SDG Move TH เชื่อมไทย เชื่อมโลก เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

● SDG News ●UNEP เผยนโยบาย Climate Change ทั่วโลก ให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ” มากขึ้น แต่ยังขาดกลไกและเงินทุนรองรับโครงการส...
25/08/2026

● SDG News ●
UNEP เผยนโยบาย Climate Change ทั่วโลก ให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ” มากขึ้น แต่ยังขาดกลไกและเงินทุนรองรับ
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และ UNEP-CCC เผยแพร่รายงาน Loss and Damage Beyond Economics: Exploring Health as a Non-economic Loss in National Climate Planningซึ่งวิเคราะห์การให้ความสำคัญกับความสูญเสียและความเสียหายด้านสุขภาพในนโยบายภูมิอากาศระดับชาติทั่วโลก
รายงานสำรวจเอกสารนโยบาย 3 ประเภท ได้แก่ การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDCs) แผนการปรับตัวแห่งชาติ (NAPs) และแผนการปรับตัวด้านสุขภาพแห่งชาติ (HNAPs) โดยครอบคลุมสุขภาพกาย สุขภาพจิต ระบบบริการสุขภาพ ความเปราะบางในเขตเมือง และการโยกย้ายถิ่นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพภูมิอากาศ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า นโยบายภูมิอากาศ โดยเฉพาะ NAPs กล่าวถึงผลกระทบด้านสุขภาพมากขึ้น แต่ยังมีหลักฐานจำกัดว่าประเด็นเหล่านี้ถูกแปลงไปสู่มาตรการ กลไกทางการเงิน และแผนดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม
#รายงานเสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
◼บูรณาการสุขภาพเข้าสู่นโยบายภูมิอากาศระดับชาติอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดมาตรการเชิงนโยบายที่ชัดเจน
◼ พัฒนาข้อมูล ตัวชี้วัด และแนวทางประเมินความสูญเสียที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ผลกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต การย้ายถิ่น และความเป็นอยู่ที่ดี
◼ เสริมกลไกทางการเงินและการวางแผนปฏิบัติการ เพื่อเชื่อมโยงการรับรู้ความเสี่ยงไปสู่การดำเนินงานจริง
ข้อค้นพบนี้สะท้อนว่าการยอมรับว่าสุขภาพเป็นความสูญเสียสำคัญจากวิกฤตภูมิอากาศเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ยังต้องมีข้อมูล งบประมาณ หน่วยงานรับผิดชอบ และระบบติดตามผล เพื่อผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง
อ่านต่อบนหน้าเว็บไซต์ที่: https://www.sdgmove.com/2026/08/25/unep-loss-and-damage-exploring-health/
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี พ.ศ. 2573
– (3.d) เสริมขีดความสามารถของทุกประเทศ ในด้านการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
– (6.1) บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาที่สามารถซื้อหาได้ ภายในปี พ.ศ. 2573
– (6.2) บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคนเข้าถึงการสุขาภิบาลและสุขอนามัยที่เพียงพอและเป็นธรรม
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.5) ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากภัยพิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองคนยากจนและผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง
– (11.b) เพิ่มจำนวนเมืองและถิ่นฐานของมนุษย์ที่นำนโยบายและแผนแบบบูรณาการไปปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไว้ในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ

● ประชาสัมพันธ์ ●✨📣เปิดตัว Speaker ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ในเวทีเสวนา SDSN Thailand Webinar Series 2026🔑 “CULTIVATING...
25/08/2026

● ประชาสัมพันธ์ ●
✨📣เปิดตัว Speaker ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ในเวทีเสวนา SDSN Thailand Webinar Series 2026
🔑 “CULTIVATING A CULTURE OF SERVICE”
Advancing Sustainable Development through Service Learning, Civic Engagement and Volunteering
ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจากหลากหลายสถาบันในระดับนานาชาติ ในประเด็น Service Learning Civic Engagement และ Volunteering พร้อมสำรวจแนวทางและประสบการณ์จริงในการสร้าง “Culture of Service” เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการมีส่วนร่วมในสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
✨ 👥ร่วมเสวนากับ Speaker ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ
🔹 Associate Professor Genejane Adarlo, MD, PhD
Director of Health Sciences Program และ Coordinator for Service Learning Research, Ateneo de Manila University
Service Learning: เชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการทำงานร่วมกับชุมชน
🔹 Israruddin
Executive Director, Sahabat Pulau Indonesia Foundation (Indonesia)
Network Manager, SDSN South East Asia
Volunteering: การมีความรับผิดชอบต่อสังคมของอาสาสมัครและก้าวสู่การมีส่วนร่วมและความเป็นผู้นำอย่างยั่งยืน
🔹 Andrea Vernon, PhD
Executive Director of Experiential Learning & Career Success และ Clinical Professor, Department of Public Administration & Policy, University of Montana, USA
Institutionalizing a Culture of Service: การเชื่อมโยง Service Learning, Civic Engagement และ Volunteering ผ่านยุทธศาสตร์ และกลไกภายในของสถาบัน
🔹 Associate Professor Gumpanat Boriboon, PhD
Faculty of Education และ Director of the Center for Educational Media and Technology, Srinakharinwirot University
Cultivating a Culture of Service: มุมมองการสร้างวัฒนธรรมการให้บริการสังคมผ่านการทำงานอาสาสมัคร การมีส่วนร่วมของพลเมือง และความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
🌱 ร่วมเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของแต่ละสถาบัน และค้นหาแนวทางในการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อเปลี่ยน “การเรียนรู้” ให้เชื่อมโยงกับ “การลงมือทำ” และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน
📅 วันที่: 2 กันยายน 2569
🕘 เวลา: 9.00–11.30 น. (GMT+7)
💻 รูปแบบ: ออนไลน์ผ่าน Zoom
🌐 ภาษา: อังกฤษ
📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
คุณอรุษา ปัญญากดแก้ว
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: (+66) 81-884-9163
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วม:
https://forms.gle/YqRA5CG74x4wDtA1A

