10/02/2026
#เมื่อห้องเรียนย้ายไปอยู่บนดอย
#ภาคสนามขุนสถาน #ฟื้นป่าน่าน
ภาคสนามครั้งนี้ของพวกเรา นักเรียน #สตูดิโอสื่อสร้างสรรค์และภาษาเพื่อสังคม (Creative Media and Communication Studio) ระดับชั้น ม.4 และ ม.5 พาเราออกจากห้องเรียน ไปใช้ชีวิตจริงที่ หมู่บ้าน #ชนเผ่าม้ง บ้านขุนสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นเวลา 6 วัน 5 คืน
การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำโปรเจกต์ภายใต้หัวข้อ “โครงการฟื้นป่าน่าน” ซึ่งในตอนแรก พวกเราเคยเข้าใจว่าเป็นเรื่องของป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาการบุกรุกป่า แต่เมื่อได้มาอยู่ที่บ้านขุนสถานจริง ๆ
เราจึงเริ่มเข้าใจว่า การฟื้นป่าน่าน ไม่สามารถแยกออกจากชีวิตของผู้คนที่อยู่กับป่าได้เลย
#บ้านขุนสถาน #พื้นที่สูงกับชีวิตที่ผูกพันกับป่า
บ้านขุนสถานตั้งอยู่ในพื้นที่หุบเขาสูง ลาดชัน และล้อมรอบด้วยภูเขา ชาวม้งที่นี่อาศัยอยู่กับป่ามาหลายชั่วอายุคน ป่าไม่ใช่แค่ทรัพยากร แต่เป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่ทำกิน ความเชื่อ และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ในช่วงวันแรก พวกเราได้เดินสำรวจชุมชน ทำความรู้จักผู้คน เด็ก ๆ และพื้นที่ เราเริ่มเห็นว่าการใช้ชีวิตในพื้นที่สูงแบบนี้ ต้องอาศัยความเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เพราะทุกการเพาะปลูก ทุกการใช้ป่า ล้วนส่งผลต่อภูเขาและผืนป่าโดยตรง
ฟื้นป่าน่านผ่าน #มุมมองของชาวม้ง
ระหว่างภาคสนาม พวกเราแบ่งกลุ่มออกไปเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน บางกลุ่มได้เรียนรู้เรื่องความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม อย่างเช่นประเพณีปีใหม่ของชาวม้ง ซึ่งจัดขึ้นหลังฤดูเก็บเกี่ยว เป็นการขอบคุณธรรมชาติ ผ่านพิธีบูชาผีฟ้า ผีป่า และผีบ้าน หรือแม้กระทั่งชุดของชาวม้ง ก็ต้องอาศัยเส้นใยพืชจากป่าอย่างต้นกัญชง สิ่งนี้ทำให้พวกเราเห็นว่า #ความเชื่อของชาวม้งมีความสัมพันธ์กับป่าโดยตรง ป่าไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกครอบครอง แต่เป็นสิ่งที่ต้องเคารพและดูแล
อีกกลุ่มหนึ่งได้พูดคุยเรื่องประวัติการอพยพและภาษาม้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้ชาวม้งจะเคยถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุกป่า แต่ในปัจจุบัน ชาวม้งรุ่นใหม่จำนวนมาก กำลังพยายามปรับวิถีการทำกิน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น ตรงนี้เองที่ทำให้พวกเราเข้าใจว่า การฟื้นป่าน่าน ไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่า
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ การทำ “นิทรรศการ #แผนที่คนดี” พวกเราได้สัมภาษณ์ชาวบ้านเกี่ยวกับ ประวัติชีวิต วิถีการอยู่กับป่า และมุมมองต่อชุมชนของตนเอง นักเรียนทุกคนเขียนแผนที่คนดีอย่างน้อยคนละหนึ่งคน แล้วนำไปจัดแสดงในนิทรรศการที่โรงเรียนในหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้เห็นเรื่องราวของตัวเองและคนรอบข้าง หลายคนเมื่อได้รับแผนที่คนดีของตนเอง พูดกับเราด้วยน้ำเสียงซึ้งใจว่า “ทำให้ขนาดนี้เลยเหรอ” ช่วงเวลานั้นทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า การฟื้นป่าอาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ อย่างการทำให้ผู้คนรู้สึกมีคุณค่า และอยากดูแลพื้นที่ที่ตัวเองรักต่อไป
การได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านขุนสถาน ทำให้พวกเราเข้าใจว่า การฟื้นป่าน่านจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ #ฟังเสียงของคนในพื้นที่ การเรียนรู้ครั้งนี้จึงเป็นการฝึกฟัง ฝึกตั้งคำถาม และมองป่าในฐานะ “บ้าน” ของใครหลายคน บ้านขุนสถานทำให้พวกเราเห็นว่า เมื่อคนกับป่าเข้าใจกัน การฟื้นฟูก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
รวบรวมประเด็นโดย:
กันตพัฒน์ อลัน จิรสันติ์ (อลัน) ม.4/3
ณฐกร ศรัณยสุนทร (ฮิม) ม.4/3
#น่าน #ป่าต้นน้ำ #แม่น้ำน่าน