภทนี้ก็คือ “การคิดแทนลูกค้า” เพราะคนประเภทนี้จะเชื่อข้อมูลของตัวเองมากกว่าคนอื่น หน้าที่ของนักขายคือ เตรียมข้อมูลให้พร้อม และสอบถามลูกค้าว่า ต้องการข้อมูลด้านไหมเพิ่มเติมหรือไม่ จนกว่าจะได้ข้อมูลที่พอใจ คนกลุ่มนี้ถึงจะตัดสินใจซื้อ

ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “โมหะจริต”

คนกลุ่มนี้จะมองตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง อาจจะไม่ค่อยมีความมั่นใจต้องการพึ่งคนอื่น มักห่วงใยคนอื่นก่อนเสมอ เป็นคนเชื่อคนง่าย แต่ถ้าถูกหักหลังจะจำไปตลอดกาล

การปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ เหล่านักขายต้องเสนอให้เห็นว่า ซื้อสินค้าชิ้นนี้ไปแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อคนรอบข้างของลูกค้าอย่างไร เช่นหากจะขายรถยนต์ ถ้าเราบอกว่ารถคันนี้ดีต่อสไตล์ลูกค้า พวกเขามักจะไม่ค่อยสนใจ แต่ถ้าเราเสนอว่า รถคันนี้สามารถพาคุณแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เลยนะครับ พวกเขาจะเริ่มสนใจสินค้าขึ้นมาทันที

ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “ศรัทธาจริต”

คนประเภทนี้มักจะคล้อยตามคนได้ง่าย เชื่อคนแบบไร้เหตุผล เวลามีแนะนำอะไรก็ตัดสินใจเชื่อโดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน ปากกับใจจะตรงกัน อยากได้อะไรก็บอกตรง ๆ ทำอะไรไม่รีบร้อน

การปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ไม่ยากมากเท่าไหร่ เพราะด้วยความที่เชื่อคนได้ง่าย เมื่อเราพูดอะไรไปมักก็จะคล้อยตาม แต่หากว่าเราบอกว่ารายได้ส่วนหนึ่งจากการซื้อสินค้าหรือการใช้บริการ จะนำไปบริจาคเข้าองค์กร หรือ มูลนิธิ พวกเขามักจะสนใจเป็นพิเศษ

ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “พุทธิจริต”

คนกลุ่มนี้ชอบคิดและพิจารณาอย่างมีเหตุผล เป็นคนเจ้าปัญญาความคิด มีความฉลาดเฉลียว มีปฏิภาณไหวพริบดี การคิดการอ่านหรือการทรงจำดีทุกอย่าง

การปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ต้องบอกรายละเอียดที่ตรงประเด็น ไม่ต้องอ้อมค้อม ถ้าเขาทำท่าไม่ชอบเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าเขาตัดสินใจไม่ซื้อแล้ว แต่ถ้าทำท่าทางสนใจเมื่อไหร่ ก็จะเป็นนิสัยเท่าไหนก็เท่ากัน คนประเภทนี้ถ้าหากยิ่งยื้อการขาย อาจทำให้เขาโกรธก็ได้

ในแต่ละคนมักจะมีส่วนผสมมากกว่า 1 จริตเสมอ นักขายมือทองจะต้องคาดเดาให้ได้ตั้งแต่แรกเห็นว่าลูกค้าของเขาเป็นคนประเภทไหน อาจจะวิเคราะห์จากบทสนทนาหรือการแต่งตัวก็ได้ หรือถ้าเป็นการขายออนไลน์ ก็อาจจะต้องเข้าไปส่องหน้าโปรไฟล์เขาหน่อยว่ามีความคิดอย่างไร แชร์โพสต์แบบไหน เพื่อแยกตามประเภทให้ถูกต้อง

การปิดการขายที่ดีต้องรู้จักลูกค้าว่าเป็นแบบไหน บอกรายละเอียดเยอะไม่ได้แปลว่าจะทำให้ขายดี แต่พูดยังไงให้ตรงกับความต้องการลูกค้ามากกว่าถึงจะทำให้ร้านค้าได้กำไร

























เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH

อ้างอิง
- หนังสือ รู้แค่นี้ขายดีทุกอย่าง
ผู้เขียน: สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร

11/03/2022

อยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะทำอะไรดี จะให้มานั่งคิดวางแผนธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นก็รู้สึกว่ายากเหลือเกิน “แฟรนไชส์” คือคำตอบที่จะช่วยให้คุณสามารถทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องไปลองผิดลองถูก โอกาสในการดำเนินธุรกิจก็ราบรื่น แถมมีกลุ่มลูกค้าที่รู้จักแบรนด์มาก่อนอยู่แล้ว วันนี้เลยได้ยกเอา 10 แฟรนไชส์มาแรงน่าลงทุน สร้างอาชีพด้วยงบหลักพันมาฝากกัน

🤑 โลโซโตเกียว

โตเกียวสีสันสดใสที่ฉีกกฎจากโตเกียวที่เคยเห็นทั่วไป มาพร้อมไส้ที่แปลกแหวแนวและหลากหลาย มีจุดเด่นที่เนื้อแป้ง หอม นุ่ม ไม่เหนียว และเมื่อซื้อไปไม่ทานทันทีก็อยู่ได้โดยที่รสชาติและเนื้อแป้งยังคงเดิม ปัจจุบันมีทั้งหมดประมาณ 300 สาขา โดยลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท เป็นค่าเรียนการทำขนมโตเกียวโดยจะได้รับการสอนตั้งแต่เริ่มผสมแป้ง จนถึงการบริการ ซึ่งสามารถนำเอาไปปรับใช้และกำหนดราคาขายเองได้ โดยมีสาขาที่ขายเริ่มต้นถูกสุดชิ้นละ 3 บาทเท่านั้น

🤑 ชอบเนื้อ เนื้อย่างโคขุนแท้ 100%

เนื้อย่างคุณภาพดี ที่เลือกใช้เนื้อโคขุนโพนยางคำแท้ๆ รสอร่อย ที่มักจะเห็นกันบ่อยตามตลาดนัด มีให้เลือกถึง 8 รสชาติ แถมน้ำจิ้มรสเด็ดที่มาช่วยเสริมให้เนื้อย่างมีรสอร่อยมากขึ้น ซื้อง่ายเพียงไม้ละ 10 บาท โดยลงทุนเริ่มต้นที่ 1,950 บาท เป็นชุดอนุบาลที่จะได้รับเนื้อทั้งหมด 300 ไม้ ป้ายราคา และถุงหิ้ว ซึ่งมีรูปแบบแฟรนไชส์ให้เลือกหลายแบบ ราคาสูงสุดที่ 6,800 บาท

🤑 กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย

ถึงแม้จะไม่ค่อยเห็นกะหรี่ปั๊บทำเป็นแฟรนไชส์มากเท่าไหร่ แต่กะหรี่ปั๊บรสอร่อยของลุงแชมป์นั้นมีมากกว่า 240 สาขา จุดเด่นคือ ชิ้นแป้งบาง ไม่กรอบร่วนจะหกเลอะเทอะ ไส้แน่น วัตถุดิบพรีเมียม และมีให้เลือกถึง 6 ไส้ และรสชาติอร่อยกลมกล่อมไม่ฉุน โดยในปีนี้ขายดีได้สูงถึง 240,000 ชิ้นเลยทีเดียว ลงทุนเริ่มต้นที่ 2,790 บาท ซึ่งสามารถนำไปขายต่อได้ในราคาที่เห็นทั่วไปคือ 15 บาท หรือขายสูงหรือต่ำกว่านี้ก็ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่า 12 บาท

🤑 ราชา ลูกชิ้นหมูระเบิด

แฟรนไชส์ลูกชิ้นหมู ที่สามารถขายได้ทั้งแบบทอด และแบบปิ้ง ทำจากเนื้อหมูล้วนๆ ไม่มีผสม มีจุดเด่นเมื่อกัดแล้วจะรู้สึกระเบิดเต็มปากตามชื่อแบรนด์ ปรุงรสด้วยกระบวนการพิเศษทำให้มีรสชาติหอมอร่อย ไร้มัน ปัจจุบันมีมากกว่า 500 สาขา ลงทุนเริ่มต้นด้วยเงิน 2,900 บาท แถมมีชุดลงทุนให้เลือกหลายรูปแบบตามเงินทุนที่มี สามารถนำไปขายได้เริ่มต้นถ้วยละ 25 บาท

🤑 ไอติมทอดดอทคอม

ไอติมทอดขนมโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ปัจจุบันมีมากกว่า 500 สาขา เสิร์ฟมาในรูปทรงหัวใจสุดน่ารัก โดยคนขายสามารถเลือกท๊อปปิ้งที่อยากจะมาตกแต่งให้ลูกค้าได้แบบตามใจชอบ เริ่มต้นลงทุนที่ 2,990 บาท พร้อมไอศกรีมจำนวน 100 ลูก อุปกรณ์การทอดและแต่งหน้าไอศรีมเบื้องต้น สามารถนำไปขายเริ่มต้นชิ้นละ 25 บาท หรือถ้าจะเพิ่มท๊อปปิ้งพิเศษเช่นวิปครีมก็สามารถกำหนดราคาเพิ่มเองได้

🤑 มหาชัย ไอศกรีม

ไอศรีมเจ้าดังที่หลายคนมักคุ้นหน้าคุ้นตา เพราะเปิดกิจการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี มักเห็นแจกตามงานประชุม งานสังสรรค์ต่างๆ มีจุดเด่นคือเป็นไอศกรีมโบราณแท้ มีทั้งหมด 2 รสชาติ คือ กะทิรวมมิตรและกะทิทุเรียน โดยใช้มะพร้ามกะทิสด 100% พร้อมท็อปปิ้งให้เลือกหลากหลาย ลงทุนแฟรนไชส์เริ่มต้นอยู่ที่ 3,000 บาท สามารถนำไปขายเริ่มต้นถ้วยละ 30 บาท แล้วแต่ท็อปปิ้ง ซึ่งท็อปปิ้งขายดี ชื่อดังก็คือ ไอศกรีมไข่แข็ง นั่นเอง

🤑 ต.เนื้อย่าง

อีกหนึ่งแฟรนไชส์เนื้อโคขุนเสียบไม้รสเด็ด จุดเด่นคือ เนื้อไม่เหนียวและสูตรพริกไทยดำพิเศษ อร่อยได้โดยไม่ต้องมีน้ำจิ้ม และมีให้เลือกมากกว่า 5 รสชาติ ปัจจุบันขายแฟรนไชส์ไปแล้วมากกว่า 500 สาขา ลงทุนเริ่มต้นที่ 3,000 บาท พร้อมเนื้อ 500 ไม้ ขายง่ายเพียงไม้ละ 10 บาท

🤑 เฉาก๊วยโกโบริ

แฟรนไชส์เฉาก๊วยนมสดที่ไม่เหมือนใครด้วยสูตรนมสดคาราเมลหอมกวานที่มีให้เลือกถึง 10 รสชาติ ทานกับเฉาก๊วยเข้ากันกำลังดี ปัจจุบันมีมากกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ และมากกว่า 400 สาขาในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย สามารถลงเริ่มต้นได้ที่ 6,900 บาท โดยนำไปขายเริ่มต้นที่แก้วละ 25 บาทเท่านั้น

🤑 นมหมีปั่น BEAR CUP MILK

นมหมีปั่นสุดฮ็อต ที่มีให้เลือกหลากหลายมากกว่า 19 เมนู โดยมีเมนูเด็ดคือ นมหมีโอริโอ้ปั่นที่รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม แถมทุกเมนูนั้นจะใช้นมเป็นส่วนประกอบหลักแทนน้ำตาล ถูกใจทั้ง เด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ เริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 9,900 บาท สามารถขายเริ่มต้นได้แก้วละ 35 บาท

🤑 ลูกชิ้นจัง

ลูกชิ้นปลาทอดที่เปิดมาแล้ว 13 ปี มีสาขามากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศไทย มั่นใจได้ในเรื่องของรสชาติที่อร่อย และคุณภาพที่ได้มาตรฐาน อย. ทานง่าย กรอบนอก นุ่มใน มาพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด เริ่มลงทุนได้ด้วยเงิน 8,900 บาท ขายเริ่มต้นถ้วยละ 30 บาท


ดังนั้นสำหรับใครที่สนใจอยากจะประกอบธุรกิจแฟรนไชส์อาจจะเลือกจากประเภทธุรกิจที่ตัวเองสนใจก่อน อาทิเช่น อาหาร ของกิน โลจิสติกส์ แล้วค่อยศึกษาว่ามีแบรนด์ใดที่ทำแฟรนไชส์บ้าง แล้วค่อยนำเอาปัจจัยอื่นๆ มาเปรียบเทียบกันอีกที หรืออาจจะเลือกจากกระแสและความนิยมของผู้บริโภคก็ได้เช่นกันค่ะ









































ที่มา : อายุน้อยร้อยล้าน

20/10/2021

เป็นเรื่องปกติที่เราจะเกิดคำถามกับใครบางคนหรือคนบางกลุ่มว่า "แค่นี้ทำไมคิดไม่ได้" หรือ "แค่นี้ทำไมทำไม่ได้"

เพราะสำหรับเรามันตรงไปตรงมา ไม่เห็นมีอะไรซับซ้อน

แต่บางทีเราก็ลืมคิดไปว่าเรากำลังเอามาตรฐานของเราเป็นตัวตั้ง

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะมันเป็นไม้บรรทัดเดียวที่เรามี

เพียงแต่เราต้องระลึกอยู่เสมอว่าไม้บรรทัดของเรากับเขาอาจไม่เท่ากัน

ของเราอาจไม้ยาว ของเขาอาจไม้สั้น

หนึ่งเซ็นของเราอาจเท่ากับหนึ่งนิ้วของเขา

เพราะแต่ละคนเติบโตมาในบริบทที่แตกต่างกัน สิ่งที่เป็น common sense สำหรับเราอาจไม่ได้ common sense สำหรับเขาก็ได้

เมื่อระลึกได้ว่าเรากับเขาใช้ไม้บรรทัดคนละอันกัน เราก็น่าจะหงุดหงิดน้อยลง และมีเมตตากับเขาและกับตัวเองมากขึ้น😊









































































Cr:ANONTAWONG MARUKPITAK

03/10/2021

💢เป็นสิ่งที่อ่านแล้วใช่เลย💢

ขนยางมาเต็มคันรถ แต่พอรถตัวเองยางแตก
กับได้แต่นั่งมองเฉยๆ ทำอะไรไม่ได้ ไปต่อไม่ไหว
ยางอะไหล่อยู่ใต้ท้องรถ ถึงมีก็เอามาใช้ไม่ได้
รถมันทับอยู่

‼️เหมือนมีเงินแต่ให้คนอื่นยืมหมด = ไม่มี‼️

ทั้งชีวิตช่วยคนอื่นมาตลอด แต่พอตัวเองมีปัญหา
มีความทุกข์ กลับทำอะไรกับสิ่งที่ตัวเองมีไม่ได้
เราช่วยเหลือรถคนอื่นให้วิ่งไปต่อได้
แต่รถเราละ ใครจะมาช่วยเปลี่ยนยาง กลางทาง














































































Credit: FB.. Ramet Tanawangsri

24/08/2021

คุณอยู่ Gen ไหนกันคะ😊

22/08/2021
20/08/2021

#ไม่สำคัญว่าคุณจะเดินช้าแค่ไหน #ตราบใดที่คุณไม่หยุดเดิน 🏁

เมื่อพูดถึงความสำเร็จ เราจะนึกถึงหลายคนที่เคยเจออุปสรรค แต่ก็ไม่ย่อท้อ ไม่หยุดเดิน

แต่ในชีวิตจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถลุกเดินต่อได้ทันที 💡

เนลสัน แมนเดลา เคยต้องติดคุก 27 ปี ก่อนจะออกมาทำความฝันต่อได้

สแตน ลี เคยต้องไปร่วมสงคราม และใช้เวลาหลายปี ก่อนจะเขียนการ์ตูนเรื่องแรกของอาณาจักรมาร์เวล 🦸‍♂

บ็อบ รอสส์ เคยทำงานในกองทัพอากาศ 20 ปี ก่อนจะกลายเป็นครูสอนศิลปะชื่อดัง

ซึ่งบน YouTube เขามีผู้ติดตามเกือบถึง 5 ล้านคน 🎨

ช่วงเวลาที่ยังทำความฝันต่อไม่ได้ เป็นเหมือนช่วงให้เราได้หยุดคิด หยุดพัก และหยุดเดิน 🧠

ทบทวนว่าเป้าหมายในชีวิตแท้จริงแล้วคืออะไร?

ทุกคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า ที่สอนว่าคนที่หยุดพักมักจะเป็นผู้แพ้ หรือได้เข้าเส้นชัยทีหลัง 🐰🐢

แต่ในความจริงแล้ว ชีวิตไม่ได้กำหนดว่าเราจะต้องเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ

บางคนอาจเดินถึงในวัย 20 บางคน 40 และบางคน 60 ก็ยังมี

นอกจากนี้โลกเราก็ไม่ได้มีแค่กระต่ายกับเต่า

แต่ยังมีหมีขาว ผีเสื้อ หอยทาก และปลาวาฬ 🦋

ทุกคนต่างมี pace ในการเดินหรือการวิ่งที่แตกต่างกัน

และหากคุณจะหยุดพักบ้าง เพราะไปต่อไม่ไหว มันก็ไม่เป็นไรเลย

ตราบใดที่ยังกลับมาเดินบนเส้นทางของตัวเอง อย่างแข็งแกร่งได้อีกครั้ง 🌟









































































CR : Digitaltips

06/08/2021

💢คีย์ลัด Ctrl ต่าง ๆ บน Google Chrome💢

Google Chrome คือ โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web Browser) ที่เป็นที่นิยมของผู้ใช้งาน Internet เป็นอย่างมากหากให้เลือก Browser สำหรับใช้งานในลำดับต้น ๆ ของโลกต้องมีชื่อ Google Chrome ติดอยู่ 1 ในนั้นอย่างแน่นอน เพราะหน้าตาของเว็บเบราเซอร์ที่ใช้งานง่าย การเปิดหน้าเว็บเพจทำได้อย่างรวดเร็ว มีโปรแกรมเสริมมากมาย มีความปลอดภัยจากไวรัส และมัลแวร์ต่าง ๆ สูง และยังสามารถใช้บริการต่าง ๆ ที่ Google เล่น Google Translate ที่สามารถเลือกข้อความบางส่วนแล้วสามารถแปลได้ในทันที หรือ Picture-in-Picture ที่สามารถเล่นวิดีโอแบบ On-top display ได้ (สามารถดู youtube จอเล็ก ๆ ได้โดยที่สามารถทำงานอื่นไปด้วย)

ซึ่ง Google Chrome ก็สามารถใช้คีย์ลัดเหมือนโปรแกรมต่าง ๆ ได้เช่นกัน วันนี้ทางเราเลยอยากจะนำเสนอคีย์ลัดที่จำเป็นเพื่อทำให้คุณใช้งาน Google Chrome ให้ง่ายขึ้น รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