✨📣เปิดตัว Speaker ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ในเวทีเสวนา SDSN Thailand Webinar Series 2026
🔑 “CULTIVATING A CULTURE OF SERVICE”
Advancing Sustainable Development through Service Learning, Civic Engagement and Volunteering

ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจากหลากหลายสถาบันในระดับนานาชาติ ในประเด็น Service Learning Civic Engagement และ Volunteering พร้อมสำรวจแนวทางและประสบการณ์จริงในการสร้าง “Culture of Service” เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการมีส่วนร่วมในสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

✨ 👥ร่วมเสวนากับ Speaker ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ

🔹 Associate Professor Genejane Adarlo, MD, PhD
Director of Health Sciences Program และ Coordinator for Service Learning Research, Ateneo de Manila University
Service Learning: เชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการทำงานร่วมกับชุมชน

🔹 Israruddin
Executive Director, Sahabat Pulau Indonesia Foundation (Indonesia)
Network Manager, SDSN South East Asia
Volunteering: การมีความรับผิดชอบต่อสังคมของอาสาสมัครและก้าวสู่การมีส่วนร่วมและความเป็นผู้นำอย่างยั่งยืน

🔹 Andrea Vernon, PhD
Executive Director of Experiential Learning & Career Success และ Clinical Professor, Department of Public Administration & Policy, University of Montana, USA
Institutionalizing a Culture of Service: การเชื่อมโยง Service Learning, Civic Engagement และ Volunteering ผ่านยุทธศาสตร์ และกลไกภายในของสถาบัน

🔹 Associate Professor Gumpanat Boriboon, PhD
Faculty of Education และ Director of the Center for Educational Media and Technology, Srinakharinwirot University
Cultivating a Culture of Service: มุมมองการสร้างวัฒนธรรมการให้บริการสังคมผ่านการทำงานอาสาสมัคร การมีส่วนร่วมของพลเมือง และความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา

🌱 ร่วมเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของแต่ละสถาบัน และค้นหาแนวทางในการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อเปลี่ยน “การเรียนรู้” ให้เชื่อมโยงกับ “การลงมือทำ” และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

📅 วันที่: 2 กันยายน 2569
🕘 เวลา: 9.00–11.30 น. (GMT+7)
💻 รูปแบบ: ออนไลน์ผ่าน Zoom
🌐 ภาษา: อังกฤษ

📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
คุณอรุษา ปัญญากดแก้ว
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: (+66) 81-884-9163

👉 ลงทะเบียนเข้าร่วม:
https://forms.gle/YqRA5CG74x4wDtA1A

● ประชาสัมพันธ์ ●ชวนเข้าร่วม “สัมมนาเผยแพร่กรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ พ.ศ. 2570–2575”กรม...
25/08/2026

● ประชาสัมพันธ์ ●

ชวนเข้าร่วม “สัมมนาเผยแพร่กรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ พ.ศ. 2570–2575”
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ขอรับทุนในระบบ ววน. ตลอดจนประชาชนและผู้สนใจ ร่วมรับฟังกรอบและทิศทางงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะต่อไป
◾️ภายในงานพบกับการนำเสนอ “งานวิจัยอนาคตประเทศไทย ภายใต้โลกเดือด กลไกสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
◾️พร้อมเวทีเสวนา “โจทย์วิจัยแห่งอนาคต เติมเต็มช่องว่างองค์ความรู้สู่การขับเคลื่อนประเทศ”

โดยมี ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง
◾️ช่วงบ่ายพบกับเวที “Funding for Impact: จัดสรรทุนวิจัยให้ตอบโจทย์ Climate Change” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางเชื่อมโยงโจทย์วิจัย แหล่งทุน และการนำองค์ความรู้ไปสู่การสร้างผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม
🗓️ 31 สิงหาคม 2569
⏰ 08.30–16.15 น.
📍 ห้อง PEONY ชั้น 6 อาคาร LOBBY โรงแรม TK Palace & Convention กรุงเทพมหานคร
💻 ประชาชนทั่วไปและผู้สนใจสามารถเข้าร่วม Online ผ่าน Zoom Meeting
ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายให้ “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
#กรมลดโลกร้อน #งานวิจัย #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

● SDG Updates ●เมื่อนักวิจัยใช้ AI สร้างแผนที่ความรู้ด้าน Climate Change : สำรวจเทคนิค โอกาส และข้อจำกัดปัญญาประดิษฐ์ หร...
24/08/2026

● SDG Updates ●
เมื่อนักวิจัยใช้ AI สร้างแผนที่ความรู้ด้าน Climate Change : สำรวจเทคนิค โอกาส และข้อจำกัด
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กลายเป็นเครื่องมืออัจฉริยะที่ถูกนำมาใช้ช่วยอำนวยความสะดวกในหลากหลายวงการมากขึ้น แวดวงการศึกษาและวิจัยซึ่งต้องอาศัยการรวบรวม วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลจำนวนมหาศาลก็จำเป็นต้องปรับตัวเรียนรู้การนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะขั้นตอนการสืบค้นข้อมูลซึ่งมีความสามารถอย่างมากในการช่วยลดเวลาคัดกรองแก่นักวิจัย
‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ ในฐานะวิกฤตและความท้าทายแห่งยุคสมัย เป็นโจทย์สำคัญที่ผู้วิจัยจากหลากหลายพื้นที่ทั่วโลกมุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ใหม่เพื่อเติมเต็มช่องว่างของการจัดการและตั้งรับปรับตัว ส่งผลให้เป็นอีกประเด็นที่เมื่อต้องการศึกษาวิจัยแล้วจะพบว่ามีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอยู่มากมายมหาศาล ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามนำ AI มาใช้เพื่อสังเคราะห์และจัดการองค์ความรู้ด้านนี้ ซึ่งรวมถึง ‘โครงการสังเคราะห์และประมวลผลงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ ที่ดำเนินการโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้นำ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยศึกษา วิเคราะห์ และจัดการองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นกัน
การใช้ AI เพื่อช่วยวิจัยประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้โครงการนี้ให้ความสำคัญความครอบคลุมและถูกต้องของข้อมูลเป็นหลัก โดยใช้ AI ช่วยย่อย จัดหมวด ค้นจับคู่ และสังเคราะห์หลักฐาน ขณะที่นักวิจัยกำหนดกรอบและเกณฑ์ ก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบผล แล้วจึงแปลงช่องว่างเป็นคำถามวิจัยและข้อเสนอถึงหน่วยบริหารจัดการทุน
กระบวนการ 8 ขั้นตอน หรือ ‘8-STEP · EVIDENCE-TO-FUNDING WORKFLOW’ ได้เเก่
1⃣ การรวบรวมหลักฐาน (Collect) โดยรวบรวมงานวิจัยและองค์ความรู้จากแหล่งข้อมูลที่โครงการกำหนด พร้อมจัดการข้อมูลซ้ำ ข้อมูลไม่ครบ และรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกัน

2⃣ การอ่านและย่อยเอกสารงานวิจัยทีละชิ้น (Digest) โดยใช้ AI ย่อยเนื้อหาออกเป็นหน่วยความรู้ขนาดเล็ก หรือ atomic notes ตามหลัก Zettelkasten เพื่อให้สามารถสืบค้น เชื่อมโยง และตรวจสอบหลักฐานรายประเด็นได้ง่ายขึ้น กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่การสรุปย่องานวิจัยให้เหลือเพียงประโยคเดียว แต่เป็นการแยกสาระสำคัญออกเป็นหน่วยที่ตอบคำถามเฉพาะ โดยแต่ละหน่วยยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปเชื่อมยังแหล่งข้อมูลต้นทางได้

3⃣ การจัดหมวดหลักฐาน (Organize) โดยใช้ AI ช่วยเสนอการจัดหมวด atomic notes เข้าสู่ การลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) การสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Resilience) และงานวิจัยเชิงระบบ (System Research) ตามหลักเกณฑ์ที่นักวิจัยกำหนดไว้

4⃣ การระบุความต้องการความรู้ (Knowledge Demand) จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์จากนักวิจัยว่าพันธกรณี เป้าหมาย และมาตรการเชิงนโยบายต้องการใช้องค์ความรู้เรื่องใดบ้าง โดยอาศัยเอกสารนโยบายและประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติเป็นฐานในการตั้งคำถาม ขั้นตอนนี้ทำให้แผนที่องค์ความรู้ไม่ได้แสดงเพียงว่า “มีงานวิจัยอะไร” แต่ยังช่วยตรวจสอบต่อว่า “งานวิจัยที่มีตอบสิ่งที่ประเทศจำเป็นต้องรู้หรือไม่”

5⃣ การนำข้อมูลที่ได้จับคู่งานวิจัยกับโจทย์นโยบาย (Match Supply and Demand) โดยใช้ระบบค้นคืนหลักฐานร่วมกับ AI เพื่อค้นและจับคู่ atomic notes ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการความรู้แต่ละข้อ โดยการวิเคราะห์ในขั้นนี้พิจารณาองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ (1) หลักฐานจากงานวิจัยที่มีอยู่ (Knowledge supply) (2) ความรู้ที่นโยบายและผู้ปฏิบัติต้องการ (Knowledge demand) และ (3) การพิจารณาว่าหลักฐานที่มีตอบความต้องการนั้นได้เพียงใด (Evidence matching)

6⃣ การวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) เป็นการพิจารณาช่องว่างทั้งตามกรอบแผนงานวิจัยและตามความต้องการเชิงนโยบาย โดย AI มีบทบาทในการช่วยรวบรวมและร่างผลการสังเคราะห์เบื้องต้น ก่อนให้นักวิจัยตรวจสอบทานความถูกต้อง ทั้งนี้ ในขั้นตอนการสรุปผู้วิจัยตั้งข้อควรพึงระวังว่าการ “มีงานวิจัยน้อย” ไม่เท่ากับ “ไม่มีองค์ความรู้” เสมอไป เนื่องจากจำนวนข้อมูลที่พบอาจขึ้นอยู่กับขอบเขตและวิธีการค้นหา คุณภาพของข้อมูล คำอธิบายชุดข้อมูล ตลอดจนความครอบคลุมของฐานข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์

7⃣ การนำข้อค้นพบที่ได้ตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญ (Validation) ซึ่งเน้นการตรวจสอบเทียบกับความเห็นและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาว่าผลจากฐานข้อมูลสอดคล้องกับสถานการณ์จริงหรือไม่

8⃣ การแปลงช่องว่างเป็นโจทย์วิจัย (Research Questions and PMU) โดยนำช่องว่างที่ผ่านการตรวจสอบแล้วมาพัฒนาเป็นคำถามวิจัย และพิจารณาว่าหน่วยบริหารจัดการทุนใดควรมีบทบาทสนับสนุน เพื่อให้ข้อค้นพบจากการสังเคราะห์สามารถนำไปใช้กำหนดทิศทางและจัดสรรทุนวิจัยของประเทศได้ต่อไป
⭕อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: https://www.sdgmove.com/2026/08/24/thailand-climate-ai-tool-research/
บทความฉบับนี้ จัดทำขึ้นภายใต้โครงการสังเคราะห์และประมวลผลงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยความร่วมมือระหว่าง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) เพื่อรวบรวม สังเคราะห์ และสื่อสารองค์ความรู้ที่สนับสนุนการกำหนดทิศทางงานวิจัยและนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
#การสังเคราะห์งานวิจัย

🔴ประชาสัมพันธ์🔴เชิญเข้าร่วมเวทีเสวนา SDSN Thailand Webinar Series 2026หัวข้อ"CULTIVATING A CULTURE OF SERVICE" Advancing...
21/08/2026

🔴ประชาสัมพันธ์🔴
เชิญเข้าร่วมเวทีเสวนา SDSN Thailand Webinar Series 2026
หัวข้อ"CULTIVATING A CULTURE OF SERVICE" Advancing Sustainable Development through Service Learning, Civic Engagement and Volunteering
การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากองค์ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเชื่อมโยง การเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของพลเมือง และการลงมือแก้ไขปัญหาในชุมชนได้จริง

เวทีเสวนาครั้งนี้จะเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเครือข่าย SDSN และสถาบันการศึกษานานาชาติ เพื่อค้นหาแนวทางในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้บริการสังคม “Culture of Service” และพัฒนาระบบนิเวศความร่วมมือที่เชื่อมโยง มหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมเรียนรู้และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง

ร่วมเรียนรู้จากประสบการณ์จริงผ่านแนวคิด Service Learning Civic Engagement และ Volunteering ในระดับนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเชื่อมโยงโจทย์ของชุมชน ความร่วมมือระยะยาว และการพัฒนากลไกภายในสถาบันให้มีส่วนร่วมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ร่วมเปิดมุมมองสู่การลงมือแก้ปัญหาจริงเพื่อสร้างสถาบันการศึกษาที่เป็นพลังร่วมกับชุมชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน
📍วันที่: 2 กันยายน 2569
⏱️ เวลา: 9.00 – 11.30 น. (GMT+7)
รูปแบบ: ออนไลน์ผ่าน Zoom (ลิงก์จะจัดส่งให้ผู้ลงทะเบียนก่อนวันงาน)
ภาษา: อังกฤษ
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: คุณอรุษา ปัญญากดแก้ว
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: (+66) 81-884-9163
⭕️ ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่: LinkedIn: https://lnkd.in/p/gSzbCXuh
⭕️ หรือลงทะเบียนที่: https://forms.gle/sW2TVw56UhnQWiFbA

● ประชาสัมพันธ์ ●🌏 Recap 3 ปีแห่งการเรียนรู้ สู่ก้าวใหม่ของมหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืนSDSN Thailand University Sustainab...
21/08/2026

● ประชาสัมพันธ์ ●
🌏 Recap 3 ปีแห่งการเรียนรู้ สู่ก้าวใหม่ของมหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืน
SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026

✨ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เครือข่าย SDSN Thailand ได้มีโอกาสร่วมพาผู้บริหารและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยไทยไปเรียนรู้แนวทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืน ผ่านกรณีศึกษาจริงจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาค ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่า “ความยั่งยืน” สามารถถูกนำไปสู่การปฏิบัติได้ในหลากหลายมิติ และในบริบทที่แตกต่างกัน

🇲🇾 2023 | Sunway University ประเทศมาเลเซีย
เรียนรู้บทบาทของมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยงกับทั้งโลกและชุมชน จากหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของเครือข่าย UN-SDSN พร้อมสำรวจการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่ Green Campus การจัดการขยะและอาหาร พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่าน Sunway iLabs และการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนผ่าน SDG Academy

🇭🇰 2024 | The Chinese University of Hong Kong (CUHK) ฮ่องกง
เรียนรู้การเปลี่ยนนโยบายและเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นระบบการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่การบูรณาการ SDGs เข้ากับการเรียนการสอน การทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ ไปจนถึงการบริหารจัดการ Campus Sustainability

พร้อมเยี่ยมชม Jockey Club Museum of Climate Change และเรียนรู้โครงการ Solar on Campus ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยสามารถเป็นทั้ง “พื้นที่แห่งการเรียนรู้” และ “พื้นที่ทดลอง” สำหรับแนวทางความยั่งยืนได้ในเวลาเดียวกัน

🇯🇵 2025 | Kanazawa Institute of Technology (KIT) ประเทศญี่ปุ่น
เรียนรู้บทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างผลกระทบทางสังคม ผ่านความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย–ชุมชน–ภาคอุตสาหกรรม
เจาะลึก KIT Model และแนวทางการขับเคลื่อน SDGs ที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมกับโจทย์จริงและร่วมแก้ไขปัญหาและความท้าทายด้านความยั่งยืน พร้อมเรียนรู้จากกรณีศึกษาการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย
จากการเดินทางตลอด 3 ปี เราได้เห็นพัฒนาการที่สำคัญว่า ความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่เพียงที่ “วิสัยทัศน์” แต่สามารถถูกออกแบบให้เป็น “ระบบ” และต่อยอดไปสู่ “ผลกระทบ” ที่เกิดขึ้นจริงได้
━━━━━━━━━━━━━━
✈️ และในปี 2026 เรากำลังก้าวไปอีกขั้นของการเรียนรู้เรื่องมหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืน
🇦🇺 Monash University | Melbourne, Australia
📅 30 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2569

🪐 ภายใต้หัวข้อ
“Where Vision Meets Impact: Reimagining Universities for a Sustainable Future”
จากวิสัยทัศน์สู่ผลกระทบ: พลิกโฉมมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน
ปีนี้ เราจะไปเรียนรู้ว่า มหาวิทยาลัยระดับโลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนให้เกิดเป็นผลกระทบจริงได้อย่างไร ผ่านการเชื่อมโยงการบริหารมหาวิทยาลัย การศึกษา งานวิจัย นวัตกรรม และการทำงานร่วมกับสังคม
เพื่อมองให้ไกลกว่าการทำให้ “มหาวิทยาลัยมีความยั่งยืน” ไปสู่คำถามที่สำคัญยิ่งกว่า คือ
มหาวิทยาลัยจะใช้ศักยภาพของตนเอง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมได้อย่างไร
จาก Vision → System → Impact
นี่คืออีกก้าวของการเรียนรู้ที่เราจะเดินต่อไปด้วยกันในปี 2026 🌏

🔗 สมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติม:
https://forms.gle/Mz1CUtYUsZFY3SQn6

● SDG News ●SOFIA 2026 เผยผลผลิตสัตว์น้ำโลกแตะ 235 ล้านตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ทรัพยากรประมงทะเลยังน่าห่วงองค์การอ...
20/08/2026

● SDG News ●
SOFIA 2026 เผยผลผลิตสัตว์น้ำโลกแตะ 235 ล้านตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ทรัพยากรประมงทะเลยังน่าห่วง
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เผยแพร่รายงาน The State of World Fisheries and Aquaculture 2026 (SOFIA) หรือ “รายงานสถานการณ์การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโลก ปี 2569” ซึ่งเป็นรายงานหลักที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี เพื่อนำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้ม ความท้าทาย โอกาส และนวัตกรรมที่กำลังกำหนดทิศทางของภาคการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนประเมินสถานะความสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงทะเลทั่วโลก
#รายงานมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ได้แก่
◼ ปี 2567 ผลผลิตสัตว์น้ำและสาหร่ายทั่วโลกแตะ 235 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.2% จากปี 2565 โดยเป็นครั้งแรกที่ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสูงกว่า 100 ล้านตัน และครองสัดส่วน 59% ของสัตว์น้ำที่ผลิตเพื่อการบริโภคของมนุษย์
◼ สัดส่วนทรัพยากรประมงทะเลที่อยู่ในระดับยั่งยืนทางชีวภาพลดลงจาก 64.5% ในปี 2564 เหลือ 62.4% ในปี 2566 แม้บางพื้นที่ที่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเริ่มเห็นการฟื้นตัว ทั้งนี้ ตัวเลขที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากการปรับวิธีประเมินและการเพิ่มกลุ่มทรัพยากรที่นำมาศึกษา
◼ การค้าสัตว์น้ำทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 184–186 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผลผลิตราว 36% เข้าสู่การค้าระหว่างประเทศ ครอบคลุมกว่า 230 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก
◼ การบริโภคสัตว์น้ำยังแตกต่างกันมากระหว่างภูมิภาค โดยเอเชียบริโภคเฉลี่ย 26.3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่แอฟริกาบริโภคเพียง 9.1 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
◼ ผลผลิตสัตว์น้ำประมาณ 89% ถูกนำไปเป็นอาหารสำหรับมนุษย์ ส่วนที่เหลือ 11% ใช้ประโยชน์ด้านอื่น โดยเฉพาะการผลิตปลาป่นและน้ำมันปลา
รายงานย้ำว่า การเติบโตของภาคประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากร การบริหารจัดการที่คำนึงถึงระบบนิเวศ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารและแหล่งรายได้ของผู้คนในระยะยาว
อ่านต่อบนหน้าเว็บไซต์ที่: https://www.sdgmove.com/2026/08/20/sofia-2026-world-fisheries-and-aquaculture/
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
ขจัดความหิวโหย
– (2.1) ยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคน ได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีโภชนาการ และเพียงพอตลอดทั้งปี ภายในปี พ.ศ. 2573
– (2.4) สร้างหลักประกันว่าจะมีระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน ซึ่งช่วยเพิ่มผลิตภาพและการผลิต รักษาระบบนิเวศ
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี พ.ศ. 2573
– (12.3) ลดของเสียอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารตลอดการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี พ.ศ. 2573
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
ทรัพยากรทางทะเล
– (14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ รวมถึงเสริมภูมิต้านทานและฟื้นฟูระบบนิเวศ
– (14.4) กำกับการทำประมงอย่างมีประสิทธิผล ยุติการประมงเกินขีดจำกัด การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม รวมถึงฟื้นฟูมวลปลาให้อยู่ในระดับผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน
– (14.7) ภายในปี พ.ศ. 2573 เพิ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จากการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน รวมถึงการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการท่องเที่ยว
– (14.b) จัดให้ชาวประมงพื้นบ้านรายเล็กเข้าถึงทรัพยากรทางทะเลและตลาด

● ประชาสัมพันธ์ ●🤝ชวนทำความรู้จักพันธมิตรในโครงการ SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026 โครงการศึกษาด...
20/08/2026

