Smart Bright Center

Smart Bright Center

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Smart Bright Center, โรงเรียน, บางนา, Bangkok.

26/05/2025

โครงการสอบประจำปี การศึกษา 2568
"เตรียมพร้อมทุกความรู้ สู่ความสำเร็จที่มั่นใจ"

07/03/2025

“เครื่องฆ่าเชื้อหมูดิบ” สิ่งประดิษฐ์ริเริ่มจากเด็กมัธยมสู้เชื้อ “ไข้หูดับ”

โรคไข้หูดับถือเป็นภัยเงียบที่ทำให้คนไทยล้มป่วยหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สาเหตุหลักมาจากการบริโภคหมูดิบหรือปรุงไม่สุกดี ปัญหานี้ทำให้เด็กมัธยมปลายในจ.เชียงใหม่ ร่วมกันประดิษฐ์ “เครื่องฆ่าเชื้อหมูดิบ” ตัวต้นแบบ เพื่อลดความรุนแรงของการแพร่กระจายเชื้อไข้หูดับในพื้นที่ของตน และนำมาจัดแสดงพร้อมประกวดในงาน “วันนักประดิษฐ์ 2568” เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

📌 อ่านต่อที่ : www.thaipbs.or.th/now/content/2427

--------------------------
🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ www.thaipbs.or.th/Sciandtech

#วันนักประดิษฐ์2568 #สิ่งประดิษฐ์ #เชียงใหม่ #โรคไข้หูดับ #เชื้อไข้หูดับ #เนื้อหมู

07/03/2025
07/03/2025

กระแสน้ำในมหาสมุทรสายที่ไหลแรงที่สุดของโลก กำลังจะไหลช้าลงเรื่อย ๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อสภาพภูมิอากาศ, ห่วงโซ่อาหาร, รวมทั้งระบบนิเวศของทวีปแอนตาร์กติกาและของโลก อะไรคือสาเหตุ อ่านต่อ: https://bbc.in/4bu6WP8

05/03/2025

ดูดได้เรื่อย ๆ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน คิดค้นวิธีสกัดน้ำดื่มจากอากาศด้วยวัสดุธรรมชาติ พวกเขาใช้ไฮโดรเจลชีวมวล (biomass hydrogel) ที่สามารถดูดซับไอน้ำจากอากาศและเปลี่ยนเป็นน้ำดื่มได้ แม้ในสภาพอากาศแห้งแล้ง

สิ่งนี้สามารถเปลี่ยนเศษอาหาร-กิ่งไม้ เป็นตัวดักจับน้ำได้ โดยเทคโนโลยีนี้ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร กิ่งไม้ หรือเปลือกหอย มาผ่านกระบวนการพิเศษ ทำให้วัสดุเหล่านี้กลายเป็นสารดูดซับน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถเก็บน้ำจากอากาศและปล่อยออกมาได้เมื่อได้รับความร้อนเพียงเล็กน้อย

จากการทดสอบในภาคสนาม ไฮโดรเจลชนิดใหม่นี้สามารถผลิตน้ำสะอาดได้สูงถึง 14.19 ลิตรต่อวันต่อกิโลกรัมของวัสดุดูดซับ ซึ่งสูงกว่าระบบดั้งเดิมที่ทำได้เพียง 1-5 ลิตรต่อวัน

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือ สามารถใช้ชีวมวลทั่วไปได้แทบทุกชนิด ไม่จำเป็นต้องเลือกวัสดุเฉพาะ ทำให้เป็นโซลูชันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ง่าย ผลิตในปริมาณมากได้ และใช้พลังงานต่ำ

ขณะนี้ทีมวิจัยกำลังพัฒนาให้เทคโนโลยีนี้ใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม โดยมีแผนผลิตเป็นอุปกรณ์เก็บน้ำพกพา ระบบให้น้ำแบบพึ่งพาตนเองสำหรับการเกษตร และอุปกรณ์ผลิตน้ำดื่มฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล

นักวิจัยยังมองว่า เทคโนโลยีนี้อาจช่วยแก้ปัญหาน้ำสะอาดในพื้นที่ที่ไม่มีระบบประปา เช่น ชุมชนชนบท แหล่งกันดาร และพื้นที่ภัยพิบัติ แต่ความท้าทายสำคัญคือการรักษาประสิทธิภาพสูงสุดของระบบเมื่อนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมจริง เพราะอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่

ที่มา
https://www.techhub.in.th/new-biomass-hydrogel-technology-produces-drinkable-water-air/



——————
⭐️ ติดตามอัปเดตข่าวไอที How To , Tips เทคนิคใหม่ ๆ ได้ทุกวัน
ค้นหาข่าวที่อยู่ในความสนใจได้ที่ >> www.techhub.in.th
มีข้อสงสัยทัก LINE Techhub : https://lin.ee/Sietmnt

05/03/2025

จุฬาฯ เปิดตัว วีลแชร์เดินได้ - Wheelchair Exoskeleton หุ่นยนต์ที่เป็นทั้งรถเข็นผู้พิการและตัวค้ำยืนได้ตัวแรกของโลก

รศ.ดร.รณพีร์ ชัยเชาวรัตน์ อาจารย์จากสำนักบริหารหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดห้องปฏิบัติการแสดงหุ่นยนต์ต้นแบบวีลแชร์เดินได้ (Wheelchair Exoskeleton) สำหรับผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ให้สามารถขยับลุกจากการนั่งวีลแชร์ มายืนและเดินได้ในหุ่นยนต์ตัวเดียว

หุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton คืออะไร ?

Wheelchair Exoskeleton เป็นหุ่นยนต์สวมใส่บนร่างกายเพื่อช่วยการเคลื่อนไหวของมนุษย์ มีลักษณะเป็นได้ทั้งวีลแชร์และแปลงเป็นหุ่นยนต์ โดยชื่อ Exoskeleton มาจาก 2 คำ คือ Exo แปลว่าข้างนอก และ Skeleton แปลว่าโครงกระดูก เมื่อรวม 2 คำนี้ด้วยกัน แปลได้ตรงตัวว่า “โครงกระดูกภายนอก” ซึ่งในทางเทคนิคแล้วเป็นการใช้เครื่องจักรกลประกอบหุ่นยนต์ให้ผู้สวมใส่สามารถออกแรงได้มากขึ้น

Wheelchair Exoskeleton ได้รับการออกแบบชิ้นส่วนทุกชิ้นของหุ่นยนต์อย่างละเอียด โดยใช้โปรแกรมสามมิติจากคอมพิวเตอร์ และวัสดุแบบกำหนดเอง โดยรศ.ดร.รณพีร์ ชัยเชาวรัตน์ หัวหน้าทีมพัฒนา ได้เลือกใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีน้ำหนักเบาและผลิตโดยเครื่องพิมพ์สามมิติ บางชิ้นส่วนตัดโดยเครื่องกลึง CNC (Computer Numerical Control)

การควบคุมการเคลื่อนไหวของ Wheelchair Exoskeleton แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ล้อ ซึ่งได้กลุ่มนิสิตมาช่วยเขียนโปรแกรมล้อหน้าให้สามารถวิ่งตรงและเลี้ยวโค้งได้ ส่วนที่สองเป็นมอเตอร์ควบคุมข้อต่อสะโพกกับหัวเข่า เพื่อผสมผสานรถเข็นและ Exoskeleton เข้าด้วยกัน

เมื่อใช้งาน ขาช่วงล่างสามารถเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้ระหว่างนั่งและเดิน โดยใช้มอเตอร์ช่วยในการเคลื่อนไหวของข้อต่อสะโพกและหัวเข่า ส่วนข้อต่อข้อเท้าเป็นข้อต่ออิสระ ไม่มีการขับเคลื่อน ล้อซ้ายและขวาสามารถเก็บเข้าไปในส่วนขาส่วนล่าง เพื่อเปลี่ยนเป็นท่าเดินหรือข้ามสิ่งกีดขวางได้

องค์ความรู้ที่ใช้พัฒนาหุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton จากจุฬาฯ

การออกแบบหุ่นยนต์ได้ใช้หลักการที่เรียกว่า Kinematics Compatibility หรือความเข้ากันได้เชิงจลศาสตร์ ในการออกแบบหุ่นสวมใส่บนร่างกาย เนื่องจากกระดูกมนุษย์เป็นกระดูกถ้วยกับกระดูกก้อนที่มาต่อแบบเลื่อนหมุนกัน แต่กลไกมอเตอร์นั้นหมุนรอบแกนหมุนแกนเดียว เมื่อเอามอเตอร์มาติด จะไม่สอดคล้องกับสรีระคนโดยตรง

รศ.ดร.รณพีร์ จึงออกแบบข้อต่อหัวเข่าให้เป็น Linkage หรือแบบเชื่อมโยง เพื่อให้เส้นทางการเคลื่อนที่ของจุดศูนย์กลางการหมุน สามารถเลียนแบบกระดูกจริง ส่วนข้อต่อที่มีการงอขามากจะใช้ข้อต่อแบบ Four-bar Linkage เพื่อให้จุดหมุนเปลี่ยนไปตามข้อต่อได้ สวมแล้วไม่ยืดหรือไม่หด ไม่ระคายผิวหนัง ทุกครั้งที่เหวี่ยงขาจริง Exoskeleton ก็ต้องเหวี่ยงไปด้วย เวลางอหัวเข่า หัวเข่าของหุ่นยนต์ก็ต้องงอไปพร้อมกัน โดยอาศัยองค์ความรู้ด้าน Biomechanic หรือชีวกลศาสตร์ ซึ่งสามารถคำนวณแรงบิดที่เกิดขึ้นจากรอบข้อเท้า หัวเข่า และสะโพกได้ เพื่อนำข้อมูลไปสร้างหุ่นยนต์ที่เหมาะสมกับสรีระของมนุษย์

เป้าหมายและอนาคตของหุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton จากจุฬาฯ

ปัจจุบัน Wheelchair Exoskeleton ยังคงเป็นเพียงตัวต้นแบบเพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ทางทฤษฎี (Proof of Concept) เท่านั้น โดยแนวคิดดังกล่าวมาจากการเห็นปัญหาว่า วีลแชร์ปกติเคลื่อนที่ได้ตามทางปกติ แต่ขึ้นรถเมล์ไม่ได้ ขึ้นลงบันไดไม่ได้ ทีมพัฒนาจึงเชื่อว่าถ้าวีลแชร์สามารถพับขึ้นมาแล้วช่วยให้ผู้นั่ง ลุกขึ้นมาเดินได้ ก็จะสามารถทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวเดินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การพัฒนาหุ่นยนต์ภายใต้ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ ยังเป็น Alternative Solution ของการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่มีเครื่องมือให้นิสิตได้ประกอบหุ่นยนต์ในเวลาว่างจากการเรียน นำเสนอแนวคิดที่อยากทำในที่ประชุม แล้วค่อยทดลองทำ ก่อนที่จะนำนวัตกรรมไปทดสอบกับผู้ใช้งานจริงต่อไป พร้อมเคลมว่าเป็นหุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton ตัวแรกของโลกที่สร้างโดยฝีมือคนไทย

หุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักการวิจัยแห่งชาติในปี พ.ศ. 2564 – 2565 และได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในโครงการรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2024 จัดโดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์อีกด้วย

โดยทีมพัฒนาอยู่ระหว่างพัฒนาหุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton ต้นแบบตัวที่สอง โดยแก้ไขเรื่องการนั่ง การลุกให้มั่นคงและเดินได้สะดวกกว่าเดิม และกำลังอยู่ระหว่างการยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์มาช่วยออกแบบหุ่นยนต์ และผู้เชี่ยวชาญจากสหเวชศาสตร์เพื่อช่วยทดสอบการใช้งานจริงกับผู้ป่วยและผู้สูงอายุต่อไป

อ่านฉบับเต็มที่นี่ : https://www.tnnthailand.com/tech/191200/
ที่มาของรูปภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

#จุฬา #หุ่นยนต์

——————
อัปเดตข่าวเทคโนโลยีกับ TNN Tech
บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพิ่มเติม
คลิกที่นี่ https://linktr.ee/TNNTech

24/02/2025

🏫 มหาวิทยาลัยไทยในเงา “ทุนจีน” กับผลกระทบใต้ “ภูเขาน้ำแข็ง”

ทุนจีนฮุบ 3 มหาวิทยาลัยเอกชนไทย ท่ามกลางคำถามใหญ่… แค่การลงทุนด้านการศึกษา หรือ กลไกแฝงควบคุมตลาดแรงงานไทย?

🔍 รู้หรือไม่?
- ไทยเป็น “ฮับการศึกษา” ให้นักศึกษาจีนจำนวนมหาศาล
- นักศึกษาจีนที่จบมหาวิทยาลัยไทย จะเข้าสู่ตลาดแรงงานไทยอย่างไร?
- แรงงานไทยจะได้รับผลกระทบ หรือมีโอกาสใหม่?

📣 ผู้เชี่ยวชาญเตือน นี่อาจไม่ใช่แค่การลงทุน แต่คือ "การฟอกคน" หรือ "ฟอกจีน"? แรงงานไทยต้องเร่งอัพสกิล มิฉะนั้น อาจตกขบวนในตลาดแรงงานยุคใหม่

#ทุนจีน #แรงงานไทย #ตลาดแรงงาน #การศึกษาไทย #ฐานเศรษฐกิจ

📌อ่านต่อ...https://www.thansettakij.com/business/marketing/620368

07/11/2024

ครงการสอบ PRE NT
ติดต่อสอบ ถามที่ คลิกที่ลิงก์ เพื่อเข้าไลน์แอด
https://lin.ee/VmqF6rg

06/11/2024

โครงการสอบ PRE ONET
ติดต่อสอบ ถามที่ คลิกที่ลิงก์ เพื่อเข้าไลน์แอด
https://lin.ee/VmqF6rg

07/06/2024

WORLD: ทำไม 'กระเป๋านักเรียนประถม' ของญี่ปุ่น
ถึงราคาแพงกว่า 10,000 บาท
และการเลือกซื้อแต่ละครั้ง
ก็เป็น 'เรื่องใหญ่' ของทั้งครอบครัว

ในปี 2014 ดาราสาวอเมริกัน โซอีย์ เดสชาเนล (Zooey Deschanel) ได้นำกระเป๋านักเรียนประถมญี่ปุ่นมาสะพาย ซึ่งการทำแบบนั้นของเธอในช่วงที่เธอยังดังสุดขีดก็ทำให้คนพยายามทำตาม ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าการถือกระเป๋านักเรียนประถม ตามดาราดังแห่งยุคมันน่าจะเฟี้ยวน่าดู และก็น่าจะไม่แพงอะไรหรอก

แต่นั่นก็ทำให้ชาวโลกต้องช็อก เพราะชาวโลกไม่เคยรู้มาก่อนว่ากระเป๋านักเรียนญี่ปุ่นที่ดูเรียบๆ ไม่มียี่ห้อใดๆ ราคามันสูงถึงหลักหมื่นบาททั้งนั้น คือมีราคาเป็น 'สินค้าแบรนด์เนม' เลย และนี่ก็คือราคามาตรฐานมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะจากผลสำรวจในปี 2022 กระเป๋านักเรียนประถมทั่วๆ ไปมีราคาใบละประมาณ 15,000 บาท หรือพูดง่ายๆ ก็คือเด็กประถมญี่ปุ่นใช้กระเป๋าราคาเป็นหมื่น

บางคนอาจบอกว่านี่เป็นเรื่องของการแสดงความมั่งคั่งแบบเงียบๆ ของญี่ปุ่น ซึ่งก็อาจจะไม่ผิดที่จะพูดแบบนั้น แต่ถ้าเราจบแค่นี้เราก็จะไม่เห็นมิติต่างๆ ของกระเป๋านักเรียนประถมญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า Randoseru

ว่ากันว่า randoseru เป็นคำที่มาจากภาษาดัตช์ว่า ransel แปลว่า 'กระเป้าเป้' โดยญี่ปุ่นเริ่มรับเอาเป้มาใช้ช่วงสมัย 'ปฏิรูปเมจิ' เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นพยายามเปลี่ยนสังคมให้เป็นแบบตะวันตก แต่ยุคโน้น Randoseru ไม่ได้หมายถึงกระเป๋านักเรียน แต่หมายถึงกระเป๋าของทหารของกองทัพญี่ปุ่นยุคใหม่ และเอาจริงๆ แล้วนักเรียนญี่ปุ่นก็แทบไม่มีการใช้เป้เลยในช่วงศตวรรษที่ 19 และครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 และถ้าสงสัยว่านักเรียนญี่ปุ่นขนหนังสือไปโรงเรียนยังไง คำตอบคือ 'ห่อผ้า' ไป โดยการเอาผ้าห่อของแทนกระเป๋าอันเป็นศาสตร์หนึ่งของญี่ปุ่นโบราณ ระดับที่มีการเรียกผ้าที่ใช้ห่อสัมภาระนี้ว่า Furoshiki

แล้ว Randoseru กลายมาเป็นกระเป๋านักเรียนประถมได้ยังไง? คำตอบเร็วๆ ก็คือ มันเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัว ญี่ปุ่นค่อยๆ กลายเป็นชาติที่มั่งคั่งมาก (ตอนพีกๆ คือรวยรองจากอเมริกา) และช่วงนี้เองที่นักเรียนชั้นประถมของญี่ปุ่นเริ่มใช้ Randoseru โดยในยุคแรก ผู้ชายจะใช้ Randoseru สีดำ ส่วนผู้หญิงจะใช้สีแดง

บางคนอาจเข้าใจว่าที่เป็นแบบนี้มันคือระเบียบ คำตอบคือไม่ใช่ โรงเรียนประถมญี่ปุ่นไม่ได้บังคับให้ใช้ Randoseru แต่มันเป็นธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นเองที่จะซื้อ Randoseru ให้ลูกเมื่อเข้า ป.1 และตามธรรมเนียมลูกก็จะใช้กระเป๋าใบนี้ยาวๆ ไปจนจบ ป.6
แน่นอน เด็กเข้าเรียนประถมก็ต้องซื้อกระเป๋าใหม่ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เรื่องแปลกในสายตาของชาวโลกคือทำไมมันจึงแพงมากๆ?

คำตอบก็คือ มันก็เป็นธรรมเนียมเช่นกันของคนญี่ปุ่นที่จะใช้กระเป๋าเพียงใบเดียวจนจบชั้นประถม ดังนั้นกระเป๋ามันต้องแข็งแรงสุดๆ ซึ่งกระเป๋าแข็งแรง ก็ต้องแพงเป็นธรรมดา เพราะวัสดุมันต้องแข็งแรง และเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ใช้ของในประเทศเป็นหลักและก็ไม่มีประเทศไหนใช้กระเป๋าเด็กประถมแบบญี่ปุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือที่เราเห็น Randoseru ที่เด็กญี่ปุ่นใช้ มันก็คือ 'งานฝีมือญี่ปุ่น' แท้ๆ แบบไม่ได้ใช้เครื่องจักรเย็บ แต่ใช้มือเย็บ และในแง่นี้มันก็น่าจะเป็นคำอธิบายพอว่าทำไม Randoseru ที่ขายๆ กันนั้นราคา 20,000 ขึ้นไปเป็นปกติ

แต่ 'ความซับซ้อน' ยังไม่จบแค่นี้

ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น คนที่จะมีหน้าที่จ่ายเงินซื้อ Randoseru ให้เด็กประถม คือปู่ย่าตายายของเด็ก แต่คนซื้อคือพ่อแม่ของเด็ก และคนที่ใช้ก็คือเด็ก โดยที่เขาสำรวจในปี 2022 กระเป๋าของเด็กประถมญี่ปุ่นถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นกระเป๋าที่ปู่ย่าตายายซื้อให้ ดังนั้นกระบวนการเลือกกระเป๋ามันเลยอีนุงตุงนังมาก แบบต้องเรียกครอบครัว 3 รุ่นมาประชุมกันเลย โดยมีศัพท์เรียกกิจกรรมนี้ของครอบครัวว่า ran-katsu และนี่ก็ไม่ใช่คุยกันแป๊บๆ แบบนัดกินข้าวกัน คุยกัน แล้วไปซื้อเลย แต่เขาใช้เวลาคุยกันเป็นปีกว่าจะให้ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันว่าประเป๋าแบบไหนคือกระเป๋าที่เหมาะที่สุดสำหรับเด็กญี่ปุ่นที่กำลังจะเข้าชั้นประถม

ทั้งหมดที่เล่ามาก็เรียกได้ว่ามันมีพิธีรีตองเยอะ สมเป็นธรรมเนียมญี่ปุ่นจริงๆ และก็อย่างที่บอก Randoseru ไม่ใช่สิ่งที่โรงเรียนจะบังคับให้เด็กใช้ แต่ถ้าเด็กคนไหนไม่มี Randoseru ก็จะแปลกประหลาดกว่าเพื่อน และนั่นน่าจะทำให้โดนเพื่อนล้อหรือแกล้งได้แน่ๆ และพ่อแม่ไปจนถึงปู่ย่าตายายก็ไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น ก็เลยต้องซื้อ Randoseru อันแสนแพงให้

แน่นอนว่ายุคหลังๆ คนญี่ปุ่นเกิดน้อยลง ปีๆ หนึ่งมีเด็กประถมน้อยลง Randoseru ก็มียอดขายลดลง แต่เนื่องจากมันเป็น 'สิ่งจำเป็น' ในทางสังคม บริษัทผู้ผลิต Randoseru ก็เลยเพิ่มราคาเพื่อทดแทนยอดขายที่ลดลงนี้ และภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมันก็เลยมาตกอยู่ที่ปู่ย่าตายาย ไปจนถึงพ่อแม่ที่ไม่มีปู่ย่าตายายคอยซื้อกระเป๋าให้หลาน

แต่นั่นเอง สิ่งหนึ่งที่สะท้อนว่า Randoseru ราคาแพงเกินไปแล้ว ก็คือ ณ ปัจจุบัน มี Startup ให้นักเรียนญี่ปุ่นเช่า Randoseru ได้ โดยมีแพ็กเกจต่างๆ ให้จ่ายรายเดือนในเรตและสิทธิต่างๆ กัน เช่นจ่ายเยอะ ก็อาจได้สิทธิเปลี่ยนกระเป๋าได้ถี่กว่า เป็นต้น

โดยทั้งหมดนี้ ภาพรวมๆ ก็น่าจะเป็นขาลงของอุตสาหกรรม Randoseru ที่ลดความสำคัญลงไปในสังคมผู้สูงอายุ แต่มันก็คงยังไม่ได้หายไปไหน เพราะตราบใดที่คนญี่ปุ่นยังมีลูก และยังเข้าเรียนชั้นประถมในญี่ปุ่นอยู่ เด็กที่เข้าเรียน ป.1 ส่วนใหญ่ก็ยังคงจะได้ Randoseru ใบใหม่ไปเรียนอยู่ดี


ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


บางนา
Bangkok
10260