26/01/2025
New species from Northern Thailand
::: ร่วมเทิดทูนพระคุณครู :::
ค้นพบและตั้งชื่อพืชวงศ์ขิงชนิดใหม่ให้แก่นักพฤกษศาสตร์ชาวไทยคนแรกที่ศึกษาอนุกรมวิธานพืชวงศ์ขิงในประเทศไทย
นักวิจัยหน่วยวิจัยความหลากหลายพืชวงศ์ขิงและพืชที่มีท่อลำเลียงเพื่อการประยุกต์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ค้นพบพืชสกุลเปราะทองชนิดใหม่และตั้งชื่อวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นเกียรติแก่ ศาสตราจารย์ ดร.พวงเพ็ญ ศิริรักษ์ ผู้เป็นนักพฤกษศาสตร์ชาวไทยคนแรกที่บุกเบิกการศึกษาอนุกรมวิธานพืชวงศ์ขิงของประเทศไทย
“เปราะทองอาจารย์พวงเพ็ญ” (𝘾𝙤𝙧𝙣𝙪𝙠𝙖𝙚𝙢𝙥𝙛𝙚𝙧𝙞𝙖 𝙥𝙪𝙖𝙣𝙜𝙥𝙚𝙣𝙞𝙖𝙚 𝗣. 𝗦𝗮𝗲𝗻𝘀𝗼𝘂𝗸, 𝗦𝗮𝗲𝗻𝘀𝗼𝘂𝗸, 𝗕𝗼𝗼𝗻𝗺𝗮 & 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗮) จัดอยู่ในวงศ์ขิง (Zingiberaceae family) สกุลเปราะทอง (𝘊𝘰𝘳𝘯𝘶𝘬𝘢𝘦𝘮𝘱𝘧𝘦𝘳𝘪𝘢 genus) ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์โดยคำระบุชนิดมาจากชื่อของท่าน การตั้งชื่อพืชชนิดใหม่ให้กับท่านเป็นการยกย่องในความทุ่มเทของศาสตราจารย์ ดร.พวงเพ็ญ ศิริรักษ์ ที่ได้สร้างคุณูปการอันสำคัญยิ่งต่อการศึกษาทางพฤกษศาสตร์และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นหลังในการสืบสานงานด้านพฤกษศาสตร์ให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
พืชชนิดใหม่ชนิดนี้ถูกพบในระหว่างที่ทำการศึกษาความหลากหลายของพืชวงศ์ขิงในประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ภาคเหนือของประเทศไทย ร่วมกันศึกษาอนุกรมวิธานโดย รองศาตราจารย์ ดร.สุรพล แสนสุข (Surapon Saensouk) หัวหน้าหน่วยวิจัยฯ และเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะพร แสนสุข จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์, ผศ.อารีรัตน์ รักษาศิลป์ จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ และนายธวัชพงศ์ บุญมา นิสิตปริญญาเอกหลักสูตรความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยนักวิจัยทั้งสี่เป็นสมาชิกของหน่วยวิจัยความหลากหลายพืชวงศ์ขิงและพืชที่มีท่อลำเลียงเพื่อการประยุกต์ (𝗗𝗶𝘃𝗲𝗿𝘀𝗶𝘁𝘆 𝗼𝗳 𝗙𝗮𝗺𝗶𝗹𝘆 𝗭𝗶𝗻𝗴𝗶𝗯𝗲𝗿𝗮𝗰𝗲𝗮𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗩𝗮𝘀𝗰𝘂𝗹𝗮𝗿 𝗣𝗹𝗮𝗻𝘁 𝗳𝗼𝗿 𝗜𝘁𝘀 𝗔𝗽𝗽𝗹𝗶𝗰𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ศึกษาวิจัยร่วมกับ นายชัยณรงค์ เตชา จากสวนสุโข จังหวัดสุโขทัย, ดร.ศรายุทธ รักอาชา จากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์, และ Mr.Danh Đức Nguyễn จากมหาวิทยาลัย Thu Dau Mot ประเทศเวียดนาม
หลังจากที่ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก ไม่ตรงกับชนิดอื่น ๆ ที่มีการระบุชื่อวิทยาศาสตร์แล้ว ผู้วิจัยได้จึงขออนุญาตจากท่านศาสตราจารย์ ดร.พวงเพ็ญ ศิริรักษ์ ในการนำชื่อของท่านมาตั้งเป็นชื่อพืชชนิดใหม่ของโลก โดยตั้งชื่อภาษาไทยว่า “เปราะทองอาจารย์พวงเพ็ญ” และตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “𝘾𝙤𝙧𝙣𝙪𝙠𝙖𝙚𝙢𝙥𝙛𝙚𝙧𝙞𝙖 𝙥𝙪𝙖𝙣𝙜𝙥𝙚𝙣𝙞𝙖𝙚 𝗣. 𝗦𝗮𝗲𝗻𝘀𝗼𝘂𝗸, 𝗦𝗮𝗲𝗻𝘀𝗼𝘂𝗸, 𝗕𝗼𝗼𝗻𝗺𝗮 & 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗮” โดยผลงานพืชชนิดใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, กองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ สนับสนุนโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติ 𝗛𝗲𝗹𝗶𝘆𝗼𝗻 ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (มกราคม 2025)
เปราะทองอาจารย์พวงเพ็ญ มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาคล้ายกับเปราะทองกมลวรรณมากที่สุด แต่สามารถแยกความแตกต่างได้ชัดเจนจากลักษณะเด่น คือ (1) เปราะทองอาจารย์พวงเพ็ญจะมีใบด้านใต้ใบเป็นสีแดงอมม่วง ในขณะที่ใบของเปราะทองกมลวรรณจะเขียวทั้งสองด้าน (2) เกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน (staminodes) ของเปราะทองอาจารย์พวงเพ็ญมีปลายแหลม แต่เปราะทองกมลวรรณมีส่วนปลายโค้งมน และ (3) กลีบปาก (labellum) ของเปราะทองอาจารย์พวงเพ็ญมีปลายแหลมไม่มีแฉก แต่เปราะทองกมลวรรณมีส่วนปลายโค้งมนและมีแฉกเล็กน้อย
ปัจจุบันมีความหลากชนิดของพืชสกุลเปราะทองในโลกทั้งหมด 8 ชนิด (species) ได้แก่ เปราะทอง (𝘊𝘰𝘳𝘯𝘶𝘬𝘢𝘦𝘮𝘱𝘧𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘢𝘶𝘳𝘢𝘯𝘵𝘪𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 Mood & K.Larsen), เปราะทองก้านใบยาว (𝘊. 𝘭𝘰𝘯𝘨𝘪𝘱𝘦𝘵𝘪𝘰𝘭𝘢𝘵𝘢 Mood & K.Larsen), เปราะทองลาร์เซน (𝘊. 𝘭𝘢𝘳𝘴𝘦𝘯𝘪𝘪 P.Saensouk), เปราะทองชยันต์ (𝘊. 𝘤𝘩𝘢𝘺𝘢𝘯𝘪𝘪 Yupparach & Wongsuwan), เปราะทองกมลวรรณ (𝘊. 𝘬𝘢𝘮𝘰𝘭𝘸𝘢𝘯𝘪𝘢𝘦 Picheans., Yupparach & Wongsuwan), เปราะทองใบเงิน (𝘊. 𝘢𝘳𝘨𝘦𝘯𝘵𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘢 Boonma & Saensouk) เปราะทองศรีสุมนตร์ (𝘊. 𝘴𝘳𝘪𝘴𝘶𝘮𝘰𝘯𝘪𝘢𝘦 P. Saensouk, Saensouk & Boonma) และชนิดใหม่ล่าสุด เปราะทองอาจารย์พวงเพ็ญ (𝘊. 𝘱𝘶𝘢𝘯𝘨𝘱𝘦𝘯𝘪𝘢𝘦 P. Saensouk, Saensouk, Boonma & Techa) โดยทั้งหมดพบกระจายพันธุ์ในประเทศไทย ในขณะที่เปราะทองลาร์เซนพบทั้งในไทยและลาว ทำให้เปราะทอง 7 ชนิดที่พบแค่ในประเทศไทยยังคงมีสถานะเป็นพืชถิ่นเดียวของไทย (Endemic species) ยกเว้นเปราะทองลาร์เซนที่พบกระจายพันธุ์ในประเทศลาวด้วย ... นอกจากการนี้การศึกษาครั้งนี้ยังพบเปราะทองพันธุ์ใหม่ (new variety) 𝘊𝘰𝘳𝘯𝘶𝘬𝘢𝘦𝘮𝘱𝘧𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘢𝘶𝘳𝘢𝘯𝘵𝘪𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 var. 𝘷𝘦𝘴𝘱𝘦𝘳𝘢 P.Saensouk, Saensouk & Boonma โดยมีลักษณะคล้ายกับเปราะทอง 𝘊𝘰𝘳𝘯𝘶𝘬𝘢𝘦𝘮𝘱𝘧𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘢𝘶𝘳𝘢𝘯𝘵𝘪𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 มากที่สุด แต่มีช่วงเวลาในการบานของดอกที่แตกต่างกัน โดย 𝘊. 𝘢𝘶𝘳𝘢𝘯𝘵𝘪𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 var. 𝘷𝘦𝘴𝘱𝘦𝘳𝘢 จะบานในช่วงเย็น ในขณะที่ 𝘊. 𝘢𝘶𝘳𝘢𝘯𝘵𝘪𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 var. 𝘢𝘶𝘳𝘢𝘯𝘵𝘪𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 จะบานในช่วงเช้า
การค้นพบพืชชนิดใหม่ (new species) และพันธุ์ใหม่ (new variety) สะท้อนถึงคุณค่าและความสำคัญของการศึกษาด้านอนุกรมวิธานและการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นของประเทศไทย นอกจากนี้ การตั้งชื่อพืชชนิดใหม่เป็นการยกย่องในคุณูปการอันสำคัญที่มีต่อการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ ผลลัพธ์จากงานวิจัยนี้ไม่เพียงช่วยยืนยันสถานะความเป็นพืชถิ่นเดียวของเปราะทองส่วนใหญ่ในประเทศไทย แต่ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นและความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการต่อยอดการวิจัยในด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
อ้างอิง: Saensouk P., Saensouk S., Boonma T., Techa C., Rakarcha S., Ragsasilp A. & Nguyen D.D. (2025). 𝘊𝘰𝘳𝘯𝘶𝘬𝘢𝘦𝘮𝘱𝘧𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘱𝘶𝘢𝘯𝘨𝘱𝘦𝘯𝘪𝘢𝘦 sp. nov. and 𝘊. 𝘢𝘶𝘳𝘢𝘯𝘵𝘪𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 var. 𝘷𝘦𝘴𝘱𝘦𝘳𝘢 var. nov. (Zingiberaceae) from Northern Thailand. 𝗛𝗲𝗹𝗶𝘆𝗼𝗻 11(2): e41603. https://doi.org/10.1016/j.heliyon.2024.e41603