15/05/2026
วันก่อนมีพี่คนนึงถามแนนว่า “Wellness คืออะไร?”
แนนตอบไปว่า...
สำหรับแนน Wellness คือ Well-being — หมายถึง การมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติอย่างเป็นธรรมชาติ เน้นคำว่า “อย่างเป็นธรรมชาตินะคะ“
หลายคนอาจคิดว่ามันคือ สปา นวด ออนเซ็น ห้องอบสมุนไพร คลื่นเสียงบำบัด หรือการฮีลใจ
แต่สำหรับแนน — ถ้ามันไม่ครบองค์รวม
มันก็เป็นแค่บริการรูปแบบหนึ่ง
ที่ยังเรียกว่า Wellness ไม่ได้
---
แล้ว Wellness ที่แท้คืออะไร?
องค์การอนามัยโลก (WHO) นิยาม Well-being ว่า “สุขภาวะ“ หรือ การมีความเป็นอยู่ที่ดีในทุกด้าน ตั้งแต่ร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญาที่ดี
National Wellness Institute นิยาม Wellness ว่า “กระบวนการที่บุคคลเลือกอย่างมีสติ เพื่อมุ่งสู่การมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ“ ซึ่ง NWI แตก Wellness ออกมาเป็น 6 มิติ ตามนี้ค่ะ
🌿 ร่างกาย (Physical) — คือการฟังร่างกาย กินอาหารที่หล่อเลี้ยง เคลื่อนไหวด้วยความรัก ไม่ใช่ขับเคลื่อนด้วยความกลัว เช่น กลัวอ้วน
🌿 อารมณ์ (Emotional) — ไม่ใช่แค่การ ”คิดบวก“ แต่คือการอนุญาตให้ตัวเองรู้สึก และอยู่กับความรู้สึกนั้นโดยไม่หนี
🌿 ปัญญา (Intellectual) — การเรียนรู้สิ่งใหม่ เปิดรับมุมมองที่ต่างจากเดิม
🌿 สังคม (Social) — การมีสายสัมพันธ์ที่เรารู้สึก ”ปลอดภัย“ ที่จะเป็นตัวเอง
🌿 จิตวิญญาณ (Spiritual) — การรู้ว่าชีวิตนี้มีความหมายอะไร และอะไรคือคุณค่าที่เราเลือกเดินตาม
🌿 อาชีพ (Occupational) — การใช้ชีวิตทำงานที่สอดคล้องกับคุณค่าและไม่ทำร้ายจิตใจตัวเอง
---
Wellness ไม่ใช่ ”ปลายทาง“ ที่เราต้องไปถึงทันที
ไม่ใช่ ”ความสมบูรณ์แบบ“ ที่เราต้องเป็นเดี๋ยวนี้
แต่มันคือ ”การก้าวไปกับตัวเอง เพื่อเดินทางกลับบ้าน“
..กลับมาสู่ร่างกายที่เราละเลย
..กลับมาสู่อารมณ์ที่เราเก็บซ่อน
..กลับมาสู่เสียงหัวใจที่เรากลบด้วยความเร่งรีบ
..กลับมาสู่ชีวิตที่ปกติสุขอย่างเป็นธรรมชาติ
นี่แหละ Wellness ในแบบ Sayapha Nurture
----------
อีกเรื่องนึงที่อยากพูดคือ
เดี๋ยวรอบหน้าเจอกันค่ะ 😁
#กลับบ้านสู่ตัวเอง
03/04/2026
🤯 เอามันออกไปจากหัวซะนะคะ… ถ้าคุณยังมีความคิดว่า “โลกวัตถุ” ไม่สำคัญ และพุ่งเป้าจะพัฒนาแต่ “โลกภายใน” เพียงอย่างเดียว
จริงอยู่ค่ะที่ “โลกภายในสะท้อนโลกภายนอก”
แต่ในทางกลับกัน “โลกภายนอกก็เป็นรากฐานที่คอยอุ้มชูโลกภายใน” เช่นเดียวกัน
คนที่อยู่ในสาย Spiritual หรือ Wellness หลายคนมักจะติดกับดักที่เรียกว่า “Spiritual Bypass” คือการพยายามทำตัวให้สูงส่งทางจิตวิญญาณจนละทิ้งโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งสุดท้ายมันไม่ยั่งยืน
พวกเขามักจะเผลอผลักไสเรื่องเงินหรือธุรกิจออกไป เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องของกิเลส แต่ในมุมมองของ Holistic Wellness Practitioner อย่างแนน การแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันคือการทำลายสมดุลค่ะ
สุขภาพการเงิน (Financial Wellness) คือรากฐานของสุขภาพจิตและระบบประสาท (Nervous System)
คีย์หลักที่เราพยายามสื่อสารใน Sayapha Nurture มาตลอด คือ ทุกฟันเฟืองของชีวิตต้องถูกหมุนไปพร้อมกัน
ถ้าฐานรากเรื่องปัจจัยสี่ยังไม่มั่นคง เราก็จะไม่มีทางพัฒนาจิตวิญญาณไปสู่จุดสูงสุดได้อย่างแท้จริง
อย่างตัวแนนเอง ต่อให้จะหลงใหลในการทำความเข้าใจจิตวิญญาณ พลังงาน และโปรแกรมจิตใต้สำนึกแค่ไหน แต่ในอีกมิติหนึ่ง แนนก็ยังสนุกกับการวิเคราะห์ตลาด ศึกษาการลงทุน และให้ความสำคัญกับโลกธุรกิจอย่างเต็มที่ เพราะทั้งหมดนี้คือ **Ecosystem of Life (ระบบนิเวศของชีวิต)**ค่ะ
ครั้งนึงแนนเคยไปดูงานที่อาศรมธรรมชาติแห่งหนึ่ง…
คนที่นั่นใช้ชีวิตแบบ Zero Waste ดำรงอยู่ด้วยวิถีแบบ Spiritual จ๋าๆ แต่เชื่อไหมคะว่า แนวคิดสำคัญที่พวกเขาสะท้อนออกมาคือ… “ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ จะขาดเรื่องของ Economy (เศรษฐกิจ) ไปไม่ได้เลย” (ซึ่งสอดคล้องกับวงล้อแห่งชีวิต 8 ด้านของฝั่งซิลิกอนวัลเล่ย์เป๊ะเลยค่ะ)
📌ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
เพราะเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ปัญหาการเงิน” คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้คนส่วนมากติดลูปความเครียด เมื่อเรากังวลเรื่องความอยู่รอด ระบบประสาทของเราจะเข้าสู่โหมด Fight or Flight (สู้หรือหนี) ตลอดเวลา ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด พลังงานอุดตัน… แล้วเราจะเอาพื้นที่ว่างตรงไหนไปพัฒนาจิตวิญญาณล่ะคะ?
เหมือนหน้าไพ่ Page of Pentacles ในรูปนี้ ไพ่ใบนี้คือตัวแทนของธาตุดิน การลงหลักปักฐาน และการเข้าใจคุณค่าของโลกวัตถุ
เงินไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เงินคือ “พลังงาน” รูปแบบหนึ่งที่ช่วยขยายศักยภาพในการเป็นผู้สร้างตัวเราให้เป็นคนแบบที่เราต้องการค่ะ
ความสมดุลที่แท้จริง จึงควรเป็น..การมีรากฐานในโลกวัตถุที่มั่นคง (ดั่งต้นไม้ที่หยั่งรากลึก) เพื่อให้จิตวิญญาณของเราสามารถเติบโตและเบ่งบานได้อย่างไร้ความกังวล (ดั่งกิ่งก้านที่แผ่ขยายรับแสงอาทิตย์)
อย่าลืมดูแล “โลกภายนอก” ของคุณ ให้คู่ควรกับความงดงามของ “โลกภายใน” ที่คุณตั้งใจขัดเกลานะคะ✨
Sayapha Nurture
Wellness Practitioner
#เงิน
02/04/2026
เคยไหมคะ… พยายามคิดบวก พัฒนาตัวเองสารพัดวิธี แต่ลึกๆก็ยังรู้สึกว่า ‘มีบางอย่างขาดหายไป’ ?
