TCDC Commons MunMun Srinakarin

TCDC Commons MunMun Srinakarin

แชร์

The Complete Source of Creative Inspiration

20/04/2026



โอกาสสุดท้าย! ชวนนักสร้างสรรค์ร่วมส่งผลงาน 'สื่อเคลื่อนไหว' (Moving Image) ภายใต้แนวคิด 'The New Narrative' พร้อมลุ้นรับคัดเลือกเพื่อจัดแสดงผลงงานภานในห้องสมุด TCDC COMMONS MunMun Srinakarin

พิเศษ! ผู้สมัครทุกท่านจะได้รับผลการพิจารณา จากกรรมการ ทั้ง 3 ท่าน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับสร้างสรรค์ผลงานต่อไป
คัดเลือก โดย
🔸คุณแมรี่ ปานสง่า ภัณฑารักษ์อิสระ
🔸คุณกรกนก วงศ์สุวรรณ นักปฏิบัติการหอศิลป์จาก บางกอก ซิตี้ซิตี้ แกลเลอรี่
🔸คุณตรีรัตน์ ลีนา ศิลปินจาก The Basement Collective กลุ่มนักเคลื่อนไหวศิลปะ

สามารถส่งผลงานได้ภายในวันนี้ เวลา 23:59 น. กรอกฟอร์มใบสมัครและแนบรายละเอียดการจัดแสดง ประกอบการพิจารณา ได้ที่ https://forms.gle/CX1q5Y7GPbSDotmr6

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
💬 Inbox เพจ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin
💚 Line OA:
🤙 Tel. 02 321 2288

16/04/2026

Zine Making: Archive Storage Backup
หยิบเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ มาปะติดปะใหม่ในแบบรูปเล่ม

TCDC COMMONS MunMun Srinakarin ร่วมกับ ‘The Basement’ ชวนทุกคนมา ‘Backup’ ความทรงจำ จากไฟล์ดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้ ให้กลายเป็น 'Art Zine' ชิ้นเดียวในโลก ไปกับ ‘Zine Making: Archive Storage Backup’ กิจกรรมเวิร์กชอปที่จะพาคุณไปทดลองหยิบข้อมูล Archive ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือภาพเอกสารสำคัญต่างๆ มาตีความใหม่ผ่านศิลปะและการเล่าเรื่องแบบซีน

วิทยากรโดย คุณวรธัช ไพบูลย์ และคุณวีรภัทร สากลวารี สองศิลปินผู้คลุกคลีในวงการอาร์ตซีน’ ที่จะมาส่งต่อเทคนิคการแปลงเรื่องราวในโลกดิจิทัลให้กลายเป็นงานศิลปะบนหน้ากระดาษ

ลงทะเบียน ฟรี!
จำนวนจำกัด 15 ท่าน
https://forms.gle/mVHiiXCaMZWoRk9c6

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569
ณ ทีซีดีซี คอมมอนส์ ห้อง Visual Arts ชั้น 3, มันมัน ศรีนครินทร์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
💬 Inbox เพจ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin
💚 Line OA:
🤙 Tel. 02 321 2288

15/04/2026


ความลับของเครื่องเทศ

ชวนย้อนเวลาไปสำรวจเส้นทางของ ‘เครื่องเทศ’ ที่ไม่ได้มีดีแค่ความหอมและสรรพคุณ หากแต่เป็น ‘ขุมทรัพย์’ ล้ำค่าที่ครั้งหนึ่งเคยสั่นสะเทือนประวัติศาสตร์โลก พบกับหนังสือ ‘ความลับของเครื่องเทศ’ ผลงานความร่วมมือพิเศษระหว่าง UNESCO และสำนักพิมพ์สารคดี ที่จะพาคุณไปหาคำตอบว่า ทำไมวัตถุดิบจากดินแดนอุษาคเนย์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างไรถึงทำให้ประเทศมหาอำนาจทั่วโลกต่างต้องยอมล่องเรือฝ่ามหาสมุทรเพียงเพื่อจะได้ครอบครอง

หนังสือเล่มนี้ร้อยเรียงเรื่องราวทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และการเมือง ผ่านสายตาของเหล่านักเดินทาง พ่อค้า และคนท้องถิ่น สะท้อนภาพภูมิภาคนี้ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลก โดยเฉพาะ ‘มะละกา’ เมืองท่าสำคัญที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดจนได้รับขนานนามว่า ‘ทะเลแห่งภาษา’ ที่ใช้ภาษาติดต่อซื้อขายกันมากถึง 84 ภาษา

นอกจากนี้ในเล่มยังเผยให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของสมุนไพรใกล้ตัว เช่น ‘ต้นจันทน์เทศ’ สมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และสามารถนำเนื้อมาปรุงรส แต่งกลิ่นในอาหารได้ หากนำไปสกัดเป็นน้ำมันสามารถบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ และดับกลิ่นปากได้ ทำให้ในอดีตจันทร์เทศ 1 กิโลกรัมมีมูลค่าเท่ากับวัว 2 ตัวเลยทีเดียว หรือ ‘กานพลู’ ดอกไม้รูปทรงคล้ายตะปู ที่มักใช้เป็นส่วนผสมของยาสีฟัน แท้จริงยังอัดแน่นด้วยสรรพคุณทางยาอีกมากมาย ทั้งการใช้ทำยาดมโบราณที่นิยมในหมู่คนไทยและคนพม่า หรือการสกัดเป็นยาหม่องของชาวบาหลีประเทศอินโดนีเซีย

อีกหนึ่งความน่าสนใจในตัวเล่มคือการเชื่อมโยงเครื่องเทศเข้ากับความเชื่อและพิธีกรรม อย่าง ‘ขมิ้น’ สีเหลืองทองที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ในราชสำนักไทย ถูกใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพกษัตริย์ เพื่อล้างพระบาทอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ขณะที่ในทางตอนใต้ของเกาะบอร์เนียว มีความเชื่อในการนำขมิ้นไปฝังพร้อมกับสายสะดือเด็กหลังคลอดเพื่อความเป็นสิริมงคล

แม้เนื้อหาประวัติศาสตร์จะเข้มข้น อัดแน่นไปด้วยความรู้เบื้องหลังเครื่องเทศ ที่เล่าเรื่องผ่านภาพการ์ตูนสวยงามย่อยง่าย แทรกคำถามชวนคิดระหว่างบรรทัด พร้อมปิดท้ายเล่มด้วยกิจกรรมสุดน่ารักอย่าง เกมไพ่ ‘สงครามเครื่องเทศ’ ให้คุณได้เล่นสนุกและทบทวนคำศัพท์ไปพร้อมกัน

เปลี่ยนรสชาติ ให้เป็นเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ ค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในขวดโหลเครื่องเทศได้แล้วที่
https://library.tcdc.or.th/record/view/b00051240

พบกับหนังสือและองค์ความรู้ด้านอาหารสร้างสรรค์ พร้อมให้บริการทุกคนแล้วที่ ทีซีดีซี คอมมอนส์ ครีเอทีฟ ฟู้ด ชั้น 3, มันมัน ศรีนครินทร์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.

#เครื่องเทศ #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Photos from TCDC Commons MunMun Srinakarin's post 12/04/2026

‘อากาศร้อน’ กลับมาเยี่ยมเยือนเราอีกครั้งนับตั้งแต่ย่างเข้าเดือนเมษายน (แม้ที่ผ่านมาจะร้อนมาตลอดก็เถอะ) ยิ่งไปกว่านั้น อากาศช่วงนี้ยังร้อนระอุเป็นพิเศษ ขนาดที่ว่าค่าดัชนีรังสี UV สูงอยู่ในระดับอันตรายมาก (Extreme) อีกทั้งเสี่ยงเกิดภาวะ ‘ฮีทสโตรก’ (Heat Stroke) ด้วย โดยที่วิธีรับมือกับอากาศเช่นนี้ก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าเนื้อเบาที่ระบายอากาศได้ดี ดื่มน้ำเยอะ ๆ หรือนอนตากแอร์ตลอดทั้งวัน

ทว่าก่อนที่โลกเราจะรู้จักกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความเย็นได้อย่างในทุกวันนี้ ผู้คนในอดีตก็ได้คิดค้นวิธีคลายร้อนจากภูมิปัญญารอบตัวไว้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่การปลูกเรือนหลังคาสูงที่ถ่ายเทความร้อนได้ดี การทำพัดสานไม้ไผ่ ไปจนถึงการเลือกรับประทาน ‘อาหาร’ ให้เหมาะสมกับฤดูกาล ซึ่งควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย เป็นสมุนไพรและผลไม้ฤทธิ์เย็น เพื่อคงสมดุลในร่างกาย แถมยังช่วยคลายร้อนจากข้างในได้อีกด้วย

TCDC Commons Creative Food จึงอยากชวนทุกคนมาฝ่าวิกฤตอากาศร้อนแบบนี้ไปด้วยกัน กับ 3 เมนูโบราณยอดฮิตที่จะช่วยดับกระหายและบรรเทาอาการเพลียแดดในหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี

📚 TCDC COMMONS Creative Food ห้องสมุดอาหารสร้างสรรค์ 📚
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาได้ที่ Tel. 02 321 2288

#อาหารคลายร้อน

11/04/2026

นูเทลล่าโรยพริกป่น หมูกระจกโยเกิร์ต เฟรนช์ฟรายส์ไอศกรีม หรือซีเรียลนมเบคอน การจับคู่ของคาวหวานที่บางครั้งอาจดูแปลกไปบ้าง แต่กลับให้ผลลัพธ์ที่อร่อยเกินคาด เช่นเดียวกันกับ ‘โค้กแช่ถั่วลิสง’ น้ำอัดลมรสซ่าที่ผสานสัมผัสกรุบกรอบและรสชาติหวาน เค็ม มัน อย่างลงตัวนี้ กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในญี่ปุ่น หลังผู้ใช้ X (Twitter) รายหนึ่งทดลองทำตามความเรียงของ ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนชื่อดัง และพบว่ารสชาติของมันอร่อยจนหยุดไม่ได้

เมนูนี้มีชื่อว่า ‘Farmer’s Coke’ มีต้นกำเนิดมาจากวัฒนธรรมแถบตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาประมาณช่วงปี 1920 ในยุคนั้น เมนูนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแก้กระหาย แต่ยังเป็นของว่างชูกำลังชั้นดีสำหรับเหล่าเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน เนื่องจากระหว่างวันพวกเขาทำงานจนมือเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น ดิน หรือคราบน้ำมัน ซึ่งการเทถั่วลงไปในขวดโค้กช่วยให้พวกเขาเติมพลังจากน้ำตาลและเกลือแร่ไปพร้อมกัน ดื่มได้ด้วยมือข้างเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสะอาดของมือ

ด้าน Aakash Gupta หนึ่งในผู้ใช้ X ได้อธิบายความลึกล้ำของคอมโบนี้ไว้ว่า เนื่องจากโค้กมีความเป็นกรดสูง เมื่อเราหย่อนถั่วลงไป กรดฟอสฟอริกจะไปสลายโปรตีนบนผิวถั่วและปล่อย ‘กลูตาเมตอิสระ’ ออกมา ทำให้เกิดรสอูมามิเข้มข้นขึ้น ยิ่งแช่ไว้นาน รสอูมามิก็ยิ่งเด่นชัด

นอกจากนี้ ‘รสเค็ม’ จากเกลือยังไปกำจัดสัญญาณรบกวนจากรสชาติอื่นๆ บนลิ้น ทำให้เราเปิดรับรสหวานของน้ำอัดลมได้ดี จนเรารู้สึกว่าโค้กหวานอร่อยขึ้น ส่วน ‘ความซ่า’ จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังช่วยรีเซ็ตปุ่มรับรสในช่องปาก ทำให้ทุกจิบจึงให้ความสดชื่นเหมือนจิบแรกเสมอ ปิดท้ายด้วย ‘ความมัน’ จากไขมันในถั่วที่เข้าไปกระตุ้นตัวรับ CD36 ในสมอง มอบความรู้สึกพึงพอใจและอิ่มเอมใจหลังเคี้ยว

เมื่อองค์ประกอบทั้ง น้ำตาล เกลือ อูมามิ กรด และไขมัน มารวมกัน จึงกลายเป็นคอมโบระเบิดรสชาติที่กระตุ้นประสาทสัมผัสพร้อมกันจนยากจะต้านทาน

🥤 ทริคการทำ Farmer’s Coke แบบต้นตำรับขนานแท้
การจะเข้าถึงรสชาติระดับตำนานนี้ ไม่ใช่แค่การหยิบอะไรก็ได้มาผสมกัน แต่มีเคล็ดลับเล็กๆ ที่ช่วยดึงรสชาติออกมาให้ถึงขีดสุด ที่ทำตามง่ายๆ คือ ขั้นแรกหยิบขวดโค้กแก้วที่แช่เย็นจัดออกมา เปิดฝาดื่มน้ำก่อนสักเล็กน้อย เพื่อลดปริมาณน้ำไม่ให้ฟองล้นออกมาเวลาใส่ถั่ว กรอกถั่วลงไป 1 กำมือ แล้วปล่อยให้ถั่วฟู่สัก 2-3 วินาที จากนั้นก็เพลิดเพลินไปกับรสชาติหวานเค็มที่ผสมผสานอย่างกลมกล่อมลงตัวกันได้เลย

ทั้งนี้ เมนูนี้จะอร่อยที่สุดตอนที่โค้กเย็นจัดและถั่วยังคงความกรอบ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินถั่วอาจนิ่มได้

///
ขอบคุณข้อมูลจาก
t.ly/ePclZ
t.ly/UT5Wy

📚 Tcdc Commons Creative Food ห้องสมุดอาหารสร้างสรรค์ 📚
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาได้ที่ Tel. 02 321 2288

#โค้ก #ถั่ว

Photos from TCDC Commons MunMun Srinakarin's post 10/04/2026

หยุดยาวนี้ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin ชวนทุกคนมาแสดงฝีมือกับการสร้างสรรค์ Junk Journal ผ่าน
กิจกรรมเวิร์กชอป "The Art of Junk Journal: ศิลปะแห่งการเล่าเรื่องจากวัสดุเหลือใช้"

