04/09/2023
ใครสนใจมาสมัครเรียนกันได้นะครับ สอนโดยผมและคณะอาจารย์จาก ม.ธรรมศาสตร์ ครับ :-)
📌📌และ... หลังจากหายไปเป็นปี ๆ... เร็ว ๆ นี้ผมจะมาเขียนเรื่อง subtype ของลักษณ์ 5-6-7 นะครับ รอติดตามได้เล้ยยย ✌️😁
รายละเอียดการอบรมตามด้านล่างเลยครับ
📣 มาแล้ววว การอบรมนพลักษณ์ ของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ที่จัดโดยทีมอาจารย์ที่มีประสบการณ์อบรมกว่า 6 ปี และจัดอบรมนพลักษณ์ให้ผู้เข้าร่วมในหลากหลายกลุ่ม
✨มาร่วมเรียนรู้ศาสตร์แห่งนพลักษณ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานร่วมกัน รวมทั้งเกิดความเห็นอกเห็นใจ เคารพในความแตกต่างหลายหลายและสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจ และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมเกิดความเข้าใจนพลักษณ์ผ่านการเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้ผ่านประสบการณ์ของตนเอง และการเรียนรู้จากผู้เข้าร่วมอื่น ผู้เข้าร่วมจะต้องเข้าอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 2 วัน รับจำนวนจำกัด 40 คน(รับเฉพาะผู้ที่สามารถเข้าร่วมการอบรมได้ต่อเนื่องครบทั้ง 2 วันเท่านั้น)
เนื้อหาการอบรม
- นพลักษณ์คืออะไร
- การฝึกสังเกตตนเองเพื่อเท่าทันและรู้จักลักษณ์ของตนเอง
- แนวทางการเติบโตและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง
🔊 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 23 ตุลาคม 2566
✨จัดอบรมในวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 9.00-17.00 น. ณ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
✨ค่าลงทะเบียน 5,500 บาท (รวมอาหารว่างและอาหารกลางวันและเอกสารประกอบการเรียนรู้)
📥ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านจะได้รับ Certificate รับรองการเข้าร่วมอบรม
‼️พิเศษสำหรับ 20 คนแรก ลดเหลือ 4,500บาท ภายใน 15 ก.ย. นี้เท่านั้น‼️
📌 ณ อาคารสิริวิทยลักษณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
📥 ลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://forms.gle/tfS72gFnp8CmApzY7
📞ติดต่อสอบถามข้อมูล
คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเรียนและการสอน
โทร. 02 696 6713, 094 179 6945 (คุณณัฐริกา) อีเมล [email protected]
#ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเรียนและการสอน #คณะวิทยาการเรียนรู้_มธ #คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ #การศึกษา
21/05/2022
ประกาศเปิดเวิร์คช็อป “นพลักษณ์ขั้นพื้นฐาน Basic Enneagram” ครับ :-)
มีหลายท่านถามกันเข้ามาเรื่อย ๆ ว่าเพจ ฮ.ฮิม มีเปิดสอนหรือไม่
ตอบเลยตรงนี้ว่า ตอนนี้มีแล้วครับ!! 😆
---
📣 วันเวลา
โดยเราจะจัดในวันที่ 25-26 มิถุนายน พ.ศ. 2565 (เสาร์-อาทิตย์)
เวลา 9.00-17.00 น.
---
📣 สถานที่
เราจะเรียนกันที่ สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) ซึ่งอยู่ในอาคาร SM Tower ชั้น 34 ถนนพหลโยธิน ลง BTS สนามเป้าเดินมาแค่ 130 เมตร หรือจะขับรถมาก็ได้ครับ อาคารมีที่จอดรถได้เพียงพอครับ
---
📣 สมัครยังไง?
ค่าสมัครเรียน 3,900 บาท
รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 30 คน!!!
มีอาหารกลางวัน และอาหารว่างเช้า-บ่าย จัดไว้ให้ทั้ง 2 วันครับ
🔶 โอนชำระค่าเรียนได้ที่
บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามพารากอน (ออมทรัพย์)
เลขบัญชี: 054-8-02704-7
ชื่อบัญชี: สกล โสภิตอาชาศักดิ์
🔶ชำระเสร็จแล้ว ให้กดไปที่ลิงค์ด้นล่างนี้เพื่อลงทะเบียนและอัพโหลดสลิปการโอนเงินครับ
https://forms.gle/XfQzTs43vLWqh4o47
---
📣 ใครสอน?
ทีมวิทยากรของเราประกอบไปด้วย 3 คน ได้แก่
สกล โสภิตอาชาศักดิ์ (ฮิม) ซึ่งก็คือผมเองครับ
ชลิดา จูงพันธ์ (แท็ป)
ลินดา เยห์ (หลิน)
🔶 ทั้ง 3 คน เป็นอาจารย์จากคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เผื่อใครสงสัยว่าเป็นใครมายังไงครับ) ปกติพวกเราก็จัดนพลักษณ์ให้กับนักศึกษาในคณะกันอยู่ทุกปีร่วมกับอาจารย์ท่านอื่น ๆ ในคณะครับ
---
📣 เวิร์คช็อปนี้ทำอะไร
🔶ในเวิร์คช็อปนี้ทุกท่านจะได้คิดใคร่ครวญเกี่ยวกับตัวตน/ความเป็นตัวเองของแต่ละคน เพื่อที่จะทำความเข้าใจแบบแผนทางความคิดของตนเอง
🔶ทีมวิทยากรจะมาบอกเล่าเกี่ยวกับแนวคิดนพลักษณ์ ที่มาที่ไปคืออะไร คอนเซ็ปท์เป็นยังไง
หลังจากนั้นแต่ละท่านจะได้ลองคิดทบทวนว่าตกลงแล้วเราเป็นลักษณ์อะไร
🔶ในกระบวนการทั้ง 2 วัน ทุกท่านจะต้องแบ่งปันเรื่องราวของตนเองกับผู้ร่วมกระบวนการ แต่ก็เล่าเท่าที่เล่าได้และสะดวกใจก็พอครับ เราจะไม่มีการบังคับให้เล่าแน่นอน เพียงแต่การเรียนนพลักษณ์นั้นเราต้องเรียนจากเรื่องราวของชีวิตคน การแชร์เรื่องเราของตนเองให้เพื่อน ๆ ก็เป็นการช่วยให้คนอื่นได้เรียนรู้ และการฟังเรื่องราวของคนอื่นก็จะช่วยการเรียนรู้ของเราเช่นกันครับ
🔶เหมาะกับผู้ที่สนใจเรื่องนพลักษณ์แต่ยังไม่รู้ลักษณ์ หรือยังไม่แน่ใจ หรืออยากมาคอนเฟิร์มอีกซักที หรืออยากมาหาเพื่อนที่สนใจเรื่องเดียวกัน ฯลฯ
---
💭สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Email: [email protected]
หรือ inbox ของเพจ “ฮ.ฮิม: Enneagram and My Journey to Awareness”
04/05/2022
✨✨“ชีวิตคือการสรรค์สร้าง ไม่ใช่การค้นพบ” (Walsch, 2005, p. 83)
ผมไปเจอประโยคนี้มาจากหนังสือ The Complete Conversations with God (เล่มนี้ไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับศาสนาคริสต์หรือศาสนาไหนหรอกนะครับ) แล้วรู้สึกชอบประโยคนี้ เลยอยากเอามาแชร์ซักหน่อย ในหนังสือยังมีเขียนต่ออีกว่า
“เราไม่ได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันเพื่อที่จะค้นพบว่ามีอะไรรอเราอยู่ แต่เราต่างหากที่เป็นผู้สรรค์สร้างมัน เราต่างสร้างสรรค์โลกที่ตัวเราเชื่อว่าเป็นความจริง (reality) อยู่ในทุกนาที ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม” (Walsch, 2005, p. 83)
ความหมายโดยตรงก็คือถ้าเราอยากให้ชีวิตเราเป็นอย่างไร เราก็ต้องลงมือทำและสร้างให้มันไปในแบบนั้น
นอกจานั้นผมคิดว่าประโยคนี้ยังใช้ได้กับการเรียนนพลักษณ์ได้อีกด้วย
ต่อให้เราเรียนหรือรู้เรื่องนพลักษณ์หรือไม่ ต่อให้เราไม่รู้ว่าเราเป็นลักษณ์อะไร ตัวเราทุกคนต่างก็มีความคิดยึดติด/แบบแผนทางความคิดที่ใช้บ่อย ๆ อยู่ดี
ลักษณ์ของเราจึงไม่ได้มาจากการค้นพบว่าเราเป็นลักษณ์อะไร ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเรียนนพลักษณ์ แต่เกิดจากการเลือกใช้แบบแผนทางความคิดซ้ำ ๆ ของพวกเราเอง
นั่นก็คือเราเป็นคนสร้างความเป็นลักษณ์ของพวกเราขึ้นมาเอง
และนั่นก็หมายความว่า หากเรารู้ตัว เราเองสามารถเลือกที่จะละวางแบบแผนทางความคิด และสามารถที่จะเติบโตออกจากลักษณ์ได้
การที่เราพบว่าตัวเราเป็นลักษณ์ไหน ไม่ได้หมายความว่าเราต้องยึดติดกับความเป็นลักษณ์นั้น
และจริง ๆ แล้วเราไม่ควรจะยึดติดกับมันต่างหาก
หากเราเรียนรู้ที่จะเติบโต เราก็จะสามารสรรค์สร้างชีวิตที่แตกต่างออกไปได้
อย่าปล่อยให้การค้นพบลักษณ์ทำให้เราติดอยู่ในลักษณ์แล้วไม่ยอมเติบโต
เพราะชีวิตคือการสรรค์สร้าง ไม่ใช่การค้นพบ ✨✨
……………………………………………………
บรรณานุกรม
Walsch, N. D. (2005). The Complete Conversations with God. GP Putnam’s Sons.
01/05/2022
subtypes ของคนลักษณ์สี่ 🌀🎭🌀🎭
และแล้วก็มาถึงลักษณ์สุดท้ายของศูนย์ใจ ลักษณ์ที่ทุกคนกุมขมับว่า “อะไรของมันว้า” นั่นก็คือออออ ลักษณ์ 4 นั่นเอง เอาจริง ๆ ผมว่าลักษณ์ 4 ไม่ได้เข้าใจยากอะไรขนาดนั้นหรอกครับ ที่หลายคนคิดว่าเข้าใจยากอาจจะเพราะว่าคำอธิบายลักษณ์ 4 ส่วนใหญ่มักบอกว่าลักษณ์ 4 เป็นคนโศก ซึ่งสำหรับหลาย ๆ คนแล้วมันอาจจะ “ยากที่จะเชื่อ” ว่าใครจะชอบอยู่ความทุกข์ หรือยึดความเศร้าเป็นสรณะ แต่ถ้าเรายอมรับได้ว่ามีคนแบบนี้อยู่จริง ๆ ก็อาจจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ… หรืออาจจะเข้าใจยากอยู่ดี??? 55 😝 ไม่รู้เหมือนกันครับ เดี๋ยวลองดูละกัน
แต่วันนี้เราก็จะได้เห็นว่าไม่ใช่ลักษณ์ 4 ทุกคนที่ชอบความทุกข์/ความเศร้า เพราะ 3 subtypes ของลักษณ์ 4 มีความแตกต่างกันมาก และน่าจะมีความแตกต่างระหว่าง subtypes มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับลักษณ์อื่น ๆ ที่เหลือเลยล่ะครับ
ประเด็นสำคัญของศูนย์ใจคือเรื่องภาพลักษณ์ และภาพลักษณ์ที่คนลักษณ์ 4 ต้องการคือการเป็น one of a kind (ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน) ซึ่งความเป็น one of a kind ของลักษณ์ 4 นั้นมีความเป็นอุดมคติค่อนข้างสูง และเมื่อกล่าวถึงคำว่า “อุดมคติ” ก็หมายความว่า “ไม่มีอยู่จริง” นั่นหมายความว่าคนลักษณ์ 4 เองก็ไม่สามารถให้คำตอบอย่างชัดเจนได้
และเมื่อเป้าหมายคืออุดมคติ นั่นทำให้คนลักษณ์ 4 เองเห็นข้อบกพร่องในตัวเองตลอดเวลา (เพราะไม่มีทางที่ใครจะไปถึง “อุดมคติ” ได้) และนั่นจึงเป็น “รากของความทุกข์และความละอายใจ” ของคนลักษณ์ 4 ครับ
แล้วถ้าไม่รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร แล้วคนลักษณ์ 4 จะรู้ว่าตัวเอง “พร่อง” ได้อย่างไร? คนลักษณ์ 4 รู้ว่าตัวเองพร่องได้จากการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นครับ และเชื่อเถอะว่าพวกเขาสามารถเปรียบเทียบกับคนอื่นได้ตลอดเวลา และเห็นข้อบกพร่องของตัวเองอยู่เสมอเลยล่ะครับ นั่นทำให้หัวใจของคนลักษณ์ 4 มีความทุกข์และความละอายใจเกาะกุมอยู่เสมอ
(ใครอยากอ่าน overview ของลักษณ์ 4 อีกทีลองไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้ครับ https://www.facebook.com/hymn.enneagram/photos/pcb.111973671044021/111973097710745)
ทีนี้ เราสามารถแยก 3 subtypes ของคนลักษณ์ 4 ได้จากการดูว่าพวกเขา “ทำยังไงกับความทุกข์” ครับ ใครยังไม่ได้อ่านว่า enneagram subtypes คืออะไรไปอ่านได้ที่นี่นะครับ: https://www.facebook.com/103101431931245/posts/135376905370364/?sfnsn=mo
- 4 self-preservation (4sp) กด・กัก・เก็บความทุกข์เอาไว้ข้างใน กลุ่มนี้ดูภายนอกจะไม่ค่อยเศร้าหรอกครับ พวกเขาเลือกที่จะทุกข์ทนโดยลำพังอย่างเงียบ ๆ ไม่ค่อยให้ใครรู้ “ไม่ต้องห่วงฉัน”... แต่ในใจก็แอบหวังให้คนเห็นถึงความพยายามและความอดทนนั้น
- 4 social (4so) จุ่มแช่อยู่กับความทุกข์หรือความเศร้าแบบที่ไม่ออกจากความเศร้านั้นซะที กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ตรงกับคำอธิบายของลักษณ์ 4 ตามตำรา นึกภาพของอียอร์ (Eeyore) ในวินนี่เดอะพูห์ เศร้าแบบเห็น ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม
- 4 sexual (4sx) เปลี่ยนความทุกข์เป็นเชื้อเพลิงของความโกรธและความรว้ายย “ถ้าฉันไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าแกจะได้มีความสุขเลย นังกาสะลอง!!”
==========================
>>> 🌀🎭🌀🎭 ลักษณ์ 4 self-preservation (4sp) 🧘♂🧘♂
4sp นี้ Beatrice เรียกว่า “Tenacity” (แปลตรงตัวว่า “ความยืนหยัด”) ยืนหยัดอย่างไร? อย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่า 4sp นั้นกดกักเก็บความเศร้าเอาไว้ข้างใน สำหรับ 4sp แล้วมันเหมือนกับว่าการปล่อยความเศร้าให้คนอื่นรับรู้นั้นเป็นสิ่งไม่เหมาะสม ไม่สมควร พวกเขาเลยเลือกที่จะทุกข์ทรมานแบบเงียบ ๆ
ลึก ๆ แล้ว 4sp หวังว่าจะมีคนสังเกตเห็นความอดทนและความพยายามในการอยู่กับความทุกข์อย่างไม่โวยวายของพวกเขา และหวังว่าคนอื่นจะชื่นชมและให้คุณค่ากับความอดทนและยืนหยัดต่อสู้กับความทุกข์แบบไม่รบกวนใครของพวกเขา “พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก”... แต่ในใจก็แอบปรายตามองว่าจะมีคนเห็นความดีงามของความทุกข์ของฉันไหม แต่คนอื่นจะรู้มั้ยล่ะ? ก็ไม่ เพราะไม่บอกใครจะรู้… นี่คือความย้อนแย้งของ 4sp ครับ อยากให้รู้แต่ก็ไม่บอก
4sp จึงไม่ค่อยพูดถึงความทุกข์หรือแสดงความอิจฉาของตนเองให้คนอื่นรับรู้สักเท่าไหร่ อาจจะพอพูดได้บ้างกับคนที่สนิทจริง ๆ แต่ไม่ว่ายังไง 4sp ก็จะมีความรู้สึกเกรง ๆ ในการเล่าถึงความทุกข์ใจของตัวเองให้คนอื่นฟังอยู่ดี “ไม่อยากเอามวลความเศร้าไปให้คนอื่น” “กลัวคนอื่นรำคาญไม่อยากฟัง” “ไม่มีใครอยากฟังเรื่องเศร้าของเราหรอก” เหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่ 4sp หลายคนคิด (แต่จริง ๆ ก็อยากให้เขารู้)
นั่นทำให้ 4sp เป็นลักษณ์ 4 ที่ดูไม่เศร้า และการแสดงอารมณ์ของพวกเขามีความเข้มข้นน้อยกว่า 4 แบบอื่น (การแสดงออกเข้มข้นน้อย แต่ไม่ได้แปลว่าความรู้สึกภายในเข้มข้นน้อยนะครับ) จนคนมองไม่ค่อยออกว่าเป็น 4 และนั่นทำให้เราจัด 4sp ไว้ว่าเป็น counter-type ของลักษณ์ 4 ครับ นอกจากนี้ 4sp หลายคนอาจพยายามทำตัวให้เป็นคนสบาย ๆ (แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้สบายเท่าไหร่) จนบางครั้งถูกเข้าใจว่าเป็นลักษณ์ 7 หรือลักษณ์ 3
Beatrice กล่าวว่า 4sp มีแนวโน้มที่จะเห็นอกเห็นใจผู้ตกทุกข์ได้ยากหรือผู้ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมในสังคม โดย Beatrice อธิบายไว้ว่านี่้เป็นวิธีที่ 4sp ใช้เพื่อฉายความทุกข์ของตัวเองออกไปสู่ภายนอก และเข้าไปจัดการกับความทุกข์ของคนอื่นแทนเพื่อหนีจากการจัดการกับความทุกข์ของตัวเอง
==========================
>>> 🌀🎭🌀🎭 ลักษณ์ 4 social (4so) 🏘🏘
4so นี้ Beatrice เรียกว่า “Shame” (แปลตรงตัวว่า “ความละอาย”)
4so น่าจะเป็น 4 ที่ดูง่ายที่สุด คือเป็น 4 ตามคำอธิบายพื้นฐานของ 4 ไม่ค่อยถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นลักษณ์อื่นสักเท่าไหร่ 4so จุ่มแช่และตีแผ่ความทุกข์ให้คนอื่นรู้ ซึ่งการจุ่มแช่และตีแผ่นี้มีสาเหตุอยู่อย่างน้อย 2 อย่างด้วยกัน
อย่างแรกคือลึก ๆ แล้ว 4so คิดว่าการทนทุกข์นั้นทำให้พวกเขาพิเศษ และเชื่อว่าการทนทุกข์นั้นเป็นวิธีที่จะทำให้พวกเขาพ้นทุกข์ และได้รับความรักจากคนอื่น เปรียบเทียบได้กับการที่เด็กร้องไห้เพื่อให้ได้รับความรักและการดูแลจากแม่ พวกเขาต้องการให้คนเห็นถึงการทนทุกข์ของตัวเอง โดยหวังลึก ๆ ว่าจะได้รับการให้อภัยในความพร่องของตนเอง (ที่คนอื่นอาจจะคิดว่า “มีอะไรพร่องหรอ?”) ในแง่นี้ก็จะคล้ายกับ 4sp แต่ต่างกันตรงที่ 4so นั้นตรงไปตรงมาในการแสดงออกให้เห็นว่าฉันกำลังทนทุกข์อยู่เพียงใด
อีกแง่นึงก็คือ 4so อยู่กับความเศร้าจนรู้สึกคุ้นเคยกับมัน นอกจากนั้นความเศร้าและความทุกข์นั้นยังสอดคล้องกับความเชื่อของพวกเขาที่ว่ามีอะไรบางอย่างที่พร่องในตัวเอง จนถึงจุดพวกเขารู้สึกว่ามัน “สบาย” ที่จะอยู่กับความเศร้า ในขณะที่การพาตัวเองไปสู่จุดที่มีความหวังและความสุขนั้นมันช่างเสี่ยงต่อการที่จะถูกทำให้ผิดหวังและตกลงมาสู่ความเศร้าอีกอยู่ดี
คนลักษณ์ 4 ทุกแบบมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง และเห็นคุณค่าของตัวเองน้อยกว่าที่คนอื่นมองเห็นในตัวพวกเขา และยิ่งเป็น 4so ที่จุมแช่อยู่กับความเศร้าในข้อบกพร่องและตีแผ่ความทุกข์ของตัวเองอย่างเต็มที่ ก็มีบ้างที่คนรอบข้างของ 4so อดจะสงสัยไม่ได้ว่าทำม้ายยย 4so ถึงคิดว่าตัวเองไม่ดีอะไรขนาดนั้น
==========================
>>> 🌀🎭🌀🎭 ลักษณ์ 4 sexual (4sx) ❤️❤️
สำหรับ 4sx นี้ Beatrice เรียกว่า “Competition” (แปลตรงตัวว่า “การแข่งขัน”) ครับ
สำหรับ 4sx แล้ว เมื่อเกิดความทุกข์จากการเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้ว ความทุกข์นั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นความโกรธหรือความไม่พอใจที่พุ่งออกไปสู่โลกภายนอก มากกว่าที่จะมานั่งเศร้ากับตัวเอง (4sx บางคนที่ยังไม่ตระหนักในความรู้สึกของตัวเองอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองอิจฉา) Beatrice อธิบายว่านี่เป็นวิธีของ 4sx ในการปฏิเสธการทนทุกข์
เมื่อ 4sx เปลี่ยนความทุกข์ไปสู่ความโกรธซึ่งเป็นอารมณ์ที่พุ่งออกไปจัดการกับสิ่งที่อยู่ภายนอก ทำให้ 4sx เป็นคนที่มีลักษณะแข่งขันกับคนอื่นสูงมาก พวกเขาไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ว่าคนจะมองว่าพวกเขาน่ารักหรือนิสัยดีหรือไม่ สิ่งที่สำคัญกว่าสำหรับพวกเขาคือการอยู่เหนือคนอื่น นั่นทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะเล่นงานคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ จนมีคนตั้งชื่อให้ 4sx ว่า “mad 4” (4ที่บ้าคลั่ง)
แต่ลึก ๆ แล้ว 4sx ก็เหมือน 4 อื่น ๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองขาดพร่องและถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอ แต่ด้วยความบ้าคลั่งในการแข่งขันสู่การเป็นผู้ที่เหนือกว่า ทำให้พวกเขามักแสดงออกมาในทางตรงกันข้าม คือแสดงออกแบบวางมาดหยิ่ง ๆ ร้าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาก็อยากได้ความรักและความเข้าใจเหมือนกับคนอื่น ๆ นะครับ
4sx เป็น 4 ที่ตรงไปตรงมากับความต้องการของตัวเองมากที่สุดใน 4 ทั้งหมด (4sp กับ 4so จะมีความละอายที่จะสื่อสารความต้องการของตัวเองอยู่) และเมื่อความต้องการของพวกเขาไม่ได้รับการตอบรับจากคนอื่นพวกเขาก็มักจะไม่พอใจและโกรธคนอื่น ๆ ซึ่งบ่อยครั้งยิ่งทำให้คนอื่นปฏิเสธพวกเขามากกว่าเดิม
ด้วยความที่ 4sx มีลักษณะที่โกรธเกรี้ยว บางครั้งทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นลักษณ์ 8 อยู่บ้าง ถ้าดูจากภายนอก แต่แยกกันได้ตรงที่ความโกรธของ 4sx จะมีที่มาจากความอิจฉาหรือการเห็นความพร่องในตัวเองครับ
==========================
อ่านแล้วเห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไงสามารถคอมเมนท์บอกได้เลยครับ :-) และอยากฟังสตอรี่ส่วนตัวของแต่ละคนด้วยครับ แชร์เรื่องราวกันได้เท่าที่สะดวกเลยครับ 😃😃
#นพลักษณ์ #ลักษณ์4
บรรณานุกรม
Chestnut, B. (2013). The complete Enneagram: 27 paths to greater self-knowledge. She Writes Press.
18/04/2022
subtypes ของคนลักษณ์สาม 🧑💼🎯🧑💼🎯
คนลักษณ์ 3 จัดอยู่ในกลุ่มคนศูนย์ใจ ซึ่งสำหรับคนศูนย์ใจแล้วสิ่งสำคัญคือเรื่อง “ภาพลักษณ์” 🖼🖼 ภาพลักษณ์ที่สำคัญสำหรับคนลักษณ์ 3 คือภาพลักษณ์ของความสำเร็จ (success) ลึกคนลักษณ์ 3 เชื่อว่าตัวเองคู่ควรกับความรักก็ต่อเมื่อประสบความสำเร็จ สิ่งที่ยืนยันความสำเร็จสำหรับคนลักษณ์ 3 ก็คือเสียงชื่นชม/โล่รางวัล หรืออะไรบางอย่างที่แสดงถึงการยอมรับในความเป็นเลิศของงานของตัวเอง ดังนั้นคนลักษณ์ 3 โดยมากจะทำงานหนักพุ่งเป้าไปหาความสำเร็จ ไปสู่ความเป็นเลิส ทูบีนัมเบอร์วัน และโดยมากคนลักษณ์ 3 จะประเมินสนามที่ตัวเองจะลงไปสู้แล้วว่าสนามนี้เป็นสนามที่เขาสามารถไปสู่ความสำเร็จโอเคนัมเบอร์วันได้ ถ้าประเมินแล้วว่าลงสนามนี้ไปแล้วยังไงก็ไม่ได้เป็นที่หนึ่งก็อาจจะเลือกที่จะไม่เล่นในสนามนั้น แล้วไปหาสนามอื่นที่มีความเป็นไปได้มากกว่าแทน (แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้น่าจะตรงกับ 3 แบบ social ที่สุด สำหรับ 3 แบบอื่น ๆ เดี๋ยวรออ่านข้างล่างอีกทีนะครับ)
แม้จะเป็นฐานใจ แต่คนลักษณ์ 3 ไม่ค่อยถนัดการจุ่มแช่อยู่กับอารมณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะอารมณ์เศร้า คนลักษณ์ 3 หลายคนมองว่าอารมณ์ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ค่อยขัดแข้งขัดขาให้ไปสู่ความสำเร็จได้ช้าลง (จริง ๆ overview ของลักษณ์ 3 ผมเคยเขียนไปแล้ว ลองไปอ่านได้ที่ https://www.facebook.com/hymn.enneagram/photos/pcb.111973671044021/111973077710747)
เราสามารถแยก 3 subtypes ของคนลักษณ์ 3 ได้จาก “มุมมองของภาพความสำเร็จ” ที่แตกต่างกันไปดังนี้ครับ
- 3 self-preservation (3sp) ภาพความสำเร็จคือการเป็นคนที่มีความมั่นคง ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่ไปรบกวนใคร และมีประสิทธิภาพ
- 3 social (3so) ภาพความสำเร็จคือความสำเร็จแบบที่หนึ่ง มากกว่าโอเค มันต้องนัมเบอร์วัน!!
- 3 sexual (3sx) ภาพความสำเร็จคือการเป็นคนมีเสน่ห์ดึงดูดและการสนับสนุนให้คนรอบข้างและคนรักมีความสุขและประสบความสำเร็จ
เอาล่ะครับถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวอ่านต่อเกี่ยวกับ subtypes ของลักษณ์ 3 ด้านล่างได้เลยครับ
ส่วนใครยังไม่ได้อ่านว่า enneagram subtypes คืออะไรไปอ่านได้ที่นี่นะครับ: https://www.facebook.com/103101431931245/posts/135376905370364/?sfnsn=mo
หมายเหตุ: ความรู้เกี่ยวกับ subtypes นี้ผมจะอ้างอิงจากหนังสือ “The Complete Enneagram: 27 Paths to Greater Self-Knowledge” ของ Beatrice Chestnut เป็นหลักนะครับ บวกกับตัวอย่างที่ผมเห็นจากเพื่อนคนลักษณ์ต่าง ๆ รอบตัวครับ
==========================
>>> 🧑💼🎯🧑💼🎯 ลักษณ์ 3 self-preservation (3sp) 🧘♂🧘♂
3sp นี้ Ichazo, Naranjo และ Beatrice เรียกว่า “Security” (แปลตรงตัวว่า “สวัสดิภาพ/ความมั่นคงปลอดภัย”)
ภาพความสำเร็จของ 3sp คือภาพของการเป็นคนที่สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องไปพึ่งพาหรือรบกวนใคร 3sp จึงมักเป็นคนที่แก้ปัญหาเก่งอย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ มีความมั่นคงทางการเงิน อาจจะไม่จำเป็นต้องรวยอู้ฟู่ แต่อยู่ได้แบบเอาอยู่ ไม่ต้องไปเป็นภาระของใคร
พวกเขาทำงานหนัก แต่ก็จะไม่ค่อยแสดงให้เห็นถึงความเครียดหรือความเหน็ดเหนื่อยให้คนอื่นเห็น และหลายครั้ง 3sp มักเหนื่อยเพราะเข้าไปทำอะไรต่อมิอะไรแทนคนอื่น นั่นก็เพราะพวกเขาคิดว่า “ถ้าฉันทำมันจะมีประสิทธิภาพกว่า/ดีกว่า/ง่ายกว่า เพระาฉะนั้นฉันทำเองดีกว่า”
นอกจากนี้ ภาพความสำเร็จของ 3sp ยังเป็นภาพความสำเร็จแบบไม่โชว์ออฟ 3sp มักจะดูสมถะ ไม่ค่อยใช่ของแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ที่ตะโกนว่านี่แบรนด์เนมนะ แต่มีแนวโน้มจะใช้ของที่มีคุณภาพ, มีประโยชน์ใช้งานได้จริง หรือสื่อถึงความมีประสิทธิภาพหรือรักษ์โลก
3sp ต้องการเป็น “แบบอย่างที่ดี” ในทุกบทบาทที่พวกเขาทำ ทั้งการเป็นลูกที่ดี เป็นพ่อแม่ที่ดี เพื่อนที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี ฯลฯ 3sp ไม่ได้อยากจะแค่ “ถูกมองว่าเป็น” แบบอย่างที่ดี แต่อยากจะเป็นแบบอย่างที่ดีจริง ๆ (งงมั้ยครับ 55 คือไม่ได้แค่อยากมีภาพลักษณ์แบบนั้น แต่อยากเป็นจริง ๆ) แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเอง “อยาก” เพราะพวกเขาคิดว่า “การอยากเป็นแบบอย่างที่ดีนั้นไม่ใช่แบบอย่างที่ดี” … พวกเขามองว่าการ “อยาก” เป็นแบบอย่างที่ดีนั้นมันช่างปลอมเปลือก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยง (ไม่อยากให้คนมองว่าปลอมเปลือก)
3sp เป็น counter-type ของลักษณ์ 3 เพราะแม้ลึก ๆ แล้ว 3sp จะต้องการ “การยอมรับ” จากคนอื่นเหมือน 3 อื่น ๆ แต่พวกเขาไม่ค่อยอยากให้ใครรู้ว่าพวกเขาต้องการมัน ในขณะที่ 3 แบบอื่น ๆ (โดยเฉพาะ 3so) ที่ค่อนข้างโอเคกับการ PR ตัวเอง หรือ 3sp เลยดูไม่ค่อยเหมือน 3 แบบอื่น ๆ เท่าไหร่ หลายครั้งคนจะนึกว่าเป็น 1 หรือ 6
==========================
>>> 🧑💼🎯🧑💼🎯 ลักษณ์ 3 social (3so) 🏘🏘
สำหรับ 3so นี้ Beatrice เรียกว่า “Prestige” (แปลตรงตัวว่า “เกียรติยศ”)
3so เป็น 3 แบบ 3 ที่สุด คือเวลาเราอ่านคำอธิบายของลักษณ์ 3 ในภาพรวม ส่วนมากก็มักจะเป็นสิ่งที่อธิบายภาพของคน 3so นี่แหละครับ
ภาพความสำเร็จของ 3so คือความสำเร็จแบบเปล่งประกาย ทูบีนัมเบ้อวัน เพื่อความใฝ่ฝันเพื่อความเป็นหนึ่ง คำชื่นชม เสียงปรบมือ โล่รางวัล หรืออะไรก็ตามที่เป็นเครื่องหมายของความสำเร็จที่สังคมยอมรับจึงเป็นเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อน 3so แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่า 3so ทุกคนจะต้องมีภาพความสำเร็จที่เหมือนกันนะครับ เพราะแต่ละวงสังคมก็ให้นิยามความสำเร็จต่างกัน ในบางสังคมความสำเร็จก็อาจหมายถึงความมั่งคงทางการเงินและการมีหน้ามีตาในวงสังคม บางวงสังคมอาจให้ความสำคัญกับยศตำแหน่ง บางวงสังคมอาจให้ความสำคัญกับปัญญา ฯลฯ แต่สิ่งที่เหมือนกันไม่ว่า 3so จะไปอยู่ที่ไหนก็คือ 3so จะต้องการเป็นเบอร์หนึ่งหรือตัวท็อปในวงการนั้น ๆ
