PeakPotential Academy

PeakPotential Academy สร้างธุรกิจง่ายๆ ด้วยเวลาหลังเลิกงาน

Digital & Disruptive Mindset Workshop รุ่นที่ 2
12/12/2024

Digital & Disruptive Mindset Workshop รุ่นที่ 2

Leading Innovation Workshop at PEA รุ่นที่ 2
11/12/2024

Leading Innovation Workshop at PEA รุ่นที่ 2

Data Analytics Firm Management Workshop for KTB รุ่นที่ 2
09/12/2024

Data Analytics Firm Management Workshop for KTB รุ่นที่ 2

MS365 For Productivity Workshop รุ่นที่ 5
08/12/2024

MS365 For Productivity Workshop รุ่นที่ 5

16/10/2024

เปลี่ยนชีวิตให้มีวินัยด้วยเคล็ดลับการบริหารเวลาที่ทรงพลังจาก Pomodoro Technique! ⏳ เรียนรู้วิธีจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพ

วันนี้ ใครมางานหนังสือ มาพบกับ ดร.โอม ได้ที่เวทีกลางเลยครับ  #งานหนังสือ
14/10/2024

วันนี้ ใครมางานหนังสือ มาพบกับ ดร.โอม ได้ที่เวทีกลางเลยครับ

#งานหนังสือ

ชาวรักหนังสือทั้งหลาย พรุ่งนี้เจอกันที่งานหนังสือ! มาทักทายกันที่เวทีกลาง 10.30-12.00 และบูทซีเอ็ด (D50) 13.00-13.30 นะค...
13/10/2024

ชาวรักหนังสือทั้งหลาย พรุ่งนี้เจอกันที่งานหนังสือ! มาทักทายกันที่เวทีกลาง 10.30-12.00 และบูทซีเอ็ด (D50) 13.00-13.30 นะครับ
📖💫 #งานหนังสือ #มาเจอกัน

วันนี้ขอมาป้ายยาหนังสือเล่มใหม่ครับสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการจัดการเวลา อ่านหนังสือมาแล้วก็หลายเล่ม แต่ก็ยังเจอปัญหาเดิ...
11/09/2024

วันนี้ขอมาป้ายยาหนังสือเล่มใหม่ครับ

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการจัดการเวลา อ่านหนังสือมาแล้วก็หลายเล่ม แต่ก็ยังเจอปัญหาเดิมๆ ยังแก้ไม่ได้สักที อยากให้ลองเปิดใจให้หนังสือเล่มนี้ดูครับ

ทำไมน่ะเหรอ? เพราะหนังสือเล่มนี้รวบรวมเทคนิคที่เกี่ยวกับ Productivity มากว่า 20 เทคนิค พร้อม template ที่เราสามารถเอาไปทดลองใช้ได้ทันที เราสามารถ shopping เลือกเทคนิคที่เหมาะกับเรา แล้วทดลองใช้ไปทีละนิด ว่าอันไหนที่เวิร์คกับเราบ้าง

ใครที่เคยได้ยินชื่อเทคนิคอย่าง Eisenhower Matrix, Find your why, OKRs, Second brain หรือ Pomodoro หนังสือเล่มนี้จะนำเสนอแก่นของเทคนิคเหล่านี้ พร้อมตัวอย่างการนำไปใช้จริงแบบเข้าใจง่าย

มาเพิ่มเวลาในการใช้ชีวิตของเรากันเถอะครับ 😊

18/04/2024

จะรู้ได้ไง ว่าเราเข้าใจเรื่องนั้นๆ แล้ว?

เคยไหมครับ ที่เราอ่านหนังสือ ดู Youtube หรือฟัง Podcast แล้วเราคิดว่า เฮ้ย อันนี้เรารู้อยู่แล้ว เราเข้าใจแล้วนิ (โดยเฉพาะ ถ้าผ่านเรื่องนั้นๆ มาหลายรอบ) จริงๆ แล้วนี่เป็น "กับดัก" ที่น่ากลัวมาก ที่สมองของเรา หลอกเราว่าเข้าใจเรื่องนั้นแล้ว

แล้วเราจะรู้ได้ไงล่ะ ว่าเราเข้าใจเรื่องนั้นแล้วจริงๆ

หนังสือ Outsmart Your brain ที่รวบรวมเทคนิคให้สมองของเราเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ บอกว่า การที่จะทดสอบว่าเราเข้าใจอะไรไหมทำได้ง่ายๆ ครับ คือ
"อธิบายเรื่องนั้น ให้คนอื่นฟัง" ถ้าเราคุยกับเพื่อน แล้วพูดถึงบางเรื่องที่เราได้เรียนรู้มา และเราสามารถอธิบายได้ นั่นคือ เราเข้าใจเรื่องนั้นๆ แล้ว แต่ถ้าระหว่างอธิบาย เรามีความไม่แน่ใจ มีความเอ๊ะ นี่ก็เป็นเรื่องดีที่จะทำให้เรากลับไปทบทวน ทำความเข้าใจเรื่องนั้นๆ ใหม่ ให้เราเข้าใจมากขึ้นได้เหมือนกันครับ

ดังนั้น ระวังกับดักที่สมองหลอกเราว่าเราเข้าใจแล้ว เพราะอ่านซ้ำๆ ฟังซ้ำๆ แล้ว แต่เราควรทดสอบความเข้าใจของเรา โดยการ "เล่าให้คนอื่นฟัง" ครับ 🙂

12/04/2024

มีเป้าหมาย แล้วอย่างไรต่อ

วันนี้ผมจะพูดถึงหนังสือ Laws of success ต่อสักนิดนึง จากที่คราวที่แล้วผมบอกว่า จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ คือการมีเป้าหมาย แต่มีเป้าหมายแล้วอย่างไรต่อล่ะ?

กฎข้อที่ 2 ของหนังสือเล่มนี้พูดถึง "ความเชื่อมั่นในตนเอง"

ทำไมเรามีเป้าหมายแล้วยังไม่ได้มันมา ทำไมเราไม่ลงมือทำ จุดสำคัญอยู่ที่กฎข้อนี้แหละครับ ว่า เรา "เชื่อมั่นในตนเอง" ว่าจะทำสิ่งนั้นได้หรือไม่

สิ่งที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ "ความกลัว" เช่น กลัวล้มเหลว กลัวว่าคนอื่นจะมองยังไง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราต้องก้าวข้ามมันให้ได้ ให้คิดว่า ถ้าสิ่งนี้เราต้องการจริงๆ อย่าให้ความเห็นของคนอื่น มาทำให้เราไขว้เขว เพราะชีวิตนี้ คือชีวิตของเรา (ส่วนทำแล้วล้มเหลวทำยังไง เดี๋ยวผมจะพูดถึงในกฎข้ออื่นๆ ต่อไป รอติดตามนะครับ 🙂)

สุดท้าย เราต้องระวังนิดนึงนะครับว่า "ความเชื่อมันในตนเอง" ไม่เท่ากับ "หลงตัวเอง" ให้ลองดูว่า เรารู้จริงไหม เราประกาศหรือโอ้อวดความเก่งของเรามากไปไหม ต้องระวังตรงนี้ด้วยนะครับ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนสร้างความเชื่อมันในตนเอง เพื่อบรรลุเป้าหมายไปด้วยกันครับ 🙂

29/03/2024

จุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ ตามสูตรของนโปเลียน ฮิลล์

เชื่อว่าพวกเราน่าจะเคยได้ยินชื่อ นโปเลียน ฮิลล์กันมาบ้าง หรือบางคนอาจเคยได้ยินหรือแม้แต่เคยอ่านหนังสือ "The laws of success" ของเขา

หนังสือเล่มนี้ (ซึ่งหนามากกกก) ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น "ไบเบิ้ล" ของหนังสือพัฒนาตนเอง ซึ่งพอผมได้อ่านแล้ว ก็เข้าใจเลยว่าทำไม เพราะ "กฎ" ทั้ง 15 ข้อที่นโปเลียนได้เขียนในหนังสือเล่มนี้ ล้วนแต่เป็นรากฐานของหนังสือเล่มดังๆ หลายเล่มในยุคหลังๆ

วันนี้ผมจะมาขอพูดถึงกฏข้อแรกสู่ความสำเร็จของนโปเลียน ฮิลล์ นั่นคือ "เป้าหมายสำคัญที่แน่นอน" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ เพราะหากเราปราศจากเป้าหมาย เราก็ไม่รู้จะมุ่งหน้าไปทางไหน

ทุกคนลองนึกถึงสิ่งที่เราทำได้สำเร็จในอดีตสิครับ ผมเชื่อว่าไม่น้อยเลยที่มันเริ่มจาก "เป้าหมาย" ที่เราตั้งไว้ ตัวอย่างเช่น เรียนได้เกียรตินิยม ไปทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้รับการ promote ฯลฯ

สิ่งนี้ ยังสอดคล้องกับศาสตร์หลายๆ อย่างในหนังสือยุคใหม่ที่เรารู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น Find your why หรือ OKRs การที่เราจะไปถึงบางอย่างนั้น ล้วนเริ่มต้นที่การตั้งเป้าหมาย

สำหรับใคร ที่พบ "เป้าหมายสำคัญที่แน่นอน" ของตัวเองแล้ว ยินดีด้วยครับ พยายามไปให้ถึงกันครับ แต่ใครที่ยังไม่แน่ใจ ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคนหลายๆ คน ก็ยังไม่เจอเป้าหมายระยะยาวของตัวเอง เราอาจมองที่เป้าระยะสั้นๆ ง่ายๆ ก่อนก็ได้ครับ แล้วพอเราลองลงมือทำแล้วสำเร็จ เราก็อาจค้นพบอะไรที่เราอยากทำจริงๆ เป็น "เป้าหมายสำคัญที่แน่นอน" ของเรา ก็ได้

เชื่อว่าทุกวันนี้เราทุกคนต่างก็เจอกับปัญหาต่างๆ มากมายรอบตัว ที่พยายามแก้ไขเท่าไรมันก็ไม่หมดซะที และไหลเข้ามาเรื่อยๆ เรา...
26/02/2024

เชื่อว่าทุกวันนี้เราทุกคนต่างก็เจอกับปัญหาต่างๆ มากมายรอบตัว ที่พยายามแก้ไขเท่าไรมันก็ไม่หมดซะที และไหลเข้ามาเรื่อยๆ เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้นได้ แล้วทำไมมันถึงแก้ได้ยากเหลือเกิน

ก่อนอื่น ต้องบอกว่าปัญหาในปัจจุบันหลายๆ อย่างที่เราเจอมีลักษณะเป็น "Complex Problem" ซึ่งแตกต่างจาก Problem ธรรมดา ถ้าพวกเราลองนึกย้อนถึงสมัยเราเรียนมัธยม หรือแม้แต่มหาวิทยาลัย เราจะเจอโจทย์ปัญหาในข้อสอบ หรือ Problem เป็นปกติ แต่เราก็สามารถแก้โจทย์เหล่านั้นได้ ด้วยวิธีการที่แน่นอน [ถ้าเราเตรียมตัวอ่านหนังสือมาดีนะครับ :)]

แต่ในชีวิตจริง ปัญหาต่างๆ มันไม่ได้มีสูตรตายตัวที่สามารถแก้ได้ มันจึงมีความ Complex หรือซับซ้อน เพราะว่า

- มีตัวแปร หรือปัจจัยหลายปัจจัยมาสัมพันธ์กันแบบซับซ้อน

- มีปัจจัยที่ไม่แน่นอน หรือคาดเดาไม่ได้มาเกี่ยวข้อง เช่น COVID, การพัฒนาของเทคโนโลยี

ตัวอย่างของ Complex Problem เช่น การแก้ปัญหายากจน การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่มีปัจจัยหลายๆ อย่างซ้อนทับกัน และไม่สามารถมีสูตรสำเร็จที่แก้ได้ง่ายๆ

แล้วเราจะแก้ปัญหาในลักษณะนี้อย่างไรดีล่ะ? ในเชิงทฤษฎีนั้นมีแนวทางของ Complex Problem Solving หลายรูปแบบ แต่สามารถสรุปได้ดังนี้

1. เราต้องมองให้เห็นเงื่อนไขต่างๆ ของสถานการณ์ ว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับบปัญหานี้คืออะไรบ้าง เช่น ถ้าเราจะวางแผนธุรกิจของเราใน 3 ปีข้างหน้า เราอาจต้องคิดว่า มีปัจจัยอะไรเกี่ยวบ้าง เช่น พฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามา นโยบายภาครัฐ เป็นต้น

2. การร่วมกันคิดหาทางออกด้วยคนที่หลากหลาย ไม่ใช่ด้วยคนเดียว หรือคนกลุ่มเดียว เช่น ต้องให้หลายๆ แผนกในบริษัท มาช่วยกันระดมสมองหาไอเดีย

3. การคิดถึงสถานการณ์ หรือ Scenario ที่น่าจะเป็นไปได้ที่มากกว่า 1 อย่าง และแต่ละ case จะรับมืออย่างไรได้บ้าง

4. ลงมือทำ โดยเป็นการ trial and error คือลองทำ แล้วติดตามดูผลลัพธ์ เพราะการแก้ Complex problem ไม่มีสูตรตายตัว เราต้องลองทำและติดตามประเมินผลว่าสิ่งที่เราคิด มันถูกต้องไหม

5. สุดท้ายเราต้องตระหนักไว้ว่า solution ของ complex problem มันไม่มีทางสมบูรณ์และไม่มีทางถูกใจทุกคน

ที่อยู่

67 ม.1 ต.หนองกลางนา อ.เมืองราชบุ
Ban Lum Din
70000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PeakPotential Academyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง PeakPotential Academy:

ทางลัด

แชร์