😌ช่วงนี้มีโอกาสทำเคสเด็กๆ ที่เริ่มโตเข้าใกล้วัยรุ่น.....สังเกตดูว่ามี
พ่อแม่หลายบ้านเริ่มมีคำถามและรู้สึกว่า ลูกห่างไป ไม่ค่อยเล่า ไม่ค่อยฟัง และเริ่มมีโลกส่วนตัวที่เราก้าวเข้าไปไม่ถึง...จึงต้องพยายามสร้างสัมพันธ์และรีบร้อนสร้างตัวตนพ่อแม่ที่เข้าใจลูกไปเสียทุกด้าน
(จริงหรือเปล่านะ🤔)
♥️ในความเป็นจริง...เด็กในช่วงวัยนี้ไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ
แต่เขาต้องการ พ่อแม่ที่มั่นคงในหัวใจ และไว้ใจได้ในความสัมพันธ์
👉เด็กวัย 12 ปีขึ้นไป เริ่มตั้งคำถามกับโลก และกับตัวเอง
พวกเขาเริ่มมีอารมณ์ซับซ้อน รู้สึกแปลกแยกหรือโดดเดี่ยวง่าย
และถ้าเขารู้สึกว่า...
🌀พ่อแม่ไม่เข้าใจ
🌀บ้านไม่น่าอยู่
🌀หรือพ่อแม่เองก็ยังไม่มีความสุข
เด็กจะค่อย ๆ ปิดประตูใจ ไม่กล้าปรึกษา ไม่อยากเป็น “ภาระ”
แม้ในใจเขาจะร้องไห้...แต่เขาเลือก “เงียบไว้” ดีกว่า
🥰แล้วพ่อแม่ทำอะไรได้บ้าง?
1. ฟังด้วยหัวใจ ไม่ตัดสิน
ลูกวัยนี้ต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย ไม่ใช่เพื่อให้พ่อแม่สอน แต่เพื่อให้รู้ว่า “พ่อแม่เข้าใจและไม่ทิ้งกัน”
อาจจะพูดกับลูกว่า....
☺️“แม่เห็นว่าลูกอาจไม่อยากพูดตอนนี้ แม่อยู่ตรงนี้นะ ถ้าอยากเล่าเมื่อไหร่ แม่พร้อมฟัง”
2. สงบตัวเอง เพื่อเป็นสนามพลังให้ลูก เนื่องจากเด็กจะไวต่อพลังของพ่อแม่อย่างมาก ถ้ารู้ว่าพ่อแม่เครียด ทะเลาะกัน หรือไม่เข้าใจกัน
เขาจะไม่กล้ามาขอความช่วยเหลือ เพราะกลัวจะเป็นภาระ
สามารถพูดกับลูกว่า....
☺️ “ลูกไม่ต้องห่วงเรื่องของพ่อแม่นะ พ่อกับแม่จะดูแลกันเองได้ ลูกดูแลหัวใจตัวเองให้ดีก็พอ”
3. แสดงความรักโดยไม่ผูกติดกับความสำเร็จ ให้ลูกรู้ว่าเขามีค่าในแบบที่เป็น แม้เขาจะยังไม่เก่ง หรือยังสับสนกับตัวเอง
ตัวอย่างคำพูด.....
☺️ “พ่อภูมิใจในตัวลูกที่กล้าทำ กล้าลองนะ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่เพราะลูกพยายามด้วยหัวใจตัวเอง”
4. พ่อแม่ก็ต้องดูแลหัวใจตัวเองด้วย
หลายครั้งที่พ่อแม่เหนื่อย ทุ่มเท โฟกัสที่ลูกจนลืมตัวเอง เฝ้าหวังให้ลูกหันมาเติมเต็มความรักที่ตัวเองขาด แต่ความจริงคือ... ยิ่งพ่อแม่กลับมารักตัวเองก่อน สนามพลังที่ส่งถึงลูกจะยิ่งมั่นคงและเบาสบาย
ลองพูดกับตัวเองว่า....
☺️ “เราไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ…ถ้าเราฝึกรักตัวเองได้ ลูกจะเรียนรู้การรักตัวเองจากเรานี่แหละ”
👉พฤติกรรมที่ช่วยเติมสนามพลังให้ตัวเอง เช่น
🤗หยุดพักเพื่อตัวเองวันละนิด ถามใจว่า "วันนี้เรารู้สึกยังไง"
😊เขียนบันทึกความรู้สึกของตัวเองแทนการเก็บไว้ในใจ
😃ขอความช่วยเหลือจากคู่ชีวิต เพื่อนๆ หรือคนรอบข้างเมื่อเหนื่อย
☺️ออกไปเดินเล่น สูดอากาศ ทบทวนว่า “ชีวิตเรามีคุณค่าแม้ไม่ได้ทำอะไรเพื่อใครเลยในวันนี้”
🥰ตัวอย่างคำพูดที่ครูใช้พูดกับตัวเอง จะขอปรับคำเพื่อใช้ในบทบาทพ่อแม่นะคะ
👉 “ฉันดูแลลูกได้ดีขึ้น เมื่อฉันไม่ลืมดูแลใจตัวเอง”
👉“ฉันไม่ต้องเอาความเหนื่อยของตัวเองไปเรียกร้องจากลูก แต่ฉันเลือกจะกลับมากอดตัวเองแทน”
👉 "ฉันสร้างความสุขในใจเล็กๆด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องคาดหวังจากลูกหรือคนรัก'
♥️อย่าลืมนะคะว่า...พ่อแม่คือรากของใจ
🌱เมื่อรากมั่นคง ต้นไม้จึงกล้าแตกกิ่งก้าน ลูกอาจจะไม่ได้พูด…แต่เขารับรู้
ทุกคำพูด ทุกการกระทำ คือสิ่งที่บอกเขาว่า เขา “มีที่ยืน” และ “มีที่รัก” เสมอในบ้านหลังนี้
“บ้านที่เข้าใจ คือบ้านที่ลูกกล้ากลับมา”
และบ้านนั้นเริ่มจาก... ใจของพ่อแม่ที่กลับมารักตัวเองก่อน
💞ครูเก๋
#ส่งกำลังใจให้ทุกบ้านค่ะ
พ่อแม่คือครูคนแรกของลูก
ให้ความรู้แก่พ่อแม่ในกาาส่งเสริมพ?
19/04/2025
💌แด่ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูก
🥹พฤติกรรมของลูก ไม่ใช่คำตัดสินตัวตนของแม่
ลูกเพียงกำลังสื่อสารในแบบของเขา และบางครั้ง…เขาก็ช่วยเราเปิดประตูไปสู่แผลเก่าที่เราลืมไปว่าเคยเจ็บ😶🌫️
🙂↕️เธอไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกให้ "สมบูรณ์แบบ"
เธอเพียงแค่ต้อง “อยู่กับลูกอย่างแท้จริง” ขณะที่ยัง “อยู่กับตัวเองอย่างเข้าใจ”🥰
วันนี้หากหัวใจเธอล้า
ขอให้ลองวางมือไว้ที่อก แล้วหายใจลึก ๆ พร้อมคำกระซิบในใจว่า...
#ฉันรักตัวเองได้แม้ฉันจะยังไม่ดีพร้อม
#ฉันทำดีที่สุดแล้วในทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา
#ฉันขอเลือกให้อภัยตัวเองในจุดที่ฉันยังไม่รู้
🫂และถ้ารู้สึกโดดเดี่ยว
ขอให้เธอรู้ไว้ว่า…
มีผู้หญิงอีกมากมายที่กำลังเดินทางเส้นเดียวกับเธอ
และเธอไม่จำเป็นต้องเดินลำพัง
🤗เธอคือแม่ที่มีหัวใจกล้าหาญ
ที่แม้ร้องไห้ก็ยังรักไม่หยุด
ที่แม้จะล้มลงก็ยังลุกขึ้นมาโอบกอดลูกด้วยมือที่สั่นไหว🌿
#ในความเปราะบางของเธอมีพลังวิเศษซ่อนอยู่เสมอ..
ครูเก๋💕
19/04/2025
😌เด็กดี...ที่ซ่อนความเจ็บไว้เงียบๆ ในใจ
🥹เคยไหม...
รู้สึกว่าเรา “ทำดีที่สุดแล้ว” แต่คนที่เรารอให้หันมามองกลับไม่เห็น..
🥺พ่อแม่ไม่สนใจ...
🫣ความดีของเราถูกมองข้าม
😔ความรู้สึกของเราถูกปัดตก
🫥เรากลายเป็น “เด็กดี” ที่ไม่เคยได้เป็น “แค่ตัวเอง”
🤐ในความเงียบของวัยเด็กนั้น...
เด็กบางคนซ่อนความเจ็บไว้ใต้รอยยิ้ม
ซ่อนเสียงร้องไห้ไว้ในความสำเร็จ
และแบกคำถามไว้ตลอดชีวิตว่า
“ฉันต้องดีแค่ไหน ถึงจะเป็นที่รัก?”
และแม้วันนี้เราจะโตแล้ว
กลายเป็นพ่อแม่ เป็นครู เป็นผู้ดูแลคนอื่น
แต่ “เด็กในใจ” ก็ยังรอคอยใครสักคนที่จะรักเขาโดยไม่มีเงื่อนไข🥰
---
การเยียวยา เริ่มจากการกลับมาเป็นพ่อแม่ให้กับตัวเอง
🤔เข้าใจว่าความเจ็บที่เคยได้รับ...ไม่ใช่เพราะเราไม่ดี
แต่เป็นเพราะคนที่ควรดูแลเรา ก็อาจเจ็บมาเหมือนกัน
และไม่รู้จะรักยังไง...
🌱วันนี้
ถ้ามีใครบางคนรู้สึกพร้อมจะ “วางสิ่งที่แบกไว้”
และอยากกลับไปกอดเด็กคนนั้นในใจ
อยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น เพื่อจะรักและดูแลลูกหรือคนที่เรารักให้ดียิ่งขึ้น
💕ครูเก๋พร้อมที่จะนั่งอยู่ข้างๆ
เพื่อฟังอย่างลึกซึ้ง เห็นอย่างเข้าใจ
และร่วมเดินทางไปกับคุณอย่างอ่อนโยน
---
👉พื้นที่ปรึกษาหัวใจ ที่จะไม่ตัดสินคุณ
หากคุณเป็นพ่อแม่ ครู หรือผู้ใหญ่ที่ยังรู้สึกติดค้างในใจ
หากคุณอยากเข้าใจลูกในวัยเด็ก หรือลูกที่คุณกำลังเลี้ยงดูในวันนี้
และอยากปลดล็อกวงจรความสัมพันธ์ที่ทำให้เจ็บซ้ำ
🤝ขอชวนคุณมาพูดคุยกับเรา
พื้นที่นี้คือพื้นที่ปลอดภัย ที่คุณไม่ต้องเป็น "เด็กดี" อีกต่อไป
แค่เป็นคุณ...เราก็อยากฟังแล้ว🌿
💌สามารถ inbox มาคุยกันได้เลยค่ะ
หรือจองเวลานัดหมายล่วงหน้าได้ที่
line : ko_okkay
ด้วยความรัก
จากใจที่เคยร้องไห้
สู่ใจที่พร้อมจะฟัง
–ครูเก๋--🥰
25/09/2022
เด็กๆ จะไม่สามารถเรียนรู้ได้จริงๆ ถ้าเค้าไม่ได้รับหรือไม่ค่อยได้รับการปลอบโยน การควบคุมอารมณ์ที่ดี จากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว 😖
จัดการอารมณ์ตัวเองไม่ได้ 😡
โกรธก็ระเบิดอารมณ์ใส่ 😥
ไม่พอใจก็ลงโทษ 😭
ไม่ถาม ไม่มีเหตุผล มีแต่อารมณ์ 😔
เอะอะก็ลงที่เค้า 😓
หงุดหงิดก็ลงที่เค้า 😭
รู้ตัว-> ยอมรับ-> เปลี่ยนแปลง เพื่อลูกเพื่อหลาน
เด็กเค้าสงบสติอารมณ์ จัดการอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ทำไม่เป็น .... ไม่ใช่เค้าไม่อยากทำ แต่ทำไม่เป็นจริงๆ .. . น่าสงสาร
เริ่มต้นที่เรานะครับ 🙏
#ดีต่อลูก
19/02/2022
👨👨👧👧เก็บตก ล้อมวง จับเข่าเล่าเรื่องลูก ตอน "เลี้ยงลูกให้คิดเป็น" 🧠ในวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 🧐
🌛ในค่ำคืนที่พวกเรามารวมตัวกันอีกวาระหนึ่ง เดือนนี้หัวข้อที่กลุ่มแม่ ๆ สนใจ ก็คือเรื่อง การเลี้ยงดูลูกที่ไม่เพียงแต่เติบโตไปตามพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยเท่านั้น แต่ศักยภาพทางการคิดวิเคราะห์ของลูกในยามที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคด้วยตนเองนั้น พวกเขาจะรับมือได้มากน้อยขนาดไหน จะทำอย่างไรให้ลูก ๆ ของเราไม่ถอยหนี หรือหวาดกลัวจนไม่กล้าออกจาก Safe Zone 🌎
💬 สิ่งที่แม่หลายท่านได้สะท้อนถึงความคาดหวังของพวกเขาก็คือ “การพูดคุยกับลูกอย่างไรที่เป็นไปเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกได้ฝึกฝนทักษะทางความคิด และวิธีการที่หลากหลายในการจัดการ “ใจ” ของตัวเองเพื่อนำไปสู่เป้าหมายหรือความสำเร็จที่ลูกวาดหวังเอาไว้ รวมๆแล้วคือ ลูกต้อง “รอด” ในยามที่พ่อแม่ไม่อยู่ประคับประคองได้อีกต่อไป หลักการสำคัญ 4 ข้อที่พวกเราได้เรียนรู้ร่วมกันในประเด็นนี้ก็คือ 🔻🔻
1. 🙅🏻♀️🙅🏻♂️ พ่อแม่ควร “พูด” หรือ “สอน” ให้น้อยลง ในความหมายคือ การสอนของพ่อแม่นั้นได้รวมอยู่ในชีวิตประจำวันของลูก มีทั้งสิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราทำ ไปจนถึงสิ่งที่เราไม่ได้พูด หรือวิธีการรับมือของตัวพ่อแม่เองในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมไปถึงท่าทีของพ่อแม่ที่หลีกเลี่ยงจะพูดคุยในบางประเด็นที่พ่อแม่รู้สึกไม่สมควร หรือยังไม่ถึงวัย เช่น เรื่องเพศ คำหยาบคาย ฯลฯ ลูกก็จะเรียนรู้ว่าเรื่องบางเรื่องพูดกับพ่อแม่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปได้มากทีเดียวที่ลูกก็จะสามารถเรียนรู้ความชอบ ความไม่ชอบ ทัศนคติ และความเชื่อเป็นไปตามสิ่งที่พ่อแม่หล่อหลอมในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันอยู่แล้ว การจ้องแต่จะสอนลูกโดยการพูดบอก จึงอาจจะไม่ได้จำเป็นเสมอไป เพราะจะยิ่งทำให้ลูกต่อต้านมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ควรเว้นพื้นที่เอาไว้ให้ลูกได้คิด วิเคราะห์ หรือนำสิ่งที่พวกเขาได้เคยรับประสบการณ์ต่าง ๆ ทั้งจากนอกบ้าน และในบ้าน ในการลองผิดลองถูก ริเริ่ม ปรับใช้ และหาวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ 🏃🏻♀️🏃🏻♂️
2. 🧏🏻♀️🧏🏻♂️ “คำถามสำคัญ” นำไปสู่วิธีการคิด การบอกคำตอบตรง ๆ นั้นง่ายและรวดเร็วแต่จะทำให้ลูกขาดการคิดวิเคราะห์ถึงเหตุปัจจัยและความเป็นไปได้ต่าง ๆ พ่อแม่จึงต้องลดบทบาทลงเป็นเพียงผู้เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นจากการใช้วิจารณญาณของตนเอง โดยการใช้คำถาม เช่น.......
“ถ้าเอาน้ำมาใส่เท่า ๆ กัน ลูกคิดว่าจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันมั้ย?” (คำถามในเชิงเปรียบเทียบ)
“ลูกรู้สึกอย่างไรตอนมองท้องฟ้าในวันนี้” (คำถามในเชิงความรู้สึก)
“ลูกเห็นภาพพ่อแม่ลูกซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง” (คำถามเพื่อการวิเคราะห์)
“ลูกคาดหวังอะไรบ้าง” (คำถามเพื่อตั้งเป้าหมาย)
“หนูคิดว่าเพื่อนอยากจะทำแบบนั้นมั้ย เพราะอะไร?”(คำถามเพื่อความเข้าใจ และคาดเดาความรู้สึกของผู้อื่น)
3. 🙋🏻♀️🙋🏻♂️ พื้นที่ของการรับฟังความคิดเห็นโดยไม่ตัดสินว่า “ถูก” “ผิด” “ดี” “ไม่ดี” ถ้าในบ้านมีพื้นที่ในการแสดงทัศนะอะไรก็ได้ เพราะความคิดมันคือความคิด มันเป็นเพียงช่วงความคิดที่ล่องลอยมา แต่มันยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง หากพ่อแม่มีทัศนคติที่เปิดกว้างอย่างนี้ ลูกก็จะกล้าในการแสดงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นได้อย่างตรงไปตรงมามากขึ้น เพียงแต่พ่อแม่เป็นผู้รับฟัง และชวนลูกกลับมารับรู้การคิดนั้น นำมาเรียบเรียงอย่างมีระบบ ผ่านการสะท้อนกลับจากการฟังอย่างตั้งใจ ในส่วนการตัดสินใจจะลงมือทำจริงนั้น พ่อแม่อาจจะมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์มากขึ้นในเรื่องที่ลูกจะต้องไปดำเนินการจริงตามขั้นตอนต่าง ๆ เช่น ลูกอาจจะมาปรึกษาเรื่องหาที่เรียนพิเศษ พ่อแม่อาจจะเป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ในเรื่องค่าใช้จ่าย ระยะทาง หรือความปลอดภัยในการเดินทาง เป็นต้น
4.💇🏻♂️💇🏻♀️ พ่อแม่ต้องฝึกเป็นผู้มีความคิดแบบมีระบบ มั่นฝึกฝนและทบทวนตนเองบ่อย ๆ การได้ทบทวนวิธีคิดของตนเอง และจัดหมวดหมู่ความชอบ ความไม่ชอบ การหลีกหนีความเจ็บปวดบางอย่าง ก็เพื่อความเข้าใจตนเอง และนำไปสู่การเปิดกว้างทางความคิด และไม่เร่งรีบที่จะสรุปและตัดสินเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกแสดงความคิดเห็น และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่อยากฟัง หากเป็นเช่นนั้น พ่อแม่อาจจะพลาดโอกาสในการฟังข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์จากลูกไปเลยก็ได้ พ่อแม่จึงไม่ควรรีบตัดสินว่าสิ่งที่ลูกคิดมันผิด ใช้ไม่ได้ เพราะนั่นเท่ากับการปิดกั้นในสิ่งที่ลูกกำลังชี้แจง และลูกก็อาจจะไม่อยากแสดงความคิดเห็นออกมาอีกเลย
📌“ความคิด” เป็นเพียงแค่การสะท้อนมุมมอง ซึ่งอาจจะยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงก็ได้ แต่แน่นอนว่าอาจจะบางสิ่งที่ลูกพูด ก็อาจจะทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจที่จะได้ยิน ในบางครั้งพ่อแม่ก็อาจจะถามลูกกลับ ถึงความเป็นได้ หรือโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงมีมากน้อยแค่ไหน หรือ ถ้าเป็นพ่อกับแม่จะมีมุมมองอย่างไรในเรื่องนี้ แล้วลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดูถ้าไม่เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายจนเกินไป หรือเบียดเบียนผู้อื่น ก็ขอให้ลูกได้มีโอกาสในการเลือกทางเดินด้วยตนเอง เพราะในสักวันพ่อแม่ก็ต้องปล่อยมือจากพวกเขา และคืนชีวิตให้ลูกในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน 🎁🎈
🙏🏻ขอขอบคุณการแชร์ประสบการณ์จากคุณแม่ที่เข้าร่วมวงสนทนาทุกท่าน
ครูเก๋ นักกระตุ้นพัฒนาการเด็ก
#ล้อมวงจับเข่าเล่าเรื่องลูก
#วงฟรีมีทุกเดือน
06/02/2022
📢ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนพ่อแม่ เข้าร่วม กระบวนการ "ฝึกเป็นพ่อแม่ที่ลูกพึ่งพาและไว้ใจได้"
สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกในวัยอนุบาล และ วัยประถม 👨👩👧👦
📒 เรียนผ่านทฤษฎี และปฏิบัติ
● ร่วมกันค้นหา "ครอบครัว" ในแบบที่ลูกจะพึ่งพา และไว้ใจได้ บ้านเราเป็นครอบครัวแบบไหน สืบค้น "ตัวตน" ของเรา ที่อาจ "เหมือน" หรือ "แตกต่าง" ที่เป็นสาเหตุให้ลูก และเรา ห่างเหิน หรือ ใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสร้าง "ครอบครัว" ที่ลูกเชื่อใจ และไว้วางใจได้ 👨❤️💋👨
● ฝึกการเป็นพ่อแม่ที่ "ดี " และ "เจ๋ง" ในสายตาของลูก เป็นอย่างไร นำพาให้ก้าวข้ามผ่านความยากและอุปสรรคในตัวคุณ ลดความขัดแย้ง นำไปสู่พ่อแม่มือโปร ฮีโร่ในใจลูก 🤷♀️🤷♂️
● ฝึกการรับมือกับอุปสรรค เมื่อลูกต่อต้าน ปฏิเสธ ไม่เชื่อฟัง จะทำอย่างไรเมื่อพฤติกรรมเหล่านี้ คือพฤติกรรมตามวัย หรือ ลูกแค่อยากตามใจตนเอง พูดคุยถึงปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้ลูก ไม่เข้าใจเรา เพื่อนำไปสู่ การรับมือให้ถูกต้องตามพัฒนาการ และสอดคล้องกับวัย 🤾🤹♂️
● ปักหมุดหา "เป้าหมาย" นำพาครอบครัวไปให้ถึงฝั่งฝัน เป็นพ่อแม่ที่มีอยู่จริง ในใจลูก ร่วมกันออกแบบในสิ่งที่ต้องทำ ตามความเป็นไปได้ของครอบครัว 🎯
🎁เรียนรู้ 4 ครั้งต่อเนื่อง สามารถเลือกเรียนในวัน ศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์
ในเวลา 10.00 น. , 14.00 น. และ 19.00 น. (เวลาใดเวลาหนึ่ง)
(สามารถปรับเปลี่ยนวันและเวลาเรียนได้ตามเหตุปัจจัย และความเหมาะสม)
🎀ลงทะเบียน ครอบครัวละ 1500 บาท
☎️สมัครและสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 0909714673 หรือ
line id: ko_okkay
30/01/2022
"เมื่อลูกรู้สึกตัวเองไม่ดีพอ" 😥
🚩เก็บตกล้อมวงตอน "เมื่อลูกรู้สึกตัวเองไม่ดีพอ" คืนวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565