3so นั้น “มักจะ” ไม่อายที่จะนำเสนอความสำเร็จของตัวเองให้คนอื่นรู้ ที่เน้นคำว่า “มักจะ” นั้นก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วยังขึ้นอยู่กับสังคมที่ 3so ใช้ชีวิตอยู่ด้วย ว่าสังคมนั้นมองการนำเสนอหรืออวดความสำเร็จยังไง เช่น ถ้าเป็น 3so ที่เติบโตมาในนิวยอร์ก การนำเสนอความความสำเร็จไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องไม่ดี 3so คนนั้นก็น่าจะมีแนวโน้มที่จะนำเสนอความสำเร็จของตัวเองมากกว่า 3so ที่โตในประเทศไทย หรือถ้าเป็น 3so ที่เกิดและโตในเมืองเกียวโต ที่ผู้คนมองว่าการป่าวประกาศความสำเร็จของตัวเองนั้น “ดูไม่เป็นผู้ดี” 3so ที่มาจากเกียวโตก็มีแนวโน้มที่จะป่าวประกาศความสำเร็จของตัวเองน้อยกว่า
และนั่นทำให้ 3so เป็นคนชอบแข่งขันเป็นอย่างมาก (competitive) จริง ๆ ก็อาจไม่ใช่ว่า “ชอบ” หรอกนะครับ แต่มักจะเป็นไปโดยอัตโนมัติเพื่อพาตัวเองไปสู่เป้าหมายความสำเร็จ (หรืออาจจะชอบ? 3so มาบอกผมหน่อยสิครับ)
3so เก่งเรื่องการเข้าสังคมเป็นอย่างมาก พวกเขารู้ว่าต้องพูดอะไรกับใคร และปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามบทบาทให้เหมาะกับสถานการณ์และผู้คนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการแต่งกาย บุคลิก และวิธีการพูด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งเป้าเอาไว้ จึงอาจเรียกได้ว่า 3so เป็น shapeshifter หรืออาจเรียกได้ว่าคล้ายกับน้ำที่เปลี่ยนรูปทรงไปตามภาชนะนั่นเองครับ
==========================
>>> 🧑💼🎯🧑💼🎯 ลักษณ์ 3 sexual (3sx) ❤️❤️
สำหรับ 3sx นี้ Naranjo และ Beatrice เรียกว่า “Charisma” (แปลตรงตัวว่า “เสน่ห์”) ครับ
ก่อนอื่นต้องสารภาพตามตรงก่อนว่า 3sx นี่เป็น 3 ที่ผมมีความเข้าใจน้อยที่สุด เพราะผมไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักคนไหนที่เป็น 3sx เลย (หรืออย่างน้อยก็คือยังไม่รู้) ทำให้ผมไม่มีตัวอย่างเคสในชีวิตจริงให้ได้วิเคราะห์ ที่พอจะมีก็คือบุคคลมีชื่อเสียงที่ผม “เดา” ว่าน่าจะเป็น 3sx แต่ก็ไม่มั่นใจและก็ไม่ได้รู้จักเขาดีพอที่จะวิเคราะห์อะไรมากมายด้วย ดังนั้นในที่นี้ผมจะเขียนตามความเข้าใจจากการอ่านและการเรียนที่ผ่านมา ถ้า 3sx คนไหนผ่านมาอ่านลองเขียนเล่าอธิบายเพิ่มเติมได้นะครับ :-) ถือว่าเป็นวิทยาทานแก่ผมด้วย
Beatrice บอกว่า 3sx เป็น 3 ที่มีความสามารถในการไต่เต้าบันไดทางสังคมและความสำเร็จไม่ต่างไปจาก 3 อื่น ๆ แต่ 3sx ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอะไรขนาดนั้น โฟกัสของพวกเขาอยู่ที่การทำตัวเองให้มีเสน่ห์ดึงดูด คือทำตัวให้สวย หล่อ น่ารัก เพื่อให้ได้รับความรักมา นั่นทำให้ 3sx มักเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูด แต่เสน่ห์ดึงดูดที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นการเย้ายวนหรือเซ็กซี่เสมอไปนะครับ อาจเป็นเสน่ห์แบบน่ารักก็ได้
3sx มองว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือการทำให้คนรักและคนรอบข้างประสบความสำเร็จและมีความสุข 3sx มักมีเฝ้าฝันถึงเนื้อคู่ที่เป็นเจ้าชายในฝัน หรือเจ้าหญิงในฝัน ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตของเขาหรือเธอมีความสุข และเมื่อ 3sx เจอกับคนในฝันแล้วพวกเขาก็จะพยายามสุดความสามารถที่จะเป็นแฟนหรือคู่ชีวิตที่ดีที่สุด ที่จะคอยสนับสนุนคนรักของตัวเองในทุก ๆ ด้าน
บุคคลมีชื่อเสียงของญี่ปุ่นคนนึงที่ผม “เดา” ว่าเป็น 3sx เอง ก็เป็นคนที่โด่งดังและประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก เธอมีความสวยน่ารักและมีเสน่ห์ดึงดูดแบบสุด ๆ และเป็นคนที่เอาจริงเอาจังกับการทำงานเป็นอย่างมาก สิ่งที่ทำให้ผมคิดว่าเธอเป็น 3sx ก็เพราะเธอพูดในบทสัมภาษณ์หลายครั้งว่าถ้าเมื่อไหร่เธอเจอกับชายหนุ่มในฝันแล้วถ้าเขาขอให้เธอเป็นแม่บ้านแล้วล่ะก็ เธอก็พร้อมที่จะหันหลังให้กับความสำเร็จในวงการบันเทิงทั้งหมด แล้วมุ่งเป้าไปที่การเป็นแม่บ้านและภรรยาที่ดีเพื่อที่จะสนับสนุนสามีอย่างเต็มกำลัง
ใครอ่านแล้วคิดว่าตัวเองคล้าย ๆ 3sx ลองเขียนมาเล่าให้ฟังกันได้นะครับ
==========================
3 คนไหนอ่านแล้วเห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไงสามารถคอมเมนท์บอกได้เลยครับ :-) และอยากฟังสตอรี่ส่วนตัวของแต่ละคนด้วยครับ แชร์เรื่องราวกันได้เท่าที่สะดวกเลยครับ 😃😃
#นพลักษณ์ #ลักษณ์3
บรรณานุกรม
Chestnut, B. (2013). The complete Enneagram: 27 paths to greater self-knowledge. She Writes Press.
30/11/2021
subtypes ของคนลักษณ์สอง 💁♂️🎁💁♀️🎁
คนลักษณ์ 2 จัดอยู่ในกลุ่มคนศูนย์ใจ (ประกอบไปด้วยลักษณ์ 2-3-4) ซึ่งสำหรับคนศูนย์ใจแล้วสิ่งสำคัญคือเรื่อง “ภาพลักษณ์” 🖼🖼 ภาพลักษณ์ที่สำคัญสำหรับคนลักษณ์ 2 คือภาพลักษณ์ของการเป็นผู้ให้ คนลักษณ์ 2 เชื่อว่าจะได้รับความรักมาก็ต่อเมื่อได้ทำอะไรให้กับผู้อื่น การทำอะไรให้นี้แฝงไปด้วยความอยากเป็นคนสำคัญของคนสำคัญของตัวเอง ทั้งหมดนี้ก็เพราะคนลักษณ์ 2 มีความเชื่อลึก ๆ ว่าจะไม่ได้รับความรักหรือถูกปฏิเสธถ้าตัวเองไม่ทำอะไรให้กับคนสำคัญนั่นเอง
เราสามารถแยก 3 subtypes ของคนลักษณ์ 2 ได้จาก “วิธีในการทำให้ตัวเองเป็นคนสำคัญ” ที่แตกต่างกันไปดังนี้ครับ
- 2 self-preservation (2sp) ใช้การทำตัวน่ารัก ๆ ใช้เสน่ห์แบบเด็ก ๆ เพื่อให้คนอื่นอยากเข้าไปปกป้องหรือช่วยเหลือ (คล้ายกับที่คนเรามักเอ็นดูเด็กน้อย และเข้าไปประคบประหงมให้ความสำคัญ)
- 2 social (2so) ต้องการเป็นคนสำคัญของกลุ่ม (ที่ตัวเองให้ความสำคัญ) ด้วยการเป็นคนมีความสามารถ มีความรู้ และเป็นผู้นำ (หรืออาจจะเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง) ของกลุ่ม
- 2 sexual (2sx) เป็น 2 แบบเข้มข้นที่สุด ต้องการเป็นคนสำคัญของคนสำคัญบางคน และจะใช้เสน่ห์ดึงดูดทั้งทางเพศ (ในกรณีความรัก) และการทุ่มเทให้กับคนสำคัญของตัวเองอย่างมหาศาล เป็น 2 ที่อารมณ์เข้มข้นที่สุดเมื่อเทียบกับ 2 แบบอื่น
เอาล่ะครับถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวอ่านต่อเกี่ยวกับ subtypes ของลักษณ์ 2 ด้านล่างได้เลยครับ
ส่วนใครยังไม่ได้อ่านว่า enneagram subtypes คืออะไรไปอ่านได้ที่นี่นะครับ: https://www.facebook.com/103101431931245/posts/135376905370364/?sfnsn=mo
หมายเหตุ: ความรู้เกี่ยวกับ subtypes นี้ผมจะอ้างอิงจากหนังสือ “The Complete Enneagram : 27 Paths to Greater Self-Knowledge” ของ Beatrice Chestnut เป็นหลักนะครับ บวกกับตัวอย่างที่ผมเห็นจากเพื่อนคนลักษณ์ต่าง ๆ รอบตัวครับ
==========================
>>> 💁♂️🎁💁♀️🎁 ลักษณ์ 2 self-preservation (2sp) 🧘♂🧘♂
สำหรับ 2sp นี้ Beatrice เรียกว่า “Privilege” (แปลตรงตัวว่า “อภิสิทธ์, สิทธิพิเศษ”) ส่วนตัวผมชอบเรียกว่าเป็น “Little Princes/Princesses” (เจ้าชาย/เจ้าหญิงตัวน้อย)
2sp ใช้การทำตัวน่ารัก ๆ ใช้เสน่ห์แบบเด็ก ๆ เพื่อให้คนอื่นอยากเข้าไปปกป้องหรือช่วยเหลือ พวกเขาจึงมักมีลักษณะบุคลิกน่ารัก ๆ แบบเด็ก ๆ จะมีเอเนอร์จี้ตะเล้กกกก (ตัวเล็ก) คือต่อให้ร่างจะใหญ่แต่พลังงานจะตะเล้กกก การใช้เสน่ห์ความน่ารักสดใสโปรยให้คนอื่นนี้นับได้ว่าเป็น “การทำให้คนอื่น” ในแบบชอง 2sp ครับ
วิธีการดังกล่าวนี้เทียบได้กับการที่มนุษย์เรามักมีความรักความเอ็นดูให้กับเด็กน้อยทั้งหลาย โดยเฉพาะกับเด็กแบเบาะ เด็กแบเบาะบนโลกใบนี้ไม่ได้ต้องทำอะไรให้ใครเลยครับ ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องถูบ้านล้างจานเพื่อให้ได้รับความรัก พวกเขา (ซึ่งก็คือพวกเราทุกคนตอนเด็ก ๆ) แค่ใช้ความน่ารัก แค่อยู่เฉย ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาชมว่าน่ารักและทำนู่นทำนี่ให้แล้ว
2sp เองก็ใช้วิธีเดียวกันนั่นแหละครับ Beatrice พูดไว้ว่า 2sp นั้นต้องการได้รับความรักแค่เพราะพวกเขามีตัวตนอยู่ (They want to be loved for just existing.) โดยไม่ใช่ว่าต้องไปทำอะไรให้ใคร ดังนั้นเลยเป็นที่มาของการตั้งชื่อ 2sp ว่า “Privilege” นั่นเองครับ… อ้อ และตัว Beatrice เองก็เป็น 2sp เช่นกันครับ
2sp เป็น counter-type ของลักษณ์ 2 ครับ นั่นก็เพราะเราจะมองเป็นความทรนงของ 2sp ได้ยากกว่าลักษณ์ 2 โดยทั่วไปที่จะมีลักษณะโฟกัสพลังงานไปที่ความต้องการของคนอื่นเป็นหลักเพื่อที่จะได้ไปเติมเต็มความต้องการของกลุ่มหรือคนสำคัญ แต่ 2sp นี้แม้จะให้ความสำคัญกับความต้องการของคนอื่นเหมือนกัน แต่ก็จะมีการถอยออกมาจากคนอื่นเพื่อปกป้องตัวเองมากกว่า 2 อีกสองแบบ
==========================
>>> 💁♂️🎁💁♀️🎁 ลักษณ์ 2 social (2so) 🏘🏘
สำหรับ 2so นี้ Beatrice เรียกว่า “Ambition” (แปลตรงตัวว่า “ความทะเยอทะยาน”)
2so นั้นต้องการเป็นคนสำคัญของกลุ่ม (ที่ตัวเองให้ความสำคัญ) สำหรับ 2so หลายคนจะเห็นได้ชัดในความต้องการเป็นคนสำคัญของที่ทำงานหรือสังคม/แวดวงการงานที่ตัวเองทำอยู่ ดังนั้นวิธีการที่ 2so ใช้จึงมักเป็นการทำตัวให้มีความสามารถ มีความรู้ และมีความเป็นผู้นำที่สามารถส่งอิทธิพลต่อทิศทางของกลุ่มที่ตัวเองอยู่ได้
ด้วยความต้องการมีอิทธิพลเหนือกลุ่ม และด้วยวิธีการที่ 2so ใช้ ทำให้ 2so มักมีลักษณะบุคลิกที่มีความเป็นผู้ใหญ่/มีความเป็นผู้นำ (แตกต่างจาก 2sp ค่อนข้างมาก) คำว่ามีความเป็นผู้นำนี้ไม่ได้แปลว่า 2so จะต้องมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มเสมอไป ไม่ว่า 2so จะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าอย่างเป็นทางการหรือไม่ ก็มักจะมีความสามารถในการชักนำทิศทางของกลุ่มด้วยความรู้และความสามารถที่มี
และอันที่จริงแล้ว 2so ถนัดในการทำงานเบื้องหลังเพื่อขับเคลื่อนกลุ่มของตนไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการ เพื่อการนี้ 2so จึงให้ความสำคัญกับข้อมูลความเป็นไปและความสัมพันธ์ของคนต่าง ๆ ในกลุ่ม นอกจากนี้ยังมักสร้างสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนที่พวกเขามองว่าเป็น “ผู้มีอิทธิพล” ของกลุ่มอีกด้วย
2so มีความต้องการเป็นผู้เหนือกว่าคนอื่น (ฉลาดกว่า/มีความสามารถมากกว่า) เพื่อให้ได้มาซึ่งการเป็นคนสำคัญ จึงเป็นที่มาของชื่อ Ambition ครับ และด้วยความที่ 2so มักมีกลักษณะพุ่งสู่เป้าหมายและความสำเร็จในการทำงานบางครั้งเลยอาจดูคล้ายลักษณ์ 3 ได้ ความแตกต่างหนึ่งที่แยกได้ก็คือลึก ๆ แล้ว 2so ไม่ได้ต้องการคำแซ่ซ้องหรือเสียงชื่นชมจากคนหมู่มากเหมือนคนลักษณ์ 3 ครับ
==========================
>>> 💁♂️🎁💁♀️🎁 ลักษณ์ 2 sexual (2sx) ❤️❤️
สำหรับ 2sx นี้ Beatrice เรียกว่า “Aggressive/Seductive” (แปลตรงตัวว่า “ดุดัน/เย้ายวน”) ครับ
2sx พุ่งเป้าการเป็นคนสำคัญไปที่ “คนบางคน” ซึ่งจำนวนอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ (ไม่ได้เป็นกลุ่มแบบ 2so) บางทีอาจจะมีแค่คนเดียว เช่น คนรัก บางทีอาจจะมี 2-3 คน เช่น เพื่อนสนิท หรืออาจจะเยอะกว่านั้นก็แล้วแต่คนครับ แต่ด้วยความที่ 2sx ต้องทุ่มพลังงานและเวลาเยอะมากไปกับคนเหล่านี้ ดังนั้นจำนวนจึงมีมากไม่ค่อยได้หรอกครับ คือคงไม่สามารถมีถึง 10 คนอะไรขนาดนั้น แต่ถ้า 2sx คนไหนมีคนสำคัญเยอะ ๆ ก็ฝากคอมเมนท์บอกผมด้วยนะครับบบ (อันนี้ผมหมายถึงคนที่อยู่ในวงในสุดของวงไข่แดงของ 2sx นะครับ แต่ถ้าเป็นคนวงนอกออกมาก็จะมีเพิ่มได้อีก)
2sx ใช้ทุกวิธีในการเข้าไปเป็นคนสำคัญของคนสำคัญของตัวเอง ซึ่งเมื่อเข้าสู่โหมดความรักก็จะรวมถึงการใช้เสน่ห์ทางเพศ (sexuality) เข้าไปด้วย 2sx ให้ความรักอย่างมหาศาล ซึ่งก็อาจเป็นการแสดงออกตรง ๆ เช่น การบอกตรง ๆ ว่า “ฉันรักเธอ” หรือ “เธอเป็นเพื่อนคนสำคัญของฉัน” หรืออาจเป็นการเข้าไปช่วยเหลือหรือทำสิ่งต่าง ๆ ให้กับเป้าหมาย รวมถึงการซื้อของขวัญ/ของฝากให้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบสุดขั้วเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักของอีกฝ่าย เช่น แม้ที่ผ่านมาจะเป็นผู้หญิงแนวซอฟท์ใส แต่งตัวสไตล์มุจิแม่บ้านญี่ปุ่น แต่ถ้าล็อคเป้าความรักกับหนุ่มที่ชอบสาวห้าวลุย ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถของ 2sx ที่จะเปลี่ยนไปเป็นสาวห้าวลุย ๆ ตามแบบที่เป้าหมายของตัวเองชอบได้
เสริมนิดนึงว่า 2sx ไม่ได้ทำให้แค่กับคนสำคัญที่สุดหรอกนะครับ จริง ๆ ก็ทำให้แทบจะทุกคนแต่การทำให้จะลดหลั่นไป ยิ่งเป็นวงของคนที่สำคัญน้อยลงไปเรื่อย ๆ ความเข้มข้นในการทำให้ก็จะน้อยลงไป แต่ก็ยังทำอยู่บ้าง
2sx เป็น 2 ที่เข้มข้นที่สุดในบรรดา 2 ทั้งหมด บางคนเรียก 2sx ว่า “double 2” คือเป็น 2 แบบคูณสอง การเข้าไปทำสิ่งต่าง ๆ ทั้งการแสดงความรัก การช่วยเหลือ หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองของ 2sx ดังที่กล่าวไว้ในย่อหน้าที่แล้วนั้นมีความเข้มข้นค่อนข้างมาก 2sx ทุ่มพลังงานไปกับการสร้างความสัมพันธ์เหล่านี้ และมักเป็นการยากสำหรับพวกเขาที่จะทำใจ/ปล่อยวางเมื่อความสำพันธ์นั้นไม่เป็นไปตามที่หวัง
==========================
2 คนไหนอ่านแล้วเห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไงสามารถคอมเมนท์บอกได้เลยครับ :-) และอยากฟังสตอรี่ส่วนตัวของแต่ละคนด้วยครับ แชร์เรื่องราวกันได้เท่าที่สะดวกเลยครับ 😃😃
#นพลักษณ์ #ลักษณ์2
บรรณานุกรม
Chestnut, B. (2013). The complete Enneagram: 27 paths to greater self-knowledge. She Writes Press.
13/10/2021
วันนี้ผมอ่านหนังสือเล่มใหม่ของ Beatrice Chestnut และ Uranio Paes แล้วเจอประโยคนึงที่อยากจะเอามาแชร์กับทุกคน (ยังอ่านไม่จบทั้งเล่มหรอกนะครับ แหะ ๆ 😅)
นั่นก็คือประโยคที่อธิบายนิสัยของคนลักษณ์ 4 ได้เป็นอย่างดีประโยคนี้ครับ
"Envy is the art of counting the other fellow's blessings instead of your own."
อ่านแล้วก็อยากจะเตือนเพื่อน ๆ ลักษณ์ 4 ทุกคนว่า เราเห็นข้อเสีย ข้อพร่อง ของตัวเองและสิ่งที่เราทำมามากพอแล้วครับ ข้อดีของคนอื่นก็เห็นเต็มไปหมดเลย แต่ตัวเราเองก็มีดีเหมือนกันครับ ตั้งคำถามกับความเชื่อที่ว่า "เราไม่ดีพอ" เยอะ ๆ มันจริงหรอที่ปัจจุบันมันไม่เคยดีเลย?
ถ้านึกไม่ออกว่าเรามีดีอะไร ลองหันไปถามคนสนิทดูก็ได้ครับ ผมเชื่อว่าเค้าคงบอกเราได้เยอะแยะเลย พอรู้แล้วก็อย่าลืมโอบกอดตัวเอง เชื่อในความเจ๋ง ความดีพอของตัวเอง ในแบบที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร
เราไม่ได้ด้อยกว่าใคร เราไม่ได้ดีกว่าใคร เราแค่ดีพอ 😁
บรรณานุกรม
Chestnut, B. & Paes, U. (2021). The Enneagram Guide to Waking Up: Find Your Path, Face Your Shadow, Discover Your True Self. She Hampton Roads Publishing.
05/10/2021
subtypes ของคนลักษณ์หนึ่ง 🌟👩🏫👨🏫🌟
คนลักษณ์ 1 ไล่ตามความสมบูรณ์แบบ กิเลสหลักของคนลักษณ์ 1 คือ ความโกรธ (anger) ต่อตัวเองหรือสิ่งรอบตัวที่มันยัง “ดีได้กว่านี้อีก” แต่ทำไมมันถึงไม่ดี? ทำไมพวกเธอถึงไม่ทำให้มันดีกว่านี้กันฮื้อ? แต่ความโกรธเองก็เป็นสิ่งไม่สมควร คนลักษณ์ 1 จังมักเก็บความโกรธเอาไว้ข้างใน เก็บมากเก็บน้อย เนียนบ้างไม่เนียนบ้าง ขึ้นอยู่กับแต่ละ subtypes ด้วย ความโกรธของคนลักษณ์ 1 ส่วนมากเลยมักเป็นอารมณ์ของความหงุดหงิด จิ๊ปากเบา ๆ 😕😠 หรือการทำตัวสุภาพแบบโอเว่อร์ซะมากกว่า ☺️☺️ (แต่ก็มี subtype นึงที่ปล่อยความโกรธออกมาได้มากกว่า subtypes อื่น ๆ)
ทั้งนี้ความสมบูรณ์แบบของลักษณ์ 1 แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน หลายคนเข้าใจผิดว่าคนลักษณ์ 1 ทุกคนต้องรักสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไปครับ สำหรับคนลักษณ์ 1 ที่ความสะอาดและความเป็นระเบียบไม่ได้รวมอยู่ในความสมบูรณ์แบบของเขา ก็อาจจะไม่ได้สะอาดหรือเป็นระเบียบก็ได้
เราสามารถแยก subtypes ของลักษณ์ 1 ได้ตาม “โฟกัสของการทำให้เพอร์เฟค/การทำให้ดีขึ้น” ของแต่ละคนครับ
- 1 self-preservation (1sp) โฟกัสหลักอยู่ที่การทำให้ตัวเองดีขึ้น/เพอร์เฟคขึ้นเรื่อย ๆ เป็นกลุ่มที่ฟาดตัวเองหนักที่สุดในลักษณ์ 1 และไม่มั่นใจในความดีของตัวเองมากที่สุด
- 1 social (1so) โฟกัสที่การเป็นแบบอย่างอันดีงามให้กับคนอื่น อารมณ์แม่พิมพ์ของความดีงาม ทำให้คนอื่นดูว่าที่ดีมันต้องเป็นยังไง
- 1 sexual (1sx) โฟกัสไปที่การทำให้คนอื่น/สิ่งรอบตัวดีขึ้น เป็น subtype ที่ปล่อยความโกรธออกมาแบบตรงไปตรงมากว่า subtype อื่น
เอาล่ะครับถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวอ่านต่อเกี่ยวกับ subtypes ของลักษณ์ 1 ด้านล่างได้เลยครับ
ส่วนใครยังไม่ได้อ่านว่า enneagram subtypes คืออะไรไปอ่านได้ที่นี่นะครับ: https://www.facebook.com/103101431931245/posts/135376905370364/?sfnsn=mo
หมายเหตุ: ความรู้เกี่ยวกับ subtypes นี้ผมจะอ้างอิงจากหนังสือ “The Complete Enneagram : 27 Paths to Greater Self-Knowledge” ของ Beatrice Chestnut เป็นหลักนะครับ บวกกับตัวอย่างที่ผมเห็นจากเพื่อนคนลักษณ์ต่าง ๆ รอบตัวครับ
==========================
>>> 👩🏫👨🏫 ลักษณ์ 1 self-preservation (1sp) 🧘♂🧘♂
สำหรับ 1sp นี้ Beatrice เรียกว่า “Worry” (แปลตรงตัวว่า “ความกังวล”)
ความกังวลของ 1sp ที่ว่านี้คือความกังวลว่าสิ่งต่าง ๆ จะไม่เป็นไปตามครรลองที่มันควรจะเป็น (ไม่สมบูรณ์แบบตามที่คาดหวังให้เป็น) ทำให้ 1sp มักคอยวางแผนจัดการสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาสามารถจัดการได้ เพื่อให้งานหรือสถานการณ์เป็นไปในครรลองที่พวกเขาคิดว่ามันควรจะเป็น
เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามครรลองที่วาดไว้ 1sp มักจะมองหาความผิดพลาดในสิ่งที่ตัวเองทำ (หรือไม่ได้ทำ) มากกว่าที่จะโทษคนอื่น ที่ใส่วงเล็บไว้ว่า “หรือไม่ได้ทำ” ก็เพราะว่าแม้แต่ในครั้งที่ 1sp ไม่ได้เป็นคนทำผิดพลาดเอง พวกเขาก็มักจะคอยคิดย้อนกลับไปว่ามีอะไรบ้างที่พวกเขาน่าจะทำเพื่อที่จะป้องกันความผิดพลาดของคนอื่นเหล่านั้น ในแง่นี้ Beatrice กล่าวว่า 1sp เป็น “true perfectionists” (เพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ที่แท้จริง”
ความโกรธของ 1sp ถูกแปรรูปไปเป็นความอบอุ่น ความสุภาพนุ่มนวล 1sp จึงเป็นลักษณ์ 1 ที่ดูโกรธน้อยที่สุด แม้แต่ความหงุดหงิดหรือจิ๊ปากก็จะไม่ค่อยถูกเผยออกมาให้เห็น นั่นเพราะว่า 1sp เชื่ออย่างที่สุดว่าความโกรธนั้นเป็นสิ่งไม่ดี 1sp จึงมักมีบุคลิกของการเป็นคนสุภาพอ่อนหวาน เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ไม่ถือโทษโกรธใครสักเท่าไหร่
ด้วยความที่ “ความกังวล” เป็นหนึ่งในคุณลักษณะเด่นของ 1sp ทำให้หลายครั้งคนอาจเข้าใจผิดว่า 1sp เป็นลักษณ์ 6 แต่สิ่งที่ 1sp ต่างจากลักษณ์ 6 ก็คือ 1sp (และ 1 ทั้งหมด) ค่อนข้างมั่นใจกับมาตรฐานของความดีงามหรือความสมบูรณ์ที่ตัวเองยึดถือ (แต่จะไม่มั่นใจว่าตัวเองทำได้ตามมาตรฐานนั้นแล้ว คือโดยมากคิดว่าตัวเองยังทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่ตัวเองยึดถือ) ในขณะ 6 จะตั้งคำถามเสมอว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำมันถูก/ใช่หรือยัง? ถูกทางอยู่รึเปล่า?
