Top Notch MBA

Top Notch MBA

แชร์

MBA Application Consulting. Serviced by MBA, Columbia Business School

https://www.youtube.com/channel/UC8OGsrdecr794tSZOcCFB7g

Photos from Top Notch MBA's post 10/05/2022
26/02/2022
11/07/2021

ยินดีด้วยน้า!!! ติด 2 ที่เลย เลือกให้ดีนะ 555


28/05/2021

Congratulations to client who received offer from Msc Management at UCL, UK and did interview prep with us na ka 🎉

We know we play a small part but we are happy to see your success! :)) 😊

28/05/2021

Congratulations to client who received offer from Master of Finance at Warwick Business School, UK na ka. 🎉

We know we play a small part but we are happy to see your success! :)) 😊

28/05/2021

Congratulations to client who received offer from MPhil in Real Estate Finance at Cambridge University, UK na ka. 🎉

We know we play a small part but we are happy to see your success! :)) 😊

04/01/2021

Congratulations to client who received offer from Master of Management at The University of Edinburgh Business School, Scotland na ka. 🎉

We know we play a small part but we are happy to see your success! :)) 😊

02/01/2021

Part 12: เรามาหาทุนไปเรียนกันเถอะ!
‍‍
การสมัคร MBA แล้วมีทุนหนุนก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ติดได้ง่ายเหมือนกัน เพราะ Employment Record เค้าก็จะ Secure ว่าคนนี้มีบริษัทรับกลับไปทำงานแน่ๆ
‍‍
ตอนที่เราสมัครมี:
1. ทุนแบ๊งค์ (กรุงไทย กสิกร กรุงเทพ BOT SCB (ให้คนใน))
2. ทุนบริษัท (PTT (ให้คนใน) SCG (ให้คนใน) MBB)
3. ทุน Fulbright
4. ทุนมหาลัยเอง ก็จะมีให้ทั้ง Full-Ride กับ Partial
5. กู้เงิน (ที่เราดูคือของ Prodigy Finance ตอนนี้ถ้าเข้าใจไม่ผิดจะมี SoFi กับอีกอันนึงเพื่อนเราบอกแต่เราจำไม่ได้ เดี๋ยวจำได้แล้วมาอัพเดท)
‍‍ ‍‍
ทุนคนในเราไม่พูดถึงละกันเพราะเราไม่รู้ แฮร่
‍‍ ‍‍
ทุนที่เราสมัครเราสมัครมี กรุงไทย กสิกร กรุงเทพ (BOT ไม่ได้สมัครเพราะเหมือนช่วงเวลาไม่พอมั้ง แต่เรามีรุ่นพี่ที่ทุน BOT คือเก่งมากจบ Harvard ควบ MIT ตอนนี้ทำงานกับดร.ที่ยิ่งใหญ่) แล้วเดี๋ยวพูดถึงทุนมหาลัย กับการกู้เงิน
‍‍
แบ๊งค์สามแบ๊งค์ที่เราไปสมัครขอทุน กรุงไทย กสิกร กรุงเทพ มี Process คล้ายๆกัน คือ ให้ส่งใบสมัครไป จะเป็นประมาณว่าทำไมอยากขอทุน ทำไมอยากทำงานแบ๊งค์ ทำไมอยากไปเรียนสาขานี้ กลับมาอยากทำอะไร แล้วก็ให้ส่งคะแนนสอบ GMAT, TOEFL, Transcript, Academic / Professional Recommendations แล้วก็มหาลัยที่ติดแล้วไป ในกรณีที่ติดแล้ว (มันก็จะมีสองแบบ ถ้ามีมหาลัยแล้วก็ได้ทุนง่ายขึ้น ถ้าได้ทุนแล้วก็ได้มหาลัยง่ายขึ้น)
‍‍
กรุงไทยกับกสิกร ใช้หนี้สองเท่า (คือเอาทุนไปสองปีก็ใช้สี่ปี หรือเอาไปแปดล้านก็ใช้สิบหกล้าน) กรุงเทพคือสามเท่า
‍‍
ส่งไปเสร็จก็รอเค้าเรียก (ตอนนั้นเรามี GMAT TOEFL WL Kellogg):
‍‍
A) ด่านแรกก็จะมีสอบข้อเขียน ที่เราจำได้จะเป็นข้อสอบ Logic พวกหมุนกล่องลูกบาศก์ที่มีจุด แก้ปัญหา Logic ไรเงี้ย มีเลข ภาษาอังกฤษ แล้วก็มี Essay เกี่ยวกับธุรกิจกับตลาด เช่น ธุรกิจแบ๊งค์จะเป็นยังไง พัฒนายังไง อุตสาหกรรมจะเป็นไปในแนวไหน ถ้าให้คำแนะนำได้อยากให้แบ๊งค์ทำอะไรบ้าง มีข้อสอบแบบฝนๆ กับเป็นเขียนๆ