👨👩👧👦 5 ครอบครัวมารวมตัวกันพูดคุยถึงประสบการณ์ที่เคยเจอเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก หรือ เมื่อต้องพบเจอกับเหตุการณ์ทั้งของลูกหรือของตนเอง ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่า "ตัวเอง" ได้ฟังเสียงของคนรอบข้างมากกว่า "ความรู้สึก" ของตัวเอง ทำให้ต้องละเลยกับ "ความตั้งใจ" หรือ "ความเชื่อ" ที่อยู๋ลึก ๆ ภายในตนเอง 🎈⏳
พวกเราได้เปิดใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึกต่าง ๆ และชวนกันคุยถึง "กุญแจ 3 ดอก"🔑 ที่จะพาตัวเองออกจาก ความรู้สึก "ไร้ค่า" "ไม่ดีพอ" "ไม่มั่นใจ" และอีกหลากหลายความรู้สึกที่ได้ยิน ได้ฟังจากคนอื่น ๆ จนทำให้ "ไม่กล้า" ที่จะออกนอกกรอบของความปลอดภัย จนไม่สามารถคิดและเผชิญกับความจริงด้วยตนเอง กุญแจ 3 ดอกนั้นคืออะไรบ้าง...🎁
1. อนุญาตให้ตนเองได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง 🧐
เมื่อมีความรู้สึกแย่ ๆ เกิดขึ้น ฝึกให้ตนเองใช้เวลานิ่ง ๆ ชั่วครู่ หยุดการต่อกร หยุดการโต้เถียงกับผู้อื่น หยุดอธิบายเพื่อให้คนอื่นเข้าใจตัวเรา แล้วลองหามุมสงบ ๆ สอบถาม "ความรู้สึกที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักกับ "ความคิด" "ความรู้สึก"นั้นๆ ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ขอให้เรานั่งลงและเปิดใจรับฟัง เสียงภายในของตัวเราเอง แล้วเราจะพบว่า "ความเจ็บปวดไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า" แต่ความเจ็บปวดจะกลายเป็นมนต์วิเศษในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง 🗣
2. จงนิ่งและรับรู้ 😌
เป็นผู้ฟังที่ดี รับฟัง "เสียงภายใน" หยุดเคลื่อนไหว หยุดตะเกียกตะกาย หาคำตอบ "ทำไมต้องเป็นฉัน" "ทำไมฉันต้องพบเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ด้วย" แต่ลองเปลี่ยนเป็น "สัมผัส" กับสิ่งที่ไหลเวียนภายในตัวของเราเอง เปลี่ยนคำถามเพื่อจะนำไปสู่ "คำตอบ" เช่น "เรากำลังคิดอะไรอยู่" "มีอะไรที่เราต้องทบทวน" สูดหายใจเข้าลึก ๆ และผ่อนออกยาว ๆ หยุดรับรู้ถึงเสียงคำแนะนำจากคนรอบข้าง ที่จะมาเป็นข้อจำกัดภายในใจของเรา แล้วหันมารับฟังเสียงของตนเอง พร้อมกับค้นหาความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ลองสื่อสารกับตนเอง "ฉันต้องการอะไร" "ทำสิ่งนั้นแล้วจะได้อะไร" เมื่อเราได้ใคร่ครวญกับเสียงภายในใจ เท่ากับเราได้เปิดโอกาสให้ "ครูของจิตวิญญาณ" ได้เปิดเผย หากเรารับฟังแต่เสียงของคนรอบข้าง มากเกินไป เท่ากับเป็นการเพิกเฉย ต่อครูภายในของเรา และเราก็จะละเลยต่อความต้องการที่แท้จริง "ปัญญาภายใน" นี้จะให้คำตอบที่แตกต่างจากคนอื่นทั่วไป
3. กล้าจินตนาการถึงความฝัน 😇
จง "เชื่อมั่น" แล้วจะพบกับ "ศรัทธา" "ความเชื่อ"ที่จะมีแรงผลักดันให้ตนเองทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จริงอยู่ในความเป็นจริง เราอาจจะพบกับข้อจำกัด ที่คนภายนอกตัดสินว่าเราจะทำไม่ได้ แต่ถ้าหากเราเชื่อเสียงภายนอกมากเกินไป ก็จะทำให้เรา "ล้มเลิก" โอกาสที่จะไปถึงสิ่งที่ใฝ่ฝันก็จะน้อยลง แต่ถ้าหากเราได้ให้เวลากับตัวเราเอง สร้างพื้นที่เล็ก ๆ ของตนเองขึ้นมา เท่ากับเรามีทางเลือกมากขึ้น "กล้ายืนหยัดและศรัทธา"ในสิ่งที่เราเชื่อ ไม่เร่งรีบ ไม่ตัดสิน จนกว่าเราจะ ฟังเสียงภายในของตัวเราเองอย่างเพียงพอ
กุญแจแต่ละดอกมีแบบฝึกหัดให้คุณแม่ทั้ง 5 บ้าน ได้ทดลองลงมือทำ จากนั้นพวกเรานำสิ่งที่ได้ใคร่ครวญ ออกมาบอกเล่าให้เพื่อน ๆ ในวงได้ฟังถึงมุมมองที่แตกต่างกันออกไป และมีในบางครั้งที่ประสบการณ์ของเพื่อนในวง ก็ช่วยทำให้บางท่านได้ค้นพบกับคำตอบที่นำมาสู่การคลี่คลายปมภายในของตนเองได้อีกด้วย
ขอขอบคุณพลังแห่งความอบอุ่น และความเมตตาจากครอบครัวทั้ง 5 ในค่ำคืนนั้น ประสบการณ์ที่ได้รับแปรเปลี่ยนเป็นความเชื่อและศรัทธาภายในตนเอง จากความรู้สึก "ไม่ดีพอ"😞 ที่ทำให้ไม่กล้าเดินไปข้างหน้า ก็กลายเป็น "ความฮึกเฮิม" 😤 ที่เรียก "ความกล้า" 🥳ให้ออกมาทำงานด้วยความสุข ได้อีกครั้ง
ครูเก๋
#ล้อมวงจับเข่าเล่าเรื่องลูก #วงฟรีมีทุกเดือน
ล้อมวงจับเข่าเล่าเรื่องลูก "ปรับพฤติกรรมลูกอย่างไรไม่เสียสัมพันธภาพ"
09/12/2021
09/11/2021
👩👩👦 สาระสุข ตอน..อยู่เพลิน Learn ไปกับลูก (Re post)
🤥ช่วยลูกอย่างไรดีในสถานการณ์ที่มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างเพื่อน ?
เคยมั้ยคะ... ขณะที่ลูกเล่นกับเพื่อนอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ก็เกิดโกรธกันขึ้นมา สักประเดี๋ยวก็จะลงไม้ลงมือกัน มีแม่ของคู่กรณีอยู่ในเหตุการณ์ซะด้วย ใจพ่อแม่แทบล่วงไปอยู่ตาตุ่ม สถานการณ์จวนตัวแบบนี้จะแก้ยังไงดี ลองมาดูตัวอย่างวิธีดูแลอารมณ์ลูกของคุณพ่อครอบครัวแมวเหมียว กันนะคะ...
👩👩👧 วันนี้พาน้องแมวเหมียวไปเที่ยวครับ นั่งรถตู้ไป ระหว่างทางเล่นกับเพื่อนและมีเถียงกัน แมวเหมียวเงื้อมือทำท่าจะต่อย เพื่อนยกเท้าจะเตะ ป่าป๊ารอดูว่าเหมียวจะแก้สถานการณ์อย่างไร....
🚩Learn ไปกับลูก
• โจทย์คือบนรถตู้ และดูว่าลูกไม่น่าจะจัดการอารมณ์ได้ จะเดินหนีก็ไม่ได้ จะต่อยก็ไม่ได้ ช่วงนี้ลูกคงรู้สึกอึดอัดน่าดู
• ป่าป๊าส่งน้ำให้ลูกกิน 2 ครั้ง โดยหวังว่าน้ำจะช่วยคลี่คลายความรู้สึกของลูกให้ดีขึ้นได้ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้ผล ป่าป๊าจึงดึงลูกเข้ามาคุย
👨🏻 : “คิดว่าหนูกำลังโกรธ ตัวโกรธกำลังมาแล้วใช่ไม๊.... ตอนที่เราฝึกซ้อมกัน เรามีวิธีแก้ปัญหายังไงบ้าง”
👦🏻 : “บอกครู”
👨🏻 : “ในรถไม่มีครูทำไงดี”
👦🏻 : “บอกผู้ใหญ่”
👨🏻 : “ผู้ใหญ่ใครอยู่ใกล้สุด”
👦🏻 : “แม่ปุ้ย”
👨🏻 : “แล้วตอนนี้เป็นยังไง”
ลูกไม่ตอบแต่...ยืนกอดอกน้ำตาไหล
🚩 Learn ไปกับลูก
• ป่ะป๊าพยายามชวนลูกมองถึงสาเหตุที่แท้จริง และชวนคิดหาวิธีการแก้ปัญหา ลูกตอบแบบเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมที่เคยพบเจอมา ถึงแม้คำตอบของลูกจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่ป่ะป๊าก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่ชวนลูกกลับมามองความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเพื่อให้ลูกได้เอะใจ และคิดต่อว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีการของเขาได้ผลหรือไม่ 🙄💡
👨🏻 : “เวลาหนูถูกกระตุ้น หรือถูกขัดใจ หนูก็จะโกรธแบบนี้ ป่าป๊าหมาม้าจึงต้องช่วยฝึกให้หนูแก้ไขได้เวลาโกรธ เพราะหนูจะโตขึ้นไปแบบนี้ไม่ได้
👦🏻 : “เพื่อนทำก่อน เพื่อนต้องขอโทษ”
👨🏻 : “ตอนนี้เรามีกันสองคน คือหนูกับป่าป๊า คนอื่นไม่เกี่ยว เพื่อนไม่ใช่ลูกป่าป๊า ป่าป๊าบังคับและไปช่วยเพื่อนไม่ได้ แต่หนูเป็นลูกป่าป๊า ป่าป๊าอยากจะช่วยหนู”
💗 ป่าป๊าก็ให้ลูกมายืนข้าง ๆ มือจับเบาะรถแล้วบอกว่า...
👨🏻 : “หนูยืนตรงนี้จนกว่าตัวโกรธจะเล็กลงแล้วไปเล่นต่อได้” ระหว่างที่ยืนป่าป๊าเอามือลูบหลังไปเรื่อย ๆ
👨🏻 : “ป๊าอยู่ข้างหนูนะครับ หนูจะยืน และใช้เวลาตรงนี้นานเท่าไรก็ได้จนกว่าตัวโกรธจะหายไป แล้วไปเล่นต่อได้”
🕖 ผ่านไปสักแป๊บป่าป๊าถามอีกตอนนี้ตัวโกรธเป็นไง ....
👦🏻 : “ตัวกลาง ๆ”
👨🏻 : “ลองหายใจเข้าออกลึก ๆ 5 ครั้ง” “แล้วตอนนี้ตัวโกรธเป็นยังไง”
👦🏻 : “ตัวกระจิด”
👨🏻 : “หายใจเข้าออกลึก ๆ อีก 5 ครั้ง” “พร้อมไปเล่นหรือยัง”
👦🏻 : “พร้อมแล้ว”
😁ป๊า จึงปล่อยกลับไปเล่นกับเพื่อน
🚩Learn ไปกับลูก
• ป่ะป๊าใช้วิธีให้ลูกฝึกเผชิญอารมณ์ด้วยตัวเองโดยมีป่ะป๊าอยู่ข้างๆ ลูกได้เฝ้าสังเกต อาการที่เกิดขึ้น การคงอยู่ของอารมณ์ ความรักความมั่นคงและหนักแน่นที่ป้ะป๊าส่งผ่านไปให้ลูก ผ่านประโยคที่จริงจังและอ่อนโยน เช่น "ป๊าอยู่ข้าง ๆ นะครับ หนูจะยืน หรือใช้เวลาตรงนี้นานเท่าไรก็ได้จนกว่าตัวโกรธจะหายไป" ความหนักแน่นมั่นคงที่ป๊าส่งให้ลูกนี้จะช่วยให้ลูกมีความกล้าที่จะเผชิญอารมณ์ด้านลบมากกว่าจะผลักหนี ลูกได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่จากเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นโอกาสในการพลิกกระบวนการคิดจากลบเป็นบวก ชนะใจตนเองในที่สุด อารมณ์ที่มีจางคลายลงด้วยตัวของเขาเองอย่างเป็นธรรมชาติ 🌈🔥
• คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้คำพูดหรือเทคนิคอย่างใดก็ได้ตามความถนัดนะคะ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับตัวอย่างนี้...แต่สิ่งสำคัญคือทักษะการคิดของพ่อแม่ ที่ต้องมีคือ...
1. เชื่อมั่นและศรัทธาว่าตัวเราและลูกพัฒนาได้
2. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พ่อและแม่คือปราการที่มั่นคงแข็งแรงและเป็นกองกำลังสนับสนุนให้ลูกเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างสงบ
3. อารมณ์เป็นเรื่องธรรมชาติ มีการเกิดขึ้นและดับไปเป็นธรรมดา สิ่งที่ลูกเป็นนั้นแค่อารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้จะอยู่ถาวรจนติดเป็นนิสัยไปจนโตและแก้ไม่ได้
💕แบบฝึกหัดในแต่ละช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนเวทีฝึกซ้อมให้ลูกได้เรียนรู้การควบคุมอารมณ์ตนเองในสถานการณ์จริง เมื่อได้ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ลูกก็จะเรียนรู้ว่าการดูแลและควบคุมตนเองไม่ได้ยากอย่างที่คิด และลูกก็จะไม่อับจนหนทางเมื่อต้องใช้กระบวนการคิดแก้ปัญหาหากต้องเผชิญในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งพล่านอยู่ 💟
ครูเก๋
นักกระตุ้นพัฒนาการเด็ก/ครูการศึกษาพิเศษ
ติดต่อนักบำบัด และงานอบรม
☎️ 090-971-4673
Id line : ko_okkay
#ล้อมวงเสวนาประสาพ่อแม่
เครดิตรูปภาพ : https://popcornfor2.com/content/-news-76013
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
หมู่บ้านลัดดาวิลล์ 4
Bang Bua Thong
11110