ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่งสระบัวก่ำ Lao Khrang culture community Srabuakam

ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่งสระบัวก่ำ Lao Khrang culture community Srabuakam อนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีของลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

 #ตีนซิ่นลายโบราณขนาดใหญ่ที่พบในบ้านสระบัวก่ำมาตั้งแต่อดีต  #อัตลักษณ์ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ ❤️“ลายนกเลียบดอกแก้ว” เป็นหน...
02/12/2024

#ตีนซิ่นลายโบราณขนาดใหญ่ที่พบในบ้านสระบัวก่ำมาตั้งแต่อดีต #อัตลักษณ์ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ ❤️

“ลายนกเลียบดอกแก้ว” เป็นหนึ่งในลายตีนซิ่นโบราณอัตลักษณ์ของลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งลายนกเลียบดอกแก้วนี้เป็นที่นิยมและพบมากในบ้านสระบัวก่ำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งยังพบได้ในบ้านหนองกระทุ่มซึ่งเป็นชาวลาวกลุ่มเชื้อสายเดียวกันอีกด้วย
”ลายนกเลียบดอกแก้ว“ หรือเรียกสั้นๆว่า ”ลายนกเลียบ“ มักจะนิยมนำมาทอเป็นลายหลักสำหรับลายตีนซิ่นตีนแดง ที่ต้องนำมาต่อกับตัวซิ่นเป็นผืนผ้าซิ่นให้สมบูรณ์ ซึ่งที่มาของคำว่า "นกเลียบ" หมายถึง ลายขอลักษณะคล้ายขอนกหรือคล้ายขอนาค ที่มีโครงสร้างการวางลายให้เลียบขนาบข้างไปตามลายกลางซึ่งเป็น "ลายดอกแก้ว" โดยการเกาะ(จก) ให้สลับสีกันหลายสีขนาบไปกับกรอบสีดำของลายดอกแก้ว จึงเรียกว่า ”ลายนกเลียบดอกแก้ว“
จากการที่ลายขอนกมีลักษณะการเกาะ(จก)ให้สีหลายสีขนาบไปกับกรอบสีดำของลายดอกแก้วดังกล่าวนั้น ส่งผลให้ลวดลายตีนซิ่นเกิดลักษณะเด่นอย่างเห็นได้ชัดเวลาสวมใส่ ทั้งเวลามองจากระยะใกล้และระยะไกล แต่ในส่วนของการทอลายตีนซิ่นตีนแดงลายนกเลียบดอกแก้วนั้น ในสมัยโบราณมักจะไม่นิยมทอลายหลักที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ให้มีลักษณะลายเต็มหน่วย แต่จะนิยมทอลายเพียงแค่ครึ่งเดียวโดยลักษณะลายครึ่งเดียวนี้เรียกว่า "เอี้ย" เพื่อความลงตัวของขนาดตีนซิ่นที่จะต้องไม่ใหญ่มากจนเกินไป เพื่อให้เกิดความสมส่วนกับตัวซิ่นที่เลือกต่อและสรีระของผู้สวมใส่ รวมทั้งเพื่อให้สวยงามตามธรรมเนียมโบราณ โดยตีนซิ่นลายนกเลียบดอกแก้วนี้นิยมนำมาต่อทั้งในประเภท “ซิ่นลายทั้งโต” และ “ซิ่นมัดหมี่ ปัจจุบันลายนกเลียบดอกแก้วถือเป็นหนึ่งในลายอัตลักษณ์และเป็นลายตีนซิ่นที่มีขนาดใหญ่ของลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำลายหนึ่ง ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั้งในผ้าเก่าโบราณและผ้าทอของช่างทอผ้าบ้านสระบัวก่ำในปัจจุบัน.

รูปภาพผ้าซิ่นเก่าที่นำมาเผยแพร่คือผ้าซิ่นรูปแบบซิ่นหมี่ตาสับขิดต่อตีนแดงลายนกเลียบดอกแก้ว ซึ่งอยู่ในครอบครองของคุณ Sira Tuangchaipiti โดยทางเพจได้รับความอนุเคราะห์ อนุญาตให้นำมาประกอบบทความเพื่อการศึกษาผ้าทอลายโบราณของบ้านสระบัวก่ำ.

#ทางเพจขอสงวนสิทธิ์การคัดลอกบทความไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต ❤️
#ลาวครั่ง #ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ #ลาวครั่งสุพรรณบุรี #ลาวเวียงจันทน์ #ลาวในภาคกลาง #ผ้าทอ #ผ้าซิ่น

 #ซิ่นลายทั้งโต “ลายบักเขียผ่าโผ่ง” ธรรมเนียม (สังวาด) ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ จ.สุพรรณบุรี ❤️ #ซิ่นลาย คือ ซิ่นที่ใช้เทคน...
23/02/2024

#ซิ่นลายทั้งโต “ลายบักเขียผ่าโผ่ง” ธรรมเนียม (สังวาด) ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ จ.สุพรรณบุรี ❤️

#ซิ่นลาย คือ ซิ่นที่ใช้เทคนิคขิด(ล่วง) หรือ จก(เกาะ) ให้เกิดลวดลายบนตัวซิ่นใช้เครือ(เส้นยืน) สีดำ และเส้นพุ่งสีดำในการทอเป็นหลัก ซิ่นลายนั้นมีหลากหลายรูปแบบแบ่งได้ตามลักษณะของลวดลายบนตัวซิ่น เช่น
- ซิ่นลายทั้งโต คือตัวซิ่นที่ใช้เทคนิคจก (เกาะ) ทำเป็นลายหลัก สลับกับทอเทคนิคขิด (ล่วง) ทำเป็นลายรอง วางสลับกันตลอดทั้งผืนไม่เว้นว่าง
- ซิ่นลายล่วงสิ้ว คือตัวซิ่นที่ใช้เทคนิคล่วง (ขิด) ลายต่างๆเป็นสีสิ้ว (สีเขียว) ทำต่อเนื่องตลอดเต็ มผืนไม่เว้นว่าง
- ซิ่นลายก่านสิ้ว หรือ ซิ่นตาดำตาสิ้ว หรือบางพื้นที่เรียกว่า สิบสิ้ว (มาจากการนับลายสิ้ว) คือตัวซิ่นที่ใช้เทคนิคล่วง (ขิด) ลายดอกต่างๆ เช่น ลายดอกจัน เป็นเส้นก่านสีสิ้ว (สีเขียว) สลับกับการทอเว้นพื้นสีดำทั้งผืน
ฯลฯ เป็นต้น
โดยซิ่นลายเทคนิคขิด-จก แบบต่างๆนั้น จะต้องนำมาต่อกับหัวซิ่นและตีนซิ่น เป็นผ้าซิ่นตีนแดงอย่างสมบูรณ์ ในลักษณะการเย็บต่อลายจะให้เป็นแนวนอนขวางกับลำตัว ด้วยลักษณะดังกล่าวในบางพื้นที่อาจเรียกซิ่นลายว่า “ซิ่นก่าน” ซึ่งหมายถึงลายที่ก่านขวางลำตัวขณะสวมใส่

ซิ่นลายทั้งโต “ลายบักเขียผ่าโผ่ง” ต่อตีนแดง “ลายดอกซ่อ” ที่ปรากฏในภาพคือซิ่นลายทั้งโตแบบโบราณลักษณะตามธรรมเนียม (สังวาด) ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ จ.สุพรรณบุรี โดยมีจุดสังเกตุเป็นอัตลักษณ์เด่นในผืนผ้าตามธรรมเนียมลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ คือ
- ตัวซิ่นลายบักเขียผ่าโผ่ง จะทำการผ่าโผ่ง (ผ่าซีก) ลายบักเขีย (มะเขือ)โดยใช้สีทั้ง 5 สีเป็นตัวผ่าแบ่งลายออกไปในทิศทางลักษณะเดียวกันและเท่ากันทุกๆสี ซึ่งสีแดงจะเป็นสีที่เด่นชัดที่สุดให้เห็นการผ่าของลายว่าเป็นไปลักษณะใด
- ในส่วนตีนซิ่นคือมีลายแม่ (ลายหลัก) จกเป็น “ลายดอกซ่อ” มีลายขิดคั่นสีขาว ตามมาด้วยลายจกเครื่องป้อง (ลายรอง) ประกอบก่อนใส่ขิดลายสร้อย “ขอระฆัง” สีเหลืองทั้งบนและล่าง 2 ด้านปิดท้าย ซึ่งตรงคั่นสีปิดปลายสร้อยลายขอระฆังทั้งบนและล่างนั้น จะใช้เทคนิคการขิดคั่นสีต่างๆให้นูนขึ้น แทนการพุ่งคั่นสีแบบธรรมดา ซึ่งการขิดคั่นสีแทนการพุ่งคั่นสีแบบธรรมดานี้ จะนิยมทำแค่ปลายสร้อยลายขอระฆังบนและล่างทั้ง 2 ด้านเท่านั้น ไม่ทำในการคั่นสีส่วนอื่นของแม่ลาย แต่บางครั้งอาจพบได้อีกตรงลายขิดเล็กๆเชิงตีนซิ่นในส่วนของการพุ่งคั่นสีอาจทำเป็นขิดคั่นสีให้นูนขึ้นเช่นกัน
ลักษณะดังกล่าวนี้เป็นอัตลักษณ์เด่นอย่างหนึ่งของผ้าตามธรรมเนียม (สังวาด) ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ ที่มีการแฝงลายละเอียดเล็กๆไว้บนผืนผ้า ซึ่งนิยมทำแพร่หลายอย่างที่สุดในบ้านสระบัวก่ำ และพบได้น้อยหรือไม่พบในชุมชนอื่นๆ

ประเภทซิ่นลายรูปแบบต่างๆข้างต้น มักพบเห็นได้น้อยกว่าซิ่นมัดหมี่หรือผ้าซิ่นประเภทอื่นๆของลาวครั่ง เนื่องจากมีความยากในการทำลวดลาย ซึ่งในอดีตการทอลายขิด(ล่วง) และ จก(เกาะ)นั้น จะทอแบบเก็บลายใช้ไม้ลายและถอดทิ้ง ไม่มีเขาลายสำหรับเก็บไม้ไว้ใช้ซ้ำทำให้ใช้เวลาทอมากกว่าซิ่นประเภทอื่นๆ และรวมถึงการใช้ทุนทรัพย์ วัสดุ โดยเฉพาะเส้นไหมในการทอค่อนข้างมาก ปัจจุบันจึงพบประเภทซิ่นมัดหมี่มากกว่าประเภทซิ่นลายรูปแบบต่างๆ

ผ้าซิ่นลายทั้งโตลายบักเขียผ่าโผ่ง(มะเขือผ่าโผ่ง) ผืนนี้ปัจจุบันอยู่ในการครอบครองของคุณ Songsak Prangwatanakun ผู้เป็นเจ้าของภาพถ่าย ซึ่งอนุเคราะห์ให้ทางเพจนำภาพมาประกอบการแพร่เผยข้อมูลให้กับผู้ที่สนใจผ้าทอในวัฒนธรรมลาวครั่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับชม

**ทางเพจยินดีให้แชร์โพสต์ข้อมูล แต่ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อความและนำรูปภาพไปโพสต์หรือใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต**

#ลาวครั่ง #ลาวเวียงจันทน์ #ผ้าทอลาวครั่ง #ซิ่นลายลาวครั่ง #ซิ่นก่านลาวครั่ง #ลาวครั่งสระบัวก่ำ #สุพรรณบุรี❤️

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 พี่น้องลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ (กลุ่มสตรีแม่บ้าน ม.7 ม.15) ร่วมในพิธีเปิดงานประเพณีปิดท...
17/02/2024

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 พี่น้องลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ (กลุ่มสตรีแม่บ้าน ม.7 ม.15) ร่วมในพิธีเปิดงานประเพณีปิดทองพระประจำปี 2567 (งานบุญเดือนสาม) ของวัดสระบัวก่ำ ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 โดยในพิธีเปิดงานได้ทำการแสดงฟ้อนรำแบบประยุกต์ในบทเพลง รำวงสุพรรณบุรี สะใภ้สุพรรณ และสาละวันรำวง ถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หน้าวิหารหลวงพ่อโต ณ วัดสระบัวก่ำ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

ขอบคุณภาพจาก คุณสายชล เชาวรัตน์
ข้อมูลโพสต์ ลูกหลานลาวครั่ง,ลาวคั่ง ลาวขี้ครั่ง Lao Khung people in Thailand

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 กลุ่มสตรีแม่บ้านสระบัวก่ำ ม.7 ม.15 (ลาวครั่งสระบัวก่ำ) ได้รับเชิญโดยส่วนราชการอำเภอด่...
16/02/2024

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 กลุ่มสตรีแม่บ้านสระบัวก่ำ ม.7 ม.15 (ลาวครั่งสระบัวก่ำ) ได้รับเชิญโดยส่วนราชการอำเภอด่านช้าง ให้ร่วมงานและทำการแสดงฟ้อนรำในงาน “ราตรีแห่งความรัก” ครั้งที่ 25 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

#ลาวครั่ง #บ้านสระบัวก่ำ #อำเภอด่านช้าง #จังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2566 “ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ” ได้รับเกียรติจากอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เชิญให้ร่วมแสดงในขบวนป...
02/08/2023

วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2566 “ลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ” ได้รับเกียรติจากอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เชิญให้ร่วมแสดงในขบวนประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2566 โดยการนำชาวลาวครั่งบ้านสระบัวก่ำ มากกว่า 100 คน ไปทำการแสดงอัตลักษณ์ความเป็นวัฒนธรรมลาวครั่ง โดยการแสดงฟ้อนแห่ธงสงกรานต์ ในการจำลองประเพณียกธงสงกรานต์ บ้านสระบัวก่ำ ให้คณะกรรมการและแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมงานได้รับชม ณ สี่แยกแขวงการทางสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

#ลาวครั่ง #บ้านสระบัวก่ำ
#แห่เทียนพรรษา #สุพรรณบุรี

๘ ทศวรรษแห่งการรับใช้สังคม๘๔ ปี แห่งการวางรากฐานการศึกษา๘๔ ปีแห่งการสถาปนา "โรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ"โรงเรียนที่เก่าแก่ที่ส...
12/07/2023

๘ ทศวรรษแห่งการรับใช้สังคม
๘๔ ปี แห่งการวางรากฐานการศึกษา
๘๔ ปีแห่งการสถาปนา "โรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ"
โรงเรียนที่เก่าแก่ที่สุดในอำเภอด่านช้างปัจจุบัน...........................................................................
#ประวัติความเป็นมา
"โรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ" เริ่มก่อตั้งก่อนปี พ.ศ.๒๔๘๒ โดยดำริของ ครูบุญมา กาฬภักดี ที่ได้รวบรวมนำเด็กในหมู่บ้านมาสอนหนังสือซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านสระบัวก่ำในการสร้างศาลาชั่วคราวเพื่อเปิดทำการเรียนการสอน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๒ จึงได้สถาปนาตั้งโรงเรียนขึ้นอย่างเป็นทางการสังกัดกระทรวงธรรมการ มีสถานะเป็น "โรงเรียนประชาบาลบ้านสระบัวก่ำ" (เปลี่ยนเป็น "โรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ" เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕) โดยในพิธีเปิดมีนายฉิ่ง แจ้งใจ ธรรมการศึกษาอำเภอเดิมบางนางบวช (ขณะนั้น) เป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียน และมีครูเคล้า นาคปัท ดำรงตำแหน่งครูใหญ่คนแรก เปิดทำการเรียนการสอนสูงสุดถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ มีนักเรียนรุ่นแรกจำนวน ๕๕ คน เป็นนักเรียนชาย ๓๐ คน นักเรียนหญิง ๒๕ คน
ในช่วงแรกโรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ ได้อาศัยพื้นที่ของวัดสระบัวก่ำเป็นที่ตั้งทำการ ซึ่งได้มีการสร้างอาคารเรียนเป็นศาลาเพิงพักชั่วคราวบริเวณที่ตั้งศาลาการเปรียญของวัดสระบัวก่ำปัจจุบัน ต่อมาช่วงประมาณหลังปี พ.ศ.๒๕๐๐ ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันติดต่อซื้อที่นาทางด้านทิศเหนือติดกับวัด ของนายสาน-นางปี กาฬภักดี จำนวน ๙ ไร่ ๓ งาน และได้ทำการย้ายโรงเรียนออกจากพื้นที่วัดมาสร้างใหม่ในที่ดินปัจจุบันเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีการศึกษา โดยต่อมาได้มีก่อสร้างอาคารเรียนถาวรหลังแรก เป็นอาคารไม้ยกพื้นสูงสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้งานเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ โดยมีพระครูสุวรรณวุฒาจารย์ (หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่) เกจิชื่อดังของเมืองสุพรรณบุรีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการเปิดอาคารเรียน และต่อมาจึงมีการสร้างอาคารเรียนต่างๆขึ้นอีกตามลำดับ
ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ โรงเรียนบ้านสระบัวก่ำได้ขอเปิดทำการเรียนการสอนเพิ่มถึงชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป.๕-ป.๗) และในปัจจุบันโรงเรียนบ้านสระบัวก่ำได้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาตอนต้น (อ.๑-ม.๓) โรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ ปัจจุบันตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๗ บ้านสระบัวก่ำ ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เปิดทำการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องยาวนานมากกว่า ๘๔ ปี (ก่อนปี พ.ศ.๒๔๘๒-ปัจจุบัน) ซึ่งถือได้ว่าเป็นโรงเรียนที่เก่าแก่และเปิดทำการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดของอำเภอด่านช้างในปัจจุบัน.............................................................................

“จากวันวานในอดีต”
เดิมโรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ เป็นโรงเรียนแห่งเดียวในพื้นที่อำเภอด่านช้างตอนล่างปัจจุบัน อาจถือเป็นการวางรากฐานการศึกษาให้ชาวอำเภอด่านช้างตั้งแต่ยุคแรกๆ ซึ่งเกิดจากการพัฒนามาจากการเป็น โรงเรียนประชาบาล ซึ่งสมัยนั้นจะมีโรงเรียนแค่ในหมู่บ้านขนาดใหญ่หรือในตำบลเท่านั้นซึ่งเดิมบ้านสระบัวก่ำเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเดิมบางนางบวชก่อนที่จะโอนมาตั้งรวมเป็นอำเภอด่านช้างปัจจุบัน
ในอดีตก็ได้มีนักเรียนจากหลายหมู่บ้านใกล้เคียงเข้ามาศึกษา ทั้งมาจากฝั่งบ้านแจงงาม(ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซปัจจุบัน) และมาจากหลายหมู่บ้านในเขตพื้นที่ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้างปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีโรงเรียนอย่างเช่นปัจจุบัน จนบางครั้งนักเรียนในสมัยนั้นต้องเดินข้ามฝั่งลำห้วยกระเสียวมาเพื่อเข้าเรียนก่อนที่จะมีโรงเรียนเกิดขึ้นในยุคต่อมา
ด้วยการยืนยัดเปิดทำการเรียนการสอนอย่างมั่นคงมามากกว่า ๘ ทศวรรษ โรงเรียนบ้านสระบัวก่ำจึงมีศิษย์เก่าทุกยุคทุกสมัยทั้งในและนอกพื้นที่ชุมชน จากวันนั้นถึงวันนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ ๘๔ แห่งการสถาปนาโรงเรียนบ้านสระบัวก่ำ (อย่างเป็นทางการ) กว่า ๘ ทศวรรษที่โรงเรียนได้รับใช้สังคม และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้โรงเรียนของเราตั้งอยู่ต่อไปอย่างมั่นคงสถาพร ตามที่มีกล่าวไว้ในเนื้อเพลง มาร์ชเขียวชมพู ของโรงเรียน #ข้าพเจ้าจึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่าและผู้ใจบุญทุกท่านร่วมทำบุญ ในพิธีเปิดป้ายโดมอเนกประสงค์ และร่วมทอดผ้าป่าทำนุบำรุงโรงเรียนและสมทบเป็นทุนการศึกษาเพื่อลูกหลาน น้องๆศิษย์ปัจจุบันโรงเรียนบ้านสระบัวก่ำของเรากันนะครับ ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ นี้ โดยมีลายละเอียดตามภาพด้านล่าง

16/10/2022
ยินดีต้อนรับคณะครูอาจารย์และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3  กลุ่มงานสะระการเรียนรู้สังคม...
21/09/2022

ยินดีต้อนรับคณะครูอาจารย์และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 กลุ่มงานสะระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชา ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย เข้าเยี่ยมชมและศึกษาการทอผ้าพื้นเมืองของกลุ่มสตรีทอพื้นเมืองลายโบราณบ้านสระบัวก่ำ เป็นการส่งเสริมประสบการณ์เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆเพื่อสามารถนำประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ วันที่ 13 กันยายน 2565

16/04/2022

ประเพณียกธงสงกรานต์บ้านสระบัวก่ำ ประจำปี 2565

ที่อยู่

ชุมชนสระบัวก่ำ ม. 7 ม. 15 ต. หนองมะค่าโมง อ. ด่านช้าง จ. สุพรรณบุรี
Ban Dan Chang
72180

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่งสระบัวก่ำ Lao Khrang culture community Srabuakamผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่งสระบัวก่ำ Lao Khrang culture community Srabuakam:

ทางลัด

แชร์