การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ, การศึกษา, อาคารเอส. พี. (อาคารเอ) ชั้น 13 เลขที่ 388 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท, Bangkok.

การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ Area Based Education: ABE
ร่วมมือแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยให้แต่ละจังหวัดเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานใช้บริบทของแต่ละพื้นที่เป็นตัวตั้ง

22/06/2026

สองมือที่ไขว่คว้า “ฝันของตัวเอง” และฝันของเด็ก ๆ Dropout

ด้วยความกดดันจากรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่ตอบโจทย์ ได้กลายเป็นกำแพงที่ทำให้ อิ๊ฟ - อิบตีซาม ปาแนะเย๊าะ เลือกเดินออกมาเผชิญโลกกว้างในบทบาทของพนักงงานฝ่ายควบคุมคุณภาพ (QC) ในโรงงาน โดยการใช้วุฒิการศึกษา ม.3 เป็นกุญแจไขปัญหาออกไปสู่การมีอาชีพ แม้จะ ‘ได้งาน’ แต่งานที่ทำก็ยังใช่ความฝัน เพราะเสียงในหัวเรียกร้องอยู่เสมอว่า อยากเป็น ‘ครูอาสา’

จุดเริ่มต้นบทสนทนาของเรากับ “อิบตีซาม ปาแนะเย๊าะ” หรือ “อิ๊ฟ ที่แม้วันนี้เธอจะอยู่ในวัย 26 ปี แต่เส้นทางชีวิตของอิ๊ฟ เป็นแบบอย่างที่ดีของเด็กที่เคยอยู่ในสถานะหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่สามารถพาตัวเองกลับมาได้ “อิ๊ฟ” เล่าว่าเคยหลุดออกจากระบบการศึกษาเมื่อตอนเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังจากเข้าเรียนได้เพียง 2 เดือน ด้วยการสอนที่ไม่ตอบโจทย์ดังกล่าว

เรื่องราวที่ทำให้ความฝันของ “อิ๊ฟ” เป็นจริงมากขึ้น เมื่อได้มารู้จักการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในรูปแบบ ‘โรงเรียนมือถือ’ (Mobile School) ในการดูแลของศูนย์การเรียน CYF จังหวัดนครพนม เธอเล่าให้ฟังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตว่า จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2568 เธอได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อิ๊ฟได้รู้จักกับ ‘ลุงหน่อง’ - วิทิต เติมผลบุญ เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน ‘ครูตูน’ พิมพ์ชนก จอมมงคล เจ้าหน้าที่โครงการ Flexible Learning (การศึกษายืดหยุ่น) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องผู้ยื่นโอกาสสำคัญผ่านระบบศูนย์การเรียนฯ ที่ได้ทลายกำแพงความกลัวที่จะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและความรู้สึกแปลกแยกจากอายุที่เลยวัยเรียนไปแล้ว เพราะการเรียนผ่านศูนย์การเรียนฯ จะจัดการเรียนการสอนผ่านสมาร์ทโฟนและเทียบโอนประสบการณ์ชีวิต นำเอาทักษะจากการทำงาน อาชีพ มาเปลี่ยนเป็นเกณฑ์ประเมินผลการเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถตอบโจทย์และเงื่อนไขชีวิตของอิ๊ฟได้เป็นอย่างดี ทำให้เธอสามารถเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ได้เพียงในเวลาเพียง 4 เดือน ซึ่งวุฒิการศึกษาที่ได้รับไม่ใช่เพียงการท่องจำตามตำรา แต่นั่นคือการรับรองคุณค่าของประบบการณ์ชีวิตที่เธอได้เผชิญมาในโลกความเป็นจริง

“หลังจากที่ได้มาเรียนกับศูนย์การเรียนฯ ผ่านโรงเรียนมือถือ ทำให้มุมมองที่มีต่อการศึกษาเปลี่ยนไป จากที่ไม่กล้ากลับมาเรียนเพราะด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น แต่พอมาเรียนกับศูนย์การเรียนฯ ทำให้ความกังวลเหล่านั้นหายไปเพราะทุกคนสามารถเรียนจากที่ไหนก็ได้ และการได้รับโอกาสทางการศึกษาทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้กล้าที่จะฝันอีกครั้ง” อิ๊ฟ เล่าถึงความรู้สึกหลังจากได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง

ปัจจุบันอิ๊ฟ กำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา คณะมนุษยศาสตร์ เอกพัฒนาชุมชน ซึ่งการเปิดประตูสู่การศึกษาของอิ๊ฟในครั้งนี้ไม่ได้เป็นก้าวแห่งความสำเร็จของเธอเพียงผู้เดียวแต่ด้วยศักยภาพและความมุ่มมั่นที่จะเป็นครูอาสาเธอได้ถูกชักชวนให้มาเป็นเจ้าหน้าที่โครงการ Flexible Learning (การศึกษายืดหยุ่น) ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กคนอื่น ๆ และเรื่องราวของอิ๊ฟเป็นบทสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่าการศึกษาที่เหมาะสมและตอบโจทย์บริบทผู้เรียนล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง

ก่อนทิ้งท้ายว่า “หนูอาจจะเป็นคนที่ได้ปริญญาใบแรกของที่บ้านก็ได้” คำกล่าวปนเสียงหัวเราะและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังที่สดใส เราเชื่อมั่นว่า อิ๊ฟ จะคว้าความฝันนั้นไว้ได้ ในขณะที่อีกมือหนึ่งเธอก็ยังไม่ปล่อยให้น้อง ๆ ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา หลุดมือเธอไปด้วยเช่นกัน

#การเรียนรู้ #การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น #โรงเรียนมือถือ

21/06/2026

เมื่อภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาคือโจทย์ใหญ่...สังคมไทยจะร่วมมือสร้างโอกาสเพื่อไม่ให้มีเด็กคนไหนต้องหลุดจากระบบได้อย่างไร?

18/06/2026

“โมเดลไอดอลชุมชน” กลไกการขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดภัยกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์สังคม จังหวัดระนอง

หลังจากที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้เคยนำเสนอถึงการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดระนอง โดยกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์สังคม 1 ใน 40 ของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ. วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับหนึ่งกลไก ที่เป็นกุญแจสำคัญในการพาเด็กและเยาวชนเรียนรู้บนพื้นที่ปลอดภัย นั่นคือ “โมเดลไอดอลชุมชน” โมเดลนี้ทำหน้าที่ในการดึงเอาพลังของ พี่ ป้า น้า อา “คนธรรมดาที่มีภูมิปัญญาชนในชุมชน” ไม่ว่าจะเป็นช่างแต่งหน้า ช่างตัดผม หมอนวดแผนไทย หรือแม่ค้าขายน้ำชง มาทำหน้าที่เป็น “ครูชุมชน” เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ให้กับเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่

หัวใจสำคัญที่ทำให้โมเดลนี้เข้าถึงใจเด็ก ๆ คือการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอน” สู่การเป็น “พี่เลี้ยง” ที่ไม่ได้เอาแต่มุ่งยัดเยียดกระบวนการ แต่เน้นให้เด็กได้ “ค้นหาตัวเอง” พี่เลี้ยงจะใช้หลักจิตวิทยาเข้ามาช่วยเติมเต็มความเคารพและภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem ) ทำให้เด็ก ๆ สัมผัสได้ว่า “พี่คนนี้พื้นฐานชีวิตคล้ายเรา อยู่ใกล้บ้านเรา เขายังมีอาชีพและมีความสุขได้ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้”

นอกเหนือจากพลังของพี่เลี้ยงแล้ว โมเดลนี้ยังมีการยกระดับกลไกการดูแลผ่าน “ทีมสหอาสา” ที่ดึงคนในชุมชน อสม. และ รพ.สต. มาร่วมกันเยี่ยมเยียนและประคับประคองเด็ก ๆ อย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตเด็กให้มีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้จริง

#การเรียนรู้ #สหวิชาชีพ #การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

18/06/2026

ถ้าไม่เรียนในระบบโรงเรียนปกติ หน่วยงานไหนบ้างที่สามารถออกวุฒิการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนได้

🏠 “บ้านเรียน” หรือ Home School พ่อแม่ต้องจบการศึกษาขั้นต่ำระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่าขึ้นไป การจดแจ้งเป็น “บ้านเรียน”พ่อ แม่ (ผู้ปกครองตามกฎหมาย) จะต้องไปยื่นจดทะเบียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีทะเบียนบ้านอยู่ เมื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอนุมัติแผนการจัดการศึกษา พ่อแม่สามารถสอน วัดและประเมินผลลูกตัวเองได้ตามแผน แต่บ้านเรียนไม่สามารถออกวุฒิการศึกษาให้ลูกตัวเองได้ โดยเขตมีหน้าที่รับรองผลการเรียนและออกวุฒิการศึกษาให้

อย่างไรก็ตาม เมื่อกฎหมายตามมาตรา 15 ให้สถานศึกษาจัดการศึกษา 3 รูปแบบ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ดังนั้น ครอบครัวส่งลูกเข้าเรียนกับโรงเรียน แต่ทำแผนการเรียนรายบุคคลในการจัดการศึกษาร่วมกับระหว่างโรงเรียนและครอบครัวได้ โดยออกแบบการเรียนได้ยืดหยุ่นเป็นรายบุคคล และยังคงมาทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนได้

🤵‍♂️“ติวเตอร์” หรือ “การสอนพิเศษ” ตามกฎหมายกระทรวงศึกษาธิการ หากสอนไม่เกิน 7 คน ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตตั้งโรงเรียน และสามารถเปิดการสอนได้เลย แต่หากสอนเกิน 7 คน ไม่เกิน 50 คน หากเกิน จะต้องยื่นจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และขึ้นทะเบียนเป็นสถาบันกวดวิชา” โดยต้องขออนุญาตจัดตั้งเป็น “โรงเรียนเอกชนนอกระบบ” ประเภท “กวดวิชา” กับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา เอกชน (สช.) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด แต่ติวเตอร์และสถาบันกวดวิชาก็ไม่สามารถออกวุฒิการศึกษาให้กับผู้เรียนได้เช่นกัน

ส่วนกรณีที่ไม่จดทะเบียนเข้าข่ายเป็น “โรงเรียนเถื่อน” มีโทษตามกฎหมาย

🏘ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ ศกร. เป็นหน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในสังกัด “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” (สกร.) ส่วนราชการระดับกรมภายใต้ กระทรวงศึกษาธิการ สามารถออกวุฒิการศึกษาตามระดับชั้นได้ ภายใต้ พรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการปฏิรูปการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ตามมาตรา 21 กำหนดให้ สกร. มีอำนาจในการออกหลักฐานและวุฒิบัตรการศึกษา เพื่อรับรองการสำเร็จการศึกษาให้แก่ผู้เรียน ได้ตั้งแต่ ป.6 ม.3 และม.6

⛺️ศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 เป็นสถานศึกษาที่เปิดโอกาสให้บุคคล องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน (มูลนิธิ/สมาคม) สถานประกอบการ(บริษัท/ห้างร้าน/รัฐวิชาหกิจ) และองค์กรวิชาชีพ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ ป.1 - ม.6 ในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัยให้กับเด็กหรือผู้ที่ขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ

กรณีองค์กรชุมชน กำหนดให้ผู้จัดตั้งต้องเป็นคณะบุคคลไม่น้อยกว่า 7 คน รับรองโดยชาวชุมชน 20 คน จัดการศึกษาได้โดยไม่จำกัดอายุและจำนวนผู้เรียน

กรณีองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย สามารถจัดการศึกษาได้โดยไม่จำกัดอายุและจำนวนผู้เรียน ส่วนกรณีองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย (ซึ่งยังไม่มียื่นจด) จะถูกจำกัดอายุไม่เกิน 18 ปี และจำกัดจำนวนผู้เรียน

องค์กรชุมชน/องค์กรเอกชน สถาบันทางสังคม สามารถจัดตั้งศูนย์การเรียนได้ตามสิทธิที่กำหนดไว้ในพรบ.การศึกษาแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อจัดการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัยให้กับเด็กหรือผู้ที่ขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ (สำหรับองค์กรชุมชน /องค์กรเอกชนและสถาบันสังคมที่ สนใจจัดตั้งศูนย์การเรียน สามารถ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับล่าสุดตามมาตรา 12 18(3) และมาตรา 14

ทั้งนี้การจัดตั้งศูนย์การเรียนอย่างเป็นรูปธรรมจะต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชน และองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ.2555 และดำเนินการโดยไม่แสวงหากำไร

#ศูนย์การเรียนมาตรา12 #การศึกษายืดหยุ่น #การศึกษาเชิงพื้นที่

17/06/2026

📢 เตรียมพบกับ Equity Forum 2026
8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย
เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม...
คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า "เราจะพัฒนาการศึกษาอย่างไร" แต่คือ "เราจะสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้คนไทยทุกคนได้อย่างไร ตลอดทั้งชีวิต"
ในวาระครบรอบ 8 ปี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เวที Equity Forum 2026 ชวนทุกภาคส่วนมาร่วมสำรวจ 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม ที่ต่อยอดจากงานวิจัย ข้อมูล และบทเรียนจากการทำงานจริง เพื่อขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา และการพัฒนาทุนมนุษย์ไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
เลข 8 ในปีนี้ จึงไม่ได้หมายถึงเพียงวาระครบรอบของ กสศ. แต่กำลังหมุนสู่สัญลักษณ์ ∞ (Infinity) ที่สะท้อนว่า "โอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ไม่ควรมีวันสิ้นสุด" เริ่มต้นจากเด็กคนหนึ่ง ก่อนขยายสู่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และการพัฒนาประเทศทั้งระบบ
Equity Forum 2026 คือเวทีที่รวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูล และข้อค้นพบสำคัญล่าสุด เพื่อส่งต่อให้ผู้กำหนดนโยบาย ภาคีเครือข่าย นักวิชาการ ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และทุกคนที่เชื่อว่า "การลงทุนในคน คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ"
แล้วพบกัน
📅 วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 08.30 – 12.30 น.
📍 ห้องประชุมออดิทอเรียม (ฝั่งอีสต์) ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค
🎥 ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพจ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ
✨ ความเสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
✨ การพัฒนาทุนมนุษย์และทักษะแห่งอนาคต
✨ นวัตกรรมเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูล
✨ ความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
📝 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ONSITE
https://forms.gle/ugLoWLDum8sUBTB6A
(ผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานจะได้รับอีเมลยืนยันจากเจ้าหน้าที่)
📌 เร็ว ๆ นี้ เตรียมพบกับรายละเอียดของหัวข้อเสวนา วิทยากร และไฮไลต์สำคัญในงาน Equity Forum 2026 ติดตามได้ที่เพจ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#กสศ #ความเสมอภาคทางการศึกษา #ทุนมนุษย์ไทย

📢 เตรียมพบกับ Equity Forum 2026
8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย

เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม...
คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า "เราจะพัฒนาการศึกษาอย่างไร" แต่คือ "เราจะสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้คนไทยทุกคนได้อย่างไร ตลอดทั้งชีวิต"

ในวาระครบรอบ 8 ปี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เวที Equity Forum 2026 ชวนทุกภาคส่วนมาร่วมสำรวจ 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม ที่ต่อยอดจากงานวิจัย ข้อมูล และบทเรียนจากการทำงานจริง เพื่อขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา และการพัฒนาทุนมนุษย์ไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

เลข 8 ในปีนี้ จึงไม่ได้หมายถึงเพียงวาระครบรอบของ กสศ. แต่กำลังหมุนสู่สัญลักษณ์ ∞ (Infinity) ที่สะท้อนว่า "โอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ไม่ควรมีวันสิ้นสุด" เริ่มต้นจากเด็กคนหนึ่ง ก่อนขยายสู่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และการพัฒนาประเทศทั้งระบบ

Equity Forum 2026 คือเวทีที่รวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูล และข้อค้นพบสำคัญล่าสุด เพื่อส่งต่อให้ผู้กำหนดนโยบาย ภาคีเครือข่าย นักวิชาการ ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และทุกคนที่เชื่อว่า "การลงทุนในคน คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ"

แล้วพบกัน
📅 วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 08.30 – 12.30 น.
📍 ห้องประชุมออดิทอเรียม (ฝั่งอีสต์) ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค
🎥 ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพจ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ
✨ ความเสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
✨ การพัฒนาทุนมนุษย์และทักษะแห่งอนาคต
✨ นวัตกรรมเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูล
✨ ความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน

📝 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ONSITE
https://forms.gle/ugLoWLDum8sUBTB6A
(ผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานจะได้รับอีเมลยืนยันจากเจ้าหน้าที่)

📌 เร็ว ๆ นี้ เตรียมพบกับรายละเอียดของหัวข้อเสวนา วิทยากร และไฮไลต์สำคัญในงาน Equity Forum 2026 ติดตามได้ที่เพจ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

#กสศ #ความเสมอภาคทางการศึกษา #ทุนมนุษย์ไทย

17/06/2026

“การที่โรงเรียนถูกน้ำท่วม เส้นทางสัญจรไปยังโรงเรียนถูกตัดขาด
ความน่ากังวลไม่ใช่แค่การหยุดเรียน แต่คือ “ภาวะหลุดยาว”

นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

เนื้อหาใต้คอมเม้นต์

อ่านเนื้อหาเนื้อเต็มได้จาก วารสารเรื่องเล่าจากพื้นที่ “เด็กและเยาวชน จะอยู่รอดอย่างไรในภาวะวิกฤต” ทั้งหมดคลิก https://drive.google.com/.../1Rx6PbOvL00OW...

16/06/2026

ครม. แต่งตั้งบอร์ดบริหาร กสศ. ชุดใหม่ 5 ตำแหน่ง นำโดย “ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย” มีผล 10 กรกฎาคม 2569

16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติตามที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา รวม 5 ตำแหน่ง เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569

การแต่งตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความเข้มแข็งในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้ได้รับการแต่งตั้ง ประกอบด้วย

▪️ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการ
▪️นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
▪️รองศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ภาควิชาการ
▪️นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชน
▪️ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม

📌 อ่านต่อ: https://www.eef.or.th/article-160626/


#กสศ #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กรรมการบริหาร

15/06/2026

“ระบบ เปรียบเสมือนรถยนต์ ส่วนคณะทำงานกลไกการขับเคลื่อนคือคนขับ เป้าหมายคือเด็กและเยาวชน”

คุณเพ็ญพร ตั้งปฏิการ ผู้ประสานงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ABE จังหวัดพิษณุโลก กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ หรือ ABE ของจังหวัดพิษณุโลก คือ การขับเคลื่อนการทำงานและประสานระหว่าง 'ระบบ' และ 'กลไก' เปลี่ยนจากการทำงานที่แยกส่วนต่างคนต่างทำ ให้เป็นการสร้างความสำเร็จร่วมกันด้วยการทำงานเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชน โดยมีกลไกขับเคลื่อนที่เป็นคนทำงานเป็นผู้ร่วมกันกำหนดทิศทางให้ระบบทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เข้ามาเดินหน้าช่วยแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนได้อย่างตรงจุดและมีรอยยิ้มทั้งผู้ให้และผู้รับ
ระบบหรือหน่วยงานเปรียบเสมือนรถยนต์ที่มีความเร็วและแรง สมรรถนะพร้อมทำงาน แต่หากขาด คนขับหรือกลไกที่มีศักยภาพ รถคันนั้นก็ไม่อาจไปถึงเป้าหมายได้

คุณเพ็ญพร ตั้งปฏิการ กล่าวต่อว่า ใช้วิธีการทำงานโดยมองถึง ระบบเป็นรถยนต์ คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อสวัสดิการที่จะสามารถส่งต่อความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้ อาทิ พมจ. โรงเรียน หรือหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้ กลไก หรือคนขับ สามารถเข้าไปหา "คน" ในหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อสร้างจุดเชื่อมต่อ และประสานพลังกันในแต่ละการดูแลรายกรณี โดยแต่ละกรณีอาจใช้กลไกที่แตกต่างกันไปตามปัญหาของเด็ก นั้นยิ่งทำให้การทำงานสานพลังเชื่อมโยงทรัพยากรไปให้ถึงตัวเด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญของการทำงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ และการขับเคลื่อนมาตรา Thailand Zero Dropout ดังเช่นกรณีน้องใบเตยhttps://www.facebook.com/share/p/1BbRjGBix2/ ที่ถูกมองหามองเห็นให้ได้รับโอกาสอีกครั้งก็เกิดจากมีกลไกและเครือข่ายที่เข้ามาทำงานร่วมกัน

ซึ่งในจังหวัดพิษณุโลกยังมีเด็กและเยาวชนหลายคนที่ยังมีเส้นทางที่สดใสแต่ขาดโอกาสในการศึกษาต่อ และเพื่อรองรับการช่วยเหลือการจัดตั้งศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 อย่างอย่างศูนย์การเรียนดาวประกายพฤกษ์ ให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดพิษณุโลกรวมทั้งพื้นที่ข้างเคียงที่มีข้อจำกัดของการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ให้สามารถเรียนและเทียบโอนประสบการณ์วุฒิการศึกษาไปต่อยอดอาชีพได้ ซึ่งนั้นไม่ใช่แค่การกลับสู่เส้นทางเรียนรู้อีกครั้ง แต่เป็นการให้อำนาจทางการศึกษา ในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่มั่นคงได้อย่างแท้จริง

#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น #การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

15/06/2026

สพฐ. เปิดรับสมัครโรงเรียนนำร่อง 10 โรงเรียนแรกทั่วประเทศ
ร่วมพัฒนา “ห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.” ด้วยแพลตฟอร์ม Mobile School
สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout เปิดรับสมัครโรงเรียนนำร่อง จำนวน 10 โรงเรียนแรกทั่วประเทศ เพื่อร่วมทดสอบ พัฒนา และออกแบบต้นแบบ “ห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.” ผ่านแพลตฟอร์ม Mobile School

จากความท้าทายทางการศึกษาในปัจจุบัน ทั้งสถานการณ์โรคระบาด ภัยพิบัติ วิกฤตการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่สามารถเข้าถึงผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทุกที่ ทุกเวลา และไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน
สพฐ. จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม Mobile School เพื่อเป็นต้นแบบ “ห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.” ที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับผู้เรียนในหลากหลายบริบท โดยเฉพาะเด็กนอกระบบ เด็กตกหล่น เด็กแขวนลอย และผู้เรียนที่มีข้อจำกัดในการมาโรงเรียน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านการทำงาน ประสบการณ์ชีวิต และบริบทจริงของผู้เรียน เปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตให้เป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้
นอกจากนี้ Mobile School ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระงานครูด้านการติดตามและบริหารจัดการการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ครูมีบทบาทเป็น “โค้ช” และผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
✨ คุณประโยชน์ของห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.
✅ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
✅ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการปิดโรงเรียน
✅ ติดตามการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง
✅ ลดความเสี่ยงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
✅ เชื่อมต่อการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน บ้าน และชุมชน
🏫 โรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับโอกาส
• ร่วมทดลองใช้งานแพลตฟอร์มต้นแบบ
• ร่วมออกแบบและให้ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาระบบ
• เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานขับเคลื่อนห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.
• ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคต
📌 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 20 กรกฎาคม 2569

ลงทะเบียน https://forms.gle/9eDteoVU6DkSpjv2A
รับเพียง 10 โรงเรียนเท่านั้น
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
084-3190134 ครูตูน พิมพ์ชนก
096-9475032 ครูคิม วชิรวิชญ์

📢 สพฐ. เปิดรับสมัครโรงเรียนนำร่อง 10 โรงเรียนแรกทั่วประเทศ

ร่วมพัฒนา “ห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.” ด้วยแพลตฟอร์ม Mobile School

สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout เปิดรับสมัครโรงเรียนนำร่อง จำนวน 10 โรงเรียนแรกทั่วประเทศ เพื่อร่วมทดสอบ พัฒนา และออกแบบต้นแบบ “ห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.” ผ่านแพลตฟอร์ม Mobile School

จากความท้าทายทางการศึกษาในปัจจุบัน ทั้งสถานการณ์โรคระบาด ภัยพิบัติ วิกฤตการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่สามารถเข้าถึงผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทุกที่ ทุกเวลา และไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน

สพฐ. จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม Mobile School เพื่อเป็นต้นแบบ “ห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.” ที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับผู้เรียนในหลากหลายบริบท โดยเฉพาะเด็กนอกระบบ เด็กตกหล่น เด็กแขวนลอย และผู้เรียนที่มีข้อจำกัดในการมาโรงเรียน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านการทำงาน ประสบการณ์ชีวิต และบริบทจริงของผู้เรียน เปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตให้เป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้

นอกจากนี้ Mobile School ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระงานครูด้านการติดตามและบริหารจัดการการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ครูมีบทบาทเป็น “โค้ช” และผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

✨ คุณประโยชน์ของห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.
✅ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
✅ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการปิดโรงเรียน
✅ ติดตามการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง
✅ ลดความเสี่ยงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
✅ เชื่อมต่อการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน บ้าน และชุมชน

🏫 โรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับโอกาส
• ร่วมทดลองใช้งานแพลตฟอร์มต้นแบบ
• ร่วมออกแบบและให้ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาระบบ
• เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานขับเคลื่อนห้องเรียนดิจิทัล สพฐ.
• ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคต

📌 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 20 กรกฎาคม 2569
ผ่านลิ้ง https://forms.gle/9eDteoVU6DkSpjv2A
รับเพียง 10 โรงเรียนเท่านั้น

📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
084-3190134 ครูตูน พิมพ์ชนก
096-9475032 ครูคิม วชิรวิชญ์

#ห้องเรียนดิจิทัลสพฐ
#สพฐ #การศึกษาที่ยืดหยุ่น
#เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา #พาน้องกลับมาเรียนนำการเรียนไปให้น้อง
#ลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา

15/06/2026

คำตอบนี้มีรางวัล
“สถาบันทางศาสนา” จัดตั้งศูนย์การเรียนได้หรือไม่ เพราะอะไร,จะดีไหมถ้าทำได้ **ตอบให้ครบทั้ง 3 หัวข้อ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


อาคารเอส. พี. (อาคารเอ) ชั้น 13 เลขที่ 388 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00