13/04/2026
บทความเรื่อง การสร้างประสบการณ์ผ่านกาลเวลา: จากอดีตสู่การออกแบบสมัยใหม่
โดย
แสงเพชญ์ ศรีนิ่ม
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์แนวคิด “สวนลอยบาบิโลน (Hanging Gardens of Babylon)” ในฐานะสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมยุคโบราณที่สะท้อนรากฐานของ “การออกแบบเชิงประสบการณ์ผู้ใช้ (user experience design)” และ “การออกแบบเพื่อมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (human-centered design)” สวนลอยฯ แสดงให้เห็นแนวคิดการคิดเชิงออกแบบ (design thinking) ผ่านการเข้าใจผู้ใช้และสร้างนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ตอบสนองทั้งด้านอารมณ์และฟังก์ชัน นอกจากนี้ ยังบูรณาการการคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) ในการแก้ปัญหาข้อจำกัดของภูมิอากาศและการคิดสร้างสรรค์ (creative thinking) ในการผสานธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมอย่างกลมกลืน แนวคิดดังกล่าวได้รับการสืบทอดและตีความใหม่ในยุคสมัยใหม่ผ่านผลงานของสถาปนิกระดับโลก เช่น นอร์แมน ฟอสเตอร์ และซาฮา ฮาดิด ซึ่งต่างนำหลักการออกแบบเชิงประสบการณ์มาใช้ในบริบทเทคโนโลยีร่วมสมัย ทั้งการสร้างอาคารที่ยั่งยืนและการออกแบบพื้นที่ที่กระตุ้นอารมณ์และการรับรู้เชิงสุนทรียะ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าทั้งสวนลอยบาบิโลนและสถาปัตยกรรมร่วมสมัยมีจุดร่วมสำคัญคือการสร้าง “ความรู้สึกมีส่วนร่วมกับพื้นที่” และ “การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ” ผ่านเทคโนโลยีและการออกแบบที่เหมาะสมกับบริบทของยุคสมัย อีกทั้งแนวคิดดังกล่าวยังขยายสู่โลกดิจิทัล ผ่านการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ในซอฟต์แวร์อย่าง Adobe XD และ Figma แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของพัฒนาการทางความคิดด้านการออกแบบจากอดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต ทั้งในมิติของสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของมนุษย์
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/8943
13/04/2026
บทความเรื่อง แนวคิดการออกแบบสภาพแวดล้อมที่พักสำหรับผู้สูงอายุเจเนเรชั่นเอ็กซ์
โดย
นิชฌาพร สุชัย
ปริญ มีทรัพย์
สืบสาย แสงวชิระภิบาล
บทคัดย่อ
จากความก้าวหน้าทางการแพทย์และอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้การออกแบบสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุเจเนเรชั่นเอ็กซ์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม ความเป็นอิสระ และการมีส่วนร่วมทางสังคม มีความสำคัญยิ่งขึ้น บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์แนวคิด “พฤฒพลัง” (active ageing) และ “การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล” (universal design) เพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัยรุ่นใหม่ โดยทบทวนงานวิจัย เอกสาร และกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างกรอบการทำความเข้าใจความต้องการของผู้สูงอายุรุ่นใหม่และแนวทางการออกแบบที่เหมาะสม ผลการทบทวนพบว่า การบูรณาการแนวคิดทั้งสองสามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุเจเนเรชั่นเอ็กซ์ได้อย่างครอบคลุมมากกว่าแนวคิดที่เน้นเพียงความปลอดภัยหรือความสะดวกสบาย โดยการบูรณาการนี้สนับสนุนการดำเนินชีวิตที่มีความหมาย การรักษาความเป็นอิสระ และการมีส่วนร่วมทางสังคม ผ่านกิจกรรมสำคัญ 7 กลุ่มที่สัมพันธ์กับสุขภาวะของผู้สูงวัย ขณะเดียวกันการวิเคราะห์กรณีศึกษาชี้ให้เห็นข้อจำกัดในการออกแบบสภาพแวดล้อมจริง เช่น การจัดผังที่ไม่สอดคล้องกับกิจกรรมประจำวัน การขาดความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และองค์ประกอบที่ไม่รองรับการใช้งานต่อเนื่องระยะยาว ทำให้สามารถสรุปได้ว่า แนวทางการออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเจเนเรชั่นเอ็กซ์ควรมุ่งเน้นความยืดหยุ่นของพื้นที่ สนับสนุนการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการออกแบบที่คงความหมายต่อชีวิต ควบคู่กับหลักการ universal design เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม
พฤฒพลังอย่างแท้จริง และนำไปสู่การพัฒนาสังคมผู้สูงวัยที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในอนาคต
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/8865
13/04/2026
บทความเรื่อง สัมพันธภาพแห่งเสียงและภาพ : การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง
ดนตรีและภาพเคลื่อนไหวในผลงานของสตูดิโอจิบลิ
โดย
เศรษฐพงศ์ จรรยารยชน
จันทราภา รุจินาม
บทคัดย่อ
บทความนี้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเสียงและภาพในภาพยนตร์แอนิเมชัน ผ่านกรณีศึกษาภาพยนตร์ของสตูดิโอจิบลิสามเรื่อง ได้แก่ My Neighbor Totoro (1988), Spirited Away (2001) และ The Boy and the Heron (2023) แม้ว่าภาพยนตร์แอนิเมชันจะมักถูกมองว่าเป็นสื่อสำหรับเด็ก แต่งานของสตูดิโอจิบลิแสดงให้เห็นว่าแอนิเมชันสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการถ่ายทอดเรื่องราวที่มีชั้นเชิงทั้งในเชิงอารมณ์และวัฒนธรรม ซึ่งเข้าถึงผู้ชมได้ในทุกช่วงวัย บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทของดนตรีในฐานะองค์ประกอบที่มีบทบาททั้งในเชิงโครงสร้างและอารมณ์ โดยเน้นความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกับการดำเนินเรื่อง การพัฒนาตัวละคร และการมีส่วนร่วมทางความรู้สึกของผู้ชม
บทความนี้ใช้แนวทางวิเคราะห์เชิงคุณภาพ โดยพิจารณาฉากสำคัญในแต่ละเรื่องเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางดนตรีกับภาพและโครงสร้างการเล่าเรื่อง ดนตรีไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตกแต่งบรรยากาศ แต่เป็นองค์ประกอบที่เข้าร่วมในกระบวนการสร้างความหมายและอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญ กรอบแนวคิด “สุนทรียศาสตร์แบบประสาทสัมผัสร่วม” (multisensory aesthetics) ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ว่าการออกแบบเสียงและภาพที่ประสานกันสามารถสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าข้อความหรือลำดับภาพโดยตรง ทั้งนี้ยังวิเคราะห์ความร่วมมือระหว่างผู้ประพันธ์ดนตรี โจ ฮิซาอิชิ และผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ ที่ร่วมกันสร้างความต่อเนื่องและความกลมกลืนระหว่างเสียงกับภาพอย่างมีศิลปะ
ดนตรีในภาพยนตร์ของสตูดิโอจิบลิมีบทบาทในฐานะ “ภาษาทางอารมณ์” ที่ช่วยสื่อสารสภาวะภายในของตัวละคร เชื่อมโยงการเปลี่ยนผ่านในเนื้อเรื่อง และชี้นำการตีความของผู้ชม โดยเน้นการใช้คุณลักษณะทางเสียง เช่น สีสันของเสียง จังหวะ และความเงียบเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ทางอารมณ์ที่หลากหลาย แนวทางนี้ช่วยเพิ่มความลึกให้กับเรื่องราว พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการตีความในระดับเฉพาะตน
โดยสรุป บทความนี้เสนอว่าการใช้ดนตรีในภาพยนตร์ของสตูดิโอจิบลิเป็นตัวอย่างของ “ศิลปะแห่งการรู้สึก” (art of feeling) ซึ่งภาพและเสียงถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างละเอียดลึกซึ้งเพื่อกระตุ้นอารมณ์ การไตร่ตรอง และความหมายเชิงวัฒนธรรม โดยอิงแนวคิดของลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy) ที่มองว่าศิลปะคือการถ่ายทอดความรู้สึกจากผู้สร้างไปสู่ผู้รับ ทำให้ภาพยนตร์ของจิบลิสามารถสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ที่มีคุณค่าเหนือกว่าการเล่าเรื่องในเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/8680
13/04/2026
บทความเรื่อง Khaosan as Canvas: Mural Art as a Solution for Tourist-Resident Relation Problems
โดย
Berti Alia Bahaduri
Eakachat Joneuirairatana
Veerawat Sirivesmas
Rueanglada Punyalikhit
Abstract
This project examines the social friction and misuse of public space resulting from intense urban tourism in an alleyway in Bangkok's Khaosan district, Thailand. The rapid stream of tourists often creates tension with long-standing local communities. This study employed a Design Thinking approach, utilizing mixed methods including "lifetime stories" and "geo-social mapping" from community tools, to understand and design a public art intervention. The project involved the co-creation and installation of a mural and posters, featuring spice-themed anthropomorphic designs and bilingual Roman and Thai lettering. Post-implementation observations and community interviews revealed significant positive outcomes: enhanced aesthetic appeal, increased positive tourist engagement, such as taking photos in the alley, and satisfied local community.
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/9193
13/04/2026
บทความเรื่อง การศึกษาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าที่ระลึกสำหรับส่งเสริม
การท่องเที่ยวชุมชน ย่านเมืองเก่าธนบุรี ในเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
โดย แสนชัย ลิขิตธีรวุฒิ
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนในเขตเมืองเก่าธนบุรี เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงออกแบบ (design-based research) ร่วมกับการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามและการสนทนากลุ่ม (focus group) กลุ่มตัวอย่างจำนวน 415 คน ใช้ในการสำรวจความคิดเห็นและองค์ประกอบทางอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และกลุ่มตัวอย่างจำนวน 205 คน ใช้ในการประเมินความพึงพอใจของผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบ
ผลการวิจัยพบว่า (1) สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของพื้นที่ ได้แก่ วัดอรุณราชวรมหาวิหาร พระราชวังเดิม และรูปปั้นยักษ์วัดอรุณ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของย่านเมืองเก่าธนบุรี (2) สินค้าที่ระลึกควรสะท้อนประสบการณ์ของผู้มาเยือนและมีคุณค่าทางวัฒนธรรม (3) การออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้กราฟิกสร้างสรรค์สามารถสื่อสารอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน โดยมีการพัฒนาสินค้าต้นแบบ เช่น โลโก้ เข็มกลัด แก้วมัค กระเป๋า และเสื้อยืด (4) ผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง 205 คน (รวม 5 ผู้เชี่ยวชาญ และ 200 ประชากรในพื้นที่และนักท่องเที่ยว) พบว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับความพึงพอใจในระดับสูงมาก โดยค่าเฉลี่ยรวม 3 ด้าน ได้แก่ อัตลักษณ์/การออกแบบ ความสวยงาม และการใช้งาน อยู่ระหว่าง 4.54 – 4.74 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/9202
13/04/2026
บทความเรื่อง ศึกษาและออกแบบตราสัญลักษณ์เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดสระแก้ว
โดย นัทธพัชร์ น้อยสวัสดิ์
บทคัดย่อ
จังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นอัตลักษณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ชุมชนจำนวนมากยังขาดตราสัญลักษณ์ที่สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้การสื่อสารภาพลักษณ์และการสร้างการจดจำในเชิงการตลาดยังไม่เด่นชัด การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาข้อมูลด้านอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดสระแก้ว (2) ออกแบบตราสัญลักษณ์ที่สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น (3) ประเมินประสิทธิภาพของตราสัญลักษณ์ในด้านการจดจำ ความสวยงาม และการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ โดยใช้แนวคิดการออกแบบอัตลักษณ์องค์กรและการออกแบบกราฟิกเชิงสัญลักษณ์เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโลโก้ จำนวน 3 คน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดสระแก้ว จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมินความพึงพอใจ กระบวนการออกแบบเริ่มจากการศึกษาข้อมูลอัตลักษณ์ของพื้นที่ การร่างแนวคิดการออกแบบ (sketch design) การพัฒนาแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการประเมินเพื่อคัดเลือกแบบที่เหมาะสมที่สุด
ผลการวิจัยพบว่าตราสัญลักษณ์ที่ออกแบบขึ้นประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ข้อความ
“คนสระแก้ว” เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ชุมชน การใช้สีเขียวและสีเหลืองทองเพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม และการใช้สัญลักษณ์ควายและผีเสื้อซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตเกษตรกรรมและความหลากหลายทางธรรมชาติของพื้นที่ ผลการประเมินจากกลุ่มตัวอย่างพบว่าตราสัญลักษณ์ดังกล่าวสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม มีความโดดเด่นด้านความหมาย ความสวยงาม และความสามารถในการจดจำ อีกทั้งยังมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์และเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/8950
13/04/2026
บทความเรื่อง จากอดีตถึงปัจจุบัน : การประยุกต์เครื่องแต่งกายจากจิตรกรรมฝาผนังในสมัยราชวงศ์ถังแห่งตุนหวงเพื่อการออกแบบแฟชั่นดิจิทัลร่วมสมัย
Bridging Past and Present: Applying Dunhuang Tang Dynasty Mural Paintings into Contemporary Digital Fashion Design
โดย Yunfan Zhang
Eakachat Joneurairatana
Jirawat Vongphantuset
Abstract
This study focuses on the costume culture depicted in Tang Dynasty Dunhuang murals, exploring its digital translation and integration into contemporary fashion design. It aims to address the research question of how ancient mural art can merge with digital fashion design. A combination of iconographic analysis, practice-based research, and 3D digital reconstruction was employed to systematically examine and reinterpret the form, color, and structure of Dunhuang mural costumes. The findings reveal that these costumes feature flowing lines, balanced silhouettes, and vivid color palettes, reflecting the Tang Dynasty’s aesthetic ideals of grandeur, vitality, and harmony with nature. Through digital reconstruction and creative experimentation, the study successfully transforms traditional Dunhuang costume elements into digital fashion works that embody both cultural depth and modern aesthetics. The innovation of this study lies in introducing a digital fashion design perspective to systematically analyze the aesthetic structure of Dunhuang mural costumes, establishing a translation pathway from traditional imagery to digital fashion, and demonstrating that the fusion of traditional aesthetics and digital technologies not only broadens the expressive language of contemporary fashion design but also contributes to the preservation, inheritance, and global dissemination of cultural heritage.
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/8513
12/04/2026
วารสาร DEC Journal: Art and Design ปีที่5 ฉบับ1 : มกราคม-เมษายน 2569 ได้เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/issue/view/649
11/12/2025
ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการสำหรับวารสาร DEC Journal: Art and Design คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
วารสาร DEC Journal: Art and Design คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ จากผู้เขียนที่ submission บทความตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ
ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ วารสารวิชาการ DEC Journal : Art and Design คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
• ผู้เขียนบทความที่เป็นบุคคลทั่วไป หรือบุคคลภายนอกคณะมัณฑนศิลป์ เรียกเก็บค่าธรรมเนียม
- บทความภาษาไทย บทความละ 3,500 บาท
- บทความภาษาอังกฤษ บทความละ 5,000 บาท
• ค่าธรรมเนียมนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สังกัดคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
- บทความภาษาไทย บทความละ 1,500 บาท
- บทความภาษาอังกฤษ บทความละ 1,500 บาท
หมายเหตุ บุคลากรสังกัดคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม
แต่ไม่รวมถึงบทความที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาเพื่อสำเร็จการศึกษา
• ผู้เขียนบทความต้องชำระค่าธรรมเนียมและแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม ภายใน 15 วัน ภายหลังจากได้รับแจ้งผลการพิจารณากลั่นกรองบทความ (ชั้นต้น) จากกองบรรณาธิการ (ก่อนที่จะส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพบทความ) โดย
ชำระเงินผ่านบัญชี ออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขานครปฐม ชื่อบัญชี คณะมัณฑนศิลป์ เลขที่บัญชี 011-8-20434-4
• หากบทความได้ถูกส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Reviewer) ประเมินคุณภาพแล้ว กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์
ไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมให้กับผู้เขียน ไม่ว่าบทความจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ
DEC Journal: Art and Design หรือไม่ก็ตาม
การแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม ขอให้แจ้งรายละเอียดในระบบเว็บไซต์ของวารสาร ThaiJO ดังนี้
1.ชื่อ-สกุล (ต้องเป็นชื่อเดียวกันกับผู้เขียนบทความ)
2.เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
3.ที่อยู่ที่ให้ออกใบเสร็จรับเงิน
3.แนบหลักฐานการโอนเงิน (สำเนาใบโอนเงิน / สลิปที่โอนเงิน / อื่น ๆ)
Announcement of Publication Fees for DEC Journal: Art and Design, Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University
DEC Journal: Art and Design, Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University, hereby establishes publication fees for academic works from authors who submit articles from January 1, 2026 onwards.
Article Publication Fees
Publication fees for DEC Journal: Art and Design, Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University:
• General public or individuals external to the Faculty of Decorative Arts:
o Thai language articles: 3,500 baht per article
o English language articles: 5,000 baht per article
• Graduate students affiliated with the Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University:
o Thai language articles: 1,500 baht per article
o English language articles: 1,500 baht per article
Note: Personnel affiliated with the Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University will be exempted from fees, except for articles related to degree completion studies.
• Authors must pay the fee and notify payment within 15 days after receiving notification of the preliminary screening results from the editorial board (before the article is sent to peer reviewers for quality assessment). Payment should be made to: Savings Account, Kasikorn Bank, Nakhon Pathom Branch Account Name: Faculty of Decorative Arts Account Number: 011-8-20434-4
• Once an article has been sent to peer reviewers for quality assessment, the editorial board reserves the right not to refund the fee to the author, regardless of whether the article is published in DEC Journal: Art and Design or not.
Payment Notification
Please provide the following details through the journal's ThaiJO website system:
1. Full name (must match the article author's name)
2. Contact telephone number
3. Address for receipt issuance
4. Attach proof of payment (bank transfer slip/payment slip/others)
Send a message to learn more
24/11/2025
วารสาร DEC Journal: Art and Design ปีที่ 4 ฉบับ 3 (กันยายน-ธันวาคม) เผยแพร่ออนไลน์แล้ว
สำหรับวารสาร DEC Journal: Art and Design ฉบับนี้ มีบทความวิจัย 4 บทความ และบทความวิชาการ 3 บทความ ดังนี้
https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/issue/view/590
ลักษณะเฉพาะในงานกราฟิกญี่ปุ่นสมัยใหม่ ทศวรรษที่ 1950–1960 โดย จิรายุ พงส์วรุตม์ กล่าวถึง ลักษณะเฉพาะญี่ปุ่นในงานออกแบบกราฟิกสมัยใหม่ช่วงทศวรรษ 1950–1960 โดยตั้งคำถามถึงบริบทแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างอัตลักษณ์ และแนวทางที่นักออกแบบนำองค์ประกอบจากศิลปะแบบประเพณี มาใช้ในกระบวนการออกแบบ
ศึกษาอัตลักษณ์ชาวจีนแต้จิ๋วในไทยเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ขนมมงคลกรณีศึกษาร้านขนมแสงทอง โดย เศกสันต์ แสงทอง สมชาย เซะวิเศษ และ ธเนศ ภิรมย์การ ที่กล่าวถึง ขนมมงคลจีนยังมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมของชาวไทยเชื้อสายจีน ผลการวิเคราะห์ "ขนมเปี๊ยะ" ได้รับความนิยมสูงสุดและมีศักยภาพสูงในการเพิ่มมูลค่าผ่านบรรจุภัณฑ์ โดยการออกแบบที่ผสานอัตลักษณ์แต้จิ๋วด้านเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
แนวทางการบูรณาการศิลปกรรมและการเรียนรู้จากประสบการณ์
ในแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์ โดย โสภณ ชัยลักษณ์สกุล และโสมฉาย บุญญานันต์ กล่าวถึง แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์แต่ละแห่งมีองค์ประกอบศิลปกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์พหุวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญ เช่น สถาปัตยกรรมและจิตรกรรมที่ผสมผสานอิทธิพลศิลปะไทย-อินเดีย
การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมศิลปะเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรม
ชุมชนลำพญา จังหวัดนครปฐม โดย ปฏิภาณ เจริญสุข ชุติภา อัศวเลิศพลากร มนัสนันท์ วรรณวงษ์ และศิริก้อย ชุตาทวีสวัสดิ์ กล่าวถึง ชุมชนลำพญาเป็นชุมชนการค้าที่มีสำคัญ แต่ปัจจุบันคนในชุมชนไม่ทราบถึงเรื่องราวของชุมชน จึงควรส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชน โดยศึกษาอัตลักษณ์ ออกแบบกิจกรรมศิลปะ สื่อสารให้กับคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว
วัฒนอธรรม ศิลปะเชิงแนวคิด สู่การพัฒนาท้องถิ่น : กรณีศึกษาแพร่แห่ระเบิด
โดย เชษฐา สุวรรณสา และอนุชา แพ่งเกษร นำเสนอ แนวคิด “วัฒนอธรรม” และศิลปะเชิงแนวคิดสามารถใช้เป็นเครื่องมือทางวิชาการและทางปฏิบัติในการวิเคราะห์ ท้าทาย และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการครอบงำเชิงวัฒนธรรมในสังคมไทย
กิจกรรมศิลปะ 'สีสันแห่งบ้านของฉัน' เพื่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดย ศิลาลัย พัดโบก และศิรินทิพย์ ยอดเสน่หา กล่าวถึง ศิลปะในฐานะกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยสามารถสะท้อนมิติภายในของเด็ก และเป็นเครื่องมือบูรณาการที่มีประสิทธิภาพต่อการพัฒนาแบบองค์รวม
ทางเลือกทางรอด: วัสดุทางเลือกจากธรรมชาติสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ โดย ชิสา สุวรรณนาวิน พัดชา อุทิศวรรณกุล และศิวรี อรัญนารถ กล่าวถึง บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการใช้วัสดุทางเลือกจากธรรมชาติ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืน
03/09/2025
ผู้ส่งบทความ ในเดือนกันยายน 2568 คิวการเผยแพร่จะอยู่ที่ ฉบับที่2 พ.ค.-ส.ค. ปี 2569
Send a message to learn more