Capt.Benz Academy

Capt.Benz Academy

แชร์

Your future skills will be unfolded.

29/08/2021

ถ้าวันนี้คุณมีที่ดินเปล่าอยู่แปลงนึง
คุณจะเลือกปลูกพืชแบบไหน?



- ไม้ยืนต้น โตช้า ราคาสูง
- ไม้สวนที่ต้องใช้เวลาปลูกซักระยะ
เมื่อดอกผลออกแล้ว ก็ให้ผลสม่ำเสมอ
- ผักสวนครัว พืชล้มลุก ปลูกไว้เป็นอาหาร โตง่าย ตายเร็ว
เก็บดอกผลมากินได้ไว แต่ราคาไม่ได้สูงมาก

หรือว่าเลือกที่จะปลูกแบบผสมผสาน?



การทำเพจเฟสบุคก็เหมือนกับการทำเกษตร
คือ เราเลือกที่จะปลูกพืชแบบไหนในเพจก็ได้

พืชที่ทำเงินใหญ่
พืชที่ทำเงินยาว
พืชที่ทำเงินก้อนเล็กๆ แต่ถี่
(หรือแม้แต่พืชที่ช่วยสร้างอากาศดีๆ ให้โลกเพียงอย่างเดียว ไม่มีมูลค่า)



แต่ความเจ๋งกว่า สำหรับที่ดินในเพจก็คือ
เราสามารถครอบครองมันนี้ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ
แค่จิ้มๆ ไม่กี่คลิก

อยากจะมีกี่แปลง
อยากจะเอากี่ไร่
อยากจะปลูกพืชแบบไหนลงไปก็ได้
อยากจะปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มแร่ธาตุ เพิ่มปุ๋ยเพิ่มอะไรก็สามารถทำได้ทั้งนั้น

อยากดึงดูดสิ่งมีชีวิตแบบไหนเข้ามาในพื้นที่
ก็แล้วแต่ความต้องการ



สำหรับผืนดิน
สิ่งที่นำมาปลูกคือ ต้นไม้
แต่สำหรับเพจ
สิ่งที่ใช้สร้างรายได้ คือ vdo

vdo ทุกตัวที่เราทำลงเพจเฟสบุคสามารถสร้างรายได้ได้

ซึ่งถ้าคุณกำลังสงสัยว่า
รายได้จากที่ว่านี้ มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง?

โปรดอ่านคำอธิบายต่อไป ...





รายได้แบบนี้ จะเรียกว่า “ค่า Ads.Break”

Ads. ย่อมาจาก Advertising แปลว่าโฆษณา
Break หมายถึง การคั่น หรือการหยุดพัก

พูดให้ง่าย
Ads.Break เกิดจากการที่มีคนเข้ามาดูคลิปของเรา
และในขณะที่เขากำลังดูอยู่
ระบบ facebook จะส่งโฆษณาโผล่ขึ้นมาคั่นกลาง vdo

ไอ้ตัวโฆษณาที่โผล่ขึ้นมาคั่นกลางนั่นแหละ
คือ Ads.Break แหล่งกำเนิดรายได้ให้กับเพจของเฟสบุค

เงินตรงนี้คือส่วนแบ่งจากเงินที่ผู้ประกอบการที่ยิง Ads. จากให้กับเฟสบุค
และเฟสบุคแบ่งจ่ายให้เราในฐานะที่ vdo ในเพจของเราเป็นพื้นที่ในการแสดงโฆษณา

((ถ้ายังไม่เข้าใจ ไม่เห็นภาพ
ก็ให้นึกภาพว่า เราปลูกต้นไม้ในที่ของคนอื่น ซึ่งเจ้าของที่เขาแยกแยะ
ที่ดินเป็นของเขา ต้นไม้เป็นของเรา

แล้วมีคนมาขอแขวนป้ายโฆษณาบนต้นไม้ของเรา
แต่จ่ายเงินให้เจ้าของที่ดิน

เจ้าของที่ดินบอกว่า เอ้า เค้าขอแขวนป้ายบนต้นไม้ของคุณนะ
คุณเอาส่วนแบ่งไปส่วนนึงละกัน อุตส่าห์ปลูกต้นไม้มา))



ถามว่าได้มากน้อยแค่ไหน?

ผมเริ่มทำเพจ Capt.Benz เกิดขึ้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2016
ในช่วงนั้น คนออนไลน์ส่วนใหญ่เน้นทำ vdo ลงแต่ช่องยูทูป
เพราะมันเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่สามารถสร้างรายได้จาก vdo ได้

แต่เมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา
เฟสบุคเริ่มเปิดให้ vdo ในเพจสามารถสร้างรายได้เช่นกัน
ผมจึงตัดสินใจโพสต์คลิปลงในเฟสบุคอย่างต่อเนื่อง
เพื่อพิสูจน์ว่า รายได้จาก Vdo ในเฟสบุคมันได้จริงมั้ย
มันคุ้มค่ามั้ย
และมันจะได้มากน้อยเท่าไหร่กัน

โดยเริ่มโพสต์คลิปต่อเนื่องทุกวันมาตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2019
จนกระทั่งถึงปัจจุบัน��ผลปรากฏว่า ... ทุกวันนี้มีรายได้รายวันไม่เคยต่ำกว่าหลักพันบาท
(บางวันสามารถทำได้ถึงหลักหมื่น)

ซึ่งไม่ได้ได้มาจากคลิปใหม่ที่โพสต์ในแต่ละวันเพียงเท่านั้น
แต่คลิปเก่าที่โพสต์ไปนานนับปี ก็ยังทำรายได้อยู่จนถึงปัจจุบัน

