20/05/2026
อดีตนักวิจัย OpenAI เปิดพอร์ตใหม่ ทุ่มซื้อหุ้น AI Infrastructure เดิมพันผู้ชนะตัวจริงของยุค AI
Leopold Aschenbrenner อดีตนักวิจัย OpenAI ที่ผันตัวสู่นักลงทุนเต็มตัว กำลังถูกจับตามองใน Silicon Valley หลังทำผลตอบแทนโดดเด่นเหนือกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด เอกสาร 13F filing เปิดเผยการเคลื่อนไหวพอร์ตลงทุนรอบใหม่ ซึ่งสะท้อนมุมมองชัดเจนว่า “ผู้ชนะระยะยาวของ AI อาจไม่ใช่แค่บริษัทสร้างโมเดล AI แต่คือผู้ถือโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด”
📌 ซื้อหนักทั้งชิป-ดาต้าเซ็นเตอร์-พลังงาน หลายตัว ได้แก่
กลุ่มชิป / Semiconductor
▪️ Nvidia ( )
▪️ AMD ( )
▪️ Intel ( )
▪️ TSMC ( )
▪️ ASML ( )
▪️ Micron ( )
▪️ VanEck Semiconductor ETF ( )
กลุ่ม AI Compute / Data Center
▪️
▪️ Applied Digital ( )
▪️ Riot Platforms ( )
▪️ Bitdeer ( )
▪️ CoreWeave ( )
กลุ่มพลังงาน / โครงสร้างพื้นฐาน
สะท้อนธีมสำคัญว่า AI Boom ไม่ได้แข่งกันแค่โมเดล แต่แข่งกันเรื่อง “ชิป + ไฟฟ้า + Compute”
📌 เริ่มขายบางตัว เพื่อคัดผู้ชนะรอบใหม่
มีการลดน้ำหนักหรือขายหุ้นบางส่วน เช่น
▪️ Solaris Energy Infrastructure ( )
▪️ Core Scientific ( )
▪️ Bloom Energy ( )
มุมมองที่ตลาดตีความ: อาจเป็นการหมุนพอร์ตจาก AI Infrastructure แบบกว้าง ไปสู่บริษัทที่เชื่อว่าจะสร้าง upside ได้ชัดกว่า
📌 ตลาด AI อาจกำลังเข้าสู่เฟสใหม่
หากก่อนหน้านี้นักลงทุนไล่ซื้อหุ้น AI เพราะ narrative เรื่อง ChatGPT และโมเดล AI
ตอนนี้ “smart money” บางส่วนอาจกำลังเปลี่ยนเกมไปหา:
▪️ ผู้ผลิตชิป
▪️ Data Center
▪️ ไฟฟ้า
▪️ ระบบประมวลผล AI
ผู้ชนะ AI ระยะยาว อาจไม่ใช่บริษัทที่สร้าง AI ฉลาดที่สุด
แต่คือบริษัทที่สร้าง “โครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI” ได้ใหญ่ที่สุด
📌 ค้นหาหุ้น AI ตัวจริงที่จะชนะในระยะยาว ได้ที่ งานสัมมนาหุ้นเทคที่ใหญ่ที่สุดในไทย
[เปิดขาย Blind Ticket แล้ว เพียง 100 ใบเท่านั้น]
20/05/2026
Meta ปลดคน 8,000 ตำแหน่ง 🚨 เพราะกำลังทุ่มสุดตัวไปทาง AI
Meta บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp เริ่มปลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 8,000 ตำแหน่ง 🌍 โดยรอบนี้กระทบหนักทั้งทีมวิศวกรและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์
แต่เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า Meta กำลังถอย
ตรงกันข้าม บริษัทกำลัง “จัดบ้านใหม่” 🏗️ เพื่อเร่งเข้าสู่ยุค AI แบบเต็มตัว
ในเวลาเดียวกัน Meta ยังโยกพนักงานอีกประมาณ 7,000 คน ไปอยู่ในทีมที่โฟกัสด้าน AI โดยเฉพาะ 🤖 ทั้งผลิตภัณฑ์ AI และ AI agents สะท้อนว่า งานบางอย่างกำลังถูกลดความสำคัญลง แต่งานที่เกี่ยวกับ AI กำลังถูกเร่งเครื่องมากขึ้น ⚡
===========
📣 หนังสือ CRISIS TELLER ปรัชญาของชายเดินดิน ที่ขมวดโลกทั้งใบให้คนไทยได้รู้เท่าทันและเติมแรงบันดาลใจ
👉 สามารถสั่งซื้อ หนังสือ CRISIS TELLER ได้แล้ววันนี้
===========
Mark Zuckerberg มองว่า AI คืออนาคตหลักของบริษัท ถึงขั้นเตรียมใช้งบลงทุนด้าน AI มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ 💰 ในปีนี้
พูดง่ายๆ คือ Meta ไม่ได้แค่ปลดคนเพื่อลดต้นทุน แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทให้เล็กลง คล่องตัวขึ้น และใช้ AI เป็นแกนหลักในการทำงาน 🧠
📌 ข่าวนี้จึงสะท้อนภาพใหญ่ของโลกทำงานยุคใหม่ว่า บริษัทใหญ่ๆ อาจไม่ได้แข่งกันที่จำนวนพนักงานอีกต่อไป แต่แข่งกันว่า “คนกับ AI ทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน”
#ลงทุนเพราะอยากมีเงินใช้ตลอดชีวิต #ทำยังไงให้มีเงินใช้ตลอดชีวิต #สงคราม #อิกบรรพต
20/05/2026
Meta เริ่มแล้ว! ปลดพนักงาน 8,000 คน ส่งอีเมลแจ้งสิงคโปร์ที่แรกตอนตี 4
บริษัทเมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms Inc.) เริ่มส่งอีเมลแจ้งการ "ปลดพนักงานทั่วโลก 8,000 คน" แล้วในเช้าวันพุธที่ 20 พ.ค. นี้ โดยเริ่มจากพนักงานในประเทศ "สิงคโปร์" ซึ่งเป็นศูนย์กลางของบริษัทในเอเชีย เมื่อเวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนพนักงานในยุโรปและสหรัฐคาดว่าจะได้รับแจ้งในช่วงเช้าตามเขตเวลาของตนเช่นกัน ตามบันทึกภายในของบริษัท
การปลดพนักงานครั้งใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างที่เมตาเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ในปัญญาประดิษฐ์ (AI)
พนักงานได้รับคำแนะนำให้ทำงานจากที่บ้าน ขณะที่บริษัทเตรียมลดตำแหน่งงานราว 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก โดยการปลดคนรอบล่าสุดนี้คาดว่าจะกระทบต่อทีมวิศวกรรมและทีมผลิตภัณฑ์ของ Meta เป็นพิเศษ และอาจมีการ "ปลดเพิ่มอีกครั้ง" ในช่วงปลายปีนี้ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ทราบแผนของบริษัท
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Meta แจ้งว่ามีพนักงานราว 7,000 คนถูกโยกย้ายไปยังทีมที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นโครงการด้าน AI รวมถึงผลิตภัณฑ์และเอเจนต์เอไอต่างๆ โดยบริษัทซึ่งให้คำมั่นใช้งบลงทุนด้าน AI ในปีนี้มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ มีพนักงานเกือบ 80,000 คน ณ สิ้นเดือนมี.ค. ก่อนการโยกย้ายตำแหน่งและการปลดพนักงานครั้งนี้
“ขณะนี้เราอยู่ในจุดที่หลายองค์กรสามารถดำเนินงานได้ด้วยโครงสร้างที่แบนราบมากขึ้น โดยมีทีมขนาดเล็กในรูปแบบพ็อดหรือกลุ่มย่อย ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นและมีความเป็นเจ้าของงานมากขึ้น” จาแนลล์ เกล หัวหน้าฝ่ายบุคคลของ Meta ระบุในบันทึกภายในที่บลูมเบิร์กได้ตรวจสอบแล้ว “เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้เรามีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้งานมีคุณค่ามากขึ้น”
อ่าน: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1234882
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจBusiness
20/05/2026
'เวิลด์แบงก์' ชี้ไทยติดกลุ่ม 'ทักษะสูง-โอกาสต่ำ' พร้อมทำงาน แต่งานรองรับไม่พอ
ภูมิทัศน์ของรูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ โดยนายฮาบิบ นัสเซอร์ ผู้จัดการแผนก ด้านความมั่งคั่ง ประจำกลุ่มธนาคารโลก กล่าวในหัวข้อ “A sharp, data-driven framing of the 210 million job gap” วันนี้ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญด้านตลาดแรงงาน โดยในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีประชากรวัยทำงาน (อายุ 15-65 ปี) เพิ่มขึ้นถึง 320 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับเพียงประมาณ 110 ล้านตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตการขาดแคลนงานในอนาคต
สภาวะดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยการชะลอตัวของเศรษฐกิจหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งเป็นผลมาจากภาระหนี้สินที่สูงขึ้นและการลงทุนที่ลดลง ส่งผลให้การขยายตัวของ "งานที่ดี" เป็นไปอย่างล่าช้า
นอกจากนี้ นายฮาบิบกล่าวว่า แรงงานส่วนใหญ่ที่ย้ายออกจากภาคเกษตรกรรมมักจะเข้าสู่ภาคบริการที่ใช้ทักษะต่ำในเขตเมือง ซึ่งเป็นงานที่ให้ค่าตอบแทนน้อยและมีมูลค่าเพิ่มต่ำ
ในส่วนของผลกระทบจากเทคโนโลยีเอไอและระบบอัตโนมัติได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงลักษณะของงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการ "แทนที่" แรงงานมนุษย์ในงานที่มีลักษณะเป็นกิจวัตร
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1234854
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic