17/04/2026
คอร์สอุดฟันหน้า 2 Days Anterior Composite Mastery Season 8 จะขอประกาศรับสมัครในซีซั่นที่ 8 ในวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569
เตรียมตัวเรียนรู้ไปกับเนื้อหา Lecture และ Hands on 2 วันที่อัดแน่นเพื่อตอบโจทย์คุณหมอทั้งการ Layering ClassIV, Diastema closure, Black triangle closure, Injectable veneer และ Contouring นะครับผม
02/04/2026
ทางคอร์ส BDA Overlay มีการเปลี่ยนรายละเอียดสถานที่เรียน จากเดิมจัดที่ Dentsply Sirona ได้เปลี่ยนเป็น Dentopia Academy นะครับ เนื่องด้วยมีการปรับปรุงสถานที่ในส่วนของตึก AIA โดยสถานที่ Dentopia Academy คุณหมอจะยังได้รับประสบการณ์เรียนรู้ที่เหมือนเดิม ด้วยการกรอฟันยังจะทำใน Phantom Head ไม่ต่างจากที่ Dentsply และในการดูขั้นตอนขึ้นรูปชิ้นงาน ทาง Dentsply ก็ได้มีการขนระบบ Cerec พร้อม Primescan มาไว้ที่ Dentopia Academy อย่างครบถ้วนครับ
หรือที่ว่างไม่กี่ที่แล้ว สามารถสมัครเรียนได้จาก link ในคอมเม้นท์ครับ
02/03/2026
#อุดสวยไม่สูงไม่เสียวClassIIสบาย!!!
ประกาศเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายกับคอร์ส 2 Days: Functional Arts & Class.II of Posterior Composite Season 6 ไปกับเนื้อหาเริ่มจากการกรอฟัน การอุดให้ไม่เสียว ไม่หลุด ดูสวยดูปัง และไม่ต้องคอยแก้สูง คอร์สจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 14 และ 15 มีนาคม 2569 ครับ คุณหมอท่านใดประสบพบปัญหาในการอุดฟัน อยากหาคำตอบ ทักเพจมาได้เลยครับ
25/02/2026
ความสำเร็จของการรักษารากฟัน(endodontic success) เป็นส่วนที่ควรนำมาพิจารณาเสมอในการเตรียมโพรงฟันสำหรับใส่เดือยฟัน ปัจจุบันนิยมใช้เป็นชนิด glass fiber-reinforced composite post (FRC post) ซึ่งสามารถยึดลงไปในโพรงฟันได้ภายในครั้งเดียว ต่างจากการใช้เดือยฟันโลหะในอดีตที่มีการทำมากกว่า 1 ครั้ง ช่วยลดโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค โดยเฉพาะหากทำภายใต้แผ่นยางกันน้ำลาย ยิ่งช่วยทำให้ความสำเร็จของงานรักษารากฟันสูงขึ้น นอกจากประเภทของเดือยแล้ว ขั้นตอนการเตรียมโพรงฟันและยึดเดือยฟันก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ดังนี้
1. คือเรื่องขนาด ซึ่งมักจะมีขนาดที่กำหนดมาแล้วโดยผู้ผลิต สามารถเลือกขนาดให้พอดีกับคลองรากฟันได้ โดยเดือยฟันขนาดที่พอดี จะให้การยึดอยู่ที่ดี รวมไปถึงให้ coronal seal ที่ดีเพื่อความสำเร็จในงานรักษารากฟัน
2. ถัดมาคือความยาวทำงาน ไม่ควรเตรียมโพรงฟันลึกมากจนเกินไป โดยจำเป็นที่จะต้องมีวัสดุอุดคลองรากฟัน gutta percha เหลือไว้เพื่อให้เกิด apical seal อย่างน้อยประมาณ 4-5 mm