คลิปวิดิโอง่ายๆ บางตัว สามารถสร้างรายได้เข้าบริษัทได้นับแสนบาท
และยังคงสะสมเพิ่มขึ้นทุกๆ วินาที



ผมไม่ได้มาขายฝัน

ทุกอย่างเขียนเล่าให้ฟังนั้น มีหลักฐานแสดงให้ดูแบบ real-time
และแสดงยอดเงินกันถึงหลักจุดทศนิยม
(เดี๋ยวเปิดให้ดู)

ผมมาชวนให้คุณเรียนรู้
และลงมือทำสิ่งนี้อย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้

ลองใช้เวลาในแต่ละวัน เพียงแค่ไม่กี่นาที
สร้างน้ำพุแห่งรายได้รูปแบบนี้ให้กับตัวเอง



ผมเปิดหลักสูตรสอนทำ VDO มาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 หลักสูตร
ทุกหลักสูตรเน้นสอนสร้างวิดิโอเพื่อทำเงิน

แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก
ที่เจาะลึกการทำ VDO เพื่อสร้างรายได้จาก Ads.Break ในเฟสบุคเป็นการเฉพาะ

ใครอยากเรียนรู้เรื่องนี้แบบเจาะลึก
พิมพ์ “FB” ส่งไปที่ไลน์ @ captbenz เหมือนเดิม

ทีมงานแอดมินจะส่งรายละเอียดหลักสูตร และวิธีการสมัครให้ครับ

(เรียนสด 3-5 ก.ย.64 เวลา 19.00 น.
พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษ สำหรับคนที่อยากตัดต่อให้จบในมือถือเครื่องเดียว)



และก็เช่นเดิม "จ่ายเท่าไหร่ก็ได้" (ขั้นต่ำ 325.-) จากราคาเต็ม 3,250.-
ใครใจถึงชำระค่าสมัครมาเกิน 1,000.-
ผมมีของขวัญพิเศษส่งตรงถึงบ้าน รับประกันความว้าว





เราจะไม่มีทางเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้
ถ้าเราไม่เปลี่ยนสิ่งที่ทำในแต่ละวัน

แล้วพบกันในคอร์สครับ 😊

#ผู้กองเบนซ์

ปล.รับจำนวนจำกัดนะครับ
ครั้งนี้สอนผ่าน zoom
จะสามารถเข้าเรียนสดได้แค่ 1,000 คน

06/04/2021

15/03/2021

อ่านสรุปนี้จบ
คิดอะไรรวยๆ ออกอีกแล้ว 😉



ใครตามสรุปหนังสือเล่มนี้อยู่
ตอนนี้มีสรุปถึง Ep2 แล้วครับ

Part 2 มันคือศิลปะการขายล้วนๆ



สวัสดีเศรษฐีทุกท่าน …
มาต่อกันบท 2
บทที่สำคัญที่สุดในเล่ม อ่านจบ สว่างโพลง

-------

การตลาด ไม่ใช่การแสดงหรือความบันเทิง
แต่มันคือหลักของการขายของ

จุดประสงค์เดียวของการทำการตลาดหรือโฆษณาคือขายของให้ได้
ไม่ใช่แค่ให้คนเห็นแล้วมีรอยยิ้ม

Ad โฆษณาและแคมเปญการตลาด คือ พนักงานขายคนหนึ่ง
แต่มีความแตกต่างตรงพลังของมัน

การตลาด คือ การขายของแบบยกกำลัง



พนักงานขายขายลูกค้าได้ทีละคน
แต่การตลาดหรือโฆษณาขายลูกค้าได้ทีละหลายร้อย หลายพัน หรืออาจจะหลายล้านคนพร้อมๆ กัน

ความผิดพลาดของนักขายอาจทำให้กิจการของเศรษฐีเสียเงิน
แต่ความผิดพลาดของการตลาดจะทำให้เศรษฐีเสียหายมากกว่านั้น



การตลาดและนักการตลาดที่ดี ไม่ใช่คนที่พูดเก่ง เขียนเก่ง หรือตัดต่อภาพ ตัดต่อวิดิโอเก่ง
แต่ต้องเป็นคนที่สามารถสื่อสารได้อย่างกระชับ ชัดเจน และเข้าใจง่ายที่สุด

ความยืดเยื้อและศัพท์แสงแพรวพราวไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือ การรู้จักความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
บวกกับความสามารถในการโน้มน้าวให้ลูกค้าตัดสินใจสนองความต้องการที่ว่านั้นให้ได้

เหนือกว่าการเปิดปากนำเสนอ
คือการเปิดใจฟัง
และเลือกตอบเฉพาะคำถามที่ลูกค้าต้องการที่จะได้ยิน



เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกนัก
ถ้าจะฟันธงว่า ยุคนี้ต้องเขียนอะไรสั้นๆ เพราะไม่มีใครอ่านอะไรยาวๆ กันหรอก

ลองถามตัวเองว่า ถ้าเศรษฐีเป็นลูกค้า แล้วพนักงานขายตรงหน้าเป็นพวกถามคำตอบคำ เศรษฐีจะอยากซื้อสินค้ากับพนักงานคนนี้ไหม
หรือจะเลือกเดินเข้าไปหาพนักงานขายที่ยิ้มแย้ม และพร้อมตอบทุกข้อสงสัยในใจเศรษฐีมากกว่า

คนไม่ได้รีบขนาดต้องอ่านแต่อะไรสั้นๆ
พวกเขายินดีให้เวลากับการอ่านข้อมูลและเนื้อหาที่พวกเขาสนใจ

แม้ตัวอักษรจะไม่ใหญ่ สีไม่แจ่ม แต่ถ้าลงว่าพวกเขาได้สนใจสิ่งนั้นแล้ว พวกเขาก็จะอ่านมันอยู่ดี

ตัวอักษรใหญ่ๆ สีเด่นๆ ฟอนท์เท่ๆ อาจดึงสายตาได้
แต่คำโฆษณาที่ใช่ต่างหากที่จะทำให้คนซื้อ



นักการตลาดต้องไม่หลงลืมข้อเท็จจริงที่ว่า พวกเขาคือนักขาย
อย่าทะลึ่งพยายามทำตัวเป็นนักแสดง
ตัวเลขเดียวที่นักการตลาดต้องการคือ ยอดขาย
ไม่ใช่ ยอดไลค์ ยอดแชร์

หัวข้อที่ควรใช้ ต้องเป็นไปเพื่อการดึงดูดว่าที่ลูกค้า
ไม่ใช่เพื่อเป็นที่ฮือฮาของมหาชน

อย่าพยายามเป็นคนขี้เล่น
เพราะการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

อย่าโอ้อวด
เพราะไม่มีใครชอบคนขี้โม้

นักขายมือโปรทำยังไงตอนอยู่ต่อหน้าลูกค้าที่พร้อมจะจ่ายเงิน
จงทำสิ่งนั้น



ศึกษาลูกค้าของเศรษฐีให้แตกฉาน
ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด
งานเดา งานมโน เป็นวิธีที่สิ้นเปลืองและราคาแพงมากกว่างานขาย
สาเหตุที่งานขายสิ้นเปลืองน้อยกว่า
เพราะงานขายคืองานที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่อ้อมค้อมที่สุด

การตลาดและโฆษณาที่ไม่ได้ผล
คือการตลาดและโฆษณาที่เขียนขึ้นเพื่อสนองความต้องการของผู้ขาย
มากกว่าที่สนใจความต้องการของผู้ที่กำลังจะซื้อ

การตลาดที่ใช่ ไม่ได้ทำเพื่อให้ยอดขายดีขึ้น
แต่ต้องทำเพื่อให้ขายได้ในทันที

สรุปโดย
#เขียนขายให้ได้ตังค์

📍ปล.กดติดตามพวกเราไว้ ไม่มีเสียตังค์ มีแต่ได้ตังค์

ปล.หนังสือ Scientific Advertising ที่เอามาสรุปนี้ เป็น 1 ใน 3 เล่มของหนังสือชุดการตลาดสร้างตำนาน
ถ้าเศรษฐีอยากได้ให้สอบถามไปที่ไลน์ ว่ายังมีเหลืออยู่บ้างมั้ย (แคปหน้าจอนี้ส่งไปให้เค้าเลย)

เนื่องจากหนังสือชุดนี้พิมพ์จำนวนจำกัด
ถ้าเศรษฐีโชคดี เศรษฐีจะได้มันมาไว้ในครอบครองแน่นอน

14/03/2021

ใครตามอ่านสรุปหนังสือหายากเล่มนี้อยู่

Part 1 มาแล้วครับ 🙂

Part 1 :: กำเนิดกฎเหล็กทางการตลาด



สวัสดีเศรษฐีทุกท่าน …
มาเริ่มกันที่บทแรก
บทที่จะบอกนิยามของคำว่า “การตลาด” ให้เศรษฐีกระจ่างคาตากันไปเลย จะได้ไม่ถูกใครหลอกอีก

-------

การทำการตลาด การทำโฆษณา
ที่เคยเป็นเรื่องวูบวาบวัดผลอะไรไม่ได้มาก่อนหน้านี้
บัดนี้ได้กลายเป็น “ศาสตร์” ที่เปี่ยมไปด้วยหลักการและเหตุผลแล้ว

มันเกิดจากการทดสอบนับครั้งไม่ถ้วนของคนรุ่นก่อน
ที่ไม่ยอมให้การตลาดเป็นเพียงแค่การเดิมพัน หรือเป็นการลงทุนแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ทุกตัวอักษรในหนังสือเล่มนี้ ไม่มีงานมโน

มันล้วนเกิดจากร่องรอยที่บรรดานักคิดผู้เปี่ยมพรสวรรค์ได้สร้างไว้ให้กับบริษัทโฆษณาเจ้าใหญ่ๆ ที่พวกเขาเคยทำงานให้
บริษัทโฆษณาเจ้าใหญ่ที่มียอดขายของลูกค้าอยู่ในความรับผิดชอบมากมายเหล่านี้ได้รับทรัพยากรสำคัญจากนักการตลาดสมองใสเหล่านั้น สะสม ทบทวี จนทำให้พวกเขายังคงเป็นบริษัทที่อยู่ยงคงกระพันมาตราบเท่าทุกวันนี้

วิธีทำการตลาดที่ใช่
คือ สมบัติล้ำค่าที่คนรุ่นก่อนหน้าทิ้งเบาะแสเอาไว้ให้

ที่สำคัญคือ “มันถูกพิสูจน์ว่าเวิร์ค ด้วยการวัดผล” ไม่ใช่แสงสีและคำชม

ทุกส่วนของ Ad โฆษณา
ตั้งแต่หัวจรดเท้า ถูกทดสอบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ย้ำอีกครั้งว่า การตลาดไม่มีงานมโน



