เรียนภาษาเยอรมันพัทยา หนังสือฟรี ชุดข้อสอบฟรี สมัครสอบให้ฟรี

เรียนภาษาเยอรมันพัทยา หนังสือฟรี ชุดข้อสอบฟรี สมัครสอบให้ฟรี 🔰เรียนภาษาเยอรมันพัทยา🔰เรียนเเล้วเข้าใจ🎯 ต้องเริ่มต้นเรียนให้ถูกวิธี 👉ถึงจะเข้าใจภาพรวมออก 😊

กรุณาอ่านตรงนี้ให้เข้าใจด้วยนะครับ สำคัญมาก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหา!!!

เพื่อความสบายใจสำหรับนักเรียนเเละผู้สอน (ใช่ครับผมด้วย) ผมเเนะนำให้ทุกท่านมาดูสถานที่เรียนก่อนเสมอ จะได้รู้จักสถานที่เเละเส้นทางในการเดินทาง ร่วมหนังสือเเละเอกสารการเรียนข้อสอบ A1 ที่ผมจะเอามาให้ทุกท่านดูสำหรับเบื้องต้นนะครับ

ขอความร่วมมือทุกท่านด้วยนะครับ เนื่องจากผมเป็นผู้สอนคนเดียวที่นี้ ผมขออนุญาตรับสอนนักเรียนที่ม

ีความตั้งใจเเละสนใจอยากจะเรียนจริงๆเท่านั้นก่อน นะครับ ท่านใดที่ยังไม่พร้อม หรือ ผมอาจจะยังไม่รับสอน ก็อย่าเพิ่งว่ากันนะครับ ให้ท่านดูสถานที่เรียนหลายๆที่ไว้ก่อน

🇩🇪เพื่อให้คุณได้เห็นภาพรวมและเข้าใจแนวข้อสอบได้ดีที่สุด ผมได้คัดเลือกแนวคำถามยอดนิยมที่มักจะสุ่มเจอในข้อสอบจริงกระจายครบ...
01/06/2026

🇩🇪เพื่อให้คุณได้เห็นภาพรวมและเข้าใจแนวข้อสอบได้ดีที่สุด ผมได้คัดเลือกแนวคำถามยอดนิยมที่มักจะสุ่มเจอในข้อสอบจริงกระจายครบทั้ง 3 หมวดหลัก (การเมือง, ประวัติศาสตร์, สังคม) รวมทั้งหมด 30 ข้อ พร้อมตัวเลือก 4 ข้อและเฉลยภาษาไทย เพื่อให้คุณใช้เป็นแนวทางในการฝึกฝนครับ

หมวดที่ 1: การเมืองและประชาธิปไตย (Leben in der Demokratie)
1. รัฐธรรมนูญของเยอรมนีมีชื่อเรียกว่าอะไร?

A) Das Grundgesetz

B) Die Bundesverfassung

C) Das Staatsgesetz

D) Die Reichverfassung

เฉลย: A

2. ใครเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรีเยอรมนี (Bundeskanzler/in)?

A) ประชาชนโดยตรง (Das Volk)

B) สภาผู้แทนราษฎร (Der Bundestag)

C) สภาส่วนภูมิภาค (Der Bundesrat)

D) ประธานาธิบดี (Der Bundespräsident)

เฉลย: B

3. ประเทศเยอรมนีเป็นรัฐประเภทใดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ?

A) รัฐเดี่ยว (Einheitsstaat)

B) รัฐสมาพันธรัฐ (Staatenbund)

C) รัฐรวม/สหพันธ์รัฐ (Bundesstaat)

D) ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Monarchie)

เฉลย: C

4. ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป (Bundestagswahl) ต้องมีอายุอย่างน้อยกี่ปี?

A) 16 ปี

B) 18 ปี

C) 21 ปี

D) 25 ปี

เฉลย: B

5. ใครคือประมุขแห่งรัฐ (Head of State) ของประเทศเยอรมนี?

A) Bundeskanzler

B) Bundespräsident

C) Bundestagspräsident

D) Bundesratspräsident

เฉลย: B

6. พรรคการเมืองในเยอรมนีจะต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อยกี่เปอร์เซ็นต์ จึงจะได้ที่นั่งในสภา Bundestag?

A) 3%

B) 5%

C) 10%

D) 15%

เฉลย: B

7. ศาลที่มีอำนาจสูงสุดในการตีความรัฐธรรมนูญในเยอรมนีคือศาลใด?

A) Das Bundesverwaltungsgericht

B) Das Bundesverfassungsgericht

C) Der Bundesgerichtshof

D) Das Bundessozialgericht

เฉลย: B

8. เพลงชาติเยอรมัน (Nationalhymne) นำเนื้อร้องมาจากส่วนใด?

A) บทที่ 1 ของเพลง Lied der Deutschen

B) บทที่ 2 ของเพลง Lied der Deutschen

C) บทที่ 3 ของเพลง Lied der Deutschen

D) แต่งขึ้นใหม่หลังปี 1990

เฉลย: C

9. เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ประจำชาติบนตราแผ่นดินของเยอรมนีคืออะไร?

A) สิงโต (Löwe)

B) หมี (Bär)

C) นกอินทรี (Adler)

D) ม้า (Pferd)

เฉลย: C

10. "สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม" (Versammlungsfreiheit) ในเยอรมนีหมายถึงอะไร?

A) ประชาชนสามารถรวมตัวชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธได้

B) ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลทุกครั้งก่อนจะพูดคุยกันเกิน 5 คน

C) เฉพาะสมาชิกพรรคการเมืองเท่านั้นที่ชุมนุมได้

D) การชุมนุมบนท้องถนนเป็นสิ่งผิดกฎหมายเสมอ

เฉลย: A

หมวดที่ 2: ประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบ (Geschichte und Verantwortung)
11. สงครามโลกครั้งที่สองในยุโรปสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. ใด?

A) 1918

B) 1933

C) 1945

D) 1949

เฉลย: C

12. ใครเป็นผู้นำเผด็จการของเยอรมนีในช่วงปี ค.ศ. 1933 ถึง 1945?

A) Otto von Bismarck

B) Adolf Hi**er

C) Friedrich Ebert

D) Konrad Adenauer

เฉลย: B

13. หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีถูกแบ่งออกเป็น 4 เขตยึดครอง โดยมหาอำนาจใดบ้าง?

A) สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, สหภาพโซเวียต

B) สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, อิตาลี

C) สหรัฐฯ, สหภาพโซเวียต, จีน, ญี่ปุ่น

D) สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, โปแลนด์, สหภาพโซเวียต

เฉลย: A

14. ประเทศเยอรมนีตะวันตก (BRD) และเยอรมนีตะวันออก (DDR) ถูกสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. ใด?

A) 1945

B) 1949

C) 1961

D) 1989

เฉลย: B

15. กำแพงเบอร์ลิน (Berliner Mauer) เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. ใด?

A) 1949

B) 1953

C) 1961

D) 1989

เฉลย: C

16. เหตุการณ์ "วันรวมชาติเยอรมนี" (Tag der Deutschen Einheit) เกิดขึ้นในวันที่เท่าไหร่?

A) 23 พฤษภาคม 1949

B) 17 มิถุนายน 1953

C) 9 พฤศจิกายน 1989

D) 3 ตุลาคม 1990

เฉลย: D

17. คำว่า "Holocaust" ในประวัติศาสตร์เยอรมนีหมายถึงเหตุการณ์ใด?

A) การปฏิวัติอุตสาหกรรม

B) การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยระบอบนาซี

C) การสร้างกำแพงเบอร์ลิน

D) วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

เฉลย: B

18. ใครคือศัตรูทางการเมืองกลุ่มแรกๆ ที่ถูกกักขังในค่ายกักกัน (Konzentrationslager) ของนาซี?

A) ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เช่น คอมมิวนิสต์และสังคมนิยม

B) นายธนาคารต่างชาติ

C) ทหารจากประเทศฝรั่งเศส

D) ข้าราชการบำนาญ

เฉลย: A

19. นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศเยอรมนีตะวันตก (BRD) คือใคร?

A) W***y Brandt

B) Helmut Kohl

C) Konrad Adenauer

D) Ludwig Erhard

เฉลย: C

20. ขบวนการประท้วงอย่างสงบในเยอรมนีตะวันออก (DDR) ก่อนกำแพงเบอร์ลินล่มสลาย มีศูนย์กลางการนัดพบที่สำคัญที่ไหน?

A) ในโรงงานอุตสาหกรรม

B) ในโบสถ์ (เช่น Nikolaikirche ใน Leipzig)

C) ในมหาวิทยาลัย

D) ในสนามกีฬา

เฉลย: B

หมวดที่ 3: ผู้คนและสังคม (Mensch und Gesellschaft)
21. สิทธิความเสมอภาคระหว่างชายหญิงในเยอรมนีระบุไว้ว่าอย่างไร?

A) ผู้ชายมีสิทธิ์เหนือกว่าผู้หญิงในเรื่องครอบครัว

B) ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกันตามกฎหมาย

C) ผู้หญิงห้ามทำงานบางประเภทที่ต้องใช้แรงงาน

D) รัฐบาลจะกำหนดหน้าที่ให้ตามเพศสภาพ

เฉลย: B

22. ข้อใดอธิบายเรื่อง "เสรีภาพในการนับถือศาสนา" (Religionsfreiheit) ในเยอรมนีได้ถูกต้อง?

A) ทุกคนต้องนับถือศาสนาคริสต์เท่านั้น

B) รัฐบาลเป็นผู้เลือกศาสนาให้ประชาชนเมื่ออายุครบ 18 ปี

C) ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะนับถือศาสนาใดก็ได้ หรือจะไม่นับถือศาสนาใดเลยก็ได้

D) ห้ามเปลี่ยนศาสนาหลังจากลงทะเบียนกับรัฐแล้ว

เฉลย: C

23. หากมีเพื่อนบ้านเปิดเพลงเสียงดังรบกวนในยามวิกาล (หลัง 22:00 น.) คุณควรติดต่อหน่วยงานใดเป็นอันดับแรก?

A) กรมแรงงาน (Agentur für Arbeit)

B) สำนักงานทะเบียนราษฎร์ (Bürgeramt)

C) ตำรวจหรือหน่วยงานรักษาความสงบ (Polizei / Ordnungsamt)

D) ศาลเยาวชน (Jugendamt)

เฉลย: C

24. ระบบประกันสังคมภาคบังคับของเยอรมนี ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

A) ประกันสุขภาพ, ประกันบำนาญ, ประกันการว่างงาน, ประกันอุบัติเหตุ, ประกันการดูแลระยะยาว (Pflegeversicherung)

B) ประกันรถยนต์ และ ประกันอัคคีภัย

C) ประกันการเดินทาง เท่านั้น

D) ไม่มีระบบประกันภาคบังคับ ทุกคนต้องจ่ายเองทั้งหมด

เฉลย: A

25. พ่อแม่ในเยอรมนีมีสิทธิ์ลงโทษบุตรด้วยการเฆี่ยนตีหรือใช้กำลังความรุนแรงหรือไม่?

A) ทำได้ หากเป็นการสั่งสอน

B) ทำได้ เฉพาะพ่อเท่านั้นที่มีสิทธิ์

C) ทำไม่ได้ เด็กมีสิทธิ์ได้รับการเลี้ยงดูโดยปราศจากความรุนแรงตามกฎหมาย

D) ทำได้ หากเด็กอายุยังไม่เกิน 10 ปี

เฉลย: C

26. ใครเป็นผู้รับผิดชอบและดูแลระบบการศึกษา (เช่น โรงเรียนและมหาวิทยาลัย) ในเยอรมนีเป็นหลัก?

A) รัฐบาลกลาง (Bund) เป็นผู้กำหนดเหมือนกันทั่วประเทศ

B) รัฐแต่ละรัฐ (Die Bundesländer) เป็นผู้ดูแลระบบของตนเอง

C) สหภาพยุโรป (EU)

D) สหภาพแรงงาน

เฉลย: B

27. ข้อใดคือหน้าที่พื้นฐานของพ่อแม่ที่มีต่อบุตรในเยอรมนี?

A) ส่งเสริมให้ลูกทำงานตั้งแต่อายุ 12 ปีเพื่อช่วยหาเงิน

B) ดูแลเลี้ยงดูและส่งเสียให้ลูกได้รับการศึกษา (Sorge- und Schulpflicht)

C) บังคับให้ลูกแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้

D) ปล่อยให้เด็กดูแลตัวเองเมื่ออายุครบ 14 ปี

เฉลย: B

28. เงินช่วยเหลือที่รัฐบาลจ่ายให้พ่อแม่ทุกเดือนเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูก เรียกว่าเงินอะไร?

A) Bürgergeld

B) Wohngeld

C) Kindergeld

D) Elterngeld

เฉลย: C

29. วันศุกร์ประเสริษธ์ (Karfreitag) และวันอีสเตอร์ (Ostersonntag) เป็นวันหยุดทางศาสนาใด?

A) ศาสนาอิสลาม

B) ศาสนาคริสต์

C) ศาสนายิว

D) ศาสนาพุทธ

เฉลย: B

30. สหภาพแรงงาน (Gewerkschaften) ในเยอรมนีมีบทบาทหน้าที่หลักอย่างไร?

A) ควบคุมและบริหารจัดการโรงงานของรัฐ

B) เป็นตัวแทนของลูกจ้างในการเจรจาเรื่องค่าแรงและเงื่อนไขการทำงานกับนายจ้าง

C) จัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูกให้กับชาวต่างชาติ

D) ทำหน้าที่เก็บภาษีเงินได้แทนรัฐบาล

เฉลย: B

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

🇩🇪ข้อสอบ Einbürgerungstest หรือข้อสอบความเป็นพลเมืองเยอรมัน เป็นก้าวสำคัญสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการขอสัญชาติเยอรมัน ข้อ...
31/05/2026

🇩🇪ข้อสอบ Einbürgerungstest หรือข้อสอบความเป็นพลเมืองเยอรมัน เป็นก้าวสำคัญสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการขอสัญชาติเยอรมัน ข้อสอบนี้ออกแบบมาเพื่อทดสอบความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบกฎหมาย สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ในเยอรมนี

📋รูปแบบและแนวคำถาม

ข้อสอบเป็นรูปแบบ ปรนัย (Multiple-choice) โดยคุณจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวจาก 4 ตัวเลือก ตัวข้อสอบจริงจะมีทั้งหมด 33 ข้อ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

1️⃣ คำถามทั่วไปเกี่ยวกับเยอรมนี (30 ข้อ): ครอบคลุมเนื้อหา 3 ด้านหลัก ดังนี้:

👉การเมืองและประชาธิปไตย (Leben in der Demokratie): ทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ (Grundgesetz), สิทธิพื้นฐานของประชาชน, ระบบการเลือกตั้ง, พรรคการเมือง, และโครงสร้างรัฐบาลทั้งระดับสหพันธ์และระดับรัฐ

▪ ตัวอย่างแนวคำถาม: "รัฐธรรมนูญของเยอรมนีเรียกว่าอะไร", "ใครมีสิทธิ์เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีสหพันธ์", "สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหมายถึงอะไร"

👉ประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบ (Geschichte und Verantwortung): เน้นช่วงประวัติศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะสมัยนาซี (1933-1945), การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Holocaust), การแบ่งแยกและการรวมประเทศเยอรมนี, รวมถึงบทบาทของเยอรมนีในยุโรปปัจจุบัน

▪ ตัวอย่างแนวคำถาม: "สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้นเมื่อไหร่", "กำแพงเบอร์ลินพังทลายลงในปีใด", "เหตุการณ์ใดที่นำไปสู่การรวมประเทศเยอรมนี"

👉ผู้คนและสังคม (Mensch und Gesellschaft): เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมทางสังคม ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เสรีภาพในการนับถือศาสนา ความเสมอภาคระหว่างเพศ และระบบการศึกษาและครอบครัว

▪ ตัวอย่างแนวคำถาม: "วันชาติเยอรมนีตรงกับวันที่เท่าไหร่", "ความเสมอภาคระหว่างชายหญิงในเยอรมนีหมายถึงอะไร", "ระบบการศึกษาภาคบังคับของเยอรมนีเป็นอย่างไร"

2️⃣ คำถามเฉพาะรัฐ (3 ข้อ): เป็นคำถามที่เกี่ยวกับรัฐ (Bundesland) ที่คุณอาศัยอยู่ ณ เวลาที่ยื่นคำขอสัญชาติ โดยจะถามถึงเรื่องการเมือง ประวัติศาสตร์ หรือสถานที่สำคัญของรัฐนั้น ๆ

ข้อมูลสำคัญ: ข้อสอบทั้งหมดเป็น ภาษาเยอรมัน และคำถามจะถูกสุ่มมาจากคลังข้อสอบมาตรฐานของทางการ (BAMF) ซึ่งมีทั้งหมด 310 ข้อ (300 ข้อทั่วไป และ 10 ข้อเฉพาะสำหรับแต่ละรัฐ)

✅เกณฑ์การสอบผ่าน

▪ จำนวนข้อที่ต้องตอบถูก: คุณต้องตอบถูกอย่างน้อย 17 ข้อ จากทั้งหมด 33 ข้อ (คิดเป็นประมาณ 51.5%)

▪ ระยะเวลาทำข้อสอบ: 60 นาที

▪ ค่าธรรมเนียม: โดยทั่วไปอยู่ที่ 25 ยูโร ต่อการสอบหนึ่งครั้ง

❌หากคุณสอบไม่ผ่านในครั้งแรก คุณสามารถสมัครสอบใหม่ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง

เคล็ดลับ: ทางการเยอรมันมีระบบฝึกทำข้อสอบออนไลน์ฟรี (Interactive Fragenkatalog) บนเว็บไซต์ของ BAMF ซึ่งมีข้อสอบจริงทั้งหมดให้คุณได้ฝึกฝน การฝึกทำข้อสอบเก่าเป็นวิธีเตรียมตัวที่ดีที่สุดและช่วยให้ผู้สมัครส่วนใหญ่ (กว่า 90%) สอบผ่านได้ในการสอบครั้งแรก

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

🇩🇪การขอสัญชาติเยอรมัน หรือที่เรียกว่า Einbürgerung มีการอัปเดตกฎหมายครั้งสำคัญ โดยกฎหมายใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อปี 2024 และม...
30/05/2026

🇩🇪การขอสัญชาติเยอรมัน หรือที่เรียกว่า Einbürgerung มีการอัปเดตกฎหมายครั้งสำคัญ โดยกฎหมายใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อปี 2024 และมีการปรับปรุงเพิ่มเติมล่าสุด ส่งผลให้เงื่อนไขต่าง ๆ เอื้ออำนวยและเปิดกว้างให้ชาวต่างชาติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเรื่องการลดระยะเวลาพำนักและการอนุญาตให้ถือสองสัญชาติได้

นี่คือสรุปเงื่อนไขและขั้นตอนหลัก ๆ สำหรับการแปลงสัญชาติเยอรมันที่คุณควรรู้:

1️⃣ เงื่อนไขสำคัญในการขอสัญชาติ (อัปเดตล่าสุด)

หากต้องการยื่นขอสัญชาติเยอรมันตามสิทธิ์ (Anspruchseinbürgerung) คุณจำเป็นต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้:

▪ ระยะเวลาพำนัก (Residence Period): จะต้องอาศัยอยู่ในเยอรมนีอย่างถูกกฎหมายติดต่อกันอย่างน้อย 5 ปี (ลดลงจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 8 ปี)

→หมายเหตุ: เส้นทางแบบเร่งรัดพิเศษ (Fast-track) ที่เคยให้ขอได้ใน 3 ปีสำหรับผู้ที่มีผลงานการบูรณาการเข้ากับสังคมอย่างโดดเด่น ได้ถูกยกเลิกไปแล้วในช่วงปลายปี 2025 ดังนั้นปัจจุบันทุกคนจึงใช้เกณฑ์มาตรฐานที่ 5 ปีเป็นหลัก

→ข้อยกเว้น: หากคุณแต่งงานกับพลเมืองเยอรมัน จะสามารถยื่นขอได้เร็วขึ้นหลังจากพำนักในเยอรมนีครบ 3 ปี (และต้องแต่งงานกันมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี)

▪ วีซ่าหรือสิทธิ์การอยู่อาศัย (Residence Permit): ต้องถือวีซ่าพำนักถาวร (Niederlassungserlaubnis) หรือวีซ่าพำนักชั่วคราวบางประเภทที่สามารถนำไปสู่การตั้งถิ่นฐานถาวรได้ (เช่น EU Blue Card, วีซ่าทำงาน หรือวีซ่าติดตามครอบครัว) วีซ่านักเรียน หรือวีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถใช้ระบุเวลานี้ได้

▪ การพึ่งพาตนเองทางการเงิน: ต้องสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ โดยไม่ได้รับเงินช่วยเหลือทางสังคมจากรัฐ (เช่น Bürgergeld) ยกเว้นบางกรณีที่กฎหมายผ่อนปรนให้

▪ ทักษะภาษาเยอรมัน: ต้องมีทักษะภาษาเยอรมันในระดับ B1 ขึ้นไปตามกรอบ CEFR

▪ การทดสอบความรู้ความเป็นเยอรมัน: ต้องสอบผ่าน Einbürgerungstest (การทดสอบเกี่ยวกับระบบกฎหมาย สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ในเยอรมนี)

▪ ประวัติอาชญากรรม: ต้องไม่มีประวัติการทำความผิดร้ายแรงหรือต้องโทษคดีอาญา

▪ การยอมรับหลักกฎหมาย: ต้องยอมรับและปฏิบัติตามกฎหมายพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยเสรีของเยอรมนี (Freiheitliche demokratische Grundordnung) รวมถึงความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ของเยอรมนี

2️⃣ เรื่องการถือ "สองสัญชาติ" (Dual Citizenship)

ข่าวดีสำหรับคนไทย: ภายใต้กฎหมายใหม่ของเยอรมนี คุณสามารถถือสัญชาติไทยควบคู่กับสัญชาติเยอรมันได้แล้วอย่างเป็นทางการ โดยไม่จำเป็นต้องสละสัญชาติไทย และทางฝั่งกฎหมายไทยเองก็ไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้พลเมืองไทยไปถือสัญชาติอื่นเช่นกัน ทำให้คุณสามารถถือครองทั้งสองพาสปอร์ตได้อย่างราบรื่น

3️⃣ ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม

กระบวนการยื่นขอสัญชาติค่อนข้างใช้เวลาและต้องการความละเอียด โดยมีลำดับขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้:

1. ตรวจสอบคุณสมบัติและติดต่อหน่วยงาน:
ขั้นตอนเริ่มต้น ติดต่อหน่วยงานดูแลเรื่องสัญชาติในท้องที่ของคุณ (Staatsangehörigkeitsbehörde) เพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้น (Erstberatung) และรับแบบฟอร์มการสมัคร

2. เตรียมหลักฐานและเอกสาร:
รวบรวมเอกสาร เตรียมเอกสารสำคัญ เช่น พาสปอร์ต, ทะเบียนบ้าน, ใบเกิด/ใบสมรส (ที่แปลเป็นภาษาเยอรมันและรับรองความถูกต้อง), หลักฐานการทำงานและรายสะสมย้อนหลัง, ใบเซอร์ภาษา B1 และผลสอบ Einbürgerungstest

3. ยื่นใบสมัครและชำระค่าธรรมเนียม:
ส่งคำร้อง ส่งเอกสารทั้งหมดและชำระค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 255 ยูโรต่อคน และ 51 ยูโรสำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะที่ยื่นพร้อมกัน)

4. รอการพิจารณาและรับใบรับรอง:
ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อคำร้องได้รับการอนุมัติ คุณจะได้รับเชิญไปเข้าร่วมพิธีปฏิญาณตนและรับใบรับรองการเป็นพลเมือง (Einbürgerungsurkunde) จากนั้นจึงนำใบรับรองนี้ไปทำพาสปอร์ตเยอรมันได้

👶สำหรับเด็กที่เกิดในเยอรมนี

เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ชาวต่างชาติในเยอรมนี จะได้รับสัญชาติเยอรมันโดยอัตโนมัติตั้งแต่เกิด หาก ณ วันที่เด็กเกิด พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเยอรมนีอย่างถูกกฎหมายมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี และมีสิทธิ์พำนักถาวร

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

👩‍🍳การเรียนสายอาชีพเชฟ (Ausbildung zum Koch/zur Köchin) ในประเทศเยอรมนีการไปเรียนทำอาหารในเยอรมนีเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแ...
29/05/2026

👩‍🍳การเรียนสายอาชีพเชฟ (Ausbildung zum Koch/zur Köchin) ในประเทศเยอรมนี
การไปเรียนทำอาหารในเยอรมนีเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและมั่นคงมากครับ เพราะประเทศนี้มีระบบการศึกษาสายอาชีพที่เรียกว่า "Ausbildung" (ระบบทวิภาคี) ซึ่งเน้นปฏิบัติจริงและได้รับการยอมรับอย่างสูง นอกจากนี้ สายงานร้านอาหารและการโรงแรมในเยอรมนีกำลังมีความต้องการบุคลากรเป็นจำนวนมาก

นี่คือข้อมูลภาพรวมและสิ่งที่ต้องเตรียมตัวหากคุณสนใจเส้นทางนี้ครับ:

1️⃣ รูปแบบการเรียน (ระบบ Ausbildung)

เรียนควบคู่กับการทำงาน: คุณจะได้ทำงานจริงในครัวของร้านอาหาร โรงแรม หรือโรงพยาบาล (ประมาณ 3-4 วันต่อสัปดาห์) และไปเรียนวิชาทฤษฎีที่โรงเรียนสายอาชีพ หรือ Berufsschule (ประมาณ 1-2 วันต่อสัปดาห์)

ระยะเวลาเรียน: โดยปกติใช้เวลา 3 ปี (หากมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน หรือมีผลการเรียนดีเยี่ยม อาจขอลดระยะเวลาเรียนเหลือ 2 หรือ 2.5 ปีได้)

รายได้ระหว่างเรียน: ข้อดีที่สุดคือคุณจะได้รับเงินเดือน (Ausbildungsvergütung) ตั้งแต่เดือนแรก โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 700 - 1,200 ยูโรต่อเดือน (รายได้จะเพิ่มขึ้นทุกปีที่เลื่อนชั้นปี และขึ้นอยู่กับรัฐหรือขนาดของธุรกิจ) ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้มาก

2️⃣ คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร

วุฒิการศึกษา: จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (หรือเทียบเท่า เช่น ปวช. / ปวส.)

ทักษะภาษาเยอรมัน (สำคัญที่สุด): ต้องมีผลสอบวัดระดับภาษาเยอรมันอย่างน้อย ระดับ B1 (ใบรับรองจาก Goethe-Institut หรือ TELC) เนื่องจากคุณต้องใช้ภาษาเยอรมันในการสัมภาษณ์ สื่อสารกับเพื่อนร่วมงานในครัว และใช้สอบข้อเขียนที่โรงเรียน

อายุ: ตามกฎหมายไม่ได้จำกัดอายุสูงสุด แต่โดยทั่วไปช่วงอายุ 18 - 30 ปี จะหาที่ฝึกงานและขอวีซ่าง่ายที่สุด

ความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ: งานครัวเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก ต้องยืนเป็นเวลานาน ทำงานเป็นกะ และต้องทนต่อความกดดันในช่วงเวลาที่ลูกค้าเยอะได้

3️⃣ ขั้นตอนการเตรียมตัวและการสมัคร

1. เรียนภาษาเยอรมัน: ถือเป็นด่านแรกและด่านที่ยากที่สุด ควรวางแผนเรียนและสอบให้ได้ระดับ B1 เป็นอย่างน้อย

2. เตรียมเอกสารสมัครงาน: ทำเรซูเม่ (Lebenslauf) และจดหมายแนะนำตัว (Anschreiben) เป็นภาษาเยอรมันให้ถูกต้องตามรูปแบบของเยอรมนี พร้อมนำวุฒิการศึกษาไปแปลและรับรอง

3. หาที่ฝึกงาน (หานายจ้าง): คุณสามารถหานายจ้างที่เปิดรับนักเรียนสายอาชีพได้ผ่านเว็บไซต์อย่าง azubi.de, ausbildung.de, stepstone.de หรือเข้าไปดูในเว็บไซต์ของโรงแรมที่สนใจโดยตรง

4. สัมภาษณ์งาน: นายจ้างมักจะนัดสัมภาษณ์ออนไลน์ผ่านวิดีโอคอล หากผ่านการคัดเลือก นายจ้างจะส่งสัญญาฝึกงาน (Ausbildungsvertrag) มาให้

5. ยื่นขอวีซ่า: นำสัญญาฝึกงานและเอกสารอื่นๆ ไปยื่นขอวีซ่าเพื่อการศึกษาสายอาชีพ (Visum zur Berufsausbildung) ที่สถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย

4️⃣ โอกาสหลังเรียนจบ

เมื่อเรียนจบและสอบผ่านข้อเขียนรวมถึงสอบปฏิบัติ คุณจะได้ใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ "Koch/Köchin" (เชฟ) ซึ่งสามารถใช้สมัครงานเป็นเชฟเต็มตัวในเยอรมนีได้ทันที และหากคุณทำงานต่อพร้อมเสียภาษีอย่างถูกต้องเป็นเวลาประมาณ 2-3 ปีหลังเรียนจบ คุณจะมีสิทธิยื่นขอวีซ่าพำนักถาวร (Niederlassungserlaubnis) ในเยอรมนีได้อีกด้วย

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

🇦🇹การเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ ประเทศออสเตรีย (Austria) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับนักเรียนไทยครับ เพราะที่นี่ขึ้...
28/05/2026

🇦🇹การเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ ประเทศออสเตรีย (Austria) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับนักเรียนไทยครับ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานการศึกษาระดับโลก ค่าเล่าเรียนที่สมเหตุสมผล และความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป

เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและเตรียมตัวได้ง่ายขึ้น พี่สรุปข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้มาให้เรียบร้อยแล้วครับ

---

1. จุดเด่นของการเรียนต่อ ป.ตรี ที่ออสเตรีย
ค่าเล่าเรียนถูกมาก: สำหรับนักศึกษาต่างชาตินอกกลุ่ม EU (รวมถึงนักเรียนไทย) มหาวิทยาลัยรัฐบาลจะมีค่าเล่าเรียนเฉลี่ยเพียงประมาณ 727 - 750 ยูโร ต่อเทอม (ประมาณ 28,000 - 30,000 บาทต่อเทอมเท่านั้น)

ระยะเวลาเรียน: ส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 3 ปี (6 เทอม) สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไป (ระบบ ECTS 180 หน่วยกิต)

คุณภาพชีวิตยอดเยี่ยม: เมืองหลวงอย่างเวียนนา (Vienna) ได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอยู่บ่อยครั้ง การเดินทางสะดวก และปลอดภัยมาก

---

2. เงื่อนไขและข้อกำหนดในการสมัคร
เรื่องนี้เป็นจุดที่ต้องวางแผนให้ดี เนื่องจากออสเตรียมีเงื่อนไขเฉพาะตัวสำหรับนักเรียนต่างชาติครับ

เรื่องภาษา (จุดสำคัญที่สุด)
หลักสูตรภาคภาษาเยอรมัน: มหาวิทยาลัยรัฐเกือบทั้งหมดสอนเป็นภาษาเยอรมัน คุณต้องมีระดับภาษาอย่างน้อย B2 หรือ C1 (เช่น ผลสอบ ÖSD, Goethe-Zertifikat) ในวันรายงานตัว

หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ: ปัจจุบันเริ่มมีเปิดสอนในระดับ ป.ตรี มากขึ้น (โดยเฉพาะในกลุ่มมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือ Fachhochschule และมหาวิทยาลัยเอกชน) ต้องใช้ผลสอบ IELTS ประมาณ 6.0 - 6.5 หรือ TOEFL ประมาณ 80-90 คะแนน

วุฒิการศึกษาและการเทียบวุฒิ (Special University Entrance Qualification)
นี่คือจุดที่ต่างจากประเทศอื่นครับ มหาวิทยาลัยในออสเตรียส่วนใหญ่จะขอดูว่า "คุณมีสิทธิ์เข้าเรียนในคณะนั้นๆ ในประเทศบ้านเกิดของคุณแล้วหรือยัง"

หากจบ ม.6 จากไทย มหาวิทยาลัยอาจขอใบรับรองว่าคุณสอบติดหรือมีสิทธิ์เข้าเรียนในสาขานั้นในมหาวิทยาลัยที่ไทย หรือบางกรณีอาจต้องเรียนปรับพื้นฐานที่ออสเตรียก่อน (Vorstudienlehrgang) เพื่อสอบเทียบความรู้ให้เท่ากับวุฒิ Matura ของออสเตรีย

---

3. ขั้นตอนการเตรียมตัวและสมัครเรียน

1เลือกคณะและมหาวิทยาลัย:ล่วงหน้า 1 ปีค้นหาหลักสูตรที่สนใจ ตรวจสอบว่าสอนเป็นภาษาอะไร (เยอรมัน หรือ อังกฤษ) และเช็กเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยตรง

2เตรียมเอกสารและรับรองเอกสาร:ใช้เวลา 2-3 เดือนเตรียมพาสปอร์ต ทรานสคริปต์ และใบจบ ม.6 เอกสารทั้งหมดต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเยอรมันโดยผู้แปลที่ได้รับอนุญาต และต้องผ่านการรับรองเอกสาร (Legalization) จากกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตออสเตรีย

3ยื่นสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัย:ตามรอบเทอมส่งใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปเทอมฤดูหนาว (Winter Semester) จะปิดรับสมัครช่วงเดือนกรกฎาคม/กันยายน และเทอมฤดูร้อน (Summer Semester) จะปิดรับช่วงเดือนมกราคม/กุมภาพันธ์

4ขอวีซ่านักเรียน (Residence Permit - Student):ใช้เวลา 1-3 เดือนเมื่อได้ใบตอบรับจากมหาวิทยาลัย (Admission Letter) ให้รีบยื่นขอวีซ่าพำนักระยะยาว โดยต้องเตรียมหลักฐานทางการเงิน (Statement) เงินในบัญชีอย่างน้อยประมาณ 11,000 ยูโรต่อปี เพื่อการันตีค่าครองชีพ

---

4. ประมาณการค่าใช้จ่ายต่อปี (ยูโร)

ประเภทค่าใช้จ่าย: ค่าเล่าเรียน (มหาวิทยาลัยรัฐ)
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี (EUR): ~1,450 - 1,500 EUR
คิดเป็นเงินบาท (โดยประมาณ): ~55,000 - 60,000 บาท

ประเภทค่าใช้จ่าย: ค่าที่พัก (หอพักนักศึกษา/แชร์บ้าน)
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี (EUR): ~4,800 - 6,000 EUR
คิดเป็นเงินบาท (โดยประมาณ): ~180,000 - 230,000 บาท

ประเภทค่าใช้จ่าย: ค่าอาหารและใช้จ่ายส่วนตัว
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี (EUR): ~3,600 - 4,500 EUR
คิดเป็นเงินบาท (โดยประมาณ): ~140,000 - 170,000 บาท

ประเภทค่าใช้จ่าย: ค่าประกันสุขภาพนักศึกษา
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี (EUR): ~800 EUR
คิดเป็นเงินบาท (โดยประมาณ): ~30,000 บาท

ประเภทค่าใช้จ่าย: รวมค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี (EUR): ~10,650 - 12,800 EUR
คิดเป็นเงินบาท (โดยประมาณ): ~400,000 - 490,000 บาท

---

ข้อควรรู้: นักศึกษาวีซ่าต่างชาติในออสเตรีย ได้รับอนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพได้มากครับ

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

🇦🇹ยินดีด้วยกับการมาเรียนที่ออสเตรียครับ! ออสเตรียเป็นประเทศที่เดินทางง่ายมากด้วยรถไฟ (ÖBB) และมีภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั...
27/05/2026

🇦🇹ยินดีด้วยกับการมาเรียนที่ออสเตรียครับ! ออสเตรียเป็นประเทศที่เดินทางง่ายมากด้วยรถไฟ (ÖBB) และมีภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่เมืองศิลปะคลาสสิกไปจนถึงเทือกเขาแอลป์อลังการ

🔎นี่คือพิกัดห้ามพลาดในออสเตรีย แบ่งตามสไตล์การเที่ยวครับ:

1️⃣ สายเสพศิลป์ เมืองหลวง และสถาปัตยกรรม

▪เวียนนา (Vienna / Wien): เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยวัง เช่น พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn) และ พระราชวังเบลเวเดียร์ (Belvedere)** ลองไปนั่งร้านกาแฟแบบดั้งเดิม (Café culture) และเดินเล่นในย่านศิลปะ Museumsquartier

▪ซาลซ์บูร์ก (Salzburg): เมืองบ้านเกิดของโมสาร์ทและฉากหลังภาพยนตร์ The Sound of Music มีปราสาท Hohensalzburg ตั้งเด่นอยู่บนเนินเขา เมืองเก่าเดินง่ายและโรแมนติกมาก

▪กราซ (Graz): เมืองมหาวิทยาลัยที่มีชีวิตชีวา มีเสน่ห์ตรงเมืองเก่าสไตล์เรอเนซองส์ผสมบารอก และมีตึกล้ำๆ อย่าง Kunsthaus Graz (พิพิธภัณฑ์ศิลปะทรงเอเลี่ยน)

---

2️⃣ สายธรรมชาติ ทะเลสาบ และหมู่บ้านในฝัน

▪ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt): หมู่บ้านริมทะเลสาบที่ดังระดับโลก แม้คนจะเยอะแต่ความสวยของบ้านไม้โบราณและโบสถ์ริมน้ำก็ยังคุ้มค่าที่จะไปเยือนสักครั้ง แนะนำให้ไปเช้าๆ หรือค้างสักคืน

▪อินส์บรูค (Innsbruck): เมืองหลวงแห่งเทือกเขาแอลป์ โอบล้อมด้วยภูเขาหิมะรอบทิศทาง สามารถนั่งเคเบิลคาร์จากใจกลางเมืองขึ้นไปบนยอดเขา Nordkette ได้ในไม่กี่นาที

▪เซลล์ อัม ซี (Zell am See): เมืองตากอากาศริมทะเลสาบสีฟ้าคราม ใกล้ๆ กันมีธารน้ำแข็ง **Kaprun** เที่ยวได้ทั้งหน้าร้อน (เดินป่า/ว่ายน้ำ) และหน้าหนาว (เล่นสกี)

---

3️⃣ สายชิลล์และธรรมชาติแปลกใหม่

▪หุบเขาวาเคา (Wachau Valley): เส้นทางริมแม่น้ำดานูบที่ไม่ไกลจากเวียนนา เต็มไปด้วยไร่องุ่นและปราสาทเก่า เหมาะกับการเช่าจักรยานปั่นรับลม และแวะชม Melk Abbey อารามสีเหลืองทองสุดอลังการ

▪ถ้ำน้ำแข็งยักษ์ (Eisriesenwelt): ตั้งอยู่ที่เมือง Werfen (ใกล้ซาลซ์บูร์ก) เป็นถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ข้างในอลังการและเย็นยะเยือกตลอดปี (เปิดเฉพาะช่วงพฤษภาคม - ตุลาคม)

💡 ทิปสำหรับนักศึกษา:
>อย่าลืมทำบัตร ÖBB Vorteilscard Jugend (สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 26 ปี) จะได้รับส่วนลดค่าตั๋วรถไฟในประเทศถึง 50% คุ้มค่ามากๆ สำหรับการออกไปเที่ยวช่วงวันหยุดครับ

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

🇨🇭ยินดีด้วยกับการเริ่มต้นชีวิตนักเรียนในสวิตเซอร์แลนด์ครับ! ประเทศนี้สวรรค์ของคนชอบเที่ยวเลย เพราะระบบรถไฟ (SBB) ครอบคลุ...
26/05/2026

🇨🇭ยินดีด้วยกับการเริ่มต้นชีวิตนักเรียนในสวิตเซอร์แลนด์ครับ! ประเทศนี้สวรรค์ของคนชอบเที่ยวเลย เพราะระบบรถไฟ (SBB) ครอบคลุมและเดินทางง่ายมาก

นี่คือพิกัดเด็ดๆ ที่ไม่ควรพลาด โดยแบ่งตามสไตล์ให้เลือกจัดทริปได้ง่ายๆ ครับ

---

🏔️ สายภูเขาและธรรมชาติสุดอลังการ

▪Zermatt: เมืองปลอดรถยนต์ที่เป็นที่ตั้งของยอดเขา **Matterhorn** (เขารูปทรงสามเหลี่ยมที่เป็นโลโก้ช็อกโกแลต Toblerone) แนะนำให้นั่งรถไฟฟันเฟืองขึ้นไปดูวิวที่ Gornergrat วิวสวยสะกดสายตามาก

▪Interlaken & Grindelwald: จุดศูนย์กลางของภูมิภาค Bernese Oberland คุณสามารถนั่งรถไฟขึ้นไป
Jungfraujoch (Top of Europe) หรือถ้าชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์และอยากเจอหมู่บ้านน่ารักในหุบเขา ต้องแวะที่ Grindelwald First เลยครับ

---

🏰 เมืองเก่าทรงเสน่ห์ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

▪Lucerne (ลูเซิร์น): เมืองยอดฮิตที่เดินทางสะดวก ไฮไลต์คือสะพานไม้โบราณ Chapel Bridge และทะเลสาบลูเซิร์นอันกว้างใหญ่ แถมยังเป็นจุดตั้งต้นที่ดีในการนั่งกระเช้าหรือรถไฟหัวจรวดขึ้นยอดเขาชื่อดังอย่าง Pilatus หรือ Rigi

▪Bern (เบิร์น): เมืองหลวงที่ไม่ได้วุ่นวายอย่างที่คิด เขตเมืองเก่าของที่นี่เป็นมรดกโลก UNESCO เดินชิลดูหอนาฬิกาโบราณ แวะชมวิวเมืองมุมสูงที่สวนกุหลาบ (Rosengarten) และทักทายหมีริมแม่น้ำ Aare สีฟ้าคราม

---

🌊 สายชิล วิวทะเลสาบและกลิ่นอายต่างวัฒนธรรม

▪Montreux & Geneva: ฝั่งตะวันตกของสวิสที่พูดภาษาฝรั่งเศส จะได้ฟีลหรูหราและโรแมนติก แนะนำให้ไปเดินเล่นริมทะเลสาบเจนีวา ชมปราสาทริมน้ำ **Chillon Castle** และนั่งรถไฟชมวิวไร่องุ่นขั้นบันได Lavaux

▪Lugano: อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเสพความสโลว์ไลฟ์แดดอุ่นๆ สไตล์อิตาลีต้องลงมาทางตอนใต้ของสวิส เมืองนี้มีทั้งต้นปาล์ม อาหารอิตาเลียนรสเลิศ และภาษาอิตาเลียนที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกประเทศ

---

💡 Tip ลับสำหรับนักเรียน: ในฐานะนักเรียนที่นี่ อย่าลืมเช็กสิทธิ์ในการซื้อบัตร Swiss Half Fare Card หรือ บัตร GA สำหรับเยาวชน/นักเรียน (Youth) นะครับ เพราะจะช่วยลดค่ารถไฟ รถบัส เรือ และกระเช้าขึ้นเขาลงไปได้ถึง 50% ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะมาก!

---

ตอนนี้พักเรียนอยู่แถวเมืองไหนเป็นหลัก และปกติชอบเที่ยวแนวไหนครับ (เช่น ชอบเดินป่าปีนเขา ลุยหิมะ หรือเน้นเดินเล่นในเมืองชอปปิง)? จะได้ช่วยแนะนำพิกัดใกล้ตัวที่เดินทางสะดวกให้เพิ่มครับ 😊

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

🇩🇪ยินดีด้วยกับการเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาในเยอรมนี! ประเทศนี้มีที่เที่ยวหลากหลายสไตล์มาก เดินทางสะดวกด้วยรถไฟ (โดยเฉพาะถ้าม...
25/05/2026

🇩🇪ยินดีด้วยกับการเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาในเยอรมนี! ประเทศนี้มีที่เที่ยวหลากหลายสไตล์มาก เดินทางสะดวกด้วยรถไฟ (โดยเฉพาะถ้ามีตั๋วเดือนหรือ Deutschlandticket ยิ่งคุ้ม)

นี่คือลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ในเยอรมนีที่แบ่งตามสไตล์ เพื่อให้เลือกวางแผนทริปได้ง่ายขึ้นครับ

---

🏰 สายปราสาทและภาพจำในเทพนิยาย

▪Neuschwanstein Castle (แคว้นบาวาเรีย): ปราสาทที่เป็นต้นแบบของปราสาทดิสนีย์ ตั้งอยู่บนเขาโอบล้อมด้วยวิวเทือกเขาแอลป์ แนะนำให้ไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือช่วงหิมะตก จะสวยงามเป็นพิเศษ

▪Rothenburg ob der Tauber (รัฐบาวาเรีย): เมืองโบราณยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เดินเล่นบนถนนปูหิน บ้านโครงไม้ซุง (Half-timbered houses) สีสันสดใส เหมือนหลุดเข้าไปในนิทาน

---

🌲 สายธรรมชาติและภูเขาอลังการ

▪Saxon Switzerland National Park (ใกล้เมืองเดรสเดน): ไฮไลต์คือสะพานหิน **Bastei Bridge** ที่สร้างเชื่อมระหว่างแท่งหินธรรมชาติขนาดใหญ่ วิวภูเขาหินทรายและแม่น้ำเอลเบอข้างล่างสวยงามมาก เหมาะกับคนชอบเดินป่าและถ่ายรูป

▪The Black Forest & Lake Titisee (รัฐบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์ก): ป่าดำอันเลื่องชื่อที่มีต้นสนหนาทึบ แวะเที่ยวทะเลสาบ Titisee นั่งเรือเป็ด ชิมเค้ก Black Forest แท้ๆ และดูนาฬิกากุ๊กกูเรือนยักษ์

▪Berchtesgaden & Königssee (ตอนใต้ของบาวาเรีย): ทะเลสาบกษัตริย์ (Königssee) ที่น้ำใสจนเห็นพื้นและสะท้อนเงาภูเขาเหมือนกระจก สามารถนั่งเรือไฟฟ้าเข้าไปชมโบสถ์หลังคาแดง St. Bartholomä ได้

---

🏛️ สายเมืองใหญ่ ประวัติศาสตร์ และแสงสีเสียง

▪Berlin: เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ยุคสงครามโลกและสงครามเย็น เช่น กำแพงเบอร์ลิน (East Side Gallery), ประตู Brandenburg และ Checkpoint Charlie นอกเหนือจากประวัติศาสตร์แล้ว เบอร์ลินยังเป็นศูนย์รวมของศิลปะแนวสตรีท คาเฟ่ฮิปๆ และคลับระดับโลก

▪Munich: เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย บรรยากาศอบอุ่นและร่ำรวยวัฒนธรรม แวะชมจัตุรัส Marienplatz ดูโชว์ตุ๊กตาเต้นรำ เดินเล่นในสวน English Garden (ที่คนชอบไปเล่นเซิร์ฟในแม่น้ำจำลอง) และลองไปนั่งดื่มเบียร์ในโรงเบียร์โบราณ

▪Heidelberg: เมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง มีปราสาทเก่าตั้งอยู่บนเนินเขา แม่น้ำNeckar และสะพานเก่า บรรยากาศจะคึกคักไปด้วยนักศึกษา ย่านเมืองเก่าเดินเล่นสนุกมาก

---

🚊 ทริคเล็กๆ สำหรับนักศึกษาในเยอรมนี

▪Deutschlandticket (ตั๋ว 49 ยูโร): หากมหาวิทยาลัยของคุณรวมตั๋วนี้ไว้ในค่าเทอม (Semesterticket) หรือคุณซื้อแยก คุณสามารถนั่งรถไฟท้องถิ่น (RE, RB, S-Bahn) และรถบัส เที่ยวได้ทั่วประเทศเยอรมนีโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (ยกเว้นรถไฟความเร็วสูง ICE/IC) ซึ่งช่วยประหยัดค่าเดินทางไปได้เยอะมากครับ

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

📌 สรุปขั้นตอนเปิด Blocked Account (สำหรับนักเรียนไทย)1️⃣ลงทะเบียนออนไลน์:เลือกผู้ให้บริการ (Expatrio, Fintiba หรือ Corac...
24/05/2026

📌 สรุปขั้นตอนเปิด Blocked Account (สำหรับนักเรียนไทย)

1️⃣ลงทะเบียนออนไลน์:เลือกผู้ให้บริการ (Expatrio, Fintiba หรือ Coracle) กรอกใบสมัคร และอัปโหลดหน้า Passport

2️⃣รอการอนุมัติบัญชี:เมื่อเอกสารผ่าน จะได้รับอีเมลยืนยันพร้อม เลขบัญชีธนาคาร (IBAN) สำหรับโอนเงิน

3️⃣โอนเงินเข้าบัญชี:โอนยอดที่กำหนด (€11,904 สำหรับ 12 เดือน) + ค่าเปิดบัญชี + เงินสำรอง (Buffer) ใช้เวลา 3-5 วันทำการ