คีย์ลัด ต่าง ๆ ที่สั่งงานด้วยปุ่ม Ctrl ของ Google Chrome มีดังนี้ค่ะ

✅Ctrl + t เปิดแท็บใหม่แล้วข้ามไปยังแท็บนั้น
✅Ctrl + p พิมพ์หน้าเว็บไซต์ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่
✅Ctrl + s บันทึกหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่
✅Ctrl + w ปิดแท็บปัจจุบันที่ใช้งานอยู่
✅Ctrl + j เปิดหน้าดาวน์โหลดในแท็บใหม่
✅Ctrl + 0 รีเซ็ตการย่อขยายหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่
✅Ctrl + 9 เลือกแท็บด้านขวาสุด
✅Ctrl + Tab เปลี่ยนไปยังแท็บที่เปิดอยู่ถัดไปทางขวา โดยสามารถวนได้
✅Ctrl + Shift + t เปิดแท็บที่ปิดก่อนหน้านี้อีกครั้งตามลำดับที่ปิด
✅Ctrl + Shift + w ปิดโปรแกรม Google Chrome
✅Ctrl + Shift + o เปิดการจัดการบุ๊กมาร์ก
✅Ctrl + f หรือ F3 เปิดเครื่องมือค้นหาในหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่
✅Ctrl + r หรือ F5 โหลดหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันอีกครั้งที่ใช้งานอยู่
✅Ctrl + คลิกลิงก์ เปิดลิงก์ในแท็บใหม่
✅Ctrl + 1 ถึง Ctrl + 8 เลือกแท็บตามลำดับที่เปิดใช้งาน สามารถเลือกได้สูงสุด 8 แท็บ
✅Ctrl + Shift + คลิกลิงก์ เปิดลิงก์แล้วไปยังลิงก์นั้นเลยทันที
✅Ctrl และ + หรือ Ctrl + เลื่อนลูกกลิ้งเมาส์ขึ้น ขยายหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่
✅Ctrl และ – หรือ Ctrl + เลื่อนลูกกลิ้งเมาส์ลง ย่อหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่
✅พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ + Ctrl + Enter เข้าเว็บไซต์โดยไม่ต้องพิมพ์ www. และ .com ในชื่อเว็บไซต์



















































































CR : kodefix.com

04/08/2021

บางครั้งโลกก็ไม่จำเป็นต้องมี
ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเสมอไป‼️ 🥇🥇

ภาพประทับใจจากโลกกีฬา
ที่บ่อยครั้งก็เกิดในโลกธุรกิจเช่นกัน‼️

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในโอลิมปิกครั้งนี้ก็คือ การแข่งขันกระโดดสูงเพื่อชิงเหรียญทอง ระหว่าง “บาร์ชิม” ชาวกาตาร์ และ “แทมเบรี” ชาวอิตาลี 🇶🇦🇮🇹

ทั้งสองคนแข่งกันมาเรื่อยๆ จนถึงระดับความสูงที่ 2.39 เมตร แต่ไม่ว่าจะพยายามกันแล้วถึง 3 รอบ ก็ไม่มีใครกระโดดได้ผ่าน และหาผู้ชนะเพียง 1 เดียวได้เสียที

กรรมการจึงเดินมาถามว่าพวกเขาอยากจะแข่งต่อเพื่อหาผู้ชนะหรือไม่

แต่สิ่งที่ บาร์ชิม ถามกลับไปคือ “แล้วถ้าเราจะได้เหรียญทองทั้งคู่ มันเป็นไปได้หรือเปล่า??”

ซึ่งหลังจากที่กรรมการบอกว่ามันเป็นไปได้ ทั้งคู่ก็จับมือและกระโดดกอดคอกันดีใจแบบสุดเหวี่ยง

โดยเฉพาะ ทิมเบรี ที่พลาดโอลิมปิกไปครั้งที่แล้วจากอาการบาดเจ็บ ถึงกลับลงไปนอนกลิ้งด้วยความสุขบนพื้น

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เราเห็นว่า “ผู้ชนะ” ไม่จำเป็นจะต้องมีได้แค่คนเดียวเสมอไป 😊

และในโลกธุรกิจก็เช่นกัน..

บางครั้งแทนที่จะบดบี้เอาเป็นเอาตายเพื่อหวังจะครองตลาด

ในบางสถานการณ์ การหันหน้ามาจับมือร่วมกันอาจเป็นทางออกที่ดีกว่า 🤝

ไม่ว่าจะเป็น McDonald’s กับ Burger King ที่แข่งขันกันแทบตาย

แต่ในช่วงวิกฤติโควิด Burger King กลับสนับสนุนให้ลูกค้าไปช่วยอุดหนุนอีกฝั่ง

ทำให้ McDonald’s ได้ลูกค้า ส่วน Burger King ก็ได้เสียงตอบรับและภาพลักษณ์ที่ดีจนเกินคาด

Starbucks เคยจับมือกับ Nestle เพื่อผลิตกาแฟแคปซูล ☕️

ทำให้ Starbucks ได้ลูกค้ากลุ่มทานกาแฟที่บ้าน ส่วน Nestle ได้ขายสินค้าภายใต้แบรนด์พรีเมี่ยมอย่าง Starbuck และเจาะตลาดฝั่งอเมริกาได้ดียิ่งขึ้น

หรือจะเป็น Samsung ที่เป็น supplier ผลิตหน้าจอโทรศัพท์ให้กับ Apple 📱

เราจะเห็นได้ว่าหลายการร่วมมือ คือการเอาจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเสริมซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย 🎌


บางครั้งบางธุรกิจ บางอุตสาหกรรมมันใหญ่มาก มากเกินกว่าที่คุณจะกินคนเดียว ถ้าเราแบ่งคนอื่นกินได้ มันก็อาจจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราอยู่ถูกธุรกิจ ✅

เพราะยังมีปลาเหลืออยู่อีกมากมายให้จับกินกัน

เรื่องนี้ช่วยให้เราตระหนักได้ว่า บางครั้งโลกเราก็ไม่จำเป็นต้องชนะคนเดียวเสมอไป!

ลองเปิดใจให้กว้าง เพราะข้างๆ อาจมีน้ำใจ💕






































































CR : digitaltips

31/07/2021

💢รวม 7 เครื่องมือ Online Marketing ที่ทุกธุรกิจไม่ควรพลาด 💢

ในปัจจุบันเมื่อโลกดิจิตอลกลายเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคหรือลูกค้ามากยิ่งขึ้น ทำให้องค์กรหรือกลุ่มนักธุรกิจขนาดย่อมหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Digital Transformation เพื่อทำการตลาดให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 7 เครื่องมือสำคัญ ที่นักธุรกิจไม่ควรพลาดในการทำ Online Marketing

1. Website

ถ้าพูดถึง Online Marketing ในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วคนอาจจะนึกถึง Social Media กันเป็นอันดับแรก โดยจริงๆแล้วอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญไม่แพ้กันในการทำการตลาดออนไลน์นั้นก็คือ เว็บไซต์ Website โดยการทำ Website นั้นมีรูปแบบที่ค่อนข้างหลากหลาย และเครื่องมือที่ใช้สร้าง Website นั้นก็มีให้เลือกอีกมาก อย่างที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ก็คือ WordPress และ Wix เป็นต้น โดยสิ่งสำคัญก่อนสร้าง Website ก็อย่าลืมวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแต่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของเราได้ดีอีกด้วย

2. SEO (Search Engine Optimization)

ทุกคนเคยเซิร์ชหาข้อมูลอะไรสักอย่าง หรือกำลังหาข้อมูลสินค้าที่เราสนใจ การค้นหาสิ่งที่เราอยากรู้บนเว็บไซต์ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราเลือกใช้กันเป็นอย่างแรก โดยหลักๆแล้วกระบวนการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ก็คือการทำให้เว็บไซส์ของธุรกิจเรานั้นขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆของ Google ด้วยการใช้ คำค้นหา คำสำคัญ หรือว่า Keyword ที่กำหนดเอาไว้ผ่านองค์ประกอบต่างๆบนเว็บไซส์ อย่างเช่น การกำหนด Page Title การเขียน Blog เป็นต้น ซึ่งการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพก็จะสามารถสร้าง Organic Reach ได้โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาอีกด้วย

3. Content Marketing

เมื่อพูดถึงการสื่อสารบนโลกออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มหรือช่องทางต่างๆแล้วหลายๆคนคงคุ้นเคยกับ แคปชั่น บทความ ภาพนิ่ง วีดีโอ หรือ รายการเสียงบนออนไลน์ อย่าง Podcast กันมาบ้างแล้ว ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นต่างเรียกได้ว่าเป็น Content Marketing บนโลกออนไลน์แทบทั้งสิ้น โดยหลักๆแล้วการสร้าง Content Marketing จะต้องผ่านกระบวนการคิด การวางแผน และการเลือกใช้ช่องทางให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่ Content ต้องการจะสื่อ และยังต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อทำให้ Content Marketing มีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มมากที่สุดอีกด้วย

4. Social Media Marketing

ในปัจจุบันการเข้าถึงโลกดิจิตอลของคนไทยส่วนใหญ่โดยหลักๆแล้วจะเริ่มจากการใช้งาน Social Media จนเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Line, Instagram, Twitter และผู้ใช้คนหนึ่งจะนิยมใช้ Social Media มากกว่าหนึ่งช่องทาง อย่างไรก็ตาม Social Media ในแต่ละอันก็มีวัตถุประสงค์ และ กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพื่อนำไปวิเคราะห์เพื่อการทำ Social Media Marketing ให้ตรงกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากที่สุด

5. Email Marketing

หลายคนในปัจจุบันอาจจะเลือกมองข้าม Email Marketing ที่เป็นช่องทางนำเสนอหรือการส่งข้อมูลผ่านทาง Email เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของการตลาดออนไลน์ เพราะอาจจะมองว่าเป็นช่องทางที่ค่อนข้างเก่าหรือคิดว่ามันคือช่องทางสำหรับการติดต่อในการคุยงานเท่านั้น

ข้อดีของ Email Marketing คือเราสามารถกำหนดวัตถุประสงค์กลุ่มเป้าหมายได้ตรงและชัดเจน เพราะเราสามารถส่งแบบรายบุคคลได้ ถ้าเราเลือกใช้อย่างถูกต้อง Email Marketing จะเป็นอีกเครื่องมือที่ทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นได้

6. Influencer

ปัจจุบันนั้นการเลือกใช้ Influencer มาเป็นเครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะวงการ ความสวยความงาม เทคโนโลยี ท่องเที่ยว หรือด้านสุขภาพนั้นจะนิยามคำว่า Influencer คือการสร้างความน่าเชื่อถือ ความน่าสนใจของสินค้าและบริการผ่านการสื่อสารและคอนเทนต์ของ Influencer ให้กับตัวแบรนด์ เนื่องจากบางครั้งการสื่อสารจากตัวแบรนด์เองอาจจะไม่มีความน่าเชื่อถือและน่าสนใจพอ อย่างไรก็ตาม หาก Influencer ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆอาจจะทำให้เกิดผลเสียกับแบรน์ได้ เราจึงควรศึกษาข้อมูลวิธีเลือก Influencer คือให้มีความเหมาะสมกับกลยุทธ์ในการทำการตลาดของเราให้มากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการทำการตลาดของธุรกิจและแบรนด์ของเรานั่นเอง

7. PR Online

หลายคนอาจจะสงสัยว่า PR Online คืออะไร PR Online คือการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ผ่านการสร้าง กระแสต่างๆ เช่น Campaign การรณรงค์ การบริจาค หรือ ติดแฮชแท็ก เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรน์ด้วยวิธีต่างๆ แต่วิธีการนี้เป็นสื่อที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเพราะฉะนั้นเราควรศึกษาและวางแผนเกี่ยวกับ PR online ให้ดีก่อนลงมือทำไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้






























































































































CR : idmcouncil.com

29/07/2021

#รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เรามาทำความรู้จักคนแต่ละรุ่นกันดีกว่าค่ะ จะได้เข้าใจพฤติกรรมทั้งเราและเขา แยกตามปีเกิด เพราะเหตุการณ์ช่วงการเกิดส่งผลต่อการเลี้ยงดูค่ะ😊

💢Baby Boomers: born 1946 to 1964💢

รุ่นเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งเป็นรุ่นเดียวที่สำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐฯ ยอมรับอย่างเป็นทางการ เริ่มขึ้นทันทีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (กับคนที่เกิดในปี 1946) และสิ้นสุดในปี 1964 ทุกวันนี้ คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์อยู่ในช่วงปลายยุค 50 ถึงต้นทศวรรษ 70 ซึ่งหลายคนมีประมาณ ที่จะ #เกษียณอายุหรือเกษียณแล้ว คนรุ่นนี้จะอดทนสูง เพราะเพิ่งผ่านการทำสงครามอันหนักหน่วง กำลังฟื้นฟูเศรษฐกิจ #คนรุ่นนี้นิยมบริโภคข่าวสารผ่านโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ ภาวะสงครามทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ผู้คนที่มีชีวิตรอดจากสงครามต่างต้องเร่งฟื้นฟูประเทศให้กลับมามีความเจริญอีกครั้ง ทำให้คนยุคนั้นต้องการแรงงานจำนวนมาก จึงนำมาซึ่งค่านิยมของการมีลูกหลาย ๆ คนเพื่อมาช่วยเป็นแรงงานฟื้นฟูประเทศ ยุคนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า “ลูกดก” หรือ “Baby Boom” เราจึงเรียกเด็กที่เกิดในยุคนั้นว่า “Baby Boomer”

คนกลุ่มนี้จึงเป็น #คนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เป็นคนที่ #เคารพกฎเกณฑ์ กติกา #มีความอดทนสูง สู้งาน ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก คนกลุ่มนี้จะเป็น #พวกกอนุรักษ์นิยม เป็นคนที่ชอบประเพณีที่ดีงาม ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย

💢Generation X: born 1965 to 1980💢

ด้วยอัตราการเกิดที่ลดลงในปี 1965 จึงมีการสร้าง Generation X โดยทั่วไปแล้วนักประชากรศาสตร์เรียก Gen X อีกอย่างว่า "baby bust" กลุ่มคนใน Gen X เรียกอีกอย่างว่า Yuppie หรือ Young Urban Professionals หมายถึง คนที่เกิดมาในยุคมั่งคั่ง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาของวิดีโอเกม คอมพิวเตอร์ สไตล์เพลงแบบฮิปฮอป และเป็นยุคที่มีการให้ควบคุมอัตราการเกิดของประชากร

Gen X #มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง และ #ต้องการแสวงหาอำนาจด้วยตนเอง ทำงานแบบเบ็ดเสร็จด้วยตนเองหรือเป็นเจ้าของเอง ชอบทำอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ชอบพูดคุยสนทนาแบบผู้ใหญ่ ไขว่คว้าหาความมั่นคงทางอารมณ์ ความรู้สึก รู้รอบ ใฝ่ศึกษาหาความรู้ สั่งสมบทเรียนประสบการณ์ใส่ตน มีความคิดเปิดกว้าง #พร้อมรับฟังข้อติติงเพื่อปรับปรุงพัฒนาตนเอง มองสมดุลแห่งความสำเร็จของชีวิต งาน เงิน ครอบครัว และตนเอง หลายคนใน Gen-X #มีแนวโน้มที่จะต่อต้านสังคม ไม่ได้เชื่อเรื่องศาสนา และไม่ยึดขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งยังเป็น #คนที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป เช่น มองว่าการอยู่ก่อนแต่ง การหย่าร้างก็เป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับเรื่องเพศที่ 3

💢Xennials: born 1977 to 1983💢

อาจเรียกได้ว่าเป็นคนยุค pre-social media ความโดดเด่นของ ก็คือ มี #ชีวิตวัยเด็กแบบอนาล็อก โทรหากันด้วยโทรศัพท์บ้าน แต่เมื่อเข้า #วัยทำงานดิจิทัล ก็เริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิต เช่นการส่งอีเมล์ หรือ AOL โปรแกรมสนทนาในยุคแรก ๆ ยังได้รับรู้เรื่องราวในยุคเศรษฐกิจถดถอยและเหตุการณ์ 9/11 ด้วย คน Xennials ทำงานหนักและทุ่มเทเหมือนคน GEN X แต่สิ่งที่เป็นลูกผสมของ Millenials ก็คือ #พวกเขาจะไม่หยุดนิ่งเด็ดขาด เพราะไม่อยากถูกมองเป็นคนแก่ จึงติดตามแฟชั่น เทรนด์ใหม่ๆ เสมอ

💢Millennials: born 1981 to 1996💢

คนรุ่นMillennials เรียกอีกอย่างว่า เพื่อติดตาม Gen X และในฐานะที่เป็นลูกหลานของ Boomer บางครั้งพวกเขาถูกเรียกว่า“echo boomers”

คนกลุ่มนี้ #เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และค่านิยมที่แตกต่างระหว่างรุ่นปู่ย่าตายาย กับ รุ่นพ่อแม่ ซึ่งในยุคนี้จะเป็น #ยุคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้พ่อแม่ที่ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วจะดูแลเอาใจใส่ลูก ๆ เป็นอย่างดี มีการศึกษาดี มีลักษณะนิสัยชอบการแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง รักอิสระ ปรับตัวเก่ง และคล่องแคล่วเรื่องเทคโนโลยี คนกลุ่มนี้จึง #มีความเป็นสากลมากขึ้น การมีเพื่อนที่เป็นคนต่างชาติและต่างวัฒนธรรมถือเป็นเรื่องปกติ #พวกเขามักจะไม่ค่อยอดทน ไม่ค่อยหมกมุ่นอยู่กับงานเหมือนกับคนรุ่นก่อน แต่จะให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากขึ้น และ #ยอมเปลี่ยนหากเห็นโอกาสที่ดีกว่า

💢Generation Z: born 1997 or after💢

เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่อยู่แวดล้อมรอบตัว มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ #เรียนรู้ได้รวดเร็ว และอยู่กับสื่อดิจิทัลโดยกำเนิด ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ เป็นกลุ่มที่มีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและข้อมูลต่างๆ ในระดับที่สูงมาก #ชอบอะไรที่สั้น กระชับ #เข้าใจง่าย ทำให้รับรู้เร็ว และจะเลื่อนผ่านสิ่งที่ไม่สนใจทันที เนื่องจากใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ทั้งทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก ยูทูป ไลน์ หรืออินสตาแกรม เป็นส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นดิจิทัลเนทีฟ ส่งผลให้เติบโตมาพร้อม #ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว เข้าสู่วัยผู้ใหญ่รวดเร็วกว่า Gen อื่นๆ หรือสิ้นสุดวัยเด็กตอนอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น ทำให้กลายเป็นกลุ่มที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากเจนเนอเรชั่นในยุคก่อนหน้า

💢Generation Alpha: born 2010 or after💢

นิยามที่ใช้เรียกลูกน้อยที่เกิดตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน โดยเด็กเจนนี้จะเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสังคมรอบข้างที่รวดเร็ววุ่นวาย ต่างจากเจเนอเรชั่นอื่น ๆ ที่ผ่านความยากลำบาก โตมากับชุมชนสังคม และยังมีการติดต่อสื่อสารที่ไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นในสมัยนี้ ด้วยเหตุนี้เด็กใน Gen Alpha จึงมีบุคลิกนิสัย และพฤติกรรมที่แตกต่าง มีความเป็น หรือใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้โดยไม่ต้องง้อคนอื่น มีความเป็นไปได้ที่จะขาดหาย Human Relationship คือ #ขาดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน Gen Alpha #สามารถทำงานได้หลายอาชีพ เพราะความรู้ที่หาได้หลากหลายในทุกที่ การศึกษาออนไลน์ทำให้ได้เรียนหลายอาชีพ มีวุฒิบัตรหลายสาขา ดังนั้นเมื่อเติบโตขึ้น เขาจะสามารถทำงานได้หลากหลาย



































































































CR :
https://www.considerable.com/life/people/generation-names/
https://www.agenda.co.th/social/micro-generation-xennials-zennials/
https://www.marketingoops.com/
https://www.prachachat.net/csr-hr/news-382415
https://www.limitlesseducation.net/
https://www.amarinbabyandkids.com/

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 23:00
อังคาร 09:00 - 23:00
พุธ 09:00 - 23:00
พฤหัสบดี 09:00 - 23:00
ศุกร์ 09:00 - 23:00
เสาร์ 09:00 - 23:00
อาทิตย์ 09:00 - 23:00