‍‍ ‍‍
B)) ด่านที่สองเป็นสัมภาษณ์กลุ่ม ของกรุงไทยเป็นวันเดียว เค้าจะมีให้แนะนำตัวตอนแรกให้ประทับใจและจำได้ที่สุด นาทีสองนาที หน้าห้อง แล้วก็ให้จับกลุ่ม พอเป็นกลุ่มเค้าก็ให้โจทย์มา (บอกได้มั้ยนะ 555) เค้าก็ให้โจทย์มาข้อนึง ก็แก้ไขทำงานกันในกลุ่มรอบโต๊ะกลมประมาณ 8-10 คนมั้งจำไม่ได้ แล้วเค้าก็จะมีวิธีเลือกคนของเค้า ส่วนของกสิกรจะเป็นแข่งแก้ปัญหาเป็นกลุ่มก่อน จำไม่ค่อยได้แล้วอะ มันเป็นในห้องใหญ่ๆในโรงแรม แล้วจะมีเป็นด่านๆ ให้ไปแก้ปัญหาอะ แล้วก็จะมีคน Observe เรา เสร็จก็แบ่งกลุ่มละ 4-5 มั้ง มีให้ไปหาข้อมูลมาคืนก่อน แล้วมาพรีเซ้น โหมีกล้องเต็มไปหมดเหมือนเราเป็นดาราเลยจ่ะ แล้วเราไม่ชอบอะไรแบบนี้เราก็ตื่นเต้น เสร็จก็จับกลุ่มแก้ปัญหากัน บนบอร์ดกระดาษ แล้วเราดวงซวยมาก คือคนที่ดูเก่งที่สุดในวันนั้นอยู่กลุ่มเรา แล้วเค้าก็จะเลือกคนสองคนจากแต่ละกลุ่มอะ ก็จบสิ้นกันไป เสร็จ
‍‍
C) ด่านที่สามก็จะเป็นสัมภาษณ์กับผู้บริหาร เป็นโต๊ะยาวเลย ผู้บริหารแบบ 7-9 คนนี่แหละ ประมาณนี้ คำถามก็จะมีทั้ง Personal และ Technical (ไม่บอกละกันเดี๋ยวโดนไล่ออก 5555) ประมาณนี้ แล้วไม่นานอาทิตย์สองอาทิตย์เค้าก็ออกผล
‍‍
ไม่ชอบที่สุดเลยไอ่ช่วงเวลารอผลทุน รอผลมหาลัยเนี่ย ทรมาณ อยากกินยานอนหลับ Fast Forward ไปจนถึงวันผลออก 5555 เรารอ MBA เป็นเดือนๆ ช่างทรมาณ เอนี่เวย์ ต่อ
‍‍
Fulbright เราสมัครไป ขอ Academic Recommendations สองอัน เค้าอยากได้คนที่กลับมาทำอะไรเพื่อพัฒนาประเทศชาติ แต่เราก็เจ๊งไม่เป็นท่า ไม่เด่นขนาดนั้น 5555 เค้าให้คนเดียวอะ
‍‍
ส่วนขอทุนมหาลัยที่สมัครเรียน อันนี้แล้วแต่ละมหาลัยเลย ถ้าท็อปมากจะให้ยากแล้วให้ Partial เพราะเค้าก็คิดว่าด้วยชื่อเสียงชั้นยังไงเทอก็มา แต่ถ้าเราเก่งมากกว่าแร้งค์มหาลัย มหาลัยเค้าก็จะให้ทุนเยอะๆเพื่อดึงเรามาเรียนเค้าแทน แล้วสร้างชื่อเสียงให้เค้า ไรงี้ เรามีเพื่อนคนนึงฉลาดมาก ทำงานทั้ง Google ทั้ง Mckinsey ได้ทุนเต็ม NYU เราเชื่อว่าเค้าไป HBS Wharton ได้ แต่เค้าคงอยากได้ทุนเต็มอะ พวกนี้มันจะมี Auto-Apply ตาม Application ที่เราส่งไปเลย หรือบางมหาลัย แบบ Cambridge จะมี Application Essay แยกออกมาอีกทีแล้วให้ติ๊กว่าให้ Consider for ทุน มั้ย ก็ติ๊กปาย ติ๊กไปถ้าได้สองทุนไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เป็น First World Problem ก็สละเอาทุนนึง เค้าให้ทุนเดียวส่วนใหญ่
‍‍
สุดท้ายกู้เงิน ตอนนั้นเราดูของ Prodigy Finance มันเป็นแบบมี Interest Rate สูงเหมือนกันนะ แต่ถ้าได้งานที่เงินเดือนดีในเมืองนอกอะ แปบเดียวก็คืนทุนได้ (แต่หารู้ไม่ว่าหางานที่เมกามันยากโหดหินขนาดไหน ดีใจมากที่มีทุนกรุงไทยเนี่ย ไม่งั้นตอนนี้หัวโต) แล้วมันต้องมีเงินที่ไม่ใช่เงินกู้อยู่ในบัญชีประมาณจำนวนเท่าไหร่ % นี่แหละ สมมติจะกู้แปดล้าน ต้องมีสองล้านในบัญชีที่เป็นเงินไม่กู้มา ประมาณนั้น ก็มีความเสี่ยงและมีด่านของมัน ใครอยากกู้เรียนก็มีข้อดีคือเรียนจบแล้วหางานที่ไหนก็ได้ ในเมกา ในไทย ไม่ต้องใช้ทุน ซึ่งข้อดีของการไม่ต้องใช้ทุนคือเราได้ไปตามสายของเราเลย แล้วเงินเดือนถ้าได้ที่เมืองนอกที่เงินเดือนเยอะมาก ไม่กี่เดือนก็คืนทุน อย่างถ้าได้ Consult ก็เงินเดือน $190,000+ ต่อปี มี Signing Bonus กับ Bonus อีก มีแต่รวยรวยรวย
‍‍