3. หลายครั้งอาจจะถูกมองว่ามีความสำคัญน้อยกว่าสองข้อแรก นั่นคือ ขั้นตอนการยึดเดือยฟัน ไม่ควรที่จะมีฟองอากาศอยู่ภายในคลองรากฟัน โดยเฉพาะในบริเวณระหว่างปลายของเดือยฟันกับ gutta percha ซึ่งการมีที่ว่างบริเวณนี้ อาจจะเป็นพื้นที่ให้แบคทีเรียสะสมตัว เจริญเติบโต และทำให้การรักษารากฟันล้มเหลวได้
วิธีที่นิยมในการยึดเดือยฟันคือใช้ flowable core build-up material ซึ่งสามารถทำทั้งการยึดเดือยฟันและก่อแกนฟันได้ในครั้งเดียว แต่ด้วยความที่หัวทิปสำหรับฉีดวัสดุมีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถใส่ลงคลองรากฟันได้จนสุด ต้องฉีดไว้ที่ or***ce และป้ายไว้กับเดือย ทำให้มีโอกาสเกิดฟองอากาศปนเข้าไปได้
วิธีที่ดีที่สุดคือ ควรใช้หัวทิปที่มีขนาดเล็กในการโหลด resin cement ลงไปในคลองรากฟันให้ถึงจุดที่ลึกที่สุด โดยหลายบริษัทได้ทำหัวทิปขนาดเล็กไว้เพื่อการนี้อยู่แล้ว แต่มักจะเป็นสำหรับ resin cement ไม่ใช่สำหรับ flowable core build-up material เพราะมีความหนืดสูง ไม่สามารถฉีดผ่านหัวทิปขนาดเล็กได้โดยง่าย ตัวอย่างหัวทิปขนาดเล็กเช่น RelyX Unicem elongation tip, RelyX Universal micro mixing elongation tip, Panavia V5 endotip (S), Panavia SA endotip(SS) หัวทิปเหล่านี้มักจะมีขนาดที่เล็ก สามารถใส่ลงไปได้ลึกในคลองรากฟัน ลดการเกิด void ลงได้ แต่หลังจากยึดเดือยฟันแล้ว จำเป็นจะต้องก่อแกนด้วยวัสดุอื่นอีกที ไม่สามารถใช้ resin cement เป็นแกนได้
แต่หากไม่ได้ใช้ resin cement จากบริษัทข้างต้น ในอดีตคุณหมอหลายท่านอาจจะเคยได้ใช้ Centrix gun พร้อมกับ AccuDose แคปซูล ซึ่งเราสามารถโหลด resin cement คงเราลงไปในแคปซูลนี้ แล้วฉีดลงไปในคลองรากฟันได้เช่นกัน ซึ่งมีทั้งหัวทิปเกจ 19 20 และ 24 หมดปัญหาเรื่องการเกิด void และยังสามารถใช้ร่วมกับแบรนด์ไหนก็ได้ เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันหาซื้อในไทยไม่ได้
หากคุณหมอท่านใดมีวิธีหรือเทคนิคอื่นแนะนำในการลด void สามารถ comment แบ่งปันด้านล่างได้เลยครับ
16/02/2026
อุดฟันยังไงให้อยู่ได้นาน ? 🦷
ในปัจจุบันเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าวัสดุอุดฟันในคลินิกร้อยละ 99% คือคอมโพสิตเรซินซึ่งผ่านการพัฒนาและปรับปรุง Formula มาหลายทศวรรษจนสามารถทดแทนวัสดุโลหะอย่างอมัลกัมได้แทบจะ 100% แล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Longevity ของวัสดุอุดคอมโพสิตที่ผ่านการอุดในแต่ละเคส แต่ละหมอกลับมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางเคสอุดฟันไปไม่กี่เดือนกลับมาเช็คกลับพบว่าวัสดุอุดเราสภาพเก่า ขอบรั่ว หรือแม้แต่คนไข้มีอาการเสียวฟัน แต่ในอีกเคส กลับอุดแล้วอยู่ได้นานแบบไม่มีปัญหา ความแตกต่างนี้ส่งผลให้ทีมงานอยากมาแชร์ Basic knowledge ที่คุณหมอหลายท่านอาจจะยังไม่รู้ครับ ว่าอะไรบ้างที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของวัสดุอุดคอมโพสิตเรซิน
1. Cavity preparation : การอุดฟันที่ดีเริ่มต้นตั้งแต่ดารเตรียมโพรงฟัน ตัว Cavity ควรจะสะอาด ไม่มีเนื้อฟัน Infected dentine และบริเวณรอบๆ Cavity ควรจะเป็น Healtht tissue ขาวสะอาดเพื่อให้เกิด Peripheral seal zone รอบๆ และไม่มี Unsupported enamel นอกจากนี้หากคุณหมอใช้งาน Adhesive ในโหมด Self etch ที่ไม่มีการ Etch dentine ก็ควรที่จะจบการเปรปด้วยหัวกรอ Fine diamond bur / Carbide bur เนื่องจากหัวกรอความละเอียดสูงจะทำให้เกิด Smear layer ที่หนากำลังดี ไม่หนาเกินไป เหมาะแก่การเกิดปฏิกิริยากับ Acidic monomer ใน Self etch adhesive
2. Adhesive protocol : ในปัจจฺบัน Adhesive รุ่นใหม่ๆในท้องตลาดผ่านการพัฒนามาพอสมควรแล้ว ลำพังแค่การใช้งานที่ถูกต้องเหมาะสมตาม Protocol ก็เพียงพอที่จะให้วัสดุอุดฟันของเราอยู่ได้นานแล้วครับ แน่นอนว่าการใช้ Gold standard adhesive นั้นให้ Bond strength สูงที่สุด แต่หากคุณหมอไม่มี Gold standard adhesive เราก็ยังสามารถอุดฟันให้อยู่ได้นานได้ หากทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เช่น หากใช้ Universal adhesive ในโหมด Self etch ก็ควรทำ Selective etching บน Enamel รอบๆ ร่วมกับการ Agitate Adhesive ใน Cavity 15-20 วิ แล้วเป่าให้แห้ง อาจพิจารณาทำการ Double application (ทา+เป่า& ทา+เป่า ก่อนฉายแสง) ร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยลดการเกิด Water tree effect ส่งผลให้วัสดุอุดอยู่ได้นานขึ้นและลดโอกาสเสียวฟัน
3. Shrinkage stress controling : ในการอุด Cavity ขนาดใหญ่และลึกจำเป็นต้องใช้วัสดุอุดเป็นปริมาณมาก ซึ่งมักจะก่อให้เกิดการหดตัวของวัสดุอุดมากตามไปด้วย หากคอมโพสิตหดตัวเยอะมากจนเกินไปก็อาจจะก่อให้เกิดการเสียวฟันภายหลังอุดจาก Internal gap ได้เช่นกัน สุดท้ายคนไข้ก็จะกลับมาให้เราแก้งานไม่จบไม่สิ้น ดังนั้นหากคุณหมอจำเป็นต้องอุดฟันใน Cavity ขนาดใหญ่ จะแนะนำให้ใช้คอมโพสิตประเภท Bulk fill ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการหดตัวที่น้อยกว่า Conventional composite รวมถึงยังมี Depth of cure ที่ลึก ไม่ต้องมากังวลว่าคอมโพสิตจะมี Degree of conversion ที่น้อยเกินไป นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่นๆอีกมากมายที่สามารถช่วย Control การหดตัวของคอมโพสิตได้ ไม่ว่าจะเป็นการอุดแบบ Incremental, การฉายแสงแบบต่างๆ รวมถึงเทคนิคการทำ Resin coating ล้วนแล้วแต่ช่วยเรื่องการหดตัวทั้งนั้น
4. Isolation : หากมั่นใจว่าสามารถกันน้ำลายได้ ไม่จำเป็นต้องใส่ Rubber dam ก็ได้ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวพบว่าการใส่ Rubber dam ให้ประโยชน์ในหลายๆแง่ ตั้งแต่ให้ความสบายตา และสบายใจในการทำงาน ไม่ต้องมาคอยระวังน้ำลายหรือเลือกจะมาเปื้อน Cavity และเมื่อพื้นที่ในการทำงานแห้งมากขึ้น เราก็จะมองเห็นชัดขึ้น ส่งผลให้สามารถอุดฟันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย
สำหรับโพสต์นี้ขออนุญาตแชร์ข้อมูลไว้ที่ 4 ข้อข้างต้นก่อน ซึ่งจริงๆแล้วยังมีเทคนิคอื่นๆอีกมากที่ช่วยให้งานอุดฟันอยู่ได้นานขึ้น สำหรับคุณหมอที่สนใจอยากตามต่อ สามารถกด Follow page BDA ไว้ได้เลยครับ และหากสนใจอยากมาพัฒนางานอุดฟันหลังไปด้วยกัน ก็ขอเชิญมาเรียนรู้ไปด้วยกันได้ในคอร์ส Functional Arts and Class II วันที่ 14-15 มีนาคมนี้นะครับ รับรองว่าความรู้แน่น, Hands on ล้น จนกลับไปมั่นใจกับงานอุดฟันหลังมากขึ้นแน่นอน ตามคอนเซปต์อุดสวย ไม่สูง ไม่เสียว Class II สบาย !! 🎉
21/01/2026
เคยมั้ย? เปรปฟันเสร็จแล้ว... แต่ Clearance ไม่เคยพอ
ปัญหาคลาสสิกของการทำ Indirect Restoration ในฟันหลัง ไม่ว่าจะเป็น Crown หรือ Overlay คือตอนตรวจเช็ค Occlusal Clearance แล้วพบว่า "พื้นที่ไม่พอ"
พอพื้นที่น้อย เนื้อCeramic ก็จะบางเกินไป แลปอาจจะไลน์มาบอกให้คุณหมอช่วยเปรปเพิ่ม พิมพ์ปากใหม่ที ก็จะต้องเสียVisit เพิ่มเติมอีก หรือถ้าได้ชิ้นงานที่หนาไม่พอมาแล้ว ก็มีความเสี่ยงที่งานจะแตก ตามมากวนใจเราทันที
วันนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราได้ Occlusal Clearance ที่เป๊ะ 100% โดยไม่ต้องกังวลว่าจะ Over-prep มาฝากครับ
1. "Occlusal Depth Guide Bur" หัวกรอตัวนี้เป็นหัวกรอตัวโปรดเลยครับ เพราะถูกออกแบบมาให้มีส่วนเพชร แค่ตรงปลาย Tip และมีส่วน Collar หรือบ่าคอยกั้นไว้ ต่อให้เราจะออกแรงกดแค่ไหน ความลึกที่ได้จะคงที่ตามขนาดหัวกรอเสมอ ไม่ต้องกังวลว่าจะลงลึกเกินความจำเป็น หรือ Over-prep
2. Resin build up: อย่าลืมว่าเรามีการอุด หรือ เติมอะไรบนฟันหลังกรอฟันหรือเปล่า อันนี้คือจุดที่หลายคนพลาดครับ แม้จะใช้หัว Depth Guide แล้ว แต่ถ้าเรามีการทำ Block out undercut หรือทำ Core build-up แม้กระทั่ง Immediate Dentin Sealing (IDS) และ Resin Coating (RC) พื้นที่ที่เราเตรียมไว้จะถูก "ถม" กลับคืนมาด้วยชั้น Resin composite
สูตรคำนวณง่ายๆ ที่ผมใช้คือ:
Occlusal clearance ที่ต้องการ = 1.0 mm (Ceramic) + 0.5 mm (สำหรับชั้น IDS+RC ) เช่น ถ้าต้องการความหนา Ceramic 1.0 mm ให้ใช้หัวกรอขนาด 1.5 mm ไปเลยครับ
ส่วนการทำ Immediate dentin sealing(IDS) และ Resin coating(RC) นั้นคืออะไร? มีข้อดีอย่างไร? ทำไมต้องทำด้วยหละ? โปรดติดตามตอนต่อไป ในโพสหน้านะครับ
________________________________________
ช่วงขายของแบบตั้งใจ 😉 สำหรับคุณหมอที่อยากเจาะลึกเรื่อง Ceramic Overlay แบบละเอียดยิบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การ Prep ไปจนถึงการCementation ปีนี้พวกเรามี คอร์ส 2 วันเต็ม (เสาร์-อาทิตย์ที่ 27-28 มิ.ย. 69) เนื้อหาอัดแน่น เอาไปใช้งานได้จริงแน่นอน ใครสนใจทัก DM มาสอบถามรายละเอียดได้เลยครับบ
09/12/2025
ในช่วงต้นปี 2569 ที่จะถึง คอร์สอุดฟันหน้าจะขอประกาศรับพร้อมกันทั้ง ซีซั่นที่6 ในวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2569 และซีซั่นที่ 7 วันที่ 25-26 เมษายน 2569
เตรียมตัวเรียนรู้ไปกับเนื้อหา Lecture และ Hands on 2 วันที่อัดแน่นเพื่อตอบโจทย์คุณหมอทั้งการ Layering ClassIV, Diastema closure, Black triangle closure, Injectable veneer และ Contouring
คอร์ส 2 Days Anterior Composite Mastery Season 6 และ 7 รับสมัครแล้วครับผม
07/11/2025
🥳ต้อนรับปีใหม่ 2569 กับคอร์ส 2 Days: Functional Arts & Class.II of Posterior Composite Season 6 ประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการครับ พร้อมเนื้อหาทั้งการเปรปฟัน และการอุดให้ไม่เสียวไม่หลุด ดูสวยดูปัง ไม่ต้องคอยแก้สูง โดยคอร์สจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 14 และ 15 มีนาคม 2569 ครับ คุณหมอท่านใดประสบพบปัญหาในการอุดฟันหลัง มาร่วมเรียนรู้ได้ไปพร้อมกับวิทยากรของเราได้ในคอร์สนะครับบ 😄
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในคอมเม้นนะครับ
#อุดสวยไม่สูงไม่เสียวClassIIสบาย!!!
20/10/2025
" มั่นใจ ไม่หลุด ไม่แตก ได้ยึดงานตัวเอง "
มุ่งสู่ปีที่ 3 ไปกับรอบที่ 6 กับคอร์ส Non-retentive Indirect restoration หลักของเรา เริ่มจากการ Design Overlay อันเป็นหัวใจหลักของคอร์ส แต่ถ้าต้อง Design เป็น Vonlay และ Onlay เราก็มีสอนหมด ไปสู่การเลือกวัสดุและเปรปฟัน ไปจนถึงการยึดงานที่ได้เปรปไว้ด้วยตัวเอง พบกับ2 Days: BDA overlay by BDA Season ที่ 2 โดยจะจัดในวันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 พร้อมประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการครับ!!!
21/08/2025
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Proximal contact strength ของ Cl.II Composite filling มีอะไรบ้าง? ทำไมใช้ Sectional matrix อุดฟัน Cl.II แล้ว Proximal contact ถึงยังไม่แน่น !?
เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมทั้งๆที่เราใช้งาน Sectional matrix แพงๆ อุด Cl.II แล้วยังได้ Contact แบบหลวมๆ เศษอาหารติดอยู่? โพสต์นี้มีคำตอบ 👌
1. Sectional Matrix System ที่นำมาใช้ในการอุดฟัน Class II ในปัจจุบันจะประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ Precontoured band, Separation ring, Wedge ซึ่งส่วนประกอบทั้งสามอย่างมีหน้าที่แตกต่างกันไป
2. Sectional Band (Precontoured band) มีหน้าที่ในการ Form "Contour" เพื่อสร้างให้เกิด "Contact Area“ ที่โค้งมนสวยงามในตำแหน่งรอยต่อระหว่าง Middle third ถึง Occlusal third ของตัวฟันด้าน Proximal
3. Separation Ring มีหน้าที่ในการ "แยกฟัน" ทั้งสองซี่ให้ห่างออกจากกันมากขึ้นเป้าหมายคือการชดเชยความหนาของ Sectional Band เพื่อป้องกันและลดโอกาสที่จะเกิด Loosen contact หลังถอด Sectional band ภายหลังการอุดฟัน Cl.II
4. Wedge มีหน้าที่ "Adapt" ผลัก Sectional Band ให้แนบกับ Cavity ในบริเวณ Gingival Margin การเลือก Wedge ผิดขนาดสามารถส่งผลให้เกิด Overhanged margin และ Food impaction ได้ นอกจากนี้ Wedge บางประเภทยังสามารถแยกฟันออกห่างจากกันได้ด้วย เช่นเดียวกับ Separation ring
จากข้อมูลด้านบนจะสามารถเห็นได้ว่า Contact Area ของ Matrix system นั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทั้งสามอย่างของ Matrix system ไม่ว่าจะเป็น "Contour" จาก Sectional Band, "Separation" จาก Separation Ring และ Wedge รวมไปถึงความหนาของ Sectional band ก็เช่นกัน
หากคุณหมออุดฟัน Cl.II แล้วพบว่า Contact area ของเรามีความแน่นไม่มากพอ (Inadequated contact strength) หมายความว่าสาเหตุอาจเกิดจากปัจจัยข้างต้น เช่น Sectional Band มี contour ไม่เหมาะสมกับ Cl.II ที่ทำการอุด, Ring มี Separation force ไม่เพียงพอที่จะชดเชยความหนาของ Sectional band หรือ Band อาจมีความหนามากเกินกว่าแรงในการแยกฟันของ Ring ดังนั้นการแก้ปัญหาก็จะขึ้นอยู่กับการตรวจอุปกรณ์ที่ใช้งานด้วยเช่นกันว่ามีจุดไหนที่เราเลือกใช้งานผิดไปหรือไม่ เช่น เลือกใช้ Band ที่มีความหนาเยอะ แต่ Ring ที่ใช้ดันมีแรงแยกฟันน้อย หรือแม้แต่ Contour ของ Band ที่ใช้มีความโค้งและ Emergence profile ไม่มากพอที่จะมาแตะฟันซี่ข้างๆบริเวณ Middle-Occlusa third เป็นต้น
หากคุณหมอยังไม่มั่นใจในการอุด Cl.II และต้องการพัฒนางานอุดฟันหลังไปอีกระดับ ตอนนี้ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายของปี 2025 แล้วเนื่องจากคอร์ส Functional Arts and Class II ได้เปิดรับสมัครเรียบร้อย ! ใครสนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมใน Comment ได้เลย 🎉
07/06/2025
ขอขอบคุณเสียงตอบรับของทุกท่าน ทาง BDA ขอประกาศคอร์สอุดฟันหน้าซีซั่นที่5 ซี่ซันสุดท้ายประจำปีนี้ในวันที่ 22-23 พฤษจิกายน 2568
เตรียมตัวเรียนรู้ไปกับเนื้อหา Lecture และ Hands on 2 วันที่อัดแน่นเพื่อตอบโจทย์คุณหมอทั้งการ Layering ClassIV, Diastema closure, Black triangle closure, Injectable veneer และ Contouring
คอร์ส 2 Days Anterior Composite Mastery Season 5 รับสมัครแล้วครับผม