10/10/2021
เสียงสะท้อนของเด็กหลายรุ่นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าระบบสายวิทย์-สายศิลป์เป็นหนึ่งสาเหตุทำให้ค้นหาตัวเองไม่เจอ และเลือกยื่นคณะที่ดูทีท่าว่าแอดมิชชั่นเข้าได้แน่นอน แต่พอได้เรียนจริงก็ค้นพบว่าเป็นคณะที่ไม่ใช่ และทนเรียนต่อไม่ได้จึงขอซิ่วออกมาอ่านหนังสือเตรียมแอดมิชชั่นใหม่อีกครั้ง
ผลกระทบเรียงต่อกันเป็นโดมิโนทำให้หลายโรงเรียนมีไอเดียปรับระบบการเรียนการสอนให้เด็กได้เรียนคณะที่ชอบ ประกอบอาชีพที่ใช่ และกลายเป็นแรงงานคุณภาพดีที่ทำงานอย่างมีความสุข
รวมลิสต์โรงเรียนที่ยกเลิกระบบการเรียนสายวิทย์-สายศิลป์
#โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอยากให้นักเรียนประสบความสำเร็จที่ค้นหาตัวเองจนเจอว่าชอบอะไร เลือกเส้นทางการเรียนในคณะที่ชอบ และสุดท้ายได้ทำงานที่ใช่ ทำให้หัวหน้าฝ่ายวิชาการและหัวหน้าด้านงานนักเรียนความสามารถพิเศษระดมสมองจนได้ระบบ Track ที่เข้ามาทดแทนระบบการเรียนแบบสายวิทย์-สายศิลป์ โดยแบ่งออกเป็น 14 Track ที่คลอบคลุมการสอบเข้าทุกคณะในแต่ละมหาวิทยาลัย
แต่ละ Track จะเน้นสอนวิชาจำเป็นต้องใช้สอบและวิชาเรียนปูพื้นฐานของแต่ละคณะ เช่น, Track สถาปัตยกรรมศาสตร์ และ Track ศิลปกรรมศาสตร์ ที่จำเป็นต้องมีพื้นฐานวาดรูปและลงสี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาฝึกฝนล่วงหน้าก่อนสอบหลายปี ส่วน Track อื่นๆ ก็จะมีวิชาจำเป็นต้องปูพื้นฐานให้แน่นเพื่อจะเอาไปเรียนต่อยอดระดับมหาวิทยาลัยช่วงปี 1 ได้
ถ้าลองลงเรียนระบบ Track นี้รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองก็สามารถเปลี่ยน Track ได้ ก่อนขึ้นม.5 และเด็กมัธยมต้นที่ตัดสินใจจะเรียนต่อที่นี้จะมีระบบวิเคราะห์ผลการเรียนเป็นอีกตัวช่วยให้เห็นว่าควรเรียนอะไร และมีครูแนะแนวที่คอยให้คำปรึกษาเพื่อให้เด็กมองเห็นตัวเองว่าในอนาคตว่าต้องเรียนคณะไหนเขาถึงจะทำอาชีพที่ฝันได้
#โรงเรียนสาธิตมศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)
หลังจากเรียนจบ อาชีพกลายเป็นสิ่งอยู่ติดตัวเราไปเกือบตลอดชีวิต ทางโรงเรียนเริ่มให้ความสำคัญกับการค้นหาตัวเองให้พบ ตั้งแต่ปี 2547 โรงเรียนก็เปลี่ยนจากระบบสายวิทย์-สายศิลป์มาเป็น 9 วิชาเอกห้เลือกเรียนตามความถนัด แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนวิชาเอกจนกระทั่งปัจจุบันมีวิชาเอกให้เลือก 28 วิชา แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อยก็คือ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มศิลปกรรมศาสตร์ และกลุ่มมนุษยศาสตร์ ซึ่งทำให้เด็กไม่ต้องกดดันทำเกรดวิชาที่ไม่ชอบให้ดี มีเวลาทดลองค้นหาตัวเองอย่างจริงจัง แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ชอบเรียนวิชาเอกนี้ ก็สามารถขอย้ายวิชาเอกก่อนขึ้นม.5
#โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์
หลังจากนำปัญหาการศึกษาที่ผ่านมาถกเถียงกันและมีความเห็นตรงกันว่าการศึกษาแยกออกเป็นสายวิทย์-สายศิลป์ ไม่ตอบโจทย์การศึกษา ท้ายที่สุดเลือกใช้แนวคิด Personalize Learning แทนที่การศึกษาแบบเดิม ครูจะมองว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีการเรียนการสอน การวัดผลก็ไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกันตัดสิน ถึงแม้ให้อิสระนักเรียนสามารถเรียนสิ่งที่ตนชอบ และในช่วงเวลาสมองปลอดโปร่ง แล้วหน้าที่ครูเคยเป็นถ่ายทอดความรู้เปลี่ยนเป็นโค้ชแทน
ระบบเรียนมัธยมของโรงเรียนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ วิชาพื้นฐาน และวิชาเฉพาะทางที่เลือกได้ตามใจชอบ
วิชาพื้นฐานเป็นวิชาครีเอทขึ้นมาใหม่แต่เทียบเท่ากับวิชาพื้นฐานโรงเรียนทั่วไป ก่อนที่จะเลือกวิชาเฉพาะ ทางโรงเรียนจะให้นักเรียนทำ Learning Pathway เป็นของตัวเอง แม้อาชีพที่อยากทำสามารถใช้ Learning Pathway กันได้ แต่อย่าลืมว่ามีเด็กมีความถนัดไม่เหมือนกัน คนนึงอยากจิตวิทยา แต่ไม่เก่งอ่านเขียนภาษาอังกฤษก็ต้องไปเรียนเพิ่มเพราะความรู้เรื่องนี้เป็นศาสตร์มาจากประเทศตะวันตก และถึงเลือกวิชาเฉพาะทางที่แบ่งเป็นเป็น 6 กลุ่ม ซึ่งจะมีครูมาเจอกับนักเรียนทุกอาทิตย์เพื่อเช็ก Learning Pathway คิดขึ้นเองทำให้เรียนเป็นอย่างไรบ้าง
ส่วน Competency-Based Education เป็นระบบให้เสนอนักเรียนเสนอวิธีการวัดผลการเรียน เช่น การทำเป็นชิ้นงาน การโชว์ความสามารถตามวิชาที่เลือกเรียน อัดวิดีโอลงยูทูปลงก็สามารถทำได้ และหากนักเรียนทำตามเกณฑ์ที่กำหนดในวิชาบังคับได้ เช่น วิชาภาษาอังกฤษ ถ้าได้คะแนน IELTS ระดับที่ 4 ก็สามารถขอเกรดและพาสวิชานี้ได้เลย
#โรงเรียนโพธิสารพิทยากร
ปีที่ผ่านมาโรงเรียนยกเลิกการคัดเลือกให้เด็กเลือกเรียนระหว่างสายวิทย์กับสายศิลป์ และเปิดแผนการเรียนใหม่ 7 แผนการเรียนคิดจากอาชีพที่อยากทำในอนาคต ได้แก่ แผนการเรียนเตรียมแพทย์-เภสัช, เตรียมวิศวะ-สถาปัตย์, เตรียมวิทย์-คอมฯ, เตรียมนิเทศ-มนุษย์, เตรียมศิลปกรรม, เตรียมบริหารธุรกิจ-บัญชี และเตรียมนิติ-รัฐศาสตร์ อิงข้อมูลจากหลักสูตรการศึกษาเพื่ออาชีพในรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เพื่อแก้ปัญหานักเรียนหวังว่าการยกเลิกแบ่งแยกสายวิทย์-สายศิลป์ ที่ช่วยทำให้เด็กได้เรียนคณะที่ใช่ มหาลัยที่ชอบ ลดปริมาณเด็กซิ่ง และประหยัดเงินค่าใช้จ่ายสมัครสอบต่างๆ เพื่อซิ่วใหม่อีกรอบ
#พ่อแม่ยุคใหม่ #ครูมัธยม #นักเรียนมัธยมปลาย #สายวิทย์ #สายศิลป์ #ยกเลิกสายวิทย์สายศิลป์ #ค้นหาตัวเอง #โรงเรียนทาางเลือก #ระบบการศึกษา #โรงเรียนในอนาคต #แนวทางการศึกษา #การศึกษาไทย #ปรับตัว #สายอาชีพ #สอบเข้ามหาวิทยาลัย
อ้างอิง
https://thepotential.org, https://thematter.co, https://tna.mcot.net