01/01/2021

Part 11: AdCom ให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง
‍‍
คุณสมบัติหลักๆที่ AdCom ให้ความสำคัญในการคัดเลือก Candidate เข้าเรียน คือ ความสามารถในการหางานดี เงินเดือนดี หลังเรียนจบ เพื่อให้ Employment Statistics เค้างามแล้ว Ranking เติบโต นอกจากนี้ก็สร้างชื่อเสียงให้มหาลัย มีความสามารถในการ Contribute Experience, Knowledge, Value ให้กับคลาส, Enhance their community's well-being, มีความสำเร็จที่ผ่านมาพอสมควร มีความสามารถในการ Handle Academic Workload มี Maturity จัดการบริหารเวลาได้ และวันนึงจะกลับมา Contribute back to the school's community
‍‍
โดยคุณสมบัติโดยละเอียดที่ AdCom มองหาก็จะได้แก่:
-Leadership / Managerial Skills
-Persuasion Skills
-Business Acumen
-Professional Success / Promotions
-Commitment towards goals and clear plans
-Teamplayer
-Relationship Building Skills
-International Experience
-Analytical Skills
-Initiative
-Creativity
-Risk Taking
-Communication Skills
-Presentation Skills
-Good schools / companies name
-Commitment to community
-Interesting, impressive and uncommon story
‍‍
ซึ่งแต่ละมหาลัยก็ให้ความสำคัญกับแต่ละข้อด้วยน้ำหนักแตกต่างกันไป ของ Columbia เราเคยไปฟัง เค้าบอกอยากได้คนที่ Nice and Interesting แต่เราว่าเราก็ไม่ได้ Nice และก็ไม่ได้ Interesting นะ 55555555 แต่สำหรับเราเราว่า Columbia ให้ความสำคัญกับ Leadership, Business Acumen, Professional Success / Promotions, Relationship Building Skills, Analytical Skills, กับ Good schools / companies name แต่อันนี้ความเห็นส่วนตัวนาจา
‍‍