สนุกไปกับการทำสมุดบันทึกทำมือ หรือ Junk Journal เปลี่ยนเศษกระดาษ ซองขนม ตั๋ว ใบเสร็จ และวัสดุเหลือใช้รอบตัว ให้กลายเป็นสมุดเล่าเรื่องในแบบของคุณเอง เริ่มตั้งแต่การเลือกกระดาษทำตัวเล่ม เย็บสันสมุด ไปจนถึงการออกแบบ จัดวาง ตัดแปะ และถ่ายทอดเรื่องราวผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างอิสระและสร้างสรรค์

เข้าร่วมกิจกรรมฟรี!
📅 ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2569 (หรือจนกว่าของจะหมด)

เหมาะสำหรับ
- นักเรียน นักศึกษาทุกเพศทุกวัย
- เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ต้องมีผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

ติดต่อเคาน์เตอร์บริการ ทีซีดีซี คอมมอนส์ ครีเอทีฟ ฟู้ด ชั้น 3, มันมัน ศรีนครินทร์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
💬 Inbox เพจ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin
💚 Line OA:
🤙 Tel. 02 321 2288

#ความฉ่ำComeback #กิจกรรมฉ่ำเว่อ #ปิดเทอมสร้างสรรค์ #ปิดเทอมสร้างสรรค์2569 #กิจกรรมปิดเทอม #กิจกรรมวันหยุด

08/04/2026


วิถีแห่งไวน์: Viticulture

สงกรานต์นี้ มาหลบลมร้อน สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายท่ามกลางกลิ่นอายชนบทของไร่องุ่นในแคว้นทัสคานีไปกับ ‘วิถีแห่งไวน์’ บอร์ดเกมที่จะพาคุณไปสัมผัสสุนทรียภาพแห่งการสรรสร้างไวน์เลิศรสด้วยมือของคุณเอง

ในเกมนี้ คุณจะได้สวมบทเป็น ‘ผู้สืบทอด’ ไร่องุ่นที่ถูกทิ้งร้าง ที่ต้องเริ่มต้นด้วยทรัพยากรเพียงน้อยนิด ทั้งผืนดินเพาะปลูกอันเงียบเหงา ลานบดองุ่นเก่าๆ หรือคนงานเพียงหยิบมือ หน้าที่ของคุณไม่ใช่แค่การทำไวน์ แต่คือการ ‘ปลุกชีวิต’ ให้ธุรกิจครอบครัวกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยคุณจะต้องงัดทุกกลวิธีมาบริหารจัดการ ตั้งแต่การดูแลคนงาน การเลือกสายพันธุ์องุ่นเพาะปลูก ไปจนถึงการหมักและบ่มไวน์ เพื่อส่งออกสู่ท้องตลาด

ความท้าทายของเกมนี้อยู่ที่การตัดสินใจใช้ ‘คน’ ให้ถูกช่วง ‘เวลา’ เพราะแอคชันในเกมจะเปลี่ยนไปตามฤดู คนงานจึงมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบที่ไม่เหมือนกันในแต่ละฤดู

🍇

ในอดีต การผลิตไวน์ เริ่มด้วย ‘สองเท้า’ ของมนุษย์ กรรมวิธีโบราณนี้เรียกว่า ‘Pigeage’ (ปิกาจ) ที่ให้คนลงไปย่ำองุ่นในถังไม้ ด้วยน้ำหนักที่นุ่มนวลพอดี การใช้เท้าจะช่วยกดทับผลองุ่นให้แตกออกโดยไม่ทำให้เมล็ดองุ่นแตกละเอียด ทำให้ได้รสชาติไวน์มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ฝาดจนเกินไป

มากไปกว่านั้น กิจกรรมนี้ยังกลายเป็นประเพณีที่เชื่อมสัมพันธ์คนในชุมชน สร้างความสนุกและรื่นเริงให้ผู้คนมารวมตัวร้องรำทำเพลงขณะเหยียบองุ่นท่ามกลางกลิ่นหอมหวลของผลผลิตในฤดูกาลเก็บเกี่ยวอีกด้วย

ปัจจุบันการผลิตดั้งเดิมเช่นนี้ยังมีให้เห็นบางในไร่องุ่นเล็กๆ แถบยุโรป ต่างจากให้สหรัฐอเมริกาที่ถือเป็นเรื่องต้องห้าม เนื่องจากข้อกังวลด้านความสะอาดและการปนเปื้อน

จำนวนผู้เล่น: 1–6 คน
ระยะเวลา: 45-90 นาที
อายุ: 13+

สามารถติดตามรายละเอียดบอร์ดเกม วิถีแห่งไวน์ เพิ่มเติมได้ที่
>>> https://library.tcdc.or.th/record/view/b00056658

พบกับหนังสือและองค์ความรู้ด้านอาหารสร้างสรรค์ พร้อมให้บริการทุกคนแล้วที่ ทีซีดีซี คอมมอนส์ ครีเอทีฟ ฟู้ด ชั้น 3, มันมัน ศรีนครินทร์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.

#บอร์ดเกม

Photos from TCDC Commons MunMun Srinakarin's post 06/04/2026


ใครจะคิดว่า ‘ภาพธรรมดา’ ในกระดาษ
จะกลายเป็น ‘คาแรกเตอร์’ เท้าไฟโชว์สเต็ปเทพบนเกมแดนซ์สุดมัน💃🏻

TCDC COMMONS MunMun Srinakarin แท็กทีมกับ Playerfromneighbor เปิดพื้นที่ช่วงปิดเทอมให้น้องๆ ได้ก้าวเข้าสู่โลกของเกมในรูปแบบใหม่ โดยได้ คุณฟิล์ม-เมตริก พูนขวัญ ผู้ก่อตั้งคอมมิวนิตีผู้เล่นจากทางบ้าน และคุณป็อปปี้-ภาณุ จิระคุณ ผู้ก่อตั้ง Gametory มาช่วยปลุกปั้นไอเดียให้ได้ลองเป็นทั้งผู้สร้างและผู้เล่น กับกิจกรรม ‘คิด วาด เล่น สร้างคาแรกเตอร์ในเกม’

ความท้าทายแรกเริ่มขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมต้องสวมบทเป็น ‘เกมครีเอเตอร์’ ออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละครในจินตนาการลงบนกระดาษ ก่อนนำเข้าเครื่องสแกน เพื่อออกแบบพื้นหลังและเลือกดนตรีประกอบในแบบของตัวเอง จากนั้นน้องๆ จะได้รับการ์ดตัวละครสำหรับใช้เล่น ‘The Dancer’ เกมเข้าจังหวะเท้าไฟไปพร้อมๆ กับคาแรกเตอร์ที่วาดขึ้น ใครจับจังหวะเป๊ะ ทำแต้มได้เยอะ ก็คว้าเอาที่หนึ่งของตารางคะแนนไปครองได้เลย แถมการ์ดที่ได้ยังเอากลับไปแดนซ์ฝึกความแม่นยำต่อที่บ้านได้ด้วย

กิจกรรมนี้ไม่ได้สร้างความสนุกและเสียงหัวเราะเท่านั้น แต่หลายๆ คนยังได้ค้นพบศักยภาพตัวเอง กล้าลองสิ่งใหม่ และเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เปลี่ยนช่วงเวลาปิดเทอมที่อาจน่าเบื่อให้กลายเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ

หากใครไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
💬 Inbox เพจ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin
💚 Line OA:
🤙 Tel. 02 321 2288

#ความฉ่ำComeback #กิจกรรมฉ่ำเว่อ #ปิดเทอมสร้างสรรค์ #ปิดเทอมสร้างสรรค์2569

03/04/2026

🔫 💦เทศกาลปีใหม่ไทยนี้ หากคุณเหงา มีเราเป็นเพื่อน 💦🔫

สงกรานต์นี้ถ้าคุณยังไม่มีแพลนจะออกไปเที่ยวที่ไหน TCDC COMMONS MunMun Srinakarin ขอชวนคุณมานั่งชิล อ่านหนังสือ รับความรู้และแรงบันดาลใจด้านอาหารและศิลปะกันค่ะ 😁

เรายังคงเปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. พบกันได้ทุกวัน ที่ชั้น 3 MunMun Srinakarin นะคะ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
💬 Inbox เพจ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin
💚 Line OA:
🤙 Tel. 02 321 2288

#ซีคอนสแควร์ #ปีใหม่ไทย

01/04/2026


LEGO minifigure year by year: A visual history

เมื่อพูดถึง ‘LEGO’ หลายคนคงจะนึกถึงตัวต่อในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะตึก บ้าน รถยนต์ หรือรถไฟ สารพัดรูปแบบให้เลือกเล่น ทว่ายังคงมีอีกสิ่งสำคัญที่ขาดหายไปไม่ได้ นั่นคือ ‘LEGO Minifigures’ เลโก้จำลองตัวคน เพื่อสวมบทบาทให้การเล่นตัวต่ออาคารบ้านเรือนมีชีวิตชีวามากขึ้น

ก้าวเข้าสู่โลกของ LEGO minifigure ด้วยหนังสือสารานุกรมภาพ ที่รวบรวมประวัติและวิวัฒนาการของเลโก้ฟิกเกอร์ยอดนิยมและหายากกว่า 2,000 ตัว นับตั้งแต่ปี 1974 - 2013 จัดทำโดยสำนักพิมพ์ DK (Dorling Kindersley) สำนักพิมพ์ระดับโลกจากอังกฤษที่เชี่ยวชาญด้านหนังสือภาพประกอบ (Illustrated Reference) แนวสารานุกรม สารคดี วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และศิลปะ ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลก

‘หุ่นจำลองคนตัวจิ๋ว’ หรือ ‘มินิฟิก’ (Minifigure) ประกอบไปด้วยแขน ขา มือ และหัวที่หมุนได้ โดยนิยมใช้ ‘สีเหลือง’ แทนสีผิว เพราะนักออกแบบมองว่าสีเหลืองเป็นสีที่เป็นกลางที่สุด ในการจะส่งเสริมให้เด็ก ๆ จินตนาการว่าหุ่นตัวนั้นสามารถเป็นใครก็ได้ โดยที่เลโก้มักหยิบฉวยสถานการณ์โลกรอบด้านหรือประเด็นร้อนในวงการต่าง ๆ ทั้งอดีต ปัจจุบัน รวมถึง Collab ร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ในหลายแวดวงนับไม่ถ้วน เพื่อมาสร้างสรรค์เป็นผลงานเจ๋ง ๆ ให้ผู้คนได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นเซ็ต ‘LEGO Space’ ธีมสุดคลาสสิกที่เก่าแก่ที่สุดและแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเลโก้ ประกอบด้วย นักบินอวกาศ ยานอวกาศ และสิ่งมีชีวิตนอกโลก ซึ่งออกวางจำหน่ายในปี 1978 - 1979 ช่วงเวลาที่โลกอยู่ในยุคแห่งการสำรวจอวกาศ

รวมไปถึงเซ็ต ‘LEGO Star Wars’ ‘LEGO Harry Potter’ หรือ ‘LEGO Spider-Man’ ที่สร้างจากภาพยนตร์เรื่องดังในช่วงทศวรรษ 2000 ซึ่งสร้างโดยมีต้นแบบจากคนดังในโลกความเป็นจริง อันนำไปสู่การปฏิวัติการออกแบบอีกครั้ง ด้วยการริเริ่มใช้โทนสีผิวที่สมจริงสำหรับธีม LEGO ที่ได้รับลิขสิทธิ์เหล่านี้

สามารถติดตามรายละเอียดหนังสือ LEGO minifigure year by year: A visual history เพิ่มเติมได้ที่ >>> https://library.tcdc.or.th/record/view/b00031669

🎨 TCDC COMMONS Visual Arts แหล่งรวมองค์ความรู้ด้านทัศนศิลป์และภาพถ่าย 🎨
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาได้ที่ Tel. 02 321 2288

30/03/2026

‘เบคอน’ หมูสามชั้นสไลด์สีชมพูสลับแทรกด้วยชั้นไขมันหนานุ่ม เนื้อสัตว์แปรรูปที่ผ่านการหมักเกลือและรมควันจนได้รสชาติเค็มกลมกล่อมและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ความเย้ายวนนี้ทำให้มันกลายเป็นเมนูโปรดที่คนทั่วโลกยกขึ้นหิ้ง จนเกิดกระแสความคลั่งไคล้ที่พยายามใส่ ‘ความเป็นเบคอน’ ลงไปในทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่ของกินอย่างโซดารสเบคอน ไปจนถึงของใช้สุดแปลกอย่างสบู่ พลาสเตอร์ยา หรือแม้กระทั่งโลงศพลายเบคอน

แต่รู้หรือไม่ว่า กุญแจที่ทำให้เราหลงเสน่ห์เบคอนจนถอนตัวไม่ขึ้นคือ ‘กลิ่น’ โดยเบคอน 1 ชิ้น ประกอบไปด้วยโมเลกุลความหอมมากกว่า 150 ชนิด ซึ่งถูกสร้างขึ้นผ่าน ‘ปฏิกิริยาเมลลาร์ด’ (Maillard Reaction) ปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างน้ำตาลและกรดอะมิโนที่เปลี่ยนเนื้อสีชมพูจืดชืดให้กลายเป็นสีน้ำตาลทองชวนกิน

ในกระบวนการนี้ ความร้อนจะสลายไขมันและเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ จนปล่อยสารประกอบที่ให้กลิ่นรสอันน่ารื่นรมย์ออกมา เช่น แอลดีไฮด์ (Aldehydes) ฟิวแรน (Furans) และเคโทน (Ketones) แต่สิ่งที่อาจทำให้เบคอนมีกลิ่นที่ไม่เหมือนสิ่งใดเลยก็คือ สารประกอบที่มีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ อย่าง ไพริดีน (Pyridines) และไพราซีน (Pyrazines) ที่ให้กลิ่นหอมแบบเนื้อสัตว์ และเมื่อมวลสารเหล่านี้ทำงานร่วมกัน มันจึงกลายเป็นกลิ่นหอมสวรรค์ที่คนรักเบคอนต่างโหยหา