==========================
>>> 👩🏫👨🏫 ลักษณ์ 1 social (1so) 🏘🏘
สำหรับ 1so นี้ Ichazo และ Beatrice เรียกว่า “Non-adaptability” (ความไม่ปรับตัว) ส่วน Naranjo เรียกว่า “Rigidity” (ความยึดติดยึดมั่น) ครับ
ความไม่ปรับตัวหรือความยึดมั่นของ 1so ที่ว่านี้คือความยึดมั่นใน “ความถูกต้อง” โดยที่พวกเขาจะคอยทำตัวให้เป็นแบบอย่างอันสมบูรณ์แบบสำหรับคนอื่น 1so เป็น 1 ที่มีความมั่นใจในความถูกต้องดีงามของตัวเองมากกว่า 1 แบบอื่น ๆ (บางคนอาจะไม่รู้ตัว) Beatrice เปรียบเทียบไว้ว่า 1so มี “ความเป็นครู” ที่เป็นผู้ถือหรือกำหนดมาตรฐานความถูกต้องเอาไว้
ในแง่นี้ 1so จึงมีความต้องการที่จะเป็น “ฝ่ายที่ถูกต้อง” อยู่เสมอ และเมื่อ 1so เป็นฝ่ายถูก (หมายความว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด) ทำให้พวกเขามีสิทธิ์ในอำนาจที่เหนือกว่าอีกฝ่ายในการที่จะเข้าไปแทรกแซงหรือควบคุมสถานการณ์
วิธีที่ 1so ใช้ในการบอกผู้อื่นให้ทำดีขึ้นคือการทำตัวให้เป็นแบบอย่าง หากการทำตัวให้เป็นแบบอย่างยังไม่พอ 1so อาจใช้วิธีการพูดบอก แต่ในระยะแรก ๆ อาจเป็นการบอกแบบ “อ้อม ๆ” ที่คนฟังต้องไขรหัสกันเบา ๆ ผมมีเพื่อนคนนึงที่เป็น 1so เวลาผมไปคอนโดเขาแล้วถอดถุงเท้าวางไว้ใต้โต๊ะกาแฟ เขามักจะมองไปที่ถุงเท้าของผมแต่ก็ไม่พูดอะไร จนหลัง ๆ เขาเริ่มพูดว่า “เวลาฉันเห็นถุงเท้าวางในบ้านฉันนี่ ฉันรู้เลยว่าเป็นของใคร” ผมก็งงครับ ตอนนั้นไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไร … ผมใช้เวลาเป็นเดือนหลังจากนั้น (ผมไปคอนโดเขาบ่อย) กว่าจะเข้าใจว่าเขาต้องการให้ผมถอดถุงเท้าวางไว้ที่หน้าห้อง (สมองผมช้าครับ อย่าว่าผมเลย 😅😅)
ความโกรธของ 1so ถูกกดไว้และเปลี่ยนไปเป็น “ความเย็นชา” ถ้าเทียบกับ 1sp แล้ว 1so จึงดูมีความอบอุ่นน้อยกว่า อ่อนหวานน้อยกว่า แต่พวกเขาก็ยังสุภาพนะครับ 1so พยายามเก็บความโกรธเอาไว้ แต่ความโกรธเหล่านั้นก็มัก “รั่ว” ออกมาให้คนรอบข้างสังเกตได้อยู่ เช่น รั่วออกมาเป็นอารมณ์หงุดหงิดที่สังเกตได้จากท่าทางบางอย่างอย่างการขมวดคิ้วหรือกัดกราม บางครั้งอาจแสดงออกด้วยการทำตัวสุภาพเกินเบอร์ที่คนอื่นอาจรู้สึกได้ถึงความประชดประชันเล็ก ๆ หรือบางครั้งอาจใช้วิธีเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ตามลำพังเงียบ ๆ
==========================
>>> 👩🏫👨🏫 ลักษณ์ 1 sexual (1sx) ❤️❤️
สำหรับ 1sx นี้ Ichazo และ Beatrice เรียกว่า “Zeal” (ความกระตือรือร้น/คลั่ง)
ความกระตือรือร้นของ 1sx ที่ว่านี้คือความกระตือรือร้นในการทำให้คนอื่นหรือสิ่งรอบตัวดีขึ้น โดยที่ 1sx ไม่ค่อยจะโฟกัสในการทำให้ตัวเองเพอร์เฟคสักเท่าไหร่ ความกระตือรือร้นในการทำให้คนอื่นและสังคมดีขึ้นนี้ทำให้ Beatrice กล่าวว่า 1sx มีลักษณะเป็น “นักปฎิวัติ” (reformer) มากกว่าจะเรียกว่าเป็น perfectionist
1sx เป็น subtype เดียวของ 1 ที่แสดงความโกรธออกมาอย่างตรงไปตรงมามากกว่า 1 แบบอื่น ๆ และทำให้ 1sx ถูกจัดให้เป็น counter-type ของลักษณ์ 1 สำหรับ 1sx แล้วการแสดงความโกรธไม่ได้นับเป็นความไม่ความไม่เหมาะสมหรือสิ่งเลวร้าย เพราะการแสดงออกความโกรธของ1sx เป็นไปเพื่อทำให้คนอื่นทำตัวให้ดีขึ้น
1sx จึงมีลักษณะอดทนต่ำ มักวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่พวกเขามองว่าไม่ถูกไม่ควร 1sx มักไม่กลัวการเผชิญหน้าหรือการโต้เถียงกับคนอื่น ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาค่อนข้างมั่นใจในมาตรฐานความดีของตัวเอง ทำให้บางครั้ง 1sx ดูคล้าย ๆ คนลักษณ์ 8 สิ่งที่ต่างกันคือ 1sx (และ 1 อื่น ๆ) ยึดถือมาตรฐานหรือกฎเกณฑ์อะไรบางอย่างที่พวกเขามองว่าสังคมควรเป็น ในขณะที่ 8 ให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์ของตัวเองมากกว่า และไม่ค่อยสนใจกฎเกณฑ์ของสังคมสักเท่าไหร่
1sx ที่ผมเห็นหลายคนมักแสดงความเห็นต่อปรากฏการณ์ทางสังคมหรือการเมืองอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส (ไม่ว่าจะมีจุดยืนอยู่ฝั่งไหนก็ตาม) และพวกเขามักไม่ค่อยกลัวการแสดงความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างไปจากเพื่อน รุ่นพี่ พ่อแม่ ฯลฯ นอกจากนี้ Beatrice ยังบอกว่า 1sx มักมีมุมมองที่ค่อนข้างเสรีต่อความต้องการทางเพศ คือไม่ได้มองว่าความต้องการทางเพศเป็นเรื่องที่ต้องปกปิดหรือกระมิดกระเมี้ยนสักเท่าไหร่
==========================
1 คนไหนอ่านแล้วเห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไงสามารถคอมเมนท์บอกได้เลยครับ :-) และอยากฟังสตอรี่ส่วนตัวของแต่ละคนด้วยครับ แชร์เรื่องราวกันได้เท่าที่สะดวกเลยครับ 😃😃
#นพลักษณ์ #ลักษณ์1
บรรณานุกรม
Chestnut, B. (2013). The complete Enneagram: 27 paths to greater self-knowledge. She Writes Press.