20/07/2026
🙏🏻🎼🎹
🎵 รู้หรือไม่? การใช้ "ทำนอง" และ "จังหวะ" สามารถช่วยฟื้นฟูการพูดได้
วันนี้ผมขอพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ Melodic Intonation Therapy (MIT) กันครับ
🧠 Melodic Intonation Therapy (MIT) เป็นเทคนิคการบำบัดที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุนว่าสามารถช่วยฟื้นฟูการพูดในผู้ที่มีภาวะเสียการสื่อความแบบ Non-fluent Aphasia หรือ Broca’s Aphasia ซึ่งมักมีข้อจำกัดในการพูด เช่น พูดได้ลำบาก พูดไม่คล่อง พูดได้เพียงคำหรือวลีสั้น ๆ หรือต้องใช้เวลาในการนึกคำ แม้ว่าจะยังเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดได้ดี แต่การพูดสื่อสารกลับทำได้ยาก
🎼 ปัจจุบัน MIT ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในแนวทางดนตรีบำบัดทางระบบประสาท (Neurologic Music Therapy: NMT) โดยใช้องค์ประกอบทางดนตรี ได้แก่ ทำนอง (melody) และจังหวะ (rhythm) เพื่อส่งเสริมการพูดผ่านการร้องวลีหรือประโยคสั้น ๆ ตามทำนองที่กำหนด ร่วมกับการเคาะจังหวะด้วยมือซ้าย (left-hand tapping) เพื่อกระตุ้นเครือข่ายสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลทางดนตรี การเคลื่อนไหว และการพูด
🎤 แม้ว่าการพูดและการร้องเพลงจะเป็นกระบวนการที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองกิจกรรมอาศัยระบบสมองบางส่วนร่วมกัน ส่งผลให้ดนตรีสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการกระตุ้นระบบที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร และสนับสนุนการฟื้นฟูความสามารถด้านการพูดในบุคคลที่มีภาวะ aphasia
📚 จากหลักฐานงานวิจัย พบว่า MIT อาจส่งเสริมความยืดหยุ่นของระบบประสาท (neuroplasticity) ผ่านหลายกลไก ได้แก่ การจัดระเบียบการทำงานด้านภาษาในสมองขึ้นใหม่ การกระตุ้นการทำงานของระบบเซลล์ประสาทกระจกเงา (mirror neuron system) การอาศัยคุณลักษณะที่ดนตรีและภาษามีร่วมกัน เช่น ระดับเสียงและจังหวะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการประมวลผลที่เชื่อมโยงกัน ตลอดจนการส่งเสริมแรงจูงใจและสภาวะอารมณ์ของผู้ป่วย ซึ่งเอื้อต่อการฟื้นฟูความสามารถด้านการสื่อสาร (Haro-Martínez et al., 2021)
🧩 หลักฐานจากการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ García-Casares, Barros-Cano, and García-Arnés (2022) สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยพบว่าภายหลังการใช้ MIT มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมองได้หลายรูปแบบ ทั้งการเพิ่มการทำงานของสมองซีกขวาซึ่งเกี่ยวข้องกับการประมวลผลทำนอง จังหวะ และลักษณะน้ำเสียงของภาษา (prosody) การเพิ่มการทำงานของบริเวณสมองซีกซ้ายรอบตำแหน่งรอยโรค (left perilesional areas) ตลอดจนการมีส่วนร่วมของสมองทั้งสองซีกในการฟื้นฟูความสามารถด้านการพูดและภาษา
🇹🇭 สำหรับในประเทศไทย มีการศึกษาในรูปแบบ single-case study ซึ่งนับเป็นหนึ่งในงานวิจัยแรก ๆ ที่นำเทคนิค MIT มาใช้โดยนักดนตรีบำบัดที่ผ่านการอบรม Neurologic Music Therapy (NMT) โดยศึกษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะสูญเสียการสื่อภาษาแบบโบรคา จำนวน 1 ราย ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังได้รับการบำบัดด้วย MIT จำนวน 8 ครั้ง ผู้ป่วยมีพัฒนาการด้านการพูดดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพูดรู้ความ การพูดคำเดียว การพูดเป็นวลี และการพูดเป็นประโยค เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง baseline (Preechanon, Boonyam, & Chiengchana, 2025)
🎯 ในเชิงกระบวนการบำบัด MIT ไม่ได้มุ่งฝึกให้ผู้รับบริการร้องเพลง แต่ใช้การเปล่งวลีหรือประโยคเป็นทำนองร่วมกับการเคาะจังหวะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัด การบำบัดดำเนินไปตามโครงสร้างและลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ดังรายละเอียดต่อไปนี้
🎼 ขั้นตอนของ Melodic Intonation Therapy (MIT)
1️⃣ นักดนตรีบำบัดฮัมทำนองของวลี/ประโยคเป้าหมาย พร้อมพาผู้รับบริการเคาะจังหวะด้วยมือซ้าย โดยการเคาะจังหวะจะดำเนินควบคู่กับการร้องวลีตลอดกระบวนการบำบัด
2️⃣ นักดนตรีบำบัดร้องวลี/ประโยคเป้าหมายเป็นทำนอง
3️⃣ นักดนตรีบำบัดและผู้รับบริการร้องวลี/ประโยคเป้าหมายร่วมกันซ้ำหลายครั้ง
4️⃣ นักดนตรีบำบัดค่อย ๆ ลดระดับเสียงร้องของตนเองลง เพื่อให้ผู้รับบริการเปล่งเสียงได้ด้วยตนเองมากขึ้น
5️⃣ นักดนตรีบำบัดร้องวลี/ประโยคเป้าหมายก่อน แล้วให้ผู้รับบริการร้องหรือพูดตาม (Echoing)
6️⃣ นักดนตรีบำบัดใช้คำถามหรือคำกระตุ้น เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถพูดวลี/ประโยคเป้าหมายได้ด้วยตนเอง
💬 หากมีข้อสงสัยหรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คอมเมนต์ไว้ได้เลยครับ�📌 ฝากกดติดตามเพจ เพื่อไม่พลาดสาระความรู้เกี่ยวกับดนตรีบำบัดครับ
บรรณานุกรม
García-Casares, N., Barros-Cano, A., & García-Arnés, J. A. (2022). Melodic Intonation Therapy in Post-Stroke Non-Fluent Aphasia and Its Effects on Brain Plasticity. Journal of clinical medicine, 11(12), 3503. https://doi.org/10.3390/jcm11123503
Haro-Martínez, A., Pérez-Araujo, C. M., Sanchez-Caro, J. M., Fuentes, B., & Díez-Tejedor, E. (2021). Melodic Intonation Therapy for Post-stroke Non-fluent Aphasia: Systematic Review and Meta-Analysis. Frontiers in neurology, 12, 700115. https://doi.org/10.3389/fneur.2021.700115
Preechanon, N., Boonyam, T., & Chiengchana, N. (2025). A SINGLE-CASE STUDY OF USING MUSIC THERAPY TO IMPROVE EXPRESSIVE LANGUAGE IN A STROKE PATIENT WITH BROCA’S APHASIA. Mahidol Music Journal, 8(2), 175–194. retrieved from https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mmj/article/view/277159
#ดนตรีบำบัด #ฟื้นฟูการพูด #โรคหลอดเลือดสมอง #สุขภาพ