โปรดจำไว้ว่า
ถึงแม้จะไม่มีคำว่า “one size fit for all” หรือสูตรที่ตายตัวสำหรับธุรกิจทุกธุรกิจ
แต่ทุกธุรกิจล้วนอยู่ภายใต้กฎพื้นฐานในหนังสือเล่มนี้
ถ้าธุรกิจไหนละเลย >>> พังแน่นอน

กลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงการทดสอบต่างๆ ควรถูกจดบันทึก
อย่าให้การทำการตลาดแต่ละครั้งเป็นการพยายามสร้างรถยนต์รุ่นใหม่โดยเริ่มจากศูนย์ ไม่มีแบบพิมพ์เขียวของรุ่นก่อนหน้าไว้อ้างอิง

หมั่นปักป้ายบอกทางไว้
เมื่อต้องมาใช่เส้นทางนี้อีกเมื่อไหร่ จะได้ไม่หลงตั้งแต่ปากซอย

อย่าคาดหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้สินค้าใดๆ ก็ตามขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
แต่หนังสือเล่มนี้ จะบอกวิธีการขายสินค้าชิ้นนั้นอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่ตัวมันจะสามารถทำได้

ใครก็ตามที่ต้องการวิธีทำธุรกิจที่ถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัย
จงทำใจให้นิ่ง อย่าไหวติงกับอคติ ความคิดเห็น และการคาดเดา
จำไว้ว่าสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุดในการทำธุรกิจ คือ ตัวเจ้าของเอง

กลยุทธ์ที่ใช่
จะอยู่บนพื้นฐานของการทดสอบที่ซื่อสัตย์ต่อตัวเลขเสมอ

สรุปโดย
#เขียนขายให้ได้ตังค์

📍ปล.กดติดตามพวกเราไว้ ไม่มีเสียตังค์ มีแต่ได้ตังค์

ปล.หนังสือ Scientific Advertising ที่เอามาสรุปนี้ เป็น 1 ใน 3 เล่มของหนังสือชุดการตลาดสร้างตำนาน
ถ้าเศรษฐีอยากได้ให้สอบถามไปที่ไลน์ ว่ายังมีเหลืออยู่บ้างมั้ย (แคปหน้าจอนี้ส่งไปให้เค้าเลย)

เนื่องจากหนังสือชุดนี้พิมพ์จำนวนจำกัด
ถ้าเศรษฐีโชคดี เศรษฐีจะได้มันมาไว้ในครอบครองแน่นอน

13/03/2021

มีเพจใหม่ อยากให้ไปติดตาม

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ค้าออนไลน์ที่บ้ายิงแอด
แต่ดันรู้สึกว่า
"การเขียนโพสต์ให้ยิงแอดแล้วขายได้ ตรงกลุ่มเป้าหมาย"
นี่มันยากจริงๆ

เข้าเพจนี้ต้องอ่านหน่อยนะ
สายยาว>>ไม่อ่าน
เพจนี้ไม่น่าจะเหมาะ

ผมไม่ได้ทำเพจนี้คนเดียวนะครับ
ทำกันเป็นขบวนการ
มียอดฝีมือในวงการซ่อนตัวอยู่ในเพจนี้เยอะมาก

ไปติดตามกันได้เลย
รับรองมันส์

Part 0 สรุปให้ตั้งแต่ปก



สวัสดี เศรษฐีทุกท่าน
ขอเริ่มสรุปตั้งแต่หน้าปกกันเลย
เพราะหน้าปก โดยเฉพาะคำโปรยที่พาดอยู่ด้านบน
คือส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้ใครต่อใครอยากครอบครองหนังสือเล่มนี้ซะเหลือเกิน

-------

ประโยคว่า
“ใครอ่าน Scientific Advertising ไม่ครบ 7 รอบ ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ยุ่งกับการตลาดหรือโฆษณา” (David Ogilvy) นั้น
สะดุ้งใจให้เราฉุกคิดและกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองในเกือบจะทันทีว่า
“เอ๊ะ … เรากำลังพลาดอะไรไปบ้างรึเปล่า?”
“ความรู้ที่เรามีอยู่นั้น จริงๆ แล้วมันเพียงพอมั้ยกับการทำธุรกิจ?”
หรือแม้แต่อาจพาลคิดไปว่า
“ที่เราได้ผลลัพธ์ ได้ตัวเลขอยู่ในปัจจุบันนั้น
จริงๆ แล้ว เราอาจจะสามารถไปได้ไกลกว่านี้รึเปล่า? หากเรารู้ “ความลับ” อะไรบางอย่างในหนังสือเล่มนี้”

คำโปรยของหนังสือเล่มนี้ดึงดูดมาก
เพราะมันสามารถทำให้นักการตลาด นักโฆษณา หรือใครก็ตามที่ต้องเกี่ยวข้องกับการค้าขายต่างพากันนั่งไม่ติดเลยทีเดียว

ยิ่งเมื่อรู้ว่าหนังสือเล่มนี้เขียนไว้เป็นร้อยปีแล้ว
และสิ่งที่อยู่ข้างในคือรากฐานการทำการตลาดที่ส่งผลมายังเกือบทุกบริษัทในปัจจุบัน
แถมราคาค่าเล่มก็ไม่ได้แพงอะไรมาก
ก็ยิ่งง่ายต่อการตัดสินใจสั่งซื้อเข้าไปอีก



ทันทีที่หนังสือมาถึงมือ

คำนำของผู้แปล(ซึ่งมีพื้นเดิมเป็นนักการตลาด)ก็ยิ่งทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นของล้ำค่ามากยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะพี่แกเล่นขยี้ด้วยคำชื่นชมและจำนวนรอบการอ่านจบของนักการตลาดระดับตำนานอีกหลายคน

พร้อมกับบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า
รายได้ของผู้แปลเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาอ่าน

ประโยคที่ว่า “เสียดายที่มันไม่เคยถูกแปลเป็นภาษาไทยมาก่อน”
กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นให้กับผู้ที่กำลังจะได้อ่านอย่างชนิดที่ว่า หาได้ยากจากคำนำของหนังสือสอนธุรกิจเล่มอื่นๆ



แค่สรุปคำนำ เศรษฐีก็น้ำลายไหลแล้วใช่มั้ย?
ถ้าใช่ รออ่านสรุปบทที่ 1 ในครั้งหน้านะ
รับรอง ว้าวแน่



สรุปโดย
#เขียนขายให้ได้ตังค์

📍ปล.กดติดตามพวกเราไว้ ไม่มีเสียตังค์ มีแต่ได้ตังค์

ปล.หนังสือ Scientific Advertising ที่เอามาสรุปนี้ เป็น 1 ใน 3 เล่มของหนังสือชุดการตลาดสร้างตำนาน
ถ้าเศรษฐีอยากได้ให้ลองแคปหน้าจอนี้ส่งไปสอบถามที่ไลน์ ว่ายังมีเหลืออยู่บ้างมั้ย

เนื่องจากหนังสือชุดนี้พิมพ์จำนวนจำกัด
ถ้าเศรษฐีโชคดี เศรษฐีจะได้มันมาไว้ในครอบครองแน่นอน

12/03/2021

เคลียร์ทุกประเด็น Expert Business คืออะไร
และทำไมมันจึงสร้างเงินล้านได้จริงๆ

12/03/2021

# คิดให้น้อยๆ ลงหน่อย แล้วจะเห็นความเป็นไปได้ที่มากขึ้น
# มองให้เห็นอะไรง่ายๆ โง่ๆ แต่เห็นรายได้กองมหึมาหน้าตาเฉย



ผมแม่งโคตรปวดหัวเรื่องบัญชีเลยครับ

2-3 วันมานี้
ผมต้องนั่งปล้ำกับโปรแกรม Excel ที่ไม่ว่าผมจะพยายามใช้ให้เป็นขนาดไหน
ก็ยังไม่สามารถเอาชนะมันได้ซักที

เอาตรงๆ คือ สมองมันจะปิดทุกครั้ง เวลาที่โปรแกรมนี้เปิดขึ้นมา

เคยมั้ยครับ บวกเลข 3 ครั้ง ได้ผลลัพธ์ไม่เคยตรงกัน
นั่นแหละ ผมเลย 😅



ความบ้าก็คือ ...
เหมือนว่า google จะรู้ปัญหาของผมอันนี้เช่นกัน

เพราะทันทีที่ผมเข้าไป search วิธีใช้งานบางช่วงที่ยังติดขัดอยู่
ก็บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ มีคอร์สออนไลน์สอน Excel ในเว็บ SkillLane โผล่ขึ้นมาซะอย่างนั้น

SkillLane กับผมเป็นพันธมิตรกัน
เราเคยร่วมงานกันอยู่ 4-5 ครั้ง
ผมจึงรู้ดีว่าเว็บนี้ มีแต่คอร์สออนไลน์คุณภาพ

พอพิมพ์ค้นหาคำว่า "Excel" ลงไปในเว็บ
ก็ปรากฏว่า มีผลการค้นหาโผล่ขึ้นมามากถึง 90 คอร์ส!
จากที่กำลังสับสนอยู่ก่อนหน้า ... บอกตรงๆ ว่า
ยิ่งทำให้ผมสับสนเข้าไปอีก

ไม่ใช่สับสนเรื่อง Excel
แต่สับสนว่าจะเลือกเรียนคอร์สไหนดี!



ชื่อคอร์สมีตั้งแต่
"เทพ Excel สอน Excel"
"Excel Speed Work"
"ใช้ Excel อย่างโปร"
เรื่อยไปจนถึงคอร์สที่ชื่อดูห่างไกล ไม่น่าจะใช่คนปกติทั่วไปที่น่าจะสนใจเรียนอย่าง "Adv Excel วิธีลัด การสร้าง Macro และ VBA ใน 1 วัน"

แม้ท้ายที่สุด
ผมจะเลือกเรียนคอร์สแรกสุด "เทพ Excel สอน Excel" ซึ่งเป็นคอร์สฟรีก็ตาม (แฮร่ ...😅)

แต่ก็แอบเห็นว่าผู้สอน คือ อ.ศิระ เอกบุตร มีคอร์สอยู่ใน SkillLane มากถึง 7 คอร์ส
ซึ่งแต่ละคอร์สก็ล้วนพูดถึงการใช้งาน Excel เท่านั้น ไม่พูดเรื่องอื่นเลย





ที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้
ผมต้องขออนุญาตท่าน อ.ศิระฯ ไว้ ณ ตรงนี้ก่อนนะครับ
เพราะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
แต่ผมเห็นว่า วิธีการทำคอร์สของท่าน สามารถให้ข้อคิดบางอย่างเกี่ยวกับการทำ Expert Business สำหรับผู้ที่กำลังสนใจจะสร้างธุรกิจรูปแบบนี้ได้ดีมากๆ

จากความสอดรู้สอดเห็นวิเคราะห์เอาเองของผม
ทำให้เชื่อว่า อ.ศิระ ท่านทำ Expert Product เหล่านี้ออกมาด้วยความสะดวกกายสบายใจมาก

เพราะท่านไม่ได้คิดอะไรให้ปวดหัวไปมากกว่า
การเอาเรื่องใกล้ตัวมาทำ Expert Product เลย

นี่คือประวัติคร่าวๆ ของท่านที่เขียนไว้ใน SkillLane
- ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์และแฟนเพจ "เทพเอ็กเซล Thep Excel" เจ้าของบทความบนโลกออนไลน์ที่มีคนกด Like นับแสน
- วิทยากรสอนวิธีใช้โปรแกรม Microsoft Excel ตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงขั้นสูง เพื่อ Work Life Balance ที่ดี ทำงานน้อยลง ได้งานมากขึ้น
- ผู้เขียนหนังสือขายดี Excel Level Up!, จอมเวทเทพเอ็กเซล, Excel Power Up!
- ผู้ถือประกาศนียบัตร Microsoft Office Specialist : Expert Certificate

ด้วยความเคารพ (อีกครั้ง)
ผมไม่ทราบว่านอกจากคอร์สออนไลน์ที่เห็นๆ กันอยู่บนหน้าจอและหนังสือที่ท่านเขียนแล้ว อ.ศิระ ท่านจะมี Product ความรู้อื่นๆ อีกหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ ผมเชื่อว่า ไม่ว่าท่านจะมี Product อะไร
แกนของท่านจะไม่ออกไปไกลเกินกว่าเรื่อง Excel หรืออะไรคล้ายๆ กันนี้อย่างแน่นอน
(จริงๆ ท่านมีเว็บไซต์นะ แต่ว่าผมขอสอดรู้สอดเห็นแค่นี้พอ)





กลับมาที่ตัวเรา ...

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า
เราแต่ละคนต่างมีความเทพบางอย่างอยู่ในตัว ไม่ต่างจาก อ.ศิระ ที่เป็นเทพเอ็กเซล

ซึ่งในบางครั้ง ความเทพของเราอาจเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ เช่น การทำอาหาร เลี้ยงหมา ดูแลปลา ปลูกต้นไม้ ฯลฯ
เพียงแต่ตัวเราเองนี่แหละที่กำลังยืนบังตัวเองไว้ ไม่ให้มองเห็นความเทพที่ว่านั้น
ทั้งยังเผลอดูถูกคิดว่ามันเป็นเรื่องทั่วไปที่ใครๆ ก็รู้
โดยหารู้ไม่ว่า ไอ้เรื่องที่ใครๆ ก็รู้ที่เรารู้นั้น มันอาจเป็นเรื่องที่ยังมีคนไม่รู้แถมยังต้องการจะรู้อยู่อีกเป็นจำนวนมากก็ได้



หากมีเวลา ลองสำรวจเรื่องใกล้ๆ ตัวดูนะครับว่า
มีอะไรบ้างที่เป็นความเทพของท่าน
โดยไม่ต้องสนใจเลยว่า มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน

Russell Brunson มหาเศรษฐีหนุ่มผู้โด่งดั่ง เขียนหนังสือ Bestseller ระดับโลกมาแล้วมากกว่า 3 เล่ม เริ่มธุรกิจแรกของเขาตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัยจากความเทพด้าน "ปืนยิงมันฝรั่ง"! (ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อยนะครับ แต่มันเป็นเรื่องที่หนักไปทางไร้สาระเลยทีเดียวเชียว)

หากท่านต้องการไอเดียเพิ่ม
ผมขอให้ท่านเริ่มที่การดาวน์โหลด E-Book ชื่อ "8 ideas นำความรู้ความถนัดมาสร้าง Expert Business" ในไลน์ ที่ผมทำไว้ (โหลดฟรีครับ)

ซึ่ง E-Book นี้
ผมได้นำตัวอย่างของคน 8 คนที่เอา "ความรู้" ของตัวเองมาแพคเกจและทำเป็นสินค้าในรูปแบบต่างๆ มากมายมาเรียบเรียงไว้
เพื่อให้ท่านเห็นภาพแบบง่ายๆ และได้รับมุมมองเพิ่มเติมไปต่อยอดตามสะดวกไอเดียของท่าน (อ่านไม่ผิด ผมเขียนว่า "ตามสะดวกไอเดียของท่าน" ครับ)

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้คนมองข้ามนี่แหล่ะครับ
เปลี่ยนชีวิตคนมามากต่อมากแล้ว



หวังว่าคงจะชอบนะครับ
แล้วพบกันโพสต์หน้าครับ

#ผู้กองเบนซ์

ปล. หากท่านต้องการอ่านตัวอย่างของ Expert Business อื่นๆ
ผมจะรวบรวมไว้ในนี้ครับ >>> https://www.captbenz-book.com/blog
ถ้าไม่อยากพลาดเรื่องราวและไอเดียในการนำความรู้ ความถนัดที่มีมาสร้างเป็นธุรกิจดีๆ

อย่าลืมเข้าไปกดติดตามไว้นะครับ

Photos from Capt.Benz Academy's post 10/03/2021

"ใครจะไปเชื่อ...
ว่าความรู้เกี่ยวกับ Skateboard จะสร้างเงิน 5 ล้านบาทให้เด็กหนุ่มคนนี้ได้จริงๆ"





เมื่อวันก่อน

ผมเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีเล่นสเก็ตบอร์ดในเว็บต่างประเทศ
แล้วก็พบกับบทเรียนที่น่าจะเข้าใจง่ายที่สุด อยู่ในเว็บ udemy ซึ่งเป็นเว็บที่เต็มไปด้วยคอร์สออนไลน์มากกว่า 130,000 คอร์ส



แม้คำอธิบายและรายละเอียดของคอร์สสเก็ตบอร์ดคอร์สนึงที่สอนโดยฝรั่งชื่อ Rob Dunfey จะน่าสนใจแค่ไหน
และทำให้ผมอยากจะรีบลงทะเบียนเรียนมากแค่ไหนก็ตาม

แต่สายตาของผมกลับละออกจากตัวเลข “จำนวนคนเรียน” ในคอร์สนี้ไม่ได้เลย



คอร์สนี้ ค่าเรียน 3,300 บาท ครับ
แต่จำนวนคนเรียนเท่าที่เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบันนี้
มีมากถึง 1,555 คน เข้าไปแล้ว!

ซึ่งเมื่อลองคูณเลขในใจแบบไวๆ ดู
จะพบว่ามันคือเงินจำนวนสูงถึง 5,131,500 บาท!!!

ตาไม่ฝาดครับ 5 ล้านจริงๆ



คำถามที่เกิดขึ้นในหัวในตอนนั้นก็คือ ...

"แล้วกับความรู้เรื่องอื่นที่ไม่ใช่สเก็ตบอร์ดล่ะ
จะสามารถทำเงินให้ผู้สอนได้มากขนาดนี้หรือไม่?"



ไม่รอช้าครับ
ผมรีบเข้าไปค้นหาดูหัวข้ออื่นๆ ทันที
ทั้งการถ่ายภาพ วาดภาพ ทำอาหาร ฯลฯ

ปรากฏว่ายิ่งค้นไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเจอของเด็ด
ซึ่งที่โดดเด่นและว้าวที่สุดก็คือ

"สอนถ่ายภาพด้วยไอโฟน"

ค่าเรียน 1,800 บาท
มีคนเรียนมากถึง 14,675 คน!!
(เป็นเงิน 26 ล้านกว่าๆ ครับ ผมคูณให้แล้ว)

แทบช็อค...





สิ่งที่ทำให้อยากรู้ขึ้นมาอีกในทันทีทันใดก็คือ
"คอร์สพวกนั้นมันเจ๋งขนาดไหน ทำไมมันถึงได้ประสบความสำเร็จนัก?"

ผมค่อยๆ เปิดดูบทเรียนในคอร์สสเก็ตบอร์ด
เพื่อหาให้ได้ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นปัจจัยให้มันเกิดผลลัพธ์ที่น่ามหัศจรรย์ได้ขนาดนี้

เนื้อหาเจ๋ง?
ภาพดี?
เสียงชัด?
คนสอนมีชื่อเสียง?
หรือ อย่างอื่น?

หลังจากใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง
คำตอบที่ได้รับ มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นครับ
คือ “ความกล้าออกมาสอนของคนสอน”

ใช่ครับ ... เขาแค่กล้าออกมาสอน

เพราะคลิปวิดิโอสั้นๆ ในคอร์สสเก็ตบอร์ดนั้น
หาคำว่า "สวยงาม" แทบไม่ได้
หาคำว่า "เนื้อหาเจ๋ง" แทบไม่เจอ
(เนื้อหาค่อนข้างธรรมดา แค่บอกอะไรบางอย่างเรา แล้วให้เราทำตาม ยังดีที่ว่ามันเรียบง่ายแต่ได้ผลจริง)

แต่ละคลิปก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าการสอนสิ่งนี้เป็นเรื่องยาก
ความยาวแต่ละคลิป เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 3 นาที (คลิปยาวที่สุดยาวแค่ 7.25 นาที)
ทั้งคอร์สก็มีแค่ไม่กี่สิบคลิป

และที่สำคัญที่สุดคือ คนสอนไม่ได้พูดเก่งอะไรเลย
สำเนียงออกจะฟังแล้วน่าหลับใส่ด้วยซ้ำ



แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับตัวคนสอนก็คือ
ผมพบว่านอกจาก Rob จะสอนใน Udemy แล้ว
เขายังเคยเป็นเจ้าของเว็บ GoSkate.com ที่ตอนนี้กลายเป็นโรงเรียนสอนสเก็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
(ณ ปัจจุบัน มีนักเรียนมากกว่า 8,000 คนเข้าไปแล้ว)

ซึ่งแต่ละคนก็ต้องจ่ายค่าเรียนตั้งแต่ $65 - $95 ต่อชั่วโมง (หรือราวๆ 1,950-2,850 บาท) ขึ้นอยู่กับครูฝึกที่ตัวเองเลือก

ปัจจุบัน Rod ขายกิจการสอนสเก็ตและเว็บไซต์ไปแล้ว และผันตัวเองไปเป็นนักลงทุนเรียบร้อยแล้วครับ

=========================

เห็นอะไรจากเรื่องที่ผมเอามาเล่าเรื่องนี้บ้างครับ?
สเก็ตบอร์ด + การสอน
กลายเป็น "ธุรกิจการสอนสเก็ตบอร์ด" ที่น่าเหลือเชื่อ

เรื่องที่เอามาเล่านี้คือตัวอย่างหนึ่งของการทำ Expert Business
หรือการสร้างธุรกิจจากความรู้ ความถนัด และประสบการณ์
ที่ผมอยากชวนให้ท่านได้ลองหันมามองดู
เผื่อเป็นไอเดียหนึ่งที่จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับท่านได้

อ่านจบ ลองให้เวลาสำรวจตัวเองดูนะครับ
ว่ามีอะไรบ้างที่เรา “รู้มากกว่า” คนอื่นบ้าง

ไม่แน่นะครับ
เราอาจจะมีความรู้อะไรบางอย่างที่กำลังมีคนต้องการอยู่
และความรู้นั้นอาจทำให้เราคว้าเงินล้านได้เหมือนกับ Rob Dunfey ก็เป็นได้

หากท่านต้องการอ่านตัวอย่างของ Expert Business อื่นๆ
ผมจะรวบรวมไว้ในนี้ครับ >>> https://www.captbenz-book.com/blog

ถ้าไม่อยากพลาดเรื่องราวและไอเดียในการนำความรู้ ความถนัดที่มีมาสร้างเป็นธุรกิจดีๆ

อย่าลืมเข้าไปกดติดตามไว้นะครับ

#ผู้กองเบนซ์

===================================

ปล. ในเว็บ udemy มีคนออกมาทำคอร์สออนไลน์สอนกันเกือบทุกเรื่อง ซึ่งบางเรื่องก็ง่ายจนเหลือเชื่อ แต่ก็มีจำนวนนักเรียนเยอะจนเหลือเชื่อเช่นกัน (การทอดเฟรนช์ฟรายยังมีคนสอนเลย แล้วแถมมีคนเรียนด้วย)

ถ้าคิดออกแล้วว่าเรามีทักษะอะไรที่น่าจะเอาออกมาสอนได้บ้าง ลองค้นหาเรื่องนั้นๆ ใน udemy ดูก็ได้นะครับ

ถ้ายังไม่มีใครสอนเรื่องที่เราอยากสอน ... ก็จัดซะ

ครั้งหน้าจะไปหาเรื่องจากเว็บสอนออนไลน์ของไทยมาเล่าบ้าง
รออ่านนะครับ

09/03/2021

“ถ้าเราทำอาหารเป็น
การทำอาหารอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่-เรื่องยากสำหรับเรา

แต่สำหรับคนที่ทำไม่เป็นแล้ว
นั่นอาจจะเป็นงานช้างของเขาเลย” 🤨

เรื่องอื่นๆ ก็ด้วย



จะเพิ่มรายได้ ต้องใช้ต้นทุน
แต่จริงๆ แล้ว ต้นทุนอาจไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล
ทรัพยากรภายในของเรานี่แหละ ต้นทุนชั้นเลิศ และหยิบมาใช้ได้ทันที

ลองคิดเล่นๆ ดูสิครับว่า
เรามีความรู้ ความถนัด ทักษะ หรือประสบการณ์อะไรที่พอจะแนะนำคนอื่นได้บ้าง

เราอาจรู้แค่ 3-4 ไม่ต้องรู้ถึง 10
แต่เราก็สามารถแนะนำคนที่รู้แค่ 1-2 ได้



รีบหาให้เจอ
ลองเอามาจัดเรียงทำเป็น Product ความรู้
แล้วส่งมอบให้กับผู้อื่นดู

จะได้รู้ว่า เงินไม่ใช่ของหายาก
มันมีอยู่ทุกที่ ตราบเท่าที่มนุษย์มีปัญหาให้แก้

และความไม่รู้ในอะไรบางอย่าง ก็คือปัญหา



เพื่อนๆ ของผมมากมาย เปลี่ยนชีวิตจากการสอนสิ่งที่ตัวเองรู้

บางคนชอบพูด ก็พูด
บางคนไม่ชอบพูด ก็เขียน
บางคนอยากมีชื่อเสียง ก็สร้างตัวตน
บางคนอยากรวยเงียบๆ ก็อยู่เงียบๆ แต่งานเพียบไม่ขาดสาย

ความเป็นไปได้มันมีอยู่
อยู่ที่ว่าเราเองนั่นแหละ จะเอาหรือไม่



หยุดบ่น
หยุดมองข้ามตัวเอง
หยุดคิดว่าอะไรก็ยากไปหมด

แล้วลองหาความรู้ความสามารถที่ว่านั้นดู



อ่านจบ ลองคิดเล่นๆ
มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์อะไรบ้าง ที่เราน่าจะถ่ายทอดให้คนอื่นได้

ถ้ามีคอมเมนต์ไหนที่ผมสามารถแนะนำต่อได้
ผมจะเข้าไปช่วยทันที 🔥

#ผู้กองเบนซ์

ปล. หลังจากนี้ ผมจะเล่าตัวอย่างคนที่เอาความรู้ ความถนัดของตัวเองออกมาบอกคน จนตัวเองพลิกชีวิต มีทั้งรายได้ ทั้งเวลา และความสุข พร้อมๆ กับช่วยคนอื่นไปด้วย

รออ่าน รอฟัง แล้วเอาแนวทางไปสร้างของตัวเองได้เลยนะครับ

01/02/2021

วิธีที่ได้ผลที่สุดในการไล่ผู้ติดตาม


#ผู้กองเบนซ์

29/01/2021

ทำไมการ "ปุ๊ปปั๊ปไลฟ์" จึงทำให้เราประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น




#ผู้กองเบนซ์

20/01/2021

ดูคลิปนี้ 3 นาที เพื่อ 3 ปีของการทำคลิป

ให้ประสบความสำเร็จ


#ผู้กองเบนซ์

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10120