4️⃣รับเอกสาร Blocking Confirmation:เมื่อเงินเข้า จะสามารถดาวน์โหลดเอกสารยืนยัน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐาน ยื่นขอวีซ่าเยอรมนี

5️⃣เปิดใช้งานที่เยอรมนี (Activation):เมื่อถึงเยอรมนี ให้เปิดบัญชีธนาคารทั่วไป (Girokonto) แล้วเชื่อมต่อกับระบบ เพื่อรับเงินรายเดือน (€992)

---

📊 เปรียบเทียบ 3 ผู้ให้บริการยอดนิยม (ข้อมูลปี 2024)

👉Expatrio:
ค่าเปิดบัญชี (Setup Fee): €89
ค่าธรรมเนียมรายเดือน: €5 (จ่ายล่วงหน้า)
เงินสำรอง (Buffer): €100 (คืนตอนปิดบัญชี)
รวมค่าใช้จ่าย 12 เดือน: €149
ความเร็วในการเปิดบัญชี: ~24 ชั่วโมง
แอปพลิเคชันบนมือถือ: ไม่มี
รับอายุต่ำกว่า 18 ปี: ❌ ไม่รับ

---

👉Fintiba:
ค่าเปิดบัญชี (Setup Fee): €159
ค่าธรรมเนียมรายเดือน: €9.90 (จ่ายทีหลัง)
เงินสำรอง (Buffer): ~€100 (คืนตอนปิดบัญชี)
รวมค่าใช้จ่าย 12 เดือน: €278.80
ความเร็วในการเปิดบัญชี: ภายใน 10 นาที
แอปพลิเคชันบนมือถือ: มี (Fintiba App)
รับอายุต่ำกว่า 18 ปี: ✅ รับ (ต้องมีใบยินยอม)

---

👉Coracle:
ค่าเปิดบัญชี (Setup Fee): €99
ค่าธรรมเนียมรายเดือน: €0 (ฟรี)
เงินสำรอง (Buffer): €80 (คืนพร้อมเงินเดือนแรก)
รวมค่าใช้จ่าย 12 เดือน: €99
ความเร็วในการเปิดบัญชี: 1-2 ชั่วโมง
แอปพลิเคชันบนมือถือ: ไม่มี
รับอายุต่ำกว่า 18 ปี: ✅ รับ (ต้องมีใบยินยอม)

---

💡 สรุป: เลือกค่ายไหนดี?

💰 สายประหยัดที่สุด: เลือก Coracle (ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน)

⚡ สายเร่งด่วน (รีบใช้เอกสาร): เลือก Fintiba (ระบบอัตโนมัติรวดเร็ว รับเอกสารทันทีถ้าจ่ายผ่านบัตรเครดิต)

🛡️ สายซื้อแพ็กเกจคู่ (บัญชี + ประกันสุขภาพ): เลือก Expatrio หรือ Coracle (มีส่วนลดค่าเปิดบัญชีเพิ่มเติม)

🎓 นักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี: ตัด Expatrio ออก และเลือกใช้ Fintiba หรือ Coracle แทน

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

สำหรับนักศึกษาไทยที่วางแผนจะไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีในปี 2025/2026 ข้อมูลล่าสุดระบุว่าจำนวนเงินใน Blocked Account (Spe...
23/05/2026

สำหรับนักศึกษาไทยที่วางแผนจะไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีในปี 2025/2026 ข้อมูลล่าสุดระบุว่าจำนวนเงินใน Blocked Account (Sperrkonto) หรือบัญชีเงินฝากแบบอายัดเพื่อยื่นขอวีซ่านักเรียน ยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2024 ครับ
________________________________________

โดยรายละเอียดเงินที่ต้องใช้และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้:

1️⃣ จำนวนเงิน Blocked Account สำหรับปี 2025/2026

รัฐบาลเยอรมันกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำที่นักศึกษาต่างชาติ (นอก EU) ต้องมีในบัญชีนี้ เพื่อเป็นหลักฐานทางการเงินว่าสามารถดูแลตัวเองได้ตลอดระยะเวลา 1 ปี

เงินขั้นต่ำต่อเดือน: 992 ยูโร

เงินขั้นต่ำต่อปี (สำหรับวีซ่า 12 เดือน): 11,904 ยูโร

หมายเหตุ: เงินจำนวนนี้อ้างอิงตามอัตรา Bafög ของเยอรมนี และรัฐบาลจะมีการทบทวนค่าครองชีพเป็นระยะ หากมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เงินอายัดต่อเดือนอาจปรับขึ้นได้

2️⃣ รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการเปิด Blocked Account

นอกจากเงินก้อนใหญ่ที่คุณต้องฝากเข้าไปแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับผู้ให้บริการบัญชี Blocked Account (เช่น Expatrio, Fintiba, Coracle, Deutsche Bank) ดังนี้:

ค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชี (Setup Fee): จ่ายครั้งเดียว ประมาณ 49 – 150 ยูโร

ค่าธรรมเนียมการดูแลบัญชีรายเดือน (Monthly Fee): ประมาณ 5 ยูโร ต่อเดือน (ผู้ให้บริการบางรายอาจรวมอยู่ในค่า Setup Fee แล้ว)

3️⃣สรุปค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมเพื่อศึกษต่อเยอรมนี ปี 2025

นอกเหนือจากเงินใน Blocked Account ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการวางแผนแผนกเบื้องต้น:

รายการ:
ค่าธรรมเนียมวีซ่า

ประมาณการค่าใช้จ่าย:
75 ยูโร (จ่ายเป็นเงินบาทที่สถานทูต)

รายละเอียด:
ค่าธรรมเนียมยื่นขอวีซ่าระดับนานาชาติ (Long Stay)

---

รายการ:
ค่าบำรุงการศึกษา (Semester Fee)

ประมาณการค่าใช้จ่าย:
100 – 400 ยูโร ต่อภาคเรียน

รายละเอียด:
มหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่เรียนฟรี แต่ต้องจ่ายค่าบำรุงนี้ (มักรวมตั๋วรถไฟสาธารณะ)

---

รายการ:
ประกันสุขภาพ

ประมาณการค่าใช้จ่าย:
ประมาณ 110 ยูโร ต่อเดือน

รายละเอียด:
สำหรับนักศึกษาอายุไม่เกิน 30 ปี ที่เข้าเรียนหลักสูตรปริญญา (ภาครัฐ)

---

รายการ:
ค่าเช่าที่พัก

ประมาณการค่าใช้จ่าย:
300 – 700+ ยูโร ต่อเดือน

รายละเอียด:
ขึ้นอยู่กับเมืองและประเภทห้อง (Apartment ส่วนตัวจะแพงกว่า หอพักนักศึกษา หรือ WG)

________________________________________

#เรียนภาษาเยอรมัน #เรียนภาษาเยอรมันพัทยา #เริ่มต้นเรียนภาษาเยอรมัน

ที่อยู่

Ban Phatthaya Nua
20150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เรียนภาษาเยอรมันพัทยา หนังสือฟรี ชุดข้อสอบฟรี สมัครสอบให้ฟรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์