01/01/2021

Part 10: การสมัคร MBA: Interviews
‍‍
Interview เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายหลังจากส่ง Application ทั้งหมดไปแล้ว ใครได้เรียก Interview โอกาสอยู่ที่ 70-30 เพราะ AdCom เค้าจะ Shortlist คนที่เค้าไม่สนใจออก แล้วจะสัมภาษณ์คนที่มี Potential เท่านั้น ทั้งนี้เค้าดูมี Cut Off ทั้งคะแนน GMAT ทั้ง Grade และพวก Qualitative Part บางคนก็ยังไม่ Mature พอหรือยังไม่มีประสบการณ์พอ
‍‍
ตอนนั้นเราไปสัมภาษณ์ของ Columbia, Kellogg, MIT, Chicago, Oxford ที่ๆสัมภาษณ์หินที่สุดคือ MIT
‍‍
Columbia สัมภาษณ์กับรุ่นพี่ คนนี้เป็นพี่จาก Google นัดเจอที่ร้านอาหารแถวใจกลางเมือง เค้าก็ถามแบบ Personal Questions ทั่วไปใน Resume ว่า จุดเนี้ยๆ ทำอะไรมา ทำไมอยากเข้า MBA (คำถามยอดฮิต) ทำไมต้องตอนนี้ กลับมาอยากทำอะไร อยากทำแบบนี้แต่มาเริ่มที่บริษัทนี้จะทำได้ตามเป้าหมายจริงหรอ มีแผนยังไงจะทำให้ได้ตามเป้า นอกเหนือจากการเรียนการทำงานสนใจอะไรบ้าง (เราตอบเราสนใจจิตวิทยา) เค้าก็บอกงั้น Read พี่ซิ 5555 ลกก็จัดเต็มแบบ Benedict Cumberbatch (ล้อเล่น 555) แล้วก็ไม่มีไรมาก เค้าก็คุย เค้าบอกว่านี่พี่มาอยู่นี่ได้เพราะพี่มีชื่อ CBS อยู่ใน Resume มันมีโอกาสอะไรดีๆเยอะจริงๆ ไปถึงก็ใช้โอกาสให้เต็มที่ จอยคลับให้เยอะๆ ไปอีเว้นให้มากๆ ทำความรู้จักคนเยอะๆ คือหลักๆเค้าก็หาคนที่พอมีสติดีสมประกอบ เป็นเหมือนใน Application แล้วก็พอจะเข้ากับสังคม Students / Alumni เค้าได้นั่นแหละ แล้วก็ปิดที่มีอะไรจะถามเค้ามั้ย ของ Columbia รุ่นพี่ที่สัมภาษณ์จะเป็นคนส่งคะแนน และคอมเม้นด่านแรกไปให้ AdCom แล้วเค้าจะตัดสินใจอีกที
‍‍
ของ Kellogg ก็เป็น Alumni เหมือนกัน นัดเจอกันในร้านกาแฟแถวไหนหว่า ลืม แถวกรุงธน อ้อมันมีสองสาขาด้วย เราไปผิดที่ ตอนแรกไปสาขาตรงแม่น้ำ แต่พอดีไปก่อนเวลามากเลยไปอีกแห่งทัน หยุดหายใจหนึ่งนาที ก็เดินเข้าไป คนนี้เป็นพี่จาก Ant Financial ถามยากหน่อยแบบทำไมทำงานที่นี่ ทำไมย้ายจากนี้ไปนี้ ทำที่นี่กี่เดือน ทำไม เหมือนเค้าอยากดูเหตุผลในการทำงานและย้ายงานจากที่ต่างๆว่ามีเหตุผลที่ดี มีเรื่องราวรึเปล่า ตอนนั้นเราบอกว่าเราไม่อยากทำ Operations จากทำ Strategy เค้าก็ถามว่าแล้วมันต่างกันยังไง Strategy ก็ต้องมี Operations มั้ยไม่งั้นจะสำเร็จได้ไง แล้วก็ปิดที่มีอะไรจะถามเค้ามั้ย เรารู้สึกว่าเราตอบไม่ดีเลยอะ Kellogg แต่วันต่อมาขึ้นรถไฟฟ้า สติ๊กเกอร์ที่ติดตามบันไดเปลี่ยนจากโฆษณาอะไรไม่รู้เป็นโฆษณาไทยพาณิชย์สีม่วงหมดเลย (Kellogg) สีม่วง เราเลยแบบ เอ๊ะ หรืออาจจะลางดี แต่ก็ผ่าน แฮร่ ดีใจ
‍‍
MIT สัมภาษณ์ที่โรงแรมแถวเพลินจิต กับ AdCom เลย คนนี้ถามยากมาก แบบที่เตรียมเลยคือ ถาม Situation ที่สุดๆในชีวิต เช่น วันที่สุขที่สุด วันที่ดาวน์ที่สุด วันที่ประสบความสำเร็จที่สุด อยากกินข้าวกับใครในโลกถ้าเป็นใครก็ได้ เล่าให้ฟังถึงโปรเจคนี้ซิว่าสำเร็จได้ยังไง ทีมเคยทะเลาะกันมั้ย แก้ไขยังไง เคยลีดทีมทำอะไรบ้าง สำเร็จไหม ข้อเสียมีอะไรบ้าง แก้ไขยังไง แล้วเค้าก็ถามความสนใจว่ารู้จัก MIT ดีแค่ไหน ทำไมอยากเข้า MIT แล้วมีอะไรจะถามเค้ามั้ย ส่วนใหญ่มีอะไรจะถามเค้ามั้ย ควรจะถาม จะได้แสดงความสนใจจริงๆแล้ว Make it a conversation ไม่ใช่ One-sided interrogation แต่ MIT ผลเป็นไงไม่รู้ เรา Waitlist แล้วได้ Columbia เลย เราเลยไม่ได้รอ กลัวไม่ได้สองอันเลย
‍‍
Chicago สัมภาษณ์กับรุ่นพี่เหมือนกัน เจอกันที่ร้านกาแฟคลาสสิคแห่งหนึ่ง น่าจะเป็น Starbucks นั่งตรงข้ามกันบนเก้าอี้เตี้ยๆ เมื่อยเล็กน้อยแต่ก็ทนไป เอา Resume ให้เค้า เค้าก็ถามๆในนี้ จำได้ว่าเค้าถามว่า Admire Leader แบบไหน แล้วก็คุยไรนิดหน่อยจำไม่ได้มาก แต่อันนี้เราไม่ผ่าน เค้าบอกเรายังเด็กไป ตอนนั้น 24 มั้ง
‍‍
Oxford สัมภาษณ์ง่ายมาก สัมภาษณ์กับ AdCom กับ Video ถามแบบใจดี เป็นใคร ทำไรมา ทำไมอยากเข้า Oxford แล้วก็ชวนคุยๆ ปิดด้วยมีอะไรจะถามเค้ามั้ย ประมาณนี้ ไม่มีไรมาก อันนี้ผ่าน
‍‍
ก็สรุปการเตรียมตัวสำหรับสัมภาษณ์คือนึกถึงเหตุการณ์สำคัญๆในชีวิตและใน Resume / Essay ไว้ อารมณ์แบบ MIT ถาม แล้วตอบแบบเล่าเหตุการณ์ สิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่เราได้ทำจริงๆ ผลที่ทำเป็นยังไง (STAR - Situation, Tasks, Actions, Results) หรือจะตอบตามสไตล์เราก็ได้แต่ให้เค้ารู้ว่าเราทำอะไรและทำให้ผลเป็นยังไง อย่าตอบยาวมาก คำตอบนึงไม่ควรเกิน 2-3 นาที ไม่งั้นเค้าจะเริ่มหาวละ ไม่ค่อยมีใครอยากฟังใครพูดคนเดียวนานๆหรอก โดยเฉพาะคนสัมภาษณ์ที่สัมภาษณ์หลายคน และมีอะไรต้องถามเยอะ

