10/02/2024
新年快乐!
เพจการศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของสำนวนสุภาษิตจีน
10/02/2024
新年快乐!
07/02/2024
ประกาศผลกิจกรรม “LIKE & SHARE ครบรอบ 2 ปี” เพจเกร็ดสำนวนสุภาษิตจีน 🎊 ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ 🎊
ทางแอดมินจะติดต่อกลับไปค่ะ🥰
11/01/2024
ต้าเจียห่าว!...เชิญร่วมสนุกกิจกรรม “LIKE & SHARE ครบรอบ 2 ปี” เพจเกร็ดสำนวนสุภาษิตจีน
สมาชิกเพจลุ้นรับของรางวัลเก๋ไก๋สไตล์จีน...กติกาง่าย ๆ เพียง
1.เริ่มจากการเป็นสมาชิกเพจด้วยการกด Like หรือ Follow
2.หลังจากนั้น กด Like ที่หน้าโพสต์นี้ แล้วกด Share โพสต์นี้แบบสาธารณะ
3.ร่วมสนุกตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 มกราคม 2567
*ประกาศรายชื่อผู้โชคดีทางหน้าเพจในวันที่ 24 มกราคม 2567 (ของรางวัลจัดส่งฟรี)
มอบรางวัลแก่สมาชิกเพจผู้โชคดีจำนวน 4 ท่าน เป็นสมุดโน้ตสไตล์จีนขนาด A5 จำนวน 4 รางวัล
เงื่อนไขการรับรางวัล
*รางวัลจากการสุ่มผู้โชคดีที่ปฏิบัติตามกติกาครบทุกข้อ
**คำตัดสินของแอดมินถือเป็นที่สิ้นสุด
มาร่วมแบ่งปันความรู้กับเพจเพื่อการศึกษา เพจ 成语故事: เกร็ดสำนวนสุภาษิตจีน
โดยแอดมินเพจ: เจิ้งเหล่าซือ(郑老师)
#เกร็ดสำนวนสุภาษิตจีน
11/01/2024
วันนี้จะนำเสนอสำนวนจีนที่เกี่ยวกับตัวอักษรมังกรหรือหลง (龙)ในหัวข้อ "มังกรอักษรา" ตอนที่ 2
龙腾虎跃【lóng téng hǔ yuè】มังกรเหินทะยานฟ้า พยัคฆาก้าวกระโจน
*แปลตามตัวอักษรคือ
龙 lóng มังกร
腾 téng ทะยานขึ้น เหิน ก้าวขึ้น
虎 hǔ เสือ
跃 yuè ก้าวกระโดด กระโจน
สำนวนนี้อธิบายถึงการเคลื่อนไหวที่มีความกระฉับกระเฉงและทรงพลัง นอกจากนี้ยังหมายถึงการดำเนินการใด ๆ ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากทั่วไป
01/01/2024
สวัสดีปีมังกร 龙年快乐!
ตลอดปีมังกรนี้ เจิ้งเหล่าซือจะเพิ่มการนำเสนอสำนวนและสุภาษิตจีนที่ประกอบด้วยตัวอักษรมังกรหรือหลง (龙) ในหัวข้อ "มังกรอักษรา"
สำหรับสำนวนแรกของปีนี้จะเริ่มต้นสำนวนอันเป็นมงคลและรุ่งเรืองต้อนรับวันปีใหม่ที่ว่า 鱼跃龙门 【yú yuè lóng mén】ปลากระโดดข้ามประตูมังกร เป็นสำนวนที่มีที่มาจากตำนานปรัมปราของจีน หรือ สำนวนเต็มคือ 鲤鱼跳龙门【lǐ yú tiào lóng mén】ปลาหลี่กระโดดข้ามประตูมังกร
ความหมายคือ หากปลาหลี่ตัวใดสามารถแหวกว่ายกระโดดข้ามประตูมังกรซึ่งเป็นประตูสวรรค์ในแม่น้ำเหลืองได้ มันจะกลายเป็นมังกร นัยยะคือ หากมีความมุ่งมั่น พยายามก็จะประสบความสำเร็จได้แน่นอน สำนวนนี้จึงนำมาใช้อุปมาการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
นอกจากนี้คำว่า 鱼 【yú】ปลา ยังพ้องเสียงกับคำว่า 余 ที่แปลว่าเหลือหรือเกิน มีความหมายคือ มีเหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์ และปลายังถือเป็นสัตว์มงคลของจีนอีกด้วย
*เกร็ดความรู้
ปลาหลี่คือปลาคาร์ฟ คนจีนถือว่าเป็นสัตว์มงคล มักปรากฏในงานจิตรกรรมและประติมากรรมต่าง ๆ ของจีน
01/01/2024
Happy New Year 2024!
元旦快乐!yuán dàn kuài lè!
31/12/2023
再见 2023
22/06/2023
端午节 【duānwǔjié】 เทศกาลตวนอู่ หรือ ที่เรามักเรียกว่า"เทศกาลไหว้บะจ่าง"หรือ "เทศกาลแข่งเรือมังกร" เป็นหนึ่งในสี่เทศกาลสำคัญของจีนตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินทางจันทรคติ เป็นการระลึกถึงวันที่ Qū Yuán กวีผู้รักชาติกระโดดน้ำเสียชีวิต
25/05/2023
欲擒故纵 [yù qín gù zòng] อยากจับ แกล้งปล่อย
แปลความหมายตามคำศัพท์
欲 [yù] ต้องการ ปรารถนา
擒 [qín] จับ
故 [gù] แกล้ง จงใจ
纵 [zòng] ปล่อย ให้ไป
สำนวน “อยากจับ แกล้งปล่อย” อุปมาคือการจงใจแสดงการผ่อนคลายผ่อนปรนต่ออีกฝ่ายหรือแกล้งจงใจไม่จับอีกฝ่าย แต่แท้จริงก็เพื่อที่จะควบคุมอีกฝ่ายและต้องการจับตัวอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง สำนวนจีนนี้เป็นหนึ่ง "สามสิบหกกลยุทธ์"
หนึ่งในเรื่องราวของสำนวนนี้มาจากวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก ในตอน “จูกัดเหลียงจับเบ้งเฮ็ก 7 ครั้ง”(诸葛亮七擒孟获) ซึ่งเป็นที่แพร่หลายและคุ้นเคยสำหรับผู้อ่านชาวไทย เรื่องราวมีดังนี้
ในช่วงปลายของสามก๊ก อาณาจักรจ๊กก๊ก (สู่ฮั่น- 蜀汉) ภายใต้การปกครองโดยพระเจ้าเล่าเสี้ยน มีจูกัดเหลียง (จูเก่อเลี่ยง- 诸葛亮) ดำรงตำแหน่งสมุหนายก เขามีความตั้งใจที่แน่วแน่ที่จะสานต่อปณิธานของพระเจ้าเล่าปี่ จึงเตรียมกองรุกขึ้นทางเหนือเพื่อรวบรวมแผ่นดินจีนและฟื้นฟูราชวงค์ฮั่น
ในเวลานั้น เบ้งเฮ็ก (เมิ่งฮั่ว- 孟获) หัวหน้ากลุ่มคนป่าเถื่อนในดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจ๊กก๊กได้นำกองกำลังจำนวนกว่าแสนนายขึ้นมารุกรานจ๊กก๊ก
เพื่อที่จะแก้ปัญหาความพะว้าพะวังในการเตรียมทัพรุกขึ้นเหนือ จูกัดเหลียงจึงตัดสินใจว่าต้องนำกองทัพไปปราบกลุ่มเบ้งเฮ็กให้สงบเสียก่อน
เมื่อกองทัพของจ๊กก๊กมาถึงใกล้บริเวณแม่น้ำลกซุย (แม่น้ำหลูสุ่ย ปัจจุบันคือแม่น้ำจินซา) ก็ได้ล่อศัตรูเข้าสู่สนามรบและซุ่มโจมตีในหุบเขา เบ้งเฮ็กจึงถูกล่อเข้าสู่วงล้อมซุ่มโจมตีทำให้พ่ายแพ้และถูกจับตัว
ตามหลักแล้ว การที่กองทัพจ๊กก๊กสามารถจับกุมผู้บังคับบัญชาหลักของฝ่ายศัตรูได้จะทำให้กองทัพศัตรูปั่นป่วนและขาดประสิทธิภาพในการรบในช่วงเวลาหนึ่ง และหากไล่ตามก็จะสามารถเอาชนะกองทัพศัตรูได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม จูกัดเหลียงคำนึงถึงศักดิ์ศรีของเบ้งเฮ็กในหมู่ชนป่าเถื่อนทางตะวันตกเฉียงใต้ว่ามีอิทธิพลสูงเพียงไร ถ้าหากเบ้งเฮ็กเชื่อใจและยอมจำนน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ถึงจะมีเสถียรภาพอย่างแท้จริง มิฉะนั้น ชนเผ่าป่าเถื่อนต่างๆ ทางตอนใต้จะยังคงไม่หยุดยั้งการรุกทำสงครามและจะทำให้แนวหลังของจ๊กก๊กยากที่จะมั่นคง ดังนั้น จูกัดเหลียงจึงตัดสินใจว่าจะต้องมัดใจเบ้งเฮ็กให้ได้และตัดสินใจปล่อยตัวเบ้งเฮ็กกลับไป
แม้จะได้รับการปล่อยตัว แต่เบ้งเฮ็กกล่าวว่าอย่างไม่ใยดีว่าเขาจะเอาชนะจ๊กก๊กให้จงได้ในครั้งต่อไป ขณะที่จูกัดเหลียงนั้นได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบอันใด
เมื่อเบ้งเฮ็กกลับไปที่ค่ายก็ได้ออกคำสั่งให้กองกำลังทำการปกป้องฝั่งใต้ของแม่น้ำลกซุยเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพจ๊กก๊กข้ามแม่น้ำมาได้
ในขณะที่เดียวกัน จูกัดเหลียงก็ฉวยโอกาสจากความไม่ทันเตรียมพร้อมของศัตรู ย่องข้ามแม่น้ำจากบริเวณที่ยังไม่ได้ป้องกัน และเข้าโจมตียุ้งฉางของเบ้งเฮ็ก
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เบ้งเฮ็กโกรธมากและลงโทษบรรดาทหารอย่างรุนแรง จึงส่งผลให้เหล่าทหารเกิดการต่อต้าน ดังนั้นพวกเขาจึงตกลงที่จะยอมจำนน โดยหาโอกาสช่วงที่เบ้งเฮ็กเมาสุราไม่ได้ทันตั้งตัวมัดตัวเบ้งเฮ็กมาส่งที่ค่ายจ๊กก๊ก
อย่างไรก็ดี จูกัดเหลียงเห็นว่าเบ้งเฮ็กยังคงไม่ยอมจำนน จึงได้ปล่อยเขาไปเป็นครั้งที่ 2
หลังจากนั้น เบ้งเฮ็กได้ใช้กลอุบายอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งทั้งหมดจูกัดเหลียงก็สามารถจับเขาได้อีก 4 ครั้งและปล่อยตัวทั้ง 4 ครั้ง
ครั้งสุดท้าย ครั้งที่ 7 จูกัดเหลียงได้จุดไฟเผาทหารเสื้อเกราะหวายของเบ้งเฮ็กและจับเป็นเบ้งเฮ็กอีกเป็นครั้งที่ 7
ในที่สุด เบ้งเฮ็กก็รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณจูกัดเหลียงอย่างจริงใจที่ไม่ฆ่าเขาถึง 7 ครั้งและสาบานว่าจะไม่สู่รบกับจ๊กก๊กอีกต่อไป
ตั้งแต่นั้นมา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจ๊กก๊กก็มั่นคง และจูกัดเหลียงก็สามารถยกกองทหารรุกไปยังทางเหนือได้ไม่ต้องพะวงอีกต่อไป
//เกร็ดความรู้//
*ยุคสามก๊ก (ค.ศ.220 – ค.ศ.280) เป็นยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน เริ่มต้นในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกซึ่งปกครองโดยพระเจ้าเหี้ยนเต้ เป็นยุคที่แผ่นดินจีนแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก วุยก๊ก (เว่ยกั๋ว) จ๊กก๊ก (สู่ฮั่น) และง่อก๊ก (อู๋กั๋ว)
**จ๊กก๊ก (สู่ฮั่น- 蜀汉) ก๊กหนึ่งในยุคสามก๊ก รัฐแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ของฮั่นจง เสฉวน) ฉงชิ่ง ยูนนาน กุ้ยโจวและทางตอนเหนือของกวางสี
***วรรณกรรมสามก๊ก (Romance of the Three Kingdoms, ซานกั๋วเหยี่ยนอี้三国演义) เป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ เรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในยุคสามก๊กมีผู้นำมาเล่าเป็นนิทานเล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน และนำมาปรับปรุงเสริมแต่งเพื่อเล่นเป็นการแสดงงิ้ว จนกระทั่งหลัวกว้านจงในยุคปลายราชวงศ์หยวนต่อต้นราชวงศ์หมิงได้นำสามก๊กมาเรียบเรียงใหม่อีกครั้งในรูปแบบของหนังสือ จนกลายเป็นหนึ่งในสี่วรรณกรรมอมตะของจีนและแพร่หลายไปในหลายประเทศทั่วโลก
****จูกัดเหลียง ชื่อรองว่าข่งหมิงหรือขงเบ้งเป็นนักยุทธศาสตร์การทหารสำคัญของจีน
*****เบ้งเฮ็กหรือเมิ่งฮั่วเป็นตัวละครในวรรณกรรมสามก๊กและมีหลักฐานว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก เป็นผู้นำประเทศอิสระบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของจ๊กก๊ก ซึ่งปัจจุบันคือเขตปกครองตนเองชนชาติไท จิงผ่อ เต๋อหง ในสิบสองปันนา
อ้างอิง
http://www.guoxuemeng.com/guoxue/15660.html
https://baike.baidu.com/.../%E6%AC%B2%E6%93%92%E6.../16929
ท่านสมาชิกที่นำข้อมูลนี้ไปใช้ กรุณาให้เครดิตเพจด้วยนะคะ ^^
เพจเกร็ดสำนวนสุภาษิตจีน เขียนโดย เจิ้งเหล่าซือ (郑老师)
30/04/2023
劳动节快乐 !สุขสันต์วันแรงงาน!
ในภาษาจีน "วันแรงงาน" คือ "劳动节"【láodòngjié】หรือ สามารถใช้คำว่า "五一" 【wǔ yī】ซึ่งหมายถึงวันที่ 1 พฤษภาคม นั่นเอง
24/03/2023
声东击西 [shēng dōng jī xī] ส่งเสียงทางตะวันออก โจมตีทางตะวันตก
声 shēng ส่งเสียง ประกาศ ป่าวร้อง
东 dōng ตะวันออก
击 jī โจมตี บุก
西 xī ตะวันตก
สำนวน “ส่งเสียงทางตะวันออก โจมตีทางตะวันตก” ปรากฏในฮั่น·หลิวอัน (หวยหนานจื่อ·ปินเล่วซวิ่น) - 汉·刘安《淮南子·兵略训》และ ถัง·ตู้โย่ว (ทงเตี่ยน·ปินลิ่ว) - 和唐·杜佑《通典·兵六》
สำนวนนี้เป็นกลวิธีและแนวคิดเชิงกลยุทธ์ที่จะทำให้คู่ต่อสู้มีภาพลวงตาและทำให้ชนะคู่ต่อสู้โดยที่ไม่ทันตั้งตัว หมายความว่า สร้างภาพลวงให้เห็นว่าจะโจมตีทางทิศตะวันออก แต่แท้จริงแล้วตั้งใจโจมตีทางทิศตะวันตก ในทางทหารเป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้ข้าศึกสับสนและทำให้ได้ชัยชนะ
สำนวนจีนนี้เป็นหนึ่ง "สามสิบหกกลยุทธ์" มีการนำมาใช้ในวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์หรือพงศาวดารที่หลากหลาย ในที่นี้จะหยิบยกเรื่องที่มาจาก “สงครามฉู่-ฮั่น (206–202 ปีก่อนคริสตกาล)”
เรื่องมีดังนี้
ในระหว่างการต่อสู้เพื่อแย่งชิงแผ่นดินระหว่างราชวงศ์ฉู่และราชวงศ์ฮั่น(楚汉争霸时期)หรือที่เรียกว่า “สงครามฉู่-ฮั่น”
ครั้งหนึ่งหลิวปัง (刘邦)อ๋องแห่งแคว้นฮั่น (汉) ได้นำกองทัพเข้าโจมตีเมืองเผิงเฉิง(彭城) เมืองหลวงของแคว้นฉู่ (楚)แต่ถูกกองทัพของเซี่ยงอวี่(项羽-คนไทยรู้จักในนามฌ้อปาอ๋อง) โจมตีพ่ายแพ้และหนีไปยังพื้นที่เมืองซิงหยาง(荥阳)
ในเวลานี้ ทหารจำนวนมากที่เคยยอมจำนนต่อหลิงปังเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี จึงทยอยหันไปยอมจำนนต่อเซี่ยงอวี่ แม้แต่เว่ยหวังเป้า (魏王豹) ซึ่งเป็นนายพลภายใต้บังคับบัญชาของหลัวปังก็ออกจากค่ายทัพฮั่นและกลับไปยังเมืองเหอหนาน (河南) ซึ่งเป็นพื้นที่ครองอำนาจเดิมของเขาเช่นกัน
ทันทีที่เว่ยหวังเป้ามาถึงเมืองเหอหนาน เขาก็สั่งปิดด่านหลินจิ้น (临晋关- ปัจจุบันตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองต้าหลี่ มณฑลส่านซี) ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำฮวงโหทันทีเพื่อสกัดเส้นทางการถอยร่นของกองทัพฮั่น และรีบไปเจรจาสงบศึกกับทางเซี่ยงอวี่
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ทำให้กองทัพฮั่นถูกโจมตีจากทั้งสองฝ่าย และเข้าสู่วิกฤตมากขึ้น ๆ
ดังนั้น หลิวปังจึงส่งนายพลของเขาไปเกลี้ยกล่อมเว่ยหวังเป้าให้กลับมาเข้าร่วมกับกองทัพฮั่นอีกครั้ง แต่เว่ยหวังเป้ากลับยืนกรานที่จะเลือกตามทางที่เขาตัดสินใจและปฏิเสธอย่างหนักแน่น
เมื่อรู้เช่นนี้ หลิวปังจึงส่งแม่ทัพหานซิ่น (韩信) ไปปราบเว่ยหวังเป้าอย่างไม่รอช้า
เมื่อรู้ว่าทางกองทัพฮั่นจะมาปราบ เว่ยหวังเป้าจึงสั่งให้นายพลไป่จื๋อ (柏直)รวบรวมกำลังพลในทันทีเพื่อป้องกันพื้นที่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำฮวงโหอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพฮั่นข้ามแม่น้ำมาได้
อย่างไรก็ดี หานซิ่นได้นำกองทัพฮั่นไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำฮวงโห เขาเห็นว่าภูมิประเทศบริเวณผูป่าน (蒲坂- ปัจจุบันคือเมืองผู่โจว มณฑลซานซี) นั้นอันตราย ป้องกันง่ายและยากต่อการถูกโจมตี และฝั่งตรงข้ามมีการป้องกันอย่างแน่นหนา ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าจะเป็นการยากที่จะชนะโดยการโจมตีจากบริเวณนี้
ดังนั้น หานซิ่นจึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์ในศิลปะแห่งสงครามที่มีชื่อว่า "ส่งเสียงทางตะวันออก โจมตีทางตะวันตก “ โดยเตรียมที่จะข้ามฝั่งของแม่น้ำฮวงโหที่เชี่ยวกรากให้ได้
เพื่อสร้างความสับสนให้กับไป่จื้อ หานซิ่นสั่งให้ทหารจำนวนนึงตั้งค่ายที่ฝั่งตรงข้ามของบริเวณผูป่านและให้พวกเขาฝึกกองทัพและลาดตระเวนทุกวัน โดยแสร้งทำว่ากองทัพฮั่นมีแผนที่จะข้ามแม่น้ำเหลืองจากที่นี่อย่างลับๆ ในอีกด้านหนึ่งได้แอบสั่งย้ายกองกำลังหลักของกองทัพฮั่นไปที่ปากแม่น้ำเซี่ยหยาง (夏阳) โดยเขาวางแผนที่จะแอบข้ามแม่น้ำฮวงโหจากเซี่ยหยางและเข้าโจมตีเว่ยหวังเป้า
แน่นอนว่าไป่จื้อตกอยู่ในกลอุบายของหานซิ่น โดยเขาคิดว่ากองทัพฮั่นกำลังจะข้ามแม่น้ำจากบริเวณผูป่าน ดังนั้น เขาจึงรายงานข่าวดีกับเว่ยหวังเป้า โดยบอกว่าบริเวณผูป่านได้รับการปกป้องอย่างดีและแข็งแกร่ง อีกทั้งกองทัพฮั่นไม่เคยคิดจะข้ามแม่น้ำฮวงโห ขอให้แม่ทัพเว่ยหวังเป้าสบายใจได้เลย
หลังจากที่หานซิ่นนำกองทหารชั้นยอดไปยังเซี่ยหยาง เขาก็สั่งให้ทหารตัดต้นไม้ทันที ทำถังไม้จำนวนมาก มัดเข้าด้วยกัน และมัดเข้ากับแพไม้เพื่อทำเป็นแพสำหรับข้ามแม่น้ำฮวงโห ทันทีที่กองทัพฮั่นขึ้นฝั่ง พวกเขาก็ตรงไปที่เมืองอันอี้ (安邑) เมืองที่บัญชาการของเว่ยหวังเป้า
เมื่อเว่ยหวังเป้ารู้ข่าวจึงรีบรวบรวมทัพของเขาอย่างเร่งรีบและนำกองกำลังเข้าต่อสู้ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว ทหารของเว่ยหวังเป้าไม่สามารถต่อกรกับกองทัพของฮั่นได้เลย จึงพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช และเว่ยหวังเป้าเองก็ถูกหานซิ่นจับเป็นกลับไป
เกร็ดความรู้
*สงครามฉู่-ฮั่น (206–202 ปีก่อนคริสตกาล) เกิดขึ้นภายหลังจากราชวงศ์ฉินล่มสลาย แผ่นดินจีนเกิดสูญญากาศในการปกครอง ทำให้การต่อสู้ชิงอำนาจระหว่างราชวงศ์ฉู่กับราชวงศ์ฮั่น โดยมีเซี่ยงอฺวี่ (項羽) หรือที่คนไทยรู้จักในนามฌ้อปาอ๋อวเป็นผู้นำรัฐฉู่ และ หลิวปัง (刘邦) หรือคนไทยรู้จักในนามเล่าปังเป็นผู้นำรัฐฮั่น จนกระทั่งปีที่ 202 ก่อนคริสตกาล รัฐฮั่นมีชัยเหนือรัฐอื่นทั้งหมด จึงรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งอีกครั้งโดยมีราชวงศ์ฮั่นปกครองและมีหลิวปังเป็นปฐมกษัตริย์พระนามว่าพระเจ้าฮั่นเกาจู่
**หลิวปัง (刘邦) หรือ เล่าปัง (256 ปีก่อนคริสตกาล –195 ปีก่อนคริสตกาล) ได้รวบรวมแผ่นดินจีนและเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งราชวงศ์ฮั่น พระนามว่า พระเจ้าฮั่นเกาจู่(汉高祖)หรือ ฮั่นโกโจ
อ้างอิง
https://baike.baidu.com/item/%E5%A3%B0%E4%B8%9C%E5%87%BB%E8%A5%BF/533828
崔钟雷.成语典故大全.哈尔滨:哈尔滨出版社,2018:271-272
ท่านสมาชิกที่นำข้อมูลนี้ไปใช้ กรุณาให้เครดิตเพจด้วยนะคะ ^^
เพจเกร็ดสำนวนสุภาษิตจีน เขียนโดย เจิ้งเหล่าซือ (郑老师)