ในวันที่แนนตัดสินใจว่า “ฉันจะไม่อนุญาตให้ตัวเองจมอยู่กับภาวะซึมเศร้าอีกต่อไป” แนนเริ่มต้นเหมือนที่หลายคนทำค่ะ… คือการพยายามเปลี่ยนคำพูด ฝึกคิดบวก เข้าคลาสพัฒนาตัวเอง และไปเรียนจิตวิทยาและ NLP
ใช่ค่ะ มันทำให้เราดีขึ้น… แต่บางครั้งความเศร้าและความดิ่งก็ยังวนกลับมาทักทายเป็นระยะ เหมือนว่าชีวิตยังมี “จิ๊กซอว์บางชิ้น” ที่ต่อไม่สนิท
จนแนนได้รู้จักกับคำว่า “พลังงาน” และศาสตร์ที่เรียกว่า “เรกิ (Reiki)”
สารภาพตามตรงว่าตอนแรกไม่ได้เชื่อเลยค่ะ เป็นแค่ความอยากที่จะพิสูจน์ด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้สัมผัสกับเหตุการณ์ที่หลายคนเรียกว่า “ความบังเอิญ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แนนถึงได้ตระหนักว่า… โลกของการเยียวยามันกว้างใหญ่กว่ากรอบความรู้เดิมๆที่เราเคยคิดว่าเรารู้มากนัก
แนนได้เข้าใจคำว่า “องค์รวม (Holistic)” อย่างลึกซึ้ง
และได้รู้แล้วว่าฟันเฟืองของชีวิตเราจะหมุนไปข้างหน้าอย่างราบรื่นไม่ได้เลย หากเรามีแค่ “Mindset ที่ดี” แต่ละเลยเสียงของร่างกายและพลังงาน ทุกองค์ประกอบต้องทำงานสอดประสานกันค่ะ
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม SAYAPHA NURTURE ถึงผสาน Reiki เข้ากับ NLP?
แนนจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ…
ปัญหาของการปรับความคิดเพียงอย่างเดียว คือ
แม้ “สมอง” เราจะสั่งให้คิดบวก แต่ “ร่างกาย” กลับยังจดจำรอยแผลในอดีต (Trauma) และความเครียดยังคงสะสมเอาไว้แน่นไปหมด…นึกภาพเหมือนเราเทน้ำสะอาดลงในแก้วที่สกปรก น้ำก็จะมีสิ่งปนเปื้อนเต็มไปหมด
ในทางกลับกัน หากทำแค่การเคลียร์พลังงานให้เบาสบายแล้ว แต่เราไม่ยอมเปลี่ยน “โปรแกรมความคิด” เดิม…
อีกไม่นานเราก็จะสร้างวงจรความเครียดกลับมาทับถมตัวเองใหม่…เหมือนเราเอาแก้วสะอาดมาเทน้ำสกปรกเข้าไป ยังไงซะตะกอนก็ย่อมกลับมาติดแก้วอีก
แต่เมื่อ 2 ศาสตร์นี้ทำงานไปพร้อมกัน…
✨ Reiki จะทำหน้าที่คล้ายสายน้ำที่ช่วยชำระล้างพลังงานที่ค้างคา ปลอบประโลมความตึงเครียด เปิดประตูให้ร่างกายและจิตใจรู้สึก “เบาสบาย”
✨ NLP จะให้มุมมองความคิดใหม่ สับเปลี่ยนความหมายของบาดแผลในอดีต และฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อใหม่ลงไป ในขณะที่จิตใต้สำนึกของคุณกำลังผ่อนคลายและเปิดรับอย่างเต็มที่
ผลลัพธ์ที่ได้ จึงเหมือนการเทน้ำสะอาดลงไปในแก้วที่ใส การเปลี่ยนแปลงจึงเห็นได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนขึ้น
แนนมักจะใช้ 2 ศาสตร์นี้ควบคู่กับกับคนในหลายๆสภาวะ เช่น
∙ คนที่อยู่ในภาวะ : เรกิจะช่วยเติมพลังงานที่สูญหาย ส่วน NLP จะเข้าไปอุดรอยรั่วทางความคิดที่ทำให้คุณเหนื่อยหรือหมดพลัง
∙ คนที่กังวลใจ ( ) หรือ #นอนไม่หลับ : เรกิจะช่วยให้ระบบประสาทสงบลง ส่วน NLP จะช่วยให้ solutions กับปัญหาที่กังวลอยู่
∙ คนที่อยากก้าวไปข้างหน้า แต่รู้สึกติดขัด หรือวนลูปในวังวนซ้ำๆ : เรกิจะปลดล็อกระดับพลังงาน ส่วน NLP จะปลดล็อกระดับความเชื่อ
การเยียวยาที่แท้จริง ไม่ใช่การฝืนบังคับให้ตัวเองต้องเข้มแข็งตลอดเวลา แต่คือการอนุญาตให้ตัวเองได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน ทั้งร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณ
อนุญาตให้ตัวเองได้พัก… เพื่อโอบกอดอดีต
และถักทอตัวตนใหม่ในแบบที่คุณต้องการนะคะ
#คลังแสงสญาภา 🎁
Sayapha Nurture
Wellness Practitioner
28/03/2026
เคยสงสัยมั้ยคะ ว่าการทำเรกิทางไกล จะให้ผลลัพธ์ได้ยังไง?
วันนี้แนนมีเคสเรกิทางไกลเป็นน้องผู้หญิงคนนึง ที่เราไม่เคยเจอกันเลย แต่น้องมักจะมารับเรกิออนไลน์อยู่เสมอ เพราะน้องเขาอยู่ต่างจังหวัด เขามีหน้าที่ที่ต้องแบกรับมากมาย ทั้งการเป็นแม่ของลูก เป็นลูกสาวของพ่อกับแม่ และเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆของตัวเอง คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยคะว่าตารางชีวิตน้องจะแน่นแค่ไหน?
น้องเป็นสายพัฒนาตัวเองคนนึง เป็นคนมายเซ็ตดี จิตใจดี สิ่งที่น้องตามหา จึงไม่ใช่แค่การระบายหรือแค่การปรึกษา แต่คือการ "เคลียร์" พลังงานทุกมิติที่ค้างคาในใจให้จบจริงๆ
ช่วงนี้น้องมีอาการ Burnout และนอนได้ไม่ดีนัก น้องบอกว่าน้องไม่อยากไปหาหมอ ไม่อยากแค่รับยากลับมากิน แล้วก็อึนจากฤทธิ์ยา น้องจึงตัดสินใจนัดคิวทำเซสชั่นเรกิทางไกล (Online Distance Reiki) + NLP กับแนนทันที
หลังจบเซสชั่น แนนจึงสอบถามว่าอะไรทำให้น้องเลือกมาทำเรกิเสมอ และนี่คือฟีดแบ็กที่แนนได้รับจากน้องค่ะ…(อ่านเต็มๆ ได้ในรูปเลยนะคะ)
สิ่งที่ทำให้แนนยินดีที่สุดจากข้อความของน้อง ไม่ใช่แค่การที่น้องบอกว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่คือประโยคที่ว่า…
"แก้ไขได้ตรงจุด ไม่ต้องวนไปถามใครให้ทั่วแล้วมาย่อยเอง เคลียร์จริงๆ ในทุก Session จนหมดเรื่องราวในใจ ไม่รีบเร่งแบบหมดเวลาแล้วเจอกันใหม่"
ในฐานะ Wellness Practitioner ที่ทำงานด้านนี้มา 10 ปี นั่นคือความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนที่มารับเซสชั่นกับแนนได้รับ “ความโล่ง” กลับไปค่ะ เพราะแนนเข้าใจดีว่า ความรู้สึก "ค้างคา" หรือการถูกตัดบทเพียงเพราะ 'หมดเวลา’ มันบั่นทอนใจแค่ไหน
คนคนนึงที่ต้องแบกทุกอย่างไว้ในฐานะเสาหลักของบ้าน เขาไม่ได้ต้องการแค่ที่ระบายหรือที่ปรึกษา แต่เขาต้องการทางแก้ที่ตรงจุด เพื่อเขาจะไปต่อได้ ลองคิดดูนะคะ ว่าคนที่แบกอะไรไว้จนหนักอึ้ง เขาจะก้าวต่อไปยังไง?
หน้าที่ของ Wellness Practitioner
จึงไม่ใช่แค่การเยียวยา แต่คือการดูแลองค์รวมทั้งทุกมิติ เพื่อฟื้นคืนพลังงานและจุดประกายให้เขาได้เป็นในสิ่งที่เขาอยากจะเป็น...
อ่านมาถึงตรงนี้เราคงได้คำตอบกันแล้วนะคะว่า..
ระยะทางไม่ใช่ข้อจำกัดของการเยียวยา
บันทึก...ห้องพักใจ
by Sayapha Nurture
(Wellness Practitioner)
26/03/2026
Sayapha Nurture กลับมาแล้วค่ะ…
แนนเริ่มต้นเส้นทางสายบำบัด จากคนที่ไม่อยากให้ตัวเองเป็นไปตามที่หมอบอกว่าต้องกินยาตลอดชีวิต หาวิธีรักษาตัวเองสารพัด แล้วค่อยๆผันตัวเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยคนที่ต้องเจอเรื่องแบบเดียวกัน ฝึกฝนพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นโค้ช เป็นครู และเป็นนักบำบัด
หลังจากเดินทางบนเส้นทางนี้มากว่า 10 ปี แนนได้เห็นอะไรและเรียนรู้อะไรมากมาย สิ่งที่น่าสนใจ คือ แนนเห็นคนจำนวนมากที่พยายามพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุด แต่ยังคงวนลูปอยู่ที่เดิม!
มันเป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในใจตลอดเวลาที่แนนคอยดูแลเคสต่างๆคนแล้วคนเล่า…ทำไมล่ะ อะไรที่หายไป ทั้งที่พวกเขาก็มีมายเซตที่ดี มีความพยายาม แล้วมัน ”ขาด“ อะไร?
แนนเฝ้าสังเกตสิ่งที่ทำให้พวกเขา “ติดกับดัก” ของตัวเอง แล้วก็ค้นพบว่า การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการพัฒนาตัวเองเพียงอย่างเดียว
แนนเลยถอยตัวเองออกมาจากทุกอย่าง แล้วออกเรียนรู้และค้นหาคำตอบจากชีวิตผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่ในฐานะนักบำบัด แต่ในฐานะภาชนะที่ว่างเปล่า เพื่อจะเปิดโลกของตัวเองให้กว้างขึ้น นั่นคือเหตุผลที่แนนหายไปในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา
แนนได้ตกตะกอนว่า ชีวิตคนก็เหมือนจิ๊กซอว์ที่ภาพจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อตัวต่อทุกชิ้นเข้าที่ เครื่องจักรจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อฟันเฟืองทุกตัวถูกขับเคลื่อนไปพร้อมกัน
คนเราจะเปลี่ยนแปลง หรือ Transform ได้ ก็ต่อเมื่อ กาย ใจ และความคิดสอดคล้องกันอย่างสมดุล
วันนี้แนนพร้อมจะกลับมาแล้วค่ะ 🌿
เร็วๆ นี้จะมี content และโปรแกรมใหม่สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง กดติดตาม
Sayapha Nurture — Holistic Wellness & Transformation กันไว้นะคะ 🤍
18/02/2024
เป็นเดือนที่ตารางงานแน่นสุดๆ
เดินทาง 11 จังหวัด ภายใน 1 เดือน
ตื่นตี 5 และนอนดึกแทบทุกวัน
แต่ก็เป็นเดือนที่ตั้งเป้าในการสร้างซิกแพก
และความแข็งแรงให้กับร่างกายตัวเองเพิ่มขึ้นด้วย
ทุกจังหวะที่หาเวลาได้ จึงให้เวลากับการออกกำลังกาย
เทรนเนอร์ชมว่าพี่ต้องดูแลเรื่องอาหารดีมากแน่ๆ
เพราะพี่ถือว่าออกน้อย แต่ลายกล้ามเนื้อและความแข็งแรงมาไวมาก
เลยตอบไปว่า "ใช่ค่ะ" 😊
นี่แหละข้อได้เปรียบของนักบำบัดองค์รวม
เพราะเราเข้าใจว่า ร่างกาย จิตใจ ความคิด และพลังงานสอดคล้องกัน
ถ้าเราทำเข้าใจวิธีการ และโฟกัสได้ตรงจุด เราก็จะทำน้อย แต่ได้มาก มันคือเคล็ดลับเดียวกับเรื่องของการเล่นแร่แปรธาตุนั่นเอง
#หัวและใจที่สร้างได้
#นักบำบัดองค์รวม
18/02/2024
คนเขาอยากจะคิดกับเรายังไงเขาก็จะคิด
เขาอยากตีความและส่งต่อเรื่องราวกันแบบไหน เขาก็จะทำแบบนั้น
ที่เราทำได้ในส่วนของเรา คือ "พยายามก่อน"
อย่าแค่ "ช่างมันฉันไม่แคร์" แล้วทิ้งสิ่งนั้นไว้ดื้อๆ เพราะนี่คือการหนีรูปแบบหนึ่ง และตะกอนก็จะติดในใจเราเอง ไม่ใช่ใครเลย
การพยายามอาจทำให้เราได้เห็นในมุมมองอื่นที่มีต่อตัวเรา และนั่นจะทำให้เราได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณาเพื่อปรับปรุง สิ่งใดเห็นตรงตามที่เขาว่า ก็เอามาพัฒนาตัวเอง สิ่งใดที่รู้ตัวแน่ชัดว่านั่นไม่ใช่เจตนาของเรา ก็พยายามอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจกับอีกฝ่ายก่อน
ลองไปพยายามดูว่าจะสามารถพูดคุยเปิดใจกันได้มั้ย ลองพยายามดูว่าเราจะสื่อสารในมุมของเราให้เขาฟังได้มั้ย ส่วนอีกฝ่ายจะเปิดใจหรือไม่เปิดใจก็ปล่อยไปได้เลย เพราะเราได้เปิดใจของเราออกและเราทำในส่วนของเราแล้วค่ะ
ที่เราควรพยายาม "ก่อน"
ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเราเอง
เพราะนี่คือการแสดงความรับผิดชอบว่าเราคือสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น และเราพร้อมเผชิญหน้าทั้ง "ความผิด" และ "ความชอบ" ของเราอย่างกล้าหาญ
มันคือการทำตัวเป็น "ผู้สร้าง" แล้วเราจะรู้สึกว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตคือ "การเลือกของเรา" มันทรงพลังนะ..ว่ามั้ยคะ 😊
และอีกเหตุผลที่เราควรพยายาม "ก่อน" ก็เพราะ..
มันคือการแสดงความอ่อนน้อมและกว้างขวางของใจ ในการลดอัตตาของตัวเองลง เพื่อให้เราเข้าใจทั้ง "ความผิด" และ "ความชอบ" ของตัวเองในมุมมองของคนอื่น
แต่ "คำเตือน" ส่วนตัวจากแนน คือ อย่าลืมเจตนาและจุดยืนของตัวเองแต่แรกด้วยนะคะ
จริงอยู่ว่าเราสมควรรับคำวิจารณ์ของคนอื่นมาพิจารณา มันคือสิ่งดี แต่เราอย่ารับมาจนเอาแต่โทษตัวเองและหลงไปกับคำตำหนิของคนอื่นจนหลงทาง เพราะบางคำวิจารณ์ก็ไม่ใช่การติเพื่อก่อ แต่เป็นการทำให้เรารู้สึกผิด ( ) ซึ่งผู้ใช้เองก็อาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งนั้นใส่คนอื่นอยู่ก็ได้
เราจึงต้องปกป้องตัวเองได้ด้วยการมีสติในการจำจุดยืนตัวเองได้ ในขณะที่เราก็เปิดกว้างพอจะรับฟังผู้อื่นด้วย
สิ่งนี้จะทำให้เราไม่สูญเสียความเคารพและคุณค่าที่มีต่อตัวเอง แล้วเราจะรักและชอบตัวเองได้อยู่เสมอค่ะ 😊
ขอพลังจงสถิตอยู่กับผู้หญิงทุกคน 💚
#หัวและใจที่สร้างได้ #สุขนิยม #รักตัวเอง
#ความรัก #ความสัมพันธ์ #ผู้หญิงรักตัวเอง
15/02/2024
ไม่แข่ง ก็ไม่แพ้ และอาจกลายเป็นผู้ชนะ เพราะเป็นคนมีความสุขอยู่เสมอก็ได้ 😊
เป็นคนนึงที่ไม่แข่งกับใคร เพราะไม่ชอบแข่งขัน ไม่อยากต้องมาพิสูจน์อะไร ไม่อยากเอาชนะคะคานใคร
แต่ก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองแพ้ เพราะไม่เคยคิดว่าเราทำไม่ได้ ถ้าเราเลือกจะทำ
ในวันที่เรารู้ว่าสิ่งใด คือ core value ที่เราให้คุณค่า
เราจะไม่พยายามในสิ่งที่สวนทางกับความสุขของตัวเรา
เราจะไม่ต้องการในสิ่งที่เป็นค่านิยม แต่เราจะต้องการในสิ่งที่เรานิยม
เราจะไม่ต้องการพิสูจน์ตัวเองกับใคร เพราะใจเรามันรู้ว่าทุกอย่างที่เราเป็นมันเพียงพอและเติมเต็มตัวเองแล้ว
ตรงกันข้าม เราจะทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่ามีความหมายและตอบโจทย์หัวใจเราเสมอด้วยซ้ำ
วันใดที่ใจมันเต็ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะยังรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยในตัวเอง นี่แหละ
และวันใดที่เราตระหนักรู้ในคุณค่าของตัวเอง เราจะจำตัวเองและจำ #ความรัก ได้ วันนั้นจะเป็นวันที่เรา #รักตัวเอง ได้จริงๆ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ย้อนหลังนะคะ 💚
#หัวและใจที่สร้างได้
#ไปเป็นคนที่เราอยากเป็น
11/02/2024
สิ่งที่เชื่อถือได้น้อยที่สุด คือ คำพูด
แม้แต่การกระทำก็ใช่ว่าจะจริงแท้
เพราะใจคนเปลี่ยนเสมอ
และทุกอย่างพร้อมผันแปร
สิ่งเดียวที่แสดงสิ่งที่อยู่ในใจอีกคนได้ โดยที่เขาไม่สามารถปิดบังมันได้ด้วยคำพูดหรือการกระทำที่เขาพยายามแสดงออก ก็คือ พลังงาน
สัตว์และเด็กที่ยังไม่ถูกกรอบความคิดด้วยประสบการณ์และภาษา จึงสามารถสัมผัสสิ่งที่มากกว่าคำพูดและการกระทำได้ด้วยสัญชาตญาณในการรับรู้พลังงานรอบข้าง
เด็กและสัตว์จะรับรู้ได้ว่าอันตรายหรือปลอดภัยจากสัญชาตญาณนั่นเอง
ผู้ใหญ่ก็สามารถมีสัญชาตญาณที่แม่นยำได้เช่นกัน ถ้าเรารู้วิธีที่จะรับรู้ให้มากกว่าคำพูดและการกระทำ และสัมผัสให้ถึงพลังงานของอีกฝ่ายแทนได้
ซึ่งการจะรับรู้ให้ถึงระดับพลังงานได้ เราต้องตัดฟิลเตอร์ที่อาจสร้างความลำเอียงในการตัดสินออก และมีใจที่ว่างมากพอจะเปิดรับผัสสะทั้งหมด แค่นี้เราก็จะมีสัญชาตญาณที่แม่นยำพอจะรับรู้ได้แล้วว่า ตรงไหนคือพื้นที่ปลอดภัย และอะไรคือสิ่งที่หัวใจของเราเรียกร้อง
ใช้แต่ละทักษะให้ถูกจังหวะ ชีวิตก็จะเจอสิ่งดีๆได้ง่ายและมีความสุขง่ายราวกับว่าเราเป็นคนที่โชคดีตลอดเวลา 😊
#หัวและใจที่สร้างได้
#พลังงานเป็นเรื่องง่าย
08/02/2024
The family you create is more important than the family you come from.
จริงอยู่ว่าเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราทุกคนเลือกที่จะเป็นได้ ขอแค่เราเชื่อในการเป็นผู้สร้างของตัวเอง 💪🏻
#หัวและใจที่สร้างได้