01/01/2021

Part 9: การสมัคร MBA: Recommendations (Pointers for working with Recommenders)
‍‍
Recommendations หรือ References เป็นส่วนที่เราต้องขอให้นาย หรืออาจารย์ เป็นคนเขียนให้ เค้าจะมี Bullet เป็น Scale ให้ติ๊ก 1-5 ตามคุณสมบัติที่ผู้สมัครแสดง แล้วก็จะมีฟอร์มให้ใส่ Strengths อีกฟอร์มใส่ Weaknesses โดยมหาลัยส่วนใหญ่จะขอ Professional Recommenders 2 คน เค้าจะให้เราใส่ Contact Info ของสองคนนี้ใน Application Form ว่าชื่ออะไร ตำแหน่ง บริษัท
‍‍
ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถ Work กับ Recommenders ได้ว่าอยากให้เค้าช่วยเราเขียนแนวๆไหน หรือคุณสมบัติอะไรบ้างที่อยากให้เค้ายกขึ้นมา
‍‍
โดยเนื้อหาก็ควรเข้ากับ Story โดยรวมของเราทั้ง Application ให้มันไปด้วยกันว่าเราคือคนคนเดียวกันที่มีคุณสมบัติและจุดมุ่งหมายตามนี้
‍‍
การเลือกว่าจะพูดถึงคุณสมบัติอะไรก็เป็นเรื่องที่ต้องคิด ว่ามหาลัยต้องการคนแบบไหน แล้วคุณสมบัติอะไรที่เราได้แสดงไปแล้วบ้างในส่วนอื่นของ Application
‍‍

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok