09/04/2024
เมื่อวันพุธที่ 3 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการวิจัยภาษาศาสตร์ประยุกต์เพื่อการเรียนการสอนภาษา (Applied Linguistics for Language Education Research Unit) นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัษฎายุทธ ชูศรี หัวหน้าหน่วยวิจัย ได้รับรางวัลหน่วยปฏิบัติการวิจัยที่มีผลงานดีเด่น ของกองทุนรัชดาภิเษกสมโภช ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
Applied Linguistics for Language Education Research Unit leading by Asst. Prof. Dr. Asadayuth Chusri, Head of the Research Unit, received the award from the Ratchadapiseksompotch Fund of the year 2024 (Outstanding Research Unit Award) on Wednesday, 3 April 2024.
02/04/2024
🎉🎉🎉 "หน่วยปฏิบัติการวิจัยภาษาศาสตร์ประยุกต์เพื่อการเรียนการสอนภาษา (Applied Linguistics for Language Education Research Unit)" ได้รับรางวัลหน่วยปฏิบัติการวิจัย (RU) ที่มีผลงานดีเด่น สาขามนุษยศาสตร์ 🎉🎉🎉
ทางหน่วยวิจัยขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากทุกท่านมา ณ ที่นี้ค่ะ
07/03/2023
สวัสดีค่ะ วันนี้ทางหน่วยมีข่าวมาประชาสัมพันธ์นะคะ
ทางสาขาวิชาภาษาอังกฤษเป็นภาษานานาชาติ (English as an International Language : EIL) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการบรรยายเชิงวิชาการในหัวข้อเรื่อง “Transfer, Learning, and UG in SLA: What Wh-questions in L2 English Tell Us.” โดยมี ศาสตราจารย์ Shigenori Wakabayashi ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรค่ะ
การบรรยายจะจัดในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom ในวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2566 เวลา 13.00-14.30 น. ค่ะ
ผู้ที่สนใจสามารถสแกน QR code ด้านล่างนี้เพื่อลงทะเบียน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected] นะคะ
09/02/2023
วันนี้ทางหน่วยมีข่าวมาประชาสัมพันธ์นะคะ
ตอนนี้ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดรับสมัครนิสิตใหม่ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ สาขาวิชาภาษาอังกฤษเป็นภาษานานาชาติ (English as an International Language : EIL) ค่ะ โดยภาคการศึกษาแรกจะเริ่มในเดือนสิงหาคมนี้นะคะ
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.eil.grad.chula.ac.th/
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected] นะคะ
15/12/2022
วันเสาร์นี้แล้วนะคะ ☺️ ผู้ที่สนใจยังสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม ภายในเวลา 17.00 น. หรือจนกว่าจะมีผู้ลงทะเบียนเต็มจำนวนนะคะ
สามารถลงทะเบียนที่ Link : https://bit.ly/3gseQAa หรือ สแกน QR code ได้เลยค่ะ
เชิญเข้าร่วมฟังเสวนาเรื่อง "พลเมืองดิจิทัลกับการเรียนรู้ภาษาในศตวรรษที่ 21 : จากมุมมองของนักเทคโนโลยีการศึกษา"
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 9:00-11:00 น.
กรุณาลงทะเบียนที่ลิงค์ต่อไปนี้
https://docs.google.com/forms/d/1Sjs0VcLcJA3SHVGlhkksUrqHIoWupKWQYc8dQCIuM0s/viewform?edit_requested=true
09/12/2022
สำหรับการบรรยายในสัปดาห์หน้า ผู้ที่สนใจยังสามารถลงทะเบียนได้นะคะ 😊
สามารถลงทะเบียนได้ที่ Link : https://bit.ly/3gseQAa หรือ สแกน QR code ได้เลยค่ะ
เชิญเข้าร่วมฟังเสวนาเรื่อง "พลเมืองดิจิทัลกับการเรียนรู้ภาษาในศตวรรษที่ 21 : จากมุมมองของนักเทคโนโลยีการศึกษา"
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 9:00-11:00 น.
กรุณาลงทะเบียนที่ลิงค์ต่อไปนี้
https://docs.google.com/forms/d/1Sjs0VcLcJA3SHVGlhkksUrqHIoWupKWQYc8dQCIuM0s/viewform?edit_requested=true
21/11/2022
เชิญเข้าร่วมฟังเสวนาเรื่อง "พลเมืองดิจิทัลกับการเรียนรู้ภาษาในศตวรรษที่ 21 : จากมุมมองของนักเทคโนโลยีการศึกษา"
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 9:00-11:00 น.
กรุณาลงทะเบียนที่ลิงค์ต่อไปนี้
https://docs.google.com/forms/d/1Sjs0VcLcJA3SHVGlhkksUrqHIoWupKWQYc8dQCIuM0s/viewform?edit_requested=true
15/11/2022
*******************************************
【e-Learning คืออะไร เหมือนหรือแตกต่างจาก EdTech อย่างไร】(บทความ)
*******************************************
โดย วรัญญา พนางาม
หลังจากที่เราได้พูดถึง EdTech ไปในบทความที่แล้ว บางท่านอาจจะเกิดความสงสัยว่า แล้ว e-Learning ล่ะ มีความเหมือนหรือแตกต่างจาก EdTech อย่างไร
โดยรวมแล้ว 2 คำนี้อาจจะดูเหมือนกันใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันอยู่ค่ะ
สำหรับ EdTech ตามที่ได้อธิบายไปในบทความที่แล้วว่าเป็น “การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้การเรียนการสอนนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” แต่สำหรับ e-Learning นั้นหมายถึง การที่ผู้สอนใช้ อินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางในการส่งสื่อการสอนไปสู่ผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้บทเรียนได้แม้จะไม่ได้มาที่สถานศึกษาก็ตาม โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามช่วงเวลาที่สะดวกเพียงแค่มีอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน เป็นต้น อีกทั้งการเรียนผ่าน e-Learning ยังช่วยให้ครูผู้สอนสามารถติดตามความคืบหน้าในการเรียนของผู้เรียนแต่ละคนได้อีกด้วย
สำหรับสื่อการเรียนการสอนแบบ e-Learning สามารถเป็นได้ตั้งแต่ Webinar, Youtube, Podcasts, Google Drive, Google Classroom รวมถึงการสอนผ่านช่องทาง Streaming อื่น ๆ ด้วยค่ะ
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หากต้องการเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมก็สามารถเข้าอินเทอร์เน็ตหาได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีก็อาจเป็นดาบสองคมได้เช่นกัน ด้วยเหตุที่ข้อมูลทุกอย่างสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังมีผู้ให้ข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ผู้หาความรู้จึงควรใช้วิจารณญาณและพิจารณาข้อมูลประกอบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อหลีกเลี่ยงการเรียนรู้ข้อมูลที่ผิดพลาดนะคะ
แหล่งที่มา :
Aston, M. (2021). What Is E-learning, And How To Create The Best Types Of E-learning?. Spark + Co. https://www.sparkandco.ca/blog/what-is-e-learning-and-how-to-create-the-best-types-of-e-learning/.
Khillar, S. (2022). Difference Between EdTech and eLearning. DifferenceBetween.net.
01/11/2022
สวัสดีค่ะ วันนี้ทางเพจจะมานำเสนองานวิจัยเรื่อง “Effects of working memory capacity and distance-based complexity on agreement processing: a crosslinguistic competition account” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของ นายสนธยา รัตนศักดิ์ นิสิตระดับปริญญาเอก สาขาวิชาภาษาอังกฤษเป็นภาษานานาชาติ (English as an International Language : EIL) ของบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เขียนร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐมา พงศ์ไพโรจน์ และ ศาสตราจารย์ Kiel Christianson โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Applied Linguistics Review ในรูปแบบออนไลน์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ค่ะ
งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาการประมวลผลหน่วยคำภาษาที่สองโดยมุ่งเน้นศึกษาตัวแปรสำคัญ คือ 1) ความจำขณะทำงาน (Working Memory) และ 2) ความซับซ้อนด้านระยะห่าง (distance-based complexity) ต่อการประมวลผลหน่วยคำแสดงความคล้อยตาม (agreement processing) โดยเจ้าของภาษาและผู้เรียนภาษาอังกฤษที่มีภาษาไทยเป็นภาษาที่หนึ่งค่ะ
ผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทคัดย่อ (Abstract) ของงานวิจัยได้ที่ด้านล่างนี้นะคะ
Abstract: This study examined the extent to which working memory (WM) capacity and distance-based complexity influenced how second language (L2) learners used morphosyntactic information incrementally during online processing of L2 English long-distance subject-verb number agreement dependencies. The moving-window self-paced reading experiment involved 40 agreement-lacking first language (L1) Thai learners of English and 40 native English speakers. Distance-based complexity was manipulated based on whether the agreement controller and the agreeing verb were intervened by a short-distance subject-extracted relative clause or a long- distance object-extracted relative clause in line with the Dependency Locality Theory. The findings indicated that both native speakers and L2 learners experienced less processing difficulty in short-distance conditions, showing heightened sensitivity to agreement violations. Their sensitivity was, however, modulated as a function of distance-based complexity and WM capacity. The L2 learners’ lack of sensitivity in the long-distance conditions was associated with their limited pool of cognitive resources. Consistent with the L1–L2 structural competition account, these findings suggest in relation to morphology learning in SLA that L2 learners may labor under parallel activation during crosslinguistic competition, whereby cognitive resources are insufficient to resolve long-distance agreement dependencies, thus resulting in reduced sensitivity to L2 morphosyntactic violations.
Rattanasak, S., Pongpairoj, N. & Christianson, K. (2022). Effects of working memory capacity and distance-based complexity on agreement processing: a crosslinguistic competition account. Applied Linguistics Review, 1-26.
Effects of working memory capacity and distance-based complexity on agreement processing: a crosslinguistic competition account
This study examined the extent to which working memory (WM) capacity and distance-based complexity influenced how second language (L2) learners used morphosyntactic information incrementally during online processing of L2 English long-distance subject-verb number agreement dependencies. The moving-w...
20/10/2022
*******************************************
【EdTech คืออะไร】(บทความ)
*******************************************
โดย วรัญญา พนางาม
ก่อนที่จะเกิดการระบาดของโควิด 19 การเรียนในรูปแบบออนไลน์อาจไม่ได้เป็นที่สนใจมากนัก แต่หลังจากเกิดการระบาดก็ทำให้การดำเนินชีวิตของทุกคนเปลี่ยนไป เพราะจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้าน และเรียนผ่าน ช่องทางออนไลน์แทน จึงเป็นการเปิดโอกาสให้มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเรียนการสอน ในตอนนี้เองที่ EdTech เข้ามามีบทบาทสำคัญ ดังนั้นในวันนี้ทางหน่วยวิจัยจะมาพูดถึง EdTech กันค่ะ
สำหรับ EdTech นั้นย่อมาจากคำว่า Education Technology หรือก็คือเทคโนโลยีด้านการศึกษานั่นเอง ค่ะ โดย EdTech นั้นคือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือ ด้านการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ
ส่วนเทคโนโลยีที่ถูกจัดไว้ในกลุ่มของ EdTech สามารถเป็นได้ทั้งฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Software)
โดยฮาร์ดแวร์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต มือถือ กระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะ ไปจนถึงแว่น VR และในส่วนของซอฟต์แวร์ก็เป็นได้ทั้งแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ในมือถือ เช่น แอพพลิเคชั่นสำหรับการเรียนภาษาต่างประเทศ หรือจะเป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ (Online Learning Platform) เช่น MOOC ก็ได้เช่นกันค่ะ
นอกจากนี้ EdTech กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะเห็นได้จากตัวเลขการคาดการณ์การลงทุนในอนาคตที่ ทาง HolonIQ ได้อธิบายไว้ในบทความ “ภาพรวมการศึกษาโลก (Global Education Outlook)” เมื่อต้นปี 2022 นี้เอง โดยคาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2025 อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของ EdTech อาจจะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 16.4% ซึ่งมากกว่าที่เคยคาดไว้ในปี 2020 ว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ 16.3% แสดงให้เห็นว่า EdTech เป็นเทรนด์ที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากสถานการณ์โควิดนั่นเองค่ะ
ในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่ามีเทคโนโลยีมากมายที่มาช่วยให้การเรียนการสอนสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทางหน่วยวิจัยเชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการศึกษาอีกแน่นอนค่ะ
แหล่งที่มา :
Duff, C. (2021). Everything You Need to Know About Education Technology “EdTech”. Owl Labs.
HolonIQ. (2022). 2022 Global Education Outlook. https://www.holoniq.com/notes/2022-global-education-outlook
Khillar, S. (2022). Difference Between EdTech and eLearning. DifferenceBetween.net.
PTT ExpresSo (Express Solution). (2020). EdTech คืออะไร ทำไมนักลงทุนยุคใหม่ต้องใส่ใจเรื่องนี้.
12/09/2022
*******************************************
【การศึกษาภาษาในอนาคต】(บทความ)
*******************************************
โดย วรัญญา พนางาม
ทุกท่านเคยสงสัยกันหรือเปล่าคะว่า การศึกษาทั่วโลกจะเป็นอย่างไรบ้างในอนาคต ผู้เรียนยังจำเป็นต้องไปเรียนที่โรงเรียนอยู่หรือเปล่า หรือจะมีเทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยในการสอนหรือไม่
อย่างไรก็ตามในปี 2020 ทาง HolonIQ ได้รายงานข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ความเป็นไปได้ทางการศึกษาที่อาจเกิดขึ้นได้ในปี 2030” แต่ก่อนอื่นเรามารู้จัก HolonIQ ก่อนดีกว่าค่ะ
HolonIQ คือ แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลในด้านเกี่ยวกับงานวิจัยทางการศึกษาระดับโลก ซึ่งจะมีการใช้ระบบ Machine Learning ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ในอินเทอร์เน็ตทั่วโลก รวมถึงมีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นองค์กรระดับโลก เช่น World Bank UNESCO หรือ สถาบันวิจัยระดับโลกต่าง ๆ เพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มความเป็นไปได้ในอนาคต
โดย HolonIQ ระบุว่า ในปี 2030 ทิศทางของการศึกษาทั่วโลกสามารถเป็นไปได้ทั้งหมด 5 รูปแบบดังนี้
1. Education-as-Usual คือ สถานศึกษายังคงเป็นแหล่งความรู้หลักสำหรับผู้เรียน แต่อาจมีสถาบันรูปแบบใหม่เกิดขึ้น โดยจะเป็นสถาบันที่เน้นสอนทักษะอาชีพโดยเฉพาะ ทำให้ผู้เรียนสามารถทำงานต่อในสายงานที่เรียนได้เลย
2. Regional Rising คือ เป็นการร่วมมือกันระหว่างประเทศ โดยระบบสถานศึกษาเริ่มมีการแบ่งปันหลักสูตรและทรัพยากรที่ใช้ในการเรียน รวมถึงมีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Blended Learning ซึ่งเป็นการเรียนออนไลน์ที่ผู้เรียนจะนั่งเรียนในห้องเรียน ในขณะที่ผู้สอนจะสอนออนไลน์จากที่อื่น โดยการเรียนแบบนี้จะทำให้ผู้เรียนหลายประเทศสามารถเข้าเรียนพร้อมกันได้ รวมทั้งผู้สอนเองก็สามารถสอนจากประเทศอื่น ๆ ได้ด้วย
3. Global Giants คือ การที่ทั้งโลกเชื่อมถึงกันผ่านการบูรณาการด้านการค้าระหว่างประเทศ เทคโนโลยี การลงทุน และทุนมนุษย์ ในแง่ของการศึกษาจะถือว่าเป็นยุคของการศึกษาที่ไร้พรมแดน โดยคาดการณ์ว่าบริษัทต่าง ๆ จะลงทุนในตลาดการศึกษาเป็นเงินกว่า 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
4. Peer-to-Peer คือ การศึกษาที่เชื่อมต่อระหว่างบุคคล โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเฉพาะวิชาที่ตรงกับความต้องการของตนได้ และยังได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญจากสาขานั้น ๆ เมื่อเรียนจบอีกด้วย
5. Robo Revolution ความเป็นไปได้นี้อาจจะเกิดขึ้นได้ หากเทคโนโลยีเกี่ยวกับ AI มีการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้ว ทำให้ในด้านการศึกษา AI จะเริ่มมีบทบาทในการเรียนการสอนมากขึ้น เช่น ในการศึกษาระดับ K-12 (ช่วงระดับประถม – มัธยม) จะมีการใช้ AI มาเป็นผู้ช่วยครูผู้สอน (Digital Teaching Assistants) โดยมีการทำหน้าที่บางส่วนแทนครูผู้สอน เช่น การเช็คชื่อ การให้เกรด หรือการวัดผลทางการเรียน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ทาง HolonIQ ระบุว่าความเป็นไปได้ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ใช่การทำนายอนาคตแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการจำลองให้เห็นเท่านั้นว่า ในอนาคตสามารถมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้างจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นเรามารอดูกันนะคะว่าในปี 2030 โลกของเราจะนำพาการศึกษาไปในทิศทางไหน
แหล่งที่มา : HolonIQ. (2020). Education in 2030 : Five scenarios for the future of learning and talent.