ทว่ากลิ่นที่ยากจะลืมเลือนนี้ใช่ว่าจะถูกใจทุกคนเสมอไป เพราะในจมูกของคนเรามีตัวรับกลิ่นนับร้อยชนิดที่ทำงานร่วมกันเพื่อจำแนกกลิ่นต่างๆ แต่รหัสพันธุกรรมของบางคนกลับกำหนดให้มีตัวรับกลิ่นที่แตกต่าง หรือไวต่อสารบางอย่างเป็นพิเศษ จนทำให้กลิ่นที่น่าหลงใหลกลายเป็นกลิ่นชวนยี้ไปในทันที

ในกรณีของคนที่ ‘พะอืดพะอม’ เมื่อได้กลิ่นเบคอน มักเกิดจากการมีรหัสยีน ‘OR7D4’ ที่ไวต่อฮอร์โมน แอนโดรสเตโนน (Androstenone) มากเป็นพิเศษ โดยฮอร์โมนชนิดนี้ เป็นสารประกอบที่พบมากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวผู้และเข้มข้นในเนื้อหมู ซึ่งจะมีกลิ่นคล้ายฉี่ หากพวกเขาได้กลิ่นเบคอน สมองจะตีความกลิ่นนี้ไปทางที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ อาจทำให้ประสบการณ์การกินเบคอนอาจจะชวนให้คลื่นไส้แทน

กรณีนี้คล้ายคลึงกับคนที่เกลียด ‘ผักชี’ โดยเกิดจากมีหัสยีน ‘OR6A2’ ที่ทำให้ไวต่อสารแอลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในสบู่และผงซักฟอก ทำให้เวลาพวกเขากินผักชีเข้าไปจะรู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวสบู่ก้อน ต่างจากคนทั่วไปที่จะได้กลิ่นผักชีเป็นความสดชื่นแบบสมุนไพรแทน

ดังนั้น ถ้าครั้งถ้ามีใครบ่นเหม็นหลังกินเบคอนหรือผักชี ด็อย่าเพิ่งมองว่าพวกเขาเป็นพวกเลือกกินเลย แต่มันอาจจะเป็นปฏิกิริยาทางชีวภาพที่ถูกกำหนดมาแล้วในระดับ DNA ของเขา

///
ขอบคุณข้อมูลจาก
T.Ly/Nogc5
T.Ly/Da6mm
T.Ly/5skg2

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
[ไม่กินพริกหยวกนะแม่: ไขข้อสงสัยว่าทำไมเด็กญี่ปุ่นเกลียดพริกหยวกและวิธีกำรวบปีศาจผักเขียว]
T.Ly/Kictb
[ลิ้นใคร - ลิ้นมัน: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความแตกต่างของการรับรสชาติ]
T.Ly/Lhznh

📚 Tcdc Commons Creative Food ห้องสมุดอาหารสร้างสรรค์ 📚
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาได้ที่ Tel. 02 321 2288

#กลิ่น #เบคอน #ผักชี

Photos from TCDC Commons MunMun Srinakarin's post 29/03/2026


🍴 เมื่ออาหารไทยไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยัง ‘ดิ้น’ ได้ด้วยศิลปะและจินตนาการ 🍴

TCDC COMMONS Creative Food ชวนทุกคนมาเปิดโลกความอร่อยในมุมมองใหม่กับกิจกรรม ‘Books to bricks’ กิจกรรมเปิดนิทรรศการ ‘ปากะศิลป์ประดิษฐ์ใหม่’ ที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสำรวจรอยต่อของศิลปะการครัวไทย ตั้งแต่ยุคที่ความอร่อยยังคงเป็นสูตรลับส่งต่อกันแบบ ‘ปากต่อปาก’ สู่การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรใน ‘ตำรา’ และตบท้ายด้วยการตีความเมนูโบราณที่ไม่มีภาพประกอบให้กลายเป็นผลงานศิลปะผ่าน ‘เลโก้’ (LEGO) ตัวต่อของเล่นที่ไม่เคยตกยุค

เริ่มต้นความสนุกด้วย ‘Curator Tour’ โดย ‘เลี่ยงเลี่ยง-อรัญญา จ่างจรูญโรจน์’ ทีมจัดทำเนื้อหานิทรรศการ และ ‘ดร.อุดมลักษณ์ ฮุ่นตระกูล’ อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นไกด์พาทัวร์แต่ละโซนอย่างเจาะลึก

โดยโซนแรก พูดถึงตำราโบราณ 4 เล่มแรกที่มีความสำคัญของไทย อย่าง ‘ตำรากับเข้า’ ตำราทำอาหารเล่มแรก ที่เรียบเรียงเข้าใจง่าย แม้แต่คนทำอาหารไม่เป็นก็ทำตามได้ ‘ปะทานุกรม’ ตำราอาหารฝรั่งเล่มแรกที่ใช้สอนกันในโรงเรียนกูลสตรีวังหลัง ‘ตำราแม่ครัวหัวป่าก์’ ตำราที่ยกระดับการครัวไทยให้เป็นหลักวิชาการอย่างจริงจัง และ ‘ตำราทำกับข้าวฝรั่ง’ ตำราอาหารจากปลายปากการัชกาลที่ 5 ที่สะท้อนมุมมองการกินแบบตะวันตก

อาจารย์อุดมลักษณ์ ได้อธิบายเพิ่มว่า หนังสือ 3 เล่มแรกนั้น ได้รับอิทธิพลการเขียนมาจากประเทศอังกฤษ ที่เน้นบทบาทของความเป็น ‘แม่และภรรยา’ ที่ดี ซึ่งจะเน้นสูตรอาหารและการจัดการบ้านเรือน ขณะที่เล่มสุดท้ายกลับได้รับอิทธิพลมาจากวรรณกรรมวิจิตรศิลป์อาหาร (Gastronomy) ที่นิยมเขียนในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเน้นเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสุนทรียภาพของอาหารในมุมมองบุรุษมากกว่า

ถัดมาเป็นโซน ‘ชั่ง ตวง วัด’ จากเดิมการทำอาหารไทยมักจะกะปริมาณตามน้ำหนักมือของแม่ครัว มาสู่การชั่งตวงวัดที่เป็นมาตรฐาน นอกจากจะทำให้รสชาติอาหารนิ่งขึ้นแล้ว ก็นำเข้าเครื่องครัวตะวันตกเข้าสู่โต๊ะกับข้าวก็ทำให้มารยาทบนโต๊ะอาหารของชาวสยามเปลี่ยนไปด้วย

โซนถัดมาเป็น ‘โซน LEGO’ ที่ได้ ‘คุณน้ำเพชร-ณิชกานต์ ใจบางยาง’ LEGO Builder เจ้าของเพจ LEGO on Couch มาชุบชีวิตตำราอาหารไร้ภาพอีกครั้งด้วยการถอดภาพ (Visual) ผ่านตัวต่อหลากสีสัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยโซน ‘มินิเกม’ ที่ชวนทุกคนมาลองทายคำศัพท์ในหนังสือโบราณที่จะทำให้เห็นว่าการอ่านตำราโบราณไม่ยากเหมือนที่คิด

🫚 เปิดโลกแห่งจินตนาการ อะไรก็เป็นไปได้ด้วยเลโก้ 🫚

หลังจากทัวร์นิทรรศการกันคร่าวๆ แล้วช่วงถัดมา คุณน้ำเพชรก็เปิดวงเสวนาเล็กๆ ที่เล่าถึงการใช้เลโก้เป็นเครื่องมือในการรังสรรค์ผลงาน พร้อมถ่ายทอดกระบวนการคิด วิธีการออกแบบ และเทคนิคขั้นพื้นฐานทำให้ผลงานดูสมจริง

เคล็ดลับการต่อเลโก้ให้ดูสมจริง คือ การหา ‘เอกลักษณ์’ ของสิ่งนั้นให้เจอ เริ่มจากการเลือก ‘สี’ ที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุดเพื่อให้ดูมีชีวิตชีวา ตามด้วยการใช้ ‘รูปทรง’ ที่ถูกต้องแม่นยำเพื่อให้คนจดจำได้ทันทีที่เห็น และสุดท้ายคือการสร้าง ‘พื้นผิว’ ให้เสมือนจริง เช่น เทคนิคการโชว์ปุ่มต่อเพื่อจำลองความขรุขระของเปลือกมะระ หรือการเลือกใช้ตัวต่อแผ่นเรียบมาสร้างพื้นผิวพุดดิ้งที่ให้ความรู้สึกเนียนนุ่มจนอยากสัมผัส

และปิดท้ายไฮไลต์ของกิจกรรมด้วยการต่อเลโก้ 5 วัตถุดิบ ที่ใช้ทำ ‘พริกแกง’ เครื่องปรุงคู่ครัวไทย อย่าง ขมิ้น มะกรูด หัวหอมแดง พริก และกะปิ มาให้ทุกคนได้ลองต่อไปพร้อมๆ กัน ซึ่งแต่ละคนจะได้นำผลงานชิ้นนี้กลับไปเป็นของที่ไม่เหมือนใครด้วย

หากใครไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
💬 Inbox เพจ TCDC COMMONS MunMun Srinakarin
💚 Line OA:
🤙 Tel. 02 321 2288

#อาหารไทยโบราณ #ตำราอาหาร #เลโก้

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


แขวง หนองบอน เขต ประเวศ
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 11:00 - 19:00
อังคาร 11:00 - 19:00
พุธ 11:00 - 19:00
พฤหัสบดี 11:00 - 19:00
ศุกร์ 11:00 - 19:00
เสาร์ 11:00 - 19:00
อาทิตย์ 11:00 - 19:00