26/06/2022
+++ เปิดรับสมัครด่วน สำหรับนักเรียนที่ต้องการจะเรียนโรงเรียนประจำนานาชาติที่ดีและปลอดภัยที่สุดในโกลกาตา
สนใจข้อมูลและรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/Carekhun-Education-103099402346960/
Line ID:
Hotline:080-8348569
Carekhun Education
บริการและให้คำแนะนำเรียนต่ออินเ?
26/06/2022
Kolkata is India’s Safest City to live in🇮🇳
23/06/2022
โรงเรียนนานาชาติเจมส์ อคาเดเมี่ย โรงเรียนประจำสำหรับนักเรียน ชาย หญิง
มี2 ระบบ คือ ประจำและไปกลับ
ระบบโรงเรียนประจำของที่นี่เป็นการส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักเรียนรู้ช่วยเหลือตนเอง ให้มีความมั่นใจ มีการพัฒนาตนเอง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีความกล้าในการแสดงออกรวมไปถึงการแก้ปัญหาในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเพื่อนๆที่มาจากหลากหลายประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันและมีการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ทางโรงเรียนได้จัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และได้มีการสนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีครู,บุคลากรดูแลความปลอดภัยของนักเรียนอย่างใกล้ชิด
21/06/2022
Carekhun-Ed ขอแนะนำ โรงเรียนนานาชาติ เจมส์ อคาเดเมี่ย
ซึ่งมี 2 หลักสูตรคือ
1. Cambridge International Education (CAIE)
ระดับ IGCSE เปิดสอนในเกรด 9-10 อายุโดยเฉลี่ย 13+ ซึ่งเป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก นักเรียนสามารถเลือกรายวิชาที่เหมาะสมกับตัวเอง
ระดับ Cambridge International AS/A เปิดสอนในเกรด 11-12 อายุ 15+ นักเรียนจะทำการสอบวัดผล AS Level ในเกรด 11 และการสอบระดับ A Level ในเกรด 12 นักเรียนสามารถเลือกเรียนตามเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัย
2. Council for the Indian School Certificate Examinations (CISCE)
การสอบมัธยมศึกษาตอนปลายของอินเดีย (ICSE) จะมีการสอบสำหรับนักเรียนในเกรด 10 นักเรียนทุกคนจะต้องสอบ 7 วิชา
การสอบ Indian School Certificate (ISC) จะสอบในเกรด 12 หลังจากเรียนครบหลักสูตรในเกรด 10 - 11 จะต้องสอบ 6 วิชา
21/06/2022
Carekhun-Ed
เปิดให้บริการ และให้คำแนะนำ ในการเรียนต่ออินเดีย เมืองโกลกาตา
รัฐเบงกอล ใช้เวลาในการเดินทาง สุวรรณภูมิ-โกลกาตา 2 ชม 30 นาที จาก
ประสบการณ์ 10 กว่าปีที่ผ่านมามีนักเรียน จบจากที่นี่สามารถเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย
ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
อินเดียถือเป็นประเทศที่มีอารยธรรมที่เจริญมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นแหล่ง
ขุมทรัพย์ทางด้านการศึกษาที่หลากหลายและมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไม่
แพ้ที่ใดในโลก ซึ่งจากการวางรากฐานทางการศึกษาที่ได้รับอิทธิพลมาจากอังกฤษจึง
ทำให้มีสถาบันการศึกษาที่ดีและมีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก ค่าครองชีพ ไม่สูงมากนัก
มากนัก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักศึกษาจากทั่วทุกมุมโลกมาเรียนที่นี่ ดั้งนั้นน้องๆที่
อยากเรียนต่อต่างประเทศ อินเดีย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
18/03/2022
ก่อนที่น้องๆจะเลือกเรียนระบบการศึกษาแบบไหนให้ถูกใจและใช่เหมาะสมกับตัวเรา.....และ จะทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจ
ระบบการศึกษาของอินเดีย
การศึกษาระดับ ประถม – มัธยม ของประเทศอินเดีย
หลักสูตรการศึกษาระดับ ประถม - มัธยม
แบ่งออกเป็น 2 ช่วง
ตามระบบ 10+2 โดยในช่วง 10 ปีแรกเน้นความรู้ทั่วไป
ส่วนในช่วง 2 ปีหลังเน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาขั้นสูง
การศึกษาในระดับประถมศึกษาใช้เวลา 8 ปี โดยแบ่งออกเป็นระดับประถมศึกษาตอนต้น 3 ปี (Standards I-III) ตอนกลาง 2 ปี (Standards IV-V) และตอนปลาย 3 ปี (Standards VI-VIII)
การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้เวลา 2 ปี ผู้ที่ศึกษาจนจบปีที่ 10 (Standard X 8 +2 ) จะได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย หากต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ต้องศึกษาต่อในโรงเรียนอีก 2 ปี (Standards XI-XII 10 + 2) ตามหลักสูตรและระบบการวัดผลของคณะกรรมการกลางมัธยมศึกษา (Central Board of Secondary Education - CBSE) หรือสภาวัดผลการศึกษาในโรงเรียนอินเดีย (Council for the Indian School Certificate Examinations - CISCE) หรือระบบ International Baccalaureate (IB)เพื่อนำผลการศึกษาไปยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาขั้นสูง
หลักสูตรการศึกษาหลักๆ ที่โรงเรียนในอินเดียนั้นเปิดสอน
จะมีอยู่ 4 ประเภท ดังนี้
1.Council for the Indian School Certificate Examinations (CISCE)
2.Central Board of Secondary Education (CBSE)
3.International Baccalaureate (IB)
4. IGCSE (International General Certificate of Secondary Education)
1.CISCE
หรือสภาวัดผลการศึกษาในโรงเรียนอินเดียซึ่งเป็นคณะกรรมการ เอกชน โรงเรียนที่เป็นระบบ CISCE นั้น จะมีมาตรฐานการวัดผลการศึกษา 2 ระดับ คือ
1.1 Indian Certificate of Secondary Education (ICSE)
for class10
1.2.Indian School Certificate (ISC) for class 12
กล่าวง่ายๆ ก็คือ จะมีการสอบวัดผลตอน ม. 4 และ ม.6
ICSE นั้นจะเป็นการสอบในระดับเกรด 10 (เทียบเท่ามัธยมศึกษา
ที่ 4) ส่วน ISCนั้นจะเป็นการสอบในระดับเกรด 12 (เทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 6) สภาวัดผลการศึกษาโรงเรียนในอินเดียเป็นผู้ดูแลการสอบและกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนเอาไว้ทั้งหมด ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารในชั้นเรียนจะเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
หลักสูตรของ ICSE จะเริ่มตั้งแต่เกรด 5 (เทียบเท่าประถมศึกษาปีที่ 5) เพื่อเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการสอบบอร์ดตอนเกรด 10 (การสอบบอร์ดหมายถึงการสอบพร้อมกันทั้งประเทศประจำปี) จุดเด่นของหลักสูตรนี้ คือ การที่เด็กนักเรียนสามารถเลือกสายวิชาได้ตั้งแต่เกรด 9 (เทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 3) เด็กนักเรียนจะต้องเลือกว่าจะเรียนสายวิทย์ หรือ สายศิลป์
สำหรับหลักสูตรของ ISC สำหรับ เกรด 11 และ 12 นักเรียนจะต้องสอบบอร์ดตอนเกรด 12 ซึ่งมีความสำคัญมากเพราะจะเป็นคะแนนที่ใช้ทางมหาวิทยาลัยใช้พิจารณารับนักเรียนต่อไป
โดยรวมแล้วหลักสูตรนี้ให้ความสำคัญกับทุกวิชาเท่าๆกัน แต่จะเน้นภาษาอังกฤษเป็นหลัก จึงทำให้ภาษาอังกฤษของเด็กนักเรียนที่จบหลักสูตรนี้ค่อนข้างแข็ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะศึกษาต่อต่างประเทศในระดับอุดมศึกษา สามารถสอบ TOEFL และ IELTSได้สบาย หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับการศึกษาต่อในสาขาศิลป์และด้านบริหาร
2. CBSE
หรือคณะกรรมการกลางมัธยมศึกษาในอินเดีย ถูกก่อตั้งขึ้นมาดูแลหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนในอินเดียในลักษณะเช่นเดียวกับ CISCE
CBSE มีการสอบบอร์ดในระดับเกรด10 และ 12 เช่นเดียวกัน
The All India Secondary School Examination for Class 10
The All India Senior School Certificate Examination for Class 12
หลังจากการสอบบอร์ดเกรด 10 แล้วนักเรียนจะต้องเลือกสาขาวิชาเรียน สายวิทย์หรือสายศิลป์ ซึ่งต่างจากระบบCISCE ที่สามารถเลือกสายได้ตั้งแต่เกรด 9
CBSE จะเน้นด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นหลัก หลักสูตรจะมุ่งสร้างความเข้มข้นทางวิชาการให้นักเรียนสามารถเข้าสอบแข่งขันระดับต่างๆ ได้ CBSE จึงเหมาะสมกับนักเรียนที่ต้องการจะศึกษาต่อในด้านแพทย์ วิศวะ และด้านที่เน้นการใช้ความรู้สายวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เป็นต้น
3. International Baccalaureate
เรียกสั้นๆกันว่า บอร์ด IB ก่อตั้งขึ้นโดย International Baccalaureate Organization (IBO) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร มีที่ตั้งอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์
หลักสูตรของ IB ถูกแบ่งเป็น 3 ช่วงดังนี้
PYP: The Primary Years Programme (Kindergarten to Class 5).
MYP: The Middle Years Programme (Class 6 to Class 10).
DP: The Diploma Programme (Class 11 to Class 12).
หลักสูตรของ IB จะเป็นหลักสูตรอินเตอร์ เน้นไปในด้านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการประยุกต์มากกว่าการเรียนรู้จากตำรา
เช่นเดียวกับ CISCE และ CBSEนักเรียนจะต้องมีการสอบวัดผล 2 ครั้งตอนเกรด 10 และ 12
หลักสูตร IB จะเข้มข้นในช่วง DP ซึ่งนอกจากจะต้องเรียน 6 วิชาหลักแล้ว นักเรียนต้องทำรายงานพิเศษในช่วงเวลา 2 ปี ได้แก่ TOK, EE and CAS
TOK หรือ Theory of Knowledge จะเป็นการเขียนเรียงความตามหัวข้อที่ให้ มีความยาว 1,200 – 1,600 คำ และจะต้อง present หน้าชั้นเรียน
EE หรือ Extended Essay จะเป็นการเขียนเรียงตามหัวข้อที่นักเรียนเลือกเอง มีความยาว 3,500 – 4,000 คำ
CAS หรือ Creative Action and Service เป็นโปรแกรมภาคบังคับให้เด็กนักเรียนทำประโยชน์ต่อสังคม ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ และ ร่วมกิจกรรมทางด้านกีฬา ทั้งหมดรวม 150 ชั่วโมง
เมื่อเรียนจบ DP แล้วเด็กนักเรียนจะมีวุฒิทางการศึกษาเทียบเท่า 10+2 สามารถนำผลการสอบบอร์ดไปสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ ในกรณีที่นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ระบบอื่นแล้วอยากเรียนต่อระบบ IB สามารถย้ายเข้าเรียนหลังจากจบเกรด10
4. IGCSE (International General Certificate of Secondary Education)
คือการสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของระบบอังกฤษหลักสูตร IGCSE ซึ่งใช้แบบทดสอบของUniversity of Cambridge International Examination (CIE) ในการสอบ เป็นการสอบเพื่อรับรองคุณวุฒิของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (อายุ 15-16 ปี) นักเรียนในโรงเรียนนานาชาติที่ใช้ระบบการศึกษาแบบอังกฤษจะได้เรียนเมื่อนักเรียนจบ ม.2 หรือ class 8 หลักสูตร IGCSE นี้จะประกอบไปด้วยการสอบการพูด การฟัง และการเขียนภาษาอังกฤษ โดยเกือบทุกวิชา จะมีการแบ่งสอบออกเป็น 2 แบบ
1.แบบCore เป็นระดับความสามารถส่วนใหญ่ของนักเรียน เนื้อหาในการทดสอบในวิชานั้นจะเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานและแนวความคิดสำคัญอย่างกว้าง ๆ ซึ่งนักเรียนจะได้เกรด C, D, E, F หรือ G เท่านั้น
2.แบบ Extended เป็นการสอบที่มีเนื้อหารายละเอียดเจาะจงลึกลงไปมากกว่าการสอนแบบ Core การสอบแบบ Extended ผู้สอบจะได้เกรดตั้งแต่ A, B, C, D, E และ F ระบบ IGCSE มีการออกแบบเนื้อหารายวิชาที่เป็นสากล โดยมีเป้าหมายในการกำหนดมาตรฐานทางวิชาการในระดับสูงผ่านการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติ นักเรียนจะต้องเลือกเรียน 5 กลุ่มวิชาอันประกอบไปด้วย
1. กลุ่มวิชาภาษา (Language)
2. กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Humanities & Social Science
3. กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ (Science)
4. กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ (Mathematics)
5. กลุ่มวิชาทักษะวิชาชีพ (Creative, Technical and Vocational)
(โดยปกติแล้วนักเรียนจะสอบผ่านได้ภายใน2ปี) เนื้อหาที่ปรากฏในข้อสอบ IGCSE ใน Year 10 และ Year 11 โดยเกือบทุกวิชา จะมีการปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาในระดับA-Level (AS Level และ A2 Level )ใน Year 12 และ Year 13 ต่อไป เมื่อเรียนจบแล้วสามารถนำมาเทียบวุฒิและเรียนต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในประเทศไทย เช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือถ้าจะเรียนต่อระดับปริญญาตรีในต่างประเทศเช่นอังกฤษหรืออินเดียจะใช้เวลาเรียน3ปี