● ประชาสัมพันธ์ ●
🤝ชวนทำความรู้จักพันธมิตรในโครงการ SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026 โครงการศึกษาดูงานด้านมหาวิทยาลัยกับความยั่งยืน ณ Monash University เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569 🇦🇺🌏
พันธมิตรร่วมในโครงการ SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026 ผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งในระดับเครือข่ายและระดับสถาบันการศึกษาประกอบด้วย
🌏SDSN Australia, New Zealand & Pacific (SDSN AusNZPac)
เป็นเครือข่ายระดับภูมิภาคของ Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 และมี Monash University เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นสถาบันเจ้าภาพ เครือข่ายทำหน้าที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย สถาบันความรู้ และภาคส่วนต่าง ๆ ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก เพื่อระดมองค์ความรู้และพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน SDGs ในภาคอุดมศึกษา การศึกษาและการวิจัยเพื่อความยั่งยืน ความร่วมมือระดับภูมิภาค ตลอดจนการเสริมพลังเยาวชนให้มีส่วนร่วมในการบรรลุ SDGs
🎓Monash University:
Monash University เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกด้านความยั่งยืน อันดับที่ 37 ของโลกใน QS Sustainability Rankings 2026 และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลกที่ระดมทุนผ่านการออก Climate Bond เพื่อพัฒนาโครงการความยั่งยืนโดยเฉพาะ หัวใจสำคัญของ Monash University คือการผสาน SDGs เข้าสู่การเรียนการสอนและงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ Global Immersion Guarantee ที่พานักศึกษาร่วมงานกับนักปฏิบัติงานด้านความยั่งยืนในหลายประเทศ มหาวิทยาลัยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2030 ในทุกวิทยาเขต และคว้ารางวัล Energy Efficiency Council Award 2025 จากความโดดเด่นด้านนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงาน
📕โครงการ SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026 ภายใต้หัวข้อ "Where Vision Meets Impact: Reimagining Universities for a Sustainable Future" มุ่งเน้นการเรียนรู้จากกรณีศึกษาจริงของ University of Monash ในการนำวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนไปปรับใช้ในระดับหน่วยงานได้
กิจกรรมในโครงการ เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมอง รวมถึงเรียนรู้แนวทางการทำงานจากผู้ปฏิบัติงานจาก Monash University และ SDSN Australia, New Zealand & Pacific ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อน SDGs ผ่านการเรียนรู้ การวิจัย และนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างแท้จริง
📌สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่: https://forms.gle/Mz1CUtYUsZFY3SQn6

🤝ชวนทำความรู้จักพันธมิตรในโครงการ SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026 โครงการศึกษาดูงานด้านมหาวิทยาลัยกับความยั่งยืน ณ Monash University เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569 🇦🇺🌏

พันธมิตรร่วมในโครงการ SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026 ผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งในระดับเครือข่ายและระดับสถาบันการศึกษาประกอบด้วย

🌏SDSN Australia, New Zealand & Pacific (SDSN AusNZPac)
เป็นเครือข่ายระดับภูมิภาคของ Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 และมี Monash University เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นสถาบันเจ้าภาพ เครือข่ายทำหน้าที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย สถาบันความรู้ และภาคส่วนต่าง ๆ ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก เพื่อระดมองค์ความรู้และพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน SDGs ในภาคอุดมศึกษา การศึกษาและการวิจัยเพื่อความยั่งยืน ความร่วมมือระดับภูมิภาค ตลอดจนการเสริมพลังเยาวชนให้มีส่วนร่วมในการบรรลุ SDGs

🎓Monash University:

Monash University เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกด้านความยั่งยืน อันดับที่ 37 ของโลกใน QS Sustainability Rankings 2026 และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลกที่ระดมทุนผ่านการออก Climate Bond เพื่อพัฒนาโครงการความยั่งยืนโดยเฉพาะ หัวใจสำคัญของ Monash University คือการผสาน SDGs เข้าสู่การเรียนการสอนและงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ Global Immersion Guarantee ที่พานักศึกษาร่วมงานกับนักปฏิบัติงานด้านความยั่งยืนในหลายประเทศ มหาวิทยาลัยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2030 ในทุกวิทยาเขต และคว้ารางวัล Energy Efficiency Council Award 2025 จากความโดดเด่นด้านนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงาน

📕โครงการ SDSN Thailand University Sustainability Study Tour 2026 ภายใต้หัวข้อ "Where Vision Meets Impact: Reimagining Universities for a Sustainable Future" มุ่งเน้นการเรียนรู้จากกรณีศึกษาจริงของ University of Monash ในการนำวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนไปปรับใช้ในระดับหน่วยงานได้

กิจกรรมในโครงการ เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมอง รวมถึงเรียนรู้แนวทางการทำงานจากผู้ปฏิบัติงานจาก Monash University และ SDSN Australia, New Zealand & Pacific ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อน SDGs ผ่านการเรียนรู้ การวิจัย และนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างแท้จริง

📌สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่: https://forms.gle/Mz1CUtYUsZFY3SQn6

● ประชาสัมพันธ์ ●🔑⁉️สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการศึกษาดูงานด้านมหาวิทยาลัยกับความยั่งยืนSDSN Thailand: Universi...
19/08/2026

● ประชาสัมพันธ์ ●
🔑⁉️สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ
โครงการศึกษาดูงานด้านมหาวิทยาลัยกับความยั่งยืน
SDSN Thailand: University Sustainability Study Tour 2026 ณ Monash University เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569 🇦🇺🌏
เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทย SDSN Thailand ได้รวบรวม Q&A ที่มีผู้สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อประกอบการตัดสินใจของท่าน
✨หากท่านสนใจเปิดมุมมองด้านการขับเคลื่อนความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยระดับโลก ทั้งด้านวิชาการ การวิจัย การบริหารจัดการสภาพแวดล้อม และการบริการสังคม ผ่านกรณีศึกษาจริงจากมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ Top 40 ของโลกด้านความยั่งยืน พร้อมแลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง คณาจารย์ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของ Monash University อย่างใกล้ชิด
📍สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่: https://forms.gle/Mz1CUtYUsZFY3SQn6
🗓️เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 1 ตุลาคม 2569
‼️รับจำนวนจำกัดเพียง 25 ท่านเท่านั้น

● SDG News ●เผยชื่อ 8 แคนดิเดตชิงตำแหน่ง ‘เลขาฯ UN’ คนใหม่ ที่จะกำหนดทิศทาง ‘Post-2030 Agenda’วันที่ 12 สิงหาคม 2569 Int...
18/08/2026

● SDG News ●
เผยชื่อ 8 แคนดิเดตชิงตำแหน่ง ‘เลขาฯ UN’ คนใหม่ ที่จะกำหนดทิศทาง ‘Post-2030 Agenda’
วันที่ 12 สิงหาคม 2569 International Institute for Sustainable Development (IISD) อัปเดตความคืบหน้าการคัดเลือกเลขาธิการสหประชาชาติ คนที่ 10 ซึ่งจะมารับไม้ต่อจาก António Guterres ที่กำลังจะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
IISD ระบุว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2569 มีแคนดิเดตทั้งสิ้น 8 คน ที่ได้รับการเสนอชื่อจากประเทศสมาชิก UN และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าว ได้แก่

1⃣ Rafael Mariano Grossi จากอาร์เจนตินา ได้รับการเสนอชื่อโดยอาร์เจนตินา เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2568
2⃣ Michelle Bachelet Jeria จากชิลี ได้รับการเสนอชื่อโดยชิลี บราซิล และเม็กซิโก เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569
3⃣ Macky Sall จากเซเนกัล ได้รับการเสนอชื่อโดยบุรุนดี เมื่อ 2 มีนาคม 2569
4⃣ Rebeca Grynspan Mayufis จากคอสตาริกา ได้รับการเสนอชื่อโดยคอสตาริกา เมื่อ 3 มีนาคม 2569
5⃣ Virginia Gamba จากอาร์เจนตินา ได้รับการเสนอชื่อโดยมัลดีฟส์ เมื่อ 11 มีนาคม 2569
6⃣ María Fernanda Espinosa Garcés จากเอกวาดอร์ ได้รับการเสนอชื่อโดยแอนติกาและบาร์บูดา เมื่อ 11 พฤษภาคม 2569
7⃣ Carolyn Rodrigues Birkett จากกายอานา ได้รับการเสนอชื่อโดยกายอานา เมื่อ 15 มิถุนายน 2569
8⃣ Olara Otunnu จากยูกันดา ได้รับการเสนอชื่อโดยยูกันดา เมื่อ 24 กรกฎาคม 2569
หนึ่งในกระบวนการที่สำคัญของการคัดเลือกครั้งนี้คือ ‘การอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็น’ (interactive dialogues) ซึ่งจัดขึ้นหลายครั้งโดย Annalena Baerbock ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกและภาคประชาสังคมซักถามแคนดิเดตเกี่ยวกับความสามารถด้านผู้นำ ประสบการณ์ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนองค์กรที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับอนาคต รวมถึงมุมมองของแคนดิเดตที่มีต่อสามเสาหลักของสหประชาชาติ ได้แก่ สันติภาพและความมั่นคง การพัฒนา และสิทธิมนุษยชน
เลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่จะนำพาองค์กรในช่วงที่รัฐสมาชิกกำลังผลักดันความคืบหน้าของแผนการปฏิรูป UN80 ดำเนินความพยายามในการพัฒนาตัวชี้วัดที่เสริมและก้าวพ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และเริ่มต้นการเจรจาเพื่อวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนหลังปี 2573
อ่านต่อบนหน้าเว็บไซต์ที่: https://www.sdgmove.com/2026/08/18/un-secretary-10th-candidates/
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.6) สร้างหลักประกันว่าจะมีตัวแทนและเสียงของประเทศกำลังพัฒนาในการตัดสินใจในสถาบันการเงินและเศรษฐกิจระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีประสิทธิผลน่าเชื่อถือ มีความรับผิดชอบ และมีความชอบธรรมมากขึ้น
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

ที่อยู่

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Bangkok Noi
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SDG Move THผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง SDG Move TH:

ทางลัด

แชร์