รวมภาพความประทับใจ จากกิจกรรมของเด็กๆ นานาชาติ ที่มาเรียนรู้ร่วมกันและมิตรภาพที่ก่อเกิด ในเทศกาลเยาวชนวอลดอร์ฟเอเชีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฉลอง 30 ปีปัญโญทัย
30ปี ปัญโญทัย ไฟศรัทธา ยังฉายฉาน Panyotai 30th Anniversary
Aug 26-Mar 27
ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ “30 ปี ปัญโญทัย ไฟศรัทธา ยังฉายฉาน”
เริ่ม ส.ค. 69 - มี.ค.70 นี้
Panyotai 30th Anniversary:
Celebrating the Shining and Unwavering Faith of Love.
22/08/2026
💖 เสียงแห่งความรู้สึก “อิ่มเอมใจ” และความรู้สึก “ขอบคุณ” อันลึกซึ้งจากผู้ปกครองปัญโญทัยที่ได้ร่วมการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีที่ผ่านมา
รวมทั้งการบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์การนำพาลูกๆ อันเป็นที่รักมาเติบโตที่นี่
”เส้นทางเติบโตของลูก คือ เส้นทางเติบโตของพ่อและแม่“
🙏🏻ขอบคุณ แม่แนน ที่แบ่งปันเรื่องราวค่ะ
=====
🔸แชร์จากประสบการณ์ของครอบครัวเรา ไม่มีเจตนาเปรียบเทียบกับการศึกษาแนวทางอื่น เพราะเราเองไม่มีประสบการณ์ตรงกับการศึกษาในแนวทางเหล่านั้น🔸
🌱เส้นทางเติบโตของลูก คือ เส้นทางเติบโตของพ่อและแม่🌱
✨✨
ด้วยความรู้สึกที่ยังอิ่มเอมจากการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีปัญโญทัย และการได้เข้าร่วมชมกิจกรรม Waldorf Youth Conference เลยอยากมาเล่าถึงเส้นทางของครอบครัวเราว่า อะไรกันนะที่พาเรามาสู่ปรัชญาการศึกษาแนวทางนี้
✨✨
.ก่อนจะมีลูก เราก็เป็นคู่สามีภรรยาทั่วไปที่บ้างานกันพอประมาณ ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับงาน กลับมาใช้ชีวิตในห้องสี่เหลี่ยมของคอนโดใจกลางเมือง วันว่างก็เดินห้างสรรพสินค้าและท่องเที่ยว
ตัดภาพมาตอนมีลูกคนแรกเลยแล้วกัน (เพราะถ้าเล่าถึงการเดินทางกว่าจะมีลูกคนแรก คงมีดราม่าอีกมากมาย ซึ่งขอเก็บไว้เป็นเรื่องราวส่วนตัว)
หลังจากพาลูกกลับบ้าน ก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีเพื่อนฝูงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน แต่การมาเยือนของครอบครัวเพื่อนครอบครัวหนึ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการศึกษาวอลดอร์ฟของเรา
อ้อและหนุ่ย ในตอนนั้นเป็นครูของโรงเรียนปัญโญทัย เรารู้จักทั้งคู่ผ่านสามี รู้เพียงว่าเขาเป็นครู แต่ไม่ได้รู้มากไปกว่านั้นว่าสอนอะไรหรือสอนอยู่ที่ไหน
วันนั้นทั้งคู่มาเยี่ยมเราเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ หากแต่ของที่ติดมือมาด้วยคือหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “คุณคือครูคนแรกของลูก”
ไม่มีบทสนทนาเกี่ยวกับความเชื่อหรือแนวทางการศึกษาของเขาทั้งสองคน ไม่มีการบอกเราว่าควรเลี้ยงลูกอย่างไร มีเพียงหนังสือหนึ่งเล่ม ซึ่งเขาคงรู้จักสามีเราดีว่าเป็นนักอ่านคนหนึ่ง
และแน่นอน หลังจากพวกเขากลับไป
หน้าแรกของหนังสือเล่มนั้นก็ถูกเปิดออก
ใช่ค่ะ...คู่มือเลี้ยงลูกเล่มแรกของเรา คือหนังสือเล่มนั้น
ภาพหนึ่งที่ยังอยู่ในความทรงจำ
คือแสงสลัวจากโคมไฟในยามค่ำคืน กับเงาตะคุ่มของสามีที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือเล่มนี้ ในมือมีปากกาไฮไลต์คอยขีดข้อความสำคัญไว้ พอเช้า เขาก็จะเอาหนังสือมาให้เราอ่าน เราเปิดอ่านตรงจุดที่เขาไฮไลต์ไว้ แล้วก็คุยกัน
สำหรับแม่มือใหม่อย่างเรา หนังสือเล่มนี้เป็นทั้งสิ่งปลอบประโลมและเป็นกำลังใจ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางบนเส้นทางการศึกษาวอลดอร์ฟของครอบครัวเรา
แน่นอนว่า..เส้นทางนี้ไม่เคยเรียบง่าย หากแต่ตลอดทาง เรากลับพบ “ของขวัญ” มากมายที่ค่อย ๆ เปลี่ยนทั้งวิถีชีวิตและตัวเราไปพร้อมกับการเติบโตของลูก
ทีวีที่เคยเปิดทิ้งไว้แทบตลอดเวลาที่อยู่บ้าน ค่อย ๆ กลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ก่อนจะถูกย้ายไปอยู่ในห้องเก็บของ และสุดท้ายก็กลายเป็นสิ่งที่เราไม่รู้สึกว่าจำเป็นต่อชีวิตอีกต่อไป
บ้านที่เคยมีเสียงทีวีอยู่ตลอดเวลา ค่อย ๆ กลายเป็นบ้านที่สงบ เสียงเพลงจากเครื่องเล่น ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องเพลงของมนุษย์ธรรมดา ๆ อย่างพ่อกับแม่
แน่นอนว่าไม่ง่าย โดยเฉพาะในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เคยรู้สึกว่าต้องพยายาม กลับค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของเรา
และนี่คือ ของขวัญชิ้นแรก ที่เราได้รับจากเส้นทางนี้
“ความสงบของชีวิต วิถีที่เรียบง่าย และความสุขแสนธรรมดาที่มีค่าเกินบรรยาย“
สำหรับเรา สัจธรรมสำคัญอย่างหนึ่งที่ค่อย ๆ เรียนรู้ก็คือ เด็กเล็กอาจไม่ได้ต้องการอะไรมากมายอย่างที่ผู้ใหญ่อย่างเราเคยคิด
สิ่งธรรมดาเหล่านี้เพียงพอสำหรับเขาจริง ๆ และที่สำคัญ...เราในฐานะพ่อแม่สามารถสร้างมันขึ้นมาให้เขาได้ด้วยตัวเราเอง
แต่แน่นอนว่า มันไม่ได้ง่ายเสมอไป เพราะเราใช้ชีวิตใน วิถีของผู้ใหญ่ มานาน การต้องปรับเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะในช่วงแรก จึงมีทั้งความติดขัดและอึดอัดอยู่ไม่น้อย
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราค่อย ๆ ผ่านมันมาได้ คือการมี “ลูก” เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ
เมื่อเราได้เห็นผลของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายนั้นปรากฏขึ้นตรงหน้า เห็นความสงบ ความมั่นคง และการเติบโตของเขา สิ่งที่เคยรู้สึกว่าต้องฝืนหรือพยายามก็เริ่มมีความหมาย เราซึ่งเป็นพ่อแม่จึงค่อย ๆ ยอมปรับเปลี่ยนตัวเองโดยแทบไม่มีข้อกังขา
แต่สิ่งที่เราไม่รู้ในตอนนั้นก็คือ...ในขณะที่เราคิดว่า เรากำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูก การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นกำลังทำงานบางอย่างกับตัวเราด้วยเช่นกัน
และนั่นคือ ของขวัญชิ้นที่สอง ที่เราได้รับจากเส้นทางนี้
การเติบโตภายในของเราเอง ตัวตนด้านในค่อย ๆ ได้รับการบ่มเพาะและพัฒนาอย่างช้า ๆ เราเริ่มมองเห็นตัวเองมากขึ้น เรียนรู้ที่จะวางบางสิ่งที่เคยยึดถือ และมีพื้นที่ให้กับความเมตตากรุณามากขึ้น
และเมื่อบางอย่างภายในตัวเราเปลี่ยนไป วิธีที่เรามองลูกก็เปลี่ยนไปด้วย
จากเดิมที่ผู้ใหญ่อย่างเราอาจมองเด็กผ่านสายตาของตัวเอง ว่าเขาควรเป็นอย่างไร ควรทำอะไร หรือควรเติบโตไปในทิศทางไหน เราค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะมองเห็นเด็กคนหนึ่งตรงหน้าในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่เด็กในแบบที่เราอยากให้เขาเป็น
และบางที นี่อาจเป็นจุดที่เราเริ่มเข้าใจอย่างแท้จริงว่า เส้นทางการเติบโตของลูก ไม่เคยเป็นเส้นทางของลูกเพียงลำพัง แต่มันคือเส้นทางการเติบโตของพ่อและแม่ไปพร้อมกัน
ในหมู่พวกเรา มักได้ยินคำว่า “รอวันผลิดอกออกผล”
เรามักเปรียบการเติบโตของลูกเหมือนการดูแลต้นไม้สักต้น ตั้งแต่วันที่ยังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ ค่อย ๆ งอกราก หยั่งรากลงในผืนดิน แตกกิ่งก้าน และเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงตามจังหวะเวลาของมัน
การเรียนรู้ในแนวทางการศึกษานี้ก็เช่นกัน หลายสิ่งไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ทันทีตามมาตรวัดที่สังคมคุ้นเคย หากแต่เป็นการบ่มเพาะไปตามลำดับขั้นของพัฒนาการ ไม่เร่ง ไม่ลัดขั้นตอน และให้ความสำคัญกับสิ่งที่การเรียนรู้ในวันนี้จะส่งผลต่อสุขภาวะและความเป็นมนุษย์ของเด็กในระยะยาวอย่างไร
สำหรับพ่อแม่อย่างเรา นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะหลายครั้งเราก็อดไม่ได้ที่จะมองไปข้างหน้า อยากรู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไร จะทำได้ไหม จะทันคนอื่นหรือเปล่า หรือสิ่งที่เราเลือกให้เขาในวันนี้จะ “ได้ผล” จริงไหม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราได้เห็นเมล็ดพันธุ์ในตัวลูกค่อย ๆ งอกงามขึ้นด้วยตาของเราเอง บางสิ่งที่เคยสงสัยค่อย ๆ มีคำตอบ บางสิ่งที่เคยกังวลกลับคลี่คลายไปตามเวลา และบางสิ่งที่เราไม่เคยคาดหวัง กลับผลิบานออกมาให้เราได้ชื่นชม
เราจึงค่อย ๆ เรียนรู้ว่า หน้าที่ของเราอาจไม่ใช่การเร่งให้ต้นไม้ต้นนี้ออกดอกตามเวลาที่เราต้องการ แต่คือการดูแลผืนดิน รดน้ำ พรวนดิน และให้เวลาเขาได้เติบโตตามธรรมชาติของตัวเอง
และนี่คือ ของขวัญชิ้นที่สามที่เราได้รับ
การเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตามที่มันเป็น และไว้วางใจในกระบวนการของการเติบโต
แต่ต้นไม้ต้นหนึ่งจะเติบโตได้ดี ก็ไม่ได้ต้องการเพียงคนรดน้ำเพียงคนเดียว
อีกสิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้ตลอดเส้นทางก็คือ การศึกษาวอลดอร์ฟไม่ใช่เรื่องของโรงเรียน ครู และเด็กเท่านั้น หากแต่มี “ชุมชน” เป็นส่วนสำคัญ และพ่อแม่เองก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้น
ตลอดหลายปี เราได้เห็นว่าการมีชุมชนที่เข้มแข็งเปรียบเสมือนพื้นที่ที่ช่วยโอบอุ้ม หล่อเลี้ยง และปกป้องเด็กคนหนึ่งให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง
คำกล่าวที่ว่า “It takes a village to raise a child.” จึงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงสำหรับที่นี่เลย
เพราะระหว่างทาง ลูกไม่ได้เติบโตขึ้นท่ามกลางสายตาของพ่อแม่เพียงสองคน แต่ยังมีครู เพื่อน พ่อแม่ของเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง และผู้คนอีกมากมายที่ต่างมีส่วนอยู่ในเส้นทางการเติบโตของเขา
และเมื่อมองย้อนกลับไป เราก็พบว่า ชุมชนแห่งนี้ไม่ได้เพียงช่วยเลี้ยงดูให้เด็ก ๆ เติบโตเท่านั้น
พ่อแม่อย่างเราเองก็เติบโตอยู่ในชุมชนแห่งนี้ไปพร้อมกับพวกเขาด้วย
นี่จึงเป็น ของขวัญอีกชิ้นหนึ่ง ที่เราได้รับจากเส้นทางนี้
การมีชุมชนที่ดีให้ลูกได้เติบโต และการมีชุมชนที่ช่วยให้พ่อแม่อย่างเราได้เติบโตไปพร้อมกัน
นี่คือสิ่งที่ตกผลึกได้ ณ วันนี้ จากประสบการณ์ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา และเขียนขึ้นด้วยความรู้สึกขอบคุณ
#ขอบคุณ #30ปีปัญโญทัย #ไฟศรัทธายังฉายฉาน
16/08/2026
เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมเทศกาลเยาวชนวอลดอร์ฟเอเชียเมื่อวันที่ 8-11 ส.ค. ที่ผ่านมา
หากไฟศรัทธายังฉายฉานในหัวใจของผู้ใหญ่ ผู้ให้การศึกษา ผู้ปกครอง พ่อแม่และชุมชน…เราก็ยังคงมีความหวัง สภาวการณ์ที่ปรากฏอยู่ก็จะเป็นอีกความท้าทายให้เราบ่มเพาะและนำพาเด็กๆ ให้ก้าวผ่านไปให้ได้
ขอบคุณค่ะ🙏🏻
ขอขอบคุณสำหรับบทเพลง “30 ปี ปัญโญทัย” อันไพเราะและเปี่ยมความหมายที่มอบให้ปัญโญทัย
🎁เป็นของขวัญเนื่องในวาระครบรอบ 30 ปี
จาก อ.จัสติน รัตนมงคล ผู้เห็นถึงความรัก ความปรารถนาดี และความทุ่มเทอย่างสุดหัวใจของคุณครูต่อลูกศิษย์ทุกคน..ตลอดมา
“ปัญโญทัย..บ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง”
“30 years of love that keeps us warm”
_______
📜บทเพลง “30 ปี ปัญโญทัย”
Producer : อ จัสติน รัตนมงคล
Lyrics | melody | Arrangment : อ จัสติน รัตนมงคล
Music | Arrangment : ครูเอ้ สยุมภู นิลวรรณ
Mixed & Mastered : ครูเอ้ สยุมภู นิลวรรณ
Vocalist : ภิญญภา เภาโบรมย์ (พิณต้าร์) พนธกร เทียมนู (เตวา)
vocal director : ภครมัย นันท์ธิพาวรรณ (บีม)
🙏🏻 ขอบคุณค่ะ
#30ปีปัญโญทัย #ขอบคุณ #ของขวัญครบรอบ30ปี
Somewhere Over the Rainbow by Asian Waldorf Youth Choir
…Till we meet again.
🕊️🕊️🕊️
“Somewhere Over the Rainbow"
(สุดขอบฟ้า ณ ที่ใดที่หนึ่ง เหนือรุ้งงาม)
When all the world is a hopeless jumble
เมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นความสับสนอันสิ้นหวัง
And the raindrops tumble all around
และสายฝนพรั่งพรูลงมารอบตัว
Heaven opens a magic lane
ท้องฟ้าจะเปิดเส้นทางอันมหัศจรรย์ขึ้นมา
When all the clouds darken up the skyway
เมื่อเมฆหมอกทำให้เส้นทางบนฟ้ามืดมิดลง
There's a rainbow highway to be found
ก็ยังมีถนนสายสายรุ้งที่รอให้เราค้นพบ
Leading from your windowpane
ที่ทอดยาวจากหน้าต่างของคุณออกไป
To a place behind the sun
ไปสู่ดินแดนที่อยู่เบื้องหลังดวงอาทิตย์
Just a step beyond the rain
เพียงแค่หนึ่งก้าวที่พ้นจากสายฝน
[Chorus]
Somewhere over the rainbow, way up high
ณ ที่แห่งหนึ่ง เหนือสายรุ้งขึ้นไป สูงลิบลิ่ว
There's a land that I heard of once in a lullaby
มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ฉันเคยได้ยิน ในเพลงกล่อมเด็กเมื่อนานมาแล้ว
Somewhere over the rainbow, skies are blue
ณ ที่แห่งหนึ่ง เหนือสายรุ้งขึ้นไป ท้องฟ้าสดใส
And the dreams that you dare to dream really do come true
และหยาดหยดแห่งความฝันที่คุณกล้าฝัน จะกลายเป็นจริงขึ้นมา
*
Someday I'll wish upon a star
วันหนึ่ง ฉันจะอธิษฐานต่อดวงดาว
And wake up where the clouds are far behind me
และตื่นขึ้นมาในที่ที่เมฆหมอกอยู่เบื้องหลังไกลออกไป
Where troubles melt like lemon drops
ที่ซึ่งความทุกข์ระทมละลายหายไปเหมือนลูกอมรสเลมอน
Away above the chimney tops
ไกลออกไป เหนือปล่องไฟสูงใหญ่
That's where you'll find me
ตรงนั้นแหละ คือที่ที่คุณจะพบฉัน
**
Somewhere over the rainbow, bluebirds fly
ณ ที่แห่งหนึ่ง เหนือสายรุ้งขึ้นไป นกสีฟ้าบินผาดโผน
Birds fly over the rainbow
เหล่านกน้อยยังบินข้ามสายรุ้งไปได้
Why then, oh why can't I?
แล้วไยเล่า...ไยฉันถึงจะไปบ้างไม่ได้?
If happy little bluebirds fly beyond the rainbow
หากเหล่านกสีฟ้าตัวน้อยที่มีความสุข สามารถบินข้ามสายรุ้งไปได้
Why, oh why can't I?
แล้วทำไมล่ะ ทำไมฉันถึงจะทำเช่นนั้นไม่ได้บ้าง?
11/08/2026
🙏🏻 “3 ขอบคุณ”.. ส่งท้ายงานเทศกาลเยาวชนวอลดอร์ฟเอเชีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง 30 ปีปัญโญทัย ไฟศรัทธายังฉายฉาน..จบลงอย่างอบอุ่น ด้วยดีและเปี่ยมความหมาย
“ก่อนจะถ่ายภาพร่วมกัน ทานอาหารเย็นและ ร่ำลากันนั้น
ให้พวกเรามาร่วมขอบคุณสิ่งต่างๆ รอบๆตัวเรา สำคัญอย่างยิ่งที่เราจะได้ร่วมกันขอบคุณ
.ขอบคุณแรก “ขอบคุณสวรรค์” ที่ช่วยให้“สภาพอากาศ“ เป็นใจให้เราได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างราบรื่น ทั้งๆ ที่มีพยากรณ์อากาศว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาฝนจะตกหนักมาก
ขอบคุณที่ 2…”ขอบคุณคุณครู“ ที่กล้าหาญ นำพาทุกคนมาเรียนรู้อย่างสนุกสนานร่วมกัน และ
ขอบคุณทีมงานปัญโญทัยที่ร่วมกันทำงานให้งานนี้เกิดขึ้นและลุล่วงไปด้วยดี แต่ถ้าไม่มีผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน งานนี้ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ขอบคุณที่ 3 … “ขอบคุณเพื่อนๆ ของเราทุกๆ คน” ด้วยครับ”
หมอพรกล่าวอย่างอบอุ่นก่อนแยกย้ายกัน
(แปลความจากที่หมอพรกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ)
📍วันนี้..การแสดง เริ่ม 15:30 น.
🔸ดนตรีสากลโดยวงออเคสตร้าเยาวชนวอลดอร์ฟแห่งเอเชีย กว่า 200 คน และ
🔸การขับร้องประสานเสียงของเยาวชนวอลดอร์ฟแห่งเอเชียกว่า 300 คน
การแสดงทางวัฒนธรรมของเยาวชนวอลดอร์ฟจากประเทศต่างๆในงานเทศกาลเยาวชนวอลดอร์ฟที่หอประชุม ร.ร.ปัญโญทัย เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 30 ปีปัญโญทัย ไฟศรัทธายังฉายฉาน
เชิญรับชมการแสดงของนักเรียนวอลดอร์ฟจากนานาประเทศที่มาร่วมในงานเทศกาลเยาวชนวอลดอร์ฟที่ปัญโญทัย
05/05/2026
รวมลิงก์บทความอันทรงคุณค่าจากหมอพร
เพื่อให้เราได้เข้าใจความเป็น “ปัญโญทัย” ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“30 ปีปัญโญทัย หมอพร อยากบอกอะไรกับพวกเรา“
https://www.facebook.com/share/p/1Cep9xfvv9/?mibextid=wwXIfr
“โรเรียนแห่งชีวิต”
https://www.facebook.com/share/p/1CDJ3FtV2p/?mibextid=wwXIfr
“โรงเรียนแห่งรัก“
https://www.facebook.com/share/p/17BregXPsb/?mibextid=wwXIfr
“โรงเรียนไร้กำแพง“
https://www.facebook.com/share/p/1GwGv3DHDb/?mibextid=wwXIfr
“โรงเรียนไร้พรมแดน”
https://www.facebook.com/share/p/1Bd5V8tgfi/?mibextid=wwXIfr
“โรงเรียนที่เปี่ยมรัก”
https://www.facebook.com/share/p/1ETGjHt7UQ/?mibextid=wwXIfr
“ที่โรงเรียนนี้มีความหมาย”
https://www.facebook.com/share/p/1Kb7dJsHBA/?mibextid=wwXIfr
ที่ตั้ง
ประเภท
ที่อยู่
Sukapiban5 Rd. , 32 Alley
Bangkok
10220
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |