24/08/2019
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2667497973281293&id=615167258514385
เอลนีโญ VS ลานีญา ปรากฏการณ์ธรรมชาติคนละขั้ว
ความแปรปรวนของอากาศที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่ซีกโลกหนึ่งเกิดภัยแล้ง แต่อีกซีกโลกกำลังเกิดน้ำท่วม หรือบางทีก็กลับกัน บ้านเราเกิดน้ำท่วม อีกซีกโลกเกิดภัยแล้ง ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้มาก โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาและชาวประมง ซึ่งความแตกต่าง สุดขั้วนี้ใช่ว่าจะไม่มีที่มา
ปรากฏการณ์ที่เอ่ยมาตอนต้น หลายคนคงคุ้นกัยชื่อกันอยู่บ้างทั้ง เอลนีโญ และ ลานีญา แต่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงความแตกต่างของทั้ง 2 ปรากฏาการณ์ ซึ่งก็จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ตามนี้เลย
เอลนีโญ เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันออก อุ่นขึ้นผิดปกติ เกิดจากลมสินค้า ซึ่งเป็นลมประจำปีหรือลมประจำภูมิภาค มีกำลังอ่อนกว่าปกติ น้ำทะเลที่อุ่นจึงถูกพัดไปทางชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกน้อยลง ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ไหลย้อนกลับพัดเข้าแทนที่กระแสน้ำเย็นที่อยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เกิดเมฆฝนรุนแรง จะเห็นได้ว่า พื้นที่ฝนตกชุกหรือเกิดอุทกภัยบ่อย ต้องเผชิญกับความแห้งแล้งเฉียบพลัน ในขณะที่อุณหภูมิของอากาศก็สูงขึ้นกว่าปกติ ปริมาณสัตว์น้ำก็ลดลง บางชนิดถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ ชาวประมงจึงจับสัตว์น้ำไม่ได้
ส่วนปรากฏการณ์ ลานีญา เป็นปรากฏการณ์คนละขั้วกับเอลนีโญเลย เพราะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันออกเย็นลงผิดปกติ เกิดจากลมสินค้ามีกำลังแรงกว่าปกติ น้ำทะเลที่อุ่นจึงถูกพัดไปทางด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำของฝั่งตะวันตกที่สูงกว่าฝั่งตะวันออกอยู่แล้วยิ่งสูงกว่าเดิม ส่งผลให้ด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเกิดเมฆฝนรุนแรง ส่วนด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมีความแห้งแล้งกว่าปกติ พื้นที่แห้งแล้ง ต้องเผชิญกับภาวะฝนตกหนัก จนเกิดภาวะน้ำท่วมอุณหภูมิของอากาศต่ำกว่าปกติในทุกฤดู
ทั้ง 2 ปรากฏการณ์นี้ มักจะเกิดสลับกัน เมื่อเกิด เอลนีโญ แล้วจะเกิด ลานีญา ตามมา โดย เอลนีโญจะเกิดขึ้นเฉลี่ย 5-6 ปีต่อครั้ง แต่ละครั้งกินเวลานานราว 12-18 เดือน ส่วนลานีญาจะเกิดขึ้นได้ทุก 2- 3 ปี แต่ละครั้งกินเวลานานราว 9-12 เดือน แต่บางครั้งอาจอยู่นานถึง 2 ปี
สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เอลนีโญ ทำให้เกิดฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้และเกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในทางกลับกัน ลานีญา ทำให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้และเกิดฝนตกหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเอลนีโญและลานีญาเกิดจากความผกผันของกระแสอากาศโลกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้
ความแปรปรวนอากาศของโลกเราที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันนี้ เชื่อว่าพวกเราทุกคนคงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เพียงแค่ช่วยกันหันมาใส่ใจการใช้ชีวิตให้รบกวนและทำร้ายโลกให้น้อยที่สุด เท่าที่จะช่วยได้แล้วแหละ
#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต
อ้างอิง : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม