23/07/2023
สมัยเด็ก ไปเดินจ่ายตลาดกับแม่ จึงได้นำเอาประสบการณ์
ของอาหารสดในตลาด มาใช้กับ
การสอนวิชาจุลชีววิทยาทางอาหาร
พอจบป.ตรี ทำงานแรกที่
SEATO Medical Laboratory
เป็นงานด้านจุลชีววิทยาเกี่ยวกับทอกซิน
ของเชื้ออหิวาต์และเชื้อสแตบฟิโลคอกคัส
ที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษกับคน
ย้ายมาเป็นอจ.คณะกสิกรรมและสัตวบาล ปีพ.ศ.2505 ได้ทุนไปเรียน
USA กลับมาบุกเบิกตั้งคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ (พ.ศ.2509)
เปิดหลักสูตรจุลชีววิทยาได้ทันเวลา ได้อุทิศตนทุ่มเทเต็มความสามารถ
เพราะงานด้านจุลชีววิทยาต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือมาก และมีราคาสูง
โดยมีนิสิตให้ความสนใจเรียนวิชานี้ไม่น้อยกว่า 3-400 คนต่อภาคการ
ศึกษา
ความรับผิดชอบในการจัดหาอุปกรณ์ให้พอเพียง ต้องปรับวิธีการให้
เหมาะสม เช่น ดูค่าเงินต่งประเทศในการสั่งซื้อของ, ใช้อุปกรณ์เครื่องแก้ว
บางอย่างภายในประเทศเราเอง,บางอย่างก็ให้ช่างผลิตให้
ได้รับเชิญให้ร่วมเขียนตำราเรื่อง “จุลชีววิทยาของอาหารหมัก” จัดพิมพ์
โดยสำนักพิมพ์อังกฤษ และหนังสือจุลชีววิทยากับชีวิตประจำวันสำหรับ
ประชาชนทั่วไป
ด้านการหลักสูตร
อจ.เป็นประธานกรรมการจัดทำหลักสูตรจุลชีววิทยา
ของภาควิชาตลอดมา
และได้รับเชิญให้ไปเป็นประธานและกรรมการจัดทำหลักสูตรจุลชีววิทยาเทคโนโลยีชีวภาพ และวิทยาศาสตร์การอาหาร ทั้งระดับ
ป.ตรี โท เอก ให้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆอีก
จากผลงานดังกล่าว ทำให้ศ.นภา โล่ห์ทอง ได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น ระดับอุดมศึกษา
โดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (เมื่อปี
พ.ศ.2535)
งานวิจัย
ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 50 เรื่อง
การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาการหมักเต้าเจี้ยวและซีอิ๊วในประเทศไทย
โดยใช้กล้าสปอร์เชื้อรา” ได้รับรางวัลวิจัยดีเยี่ยมสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยาประจำปี 2530 จากสำนักงานคณะ
กรรมการวิจัยแห่งชาติ
งานวิจัยชิ้นนี้ นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการหมักเต้าเจี้ยว
และซีอิ๊วในประเทศไทย
และได้เปิดให้เอกชน ประชาชนนำผลงานวิจัยของอจ.ไปใช้อย่าง
ไม่มีค่าใช้จ่าย
สำหรับนักวิทยาศาสตร์รุ่นแรกๆนั้น การที่มีคนนำงานวิจัยไปใช้
ให้เกิดประโยชน์ นับว่า เป็นความภาคภูมิใจมากกว่า
ค่าตอบแทนใดๆ
การทำงานวิจัยของอจ.นภา ได้รับทุนจากต่างประเทศ ทำให้มีเครื่องมือ
ราคาแพงมาใช้ ทั้งงานวิจัยและเป็นเครื่องมือกลางสำหรับนิสิตอีกด้วย
ได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น สาขาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีประจำ พ.ศ.2536 ในโอกาสครบรอบ 15 ปีของสถาบันวิจัย
และพัฒนาแห่งม.เกษตรศาสตร์
ศ.นภา ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศมากมาย ที่เด่นๆคือ
เป็นผู้ก่อตั้งความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ในสาขาทรัพยากรจุลินทรีย์
ภายใต้การสนับสนุนของ JSPS และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
เป็นผลให้ม.เกษตรศาสตร์ เป็นแกนนำของไทยตั้งแต่ปี 2540 มาจนถึง
ปัจจุบัน
แนวคิด
“หากรอให้พร้อมหรือจะได้เริ่ม หากไม่มีปัญหาก็ไม่ใช่งาน”
เราจะต้องเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความพร้อม ไม่ใช่รอให้ผู้อื่นเตรียมความ
พร้อมไว้ให้แล้วจึงทำ
แต่ละบุคคลจะบรรลุความสำเร็จไม่ได้เลย หากองค์กรไม่เจริญก้าวหน้า
ดังนั้นการทำงานเพื่อส่วนรวมจึงจำเป็น
ในบรรยากาศของอดีตเมื่อสมัยนั้น ทุกอย่างคือ การบุกเบิก ทำให้ทุกคน
มีวิญญาณของการทุ่มเทให้กับงานส่วนรวม
#80ปีเกษตรสร้างชาติ
#80ปีเกษตรศาสตร์
#สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
#เกษตรศาสตร์
#80ปีเกษตรสร้างชาติเกษตรศาสตร์สร้างคน