27/08/2026
มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเรื่องของตาหยวกซึ่งมีบ้านและที่เดินอยู่ติดกับที่ดินวัด ตาหยวกมีความเห็นเป็นมิจฉาทิฐิคิดว่า ทำบุญเสียเปล่า ไหว้เจ้าดีกว่า พระก็คือคนโกนหัวนุ่งเหลืองห่มเหลือง ดีแต่ขอข้าวชาวบ้านกินไปวันๆ กินแล้วก็นอน
ที่ดินธรณีสงฆ์อันเป็นเขตวัดอยู่ติดกับเขตบ้านของตาหยวก มีกอไผ่ 5-6 กอยาวตลอดแนว ตาหยวกเป็นคนโลภมาก คิดว่าที่ดินบ้านยังน้อยไปหน่อย จึงคิดจะรุกที่วัดโดยใช้วิธีกอไผ่เดินได้ คือฟันกอไผ่ที่แนวรั้วฝั่งบ้านของตน แล้วปล่อยให้หน่อไม้แทงยอดขึ้นไปทางเขตวัด นานวันไปกอไผ่ก็ขยับรุกเข้าไปในเขตวัดทีละน้อย ๆ จากคืบเป็นศอก จากศอกเป็นวาไปตลอดแนวรั้ว
วันหนึ่ง ตาอินซึ่งเป็นมักนายกวัดและเป็นคนเก่าคนแก่ เดินเล่นไปรอบๆ บริเวณวัดแล้วตกใจเมื่อพบว่า วัดโดนรุกที่ รีบวิ่งไปรายงานเจ้าอาวาส หลวงพ่อฟังแล้วคิดว่า "เอ้อ หนอ เหตุไฉนโยมหยวกเขาถึงได้ทำอย่างนี้" ท่านจึงประชุมกรรมการวัดแล้วส่งคนไปพูดกับตาหยวก
แทนที่ตาหยวกจะยอมรับแต่โดยดี กลับเอ็ดตะโรด่ากราด ตั้งแต่สมภารยันมักนายกวัด หาว่าเจ้าอาวาสหมิ่นประมาทตัวบ้าง สมภารขี้งกบ้าง กอไผ่มันก็อยู่ที่เดิมของมัน จะหาว่ารุกที่วัดได้อย่างไร ถ้าแน่จริงก็ไปฟ้องเอาสิ
เมื่อหลวงพ่อจึงปลงอนิจจัง ท่านบอกว่า "ในเมื่อตักเตือนกันดี ๆ ไม่ฟัง ก็ปล่อยเขาไปเถอะ การจะฟ้องร้องกันถึงโรงถึงศาล มันก็ไม่ใช่กิจของพระ คนเราทำกรรมอะไรไว้ ไม่ช้าผลกรรมมันก็ตอบสนองเอง ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า
เมื่อเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนกระทั่งประมาณต้นปี พ.ศ. 2516 คืนวันหนึ่งตาหยวกขับรถมอเตอร์ไซค์มาตามถนนเพื่อจะกลับบ้าน ปรากฏว่ามีรถปิกอัพคันหนึ่งแล่นมาเฉี่ยว ตาหยวกกระเด็นตกลงไปข้างทาง หัวฟาดพื้นสลบไสล ชาวบ้านเขาช่วยกันนำส่ง “โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี” แต่ทางโรงพยาบาลแนะนำให้ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช
ลูกเมียจึงนำไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นเวลา 3 เดือนกว่า แล้วนำกลับมารักษาที่บ้านตามมีตามเกิด เพราะเงินทองร่อยหรอลงไปมาก ประกอบกับไม่มีทีท่าว่าจะหายเป็นปกติ แขนขาเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ ต้องนอนอยู่กับเตียงแต่ก็ยังพอพูดได้บ้างเป็นบางประโยค อ้อๆ แอ้ๆ ร่างกายผ่ายผอมลงอย่างรวดเร็ว ข้าวปลากินไม่ค่อยได้ ลูกเมียต้องคอยปรนนิบัติป้อนข้าวป้อนน้ำและเช็ดอุจจาระปัสสาวะให้
อีกประมาณ 2 เดือนต่อมา ตาหยวกเริ่มกระสับกระส่าย ดิ้นรนทุรนทุราย ร้องบอกลูกเมียด้วยน้ำเสียงอ้อๆ แอ้ๆ พอจับความได้ว่า มีหนามแหลมทิ้มหลังอยู่ ลูกเมียก็ประคองร่างแกขึ้นมาตรวจดูบนที่นอน ดูหลังดูลำตัวก็ไม่เห็นมีอะไร แล้ววางลงไปใหม่ เดี๋ยวเดียวก็ดิ้นทุรนทุรายร้องอีกว่า มีหนามแหลมทิ้มหลัง ลูกเมียต้องคอยจับตัวตาหยวกประคองให้นั่งอยู่ตลอดเวลา
พอเมื่อยมากๆ ก็ค่อยๆ ปล่อยให้เอนหลังลงไป แล้วตาหยวกก็สะดุ้งเฮือก ร้อง "โอ๊ยๆ" ว่า หนามแหลมมันทิ้มหลัง ลูกเมียต้องผลัดกันประคองให้นั่งโงนเงนอยู่ตลอดเวลา สภาพตอนนั้นไม่ผิดกับพวกอสุรกาย ร่างกายผ่ายผอมมีแต่หนังหุ้มกระดูก โหนกแก้มสูง กระบอกตากลวงลึกขุ่นมัว หนวดเคราสีขี้เถ้า อ้าปากผงาบ ๆ หายใจดังครืดคราด ๆ พอใกล้จะถึงเวลาจะสิ้นใจก็เกิดนิมิตอุปาทานว่า มีหนามแหลมทิ้มหลังอยู่ตลอดเวลา ทรมานอยู่ 7 วัน กว่าจะหมดลมหายใจ
หลังจากจัดงานฌาปนกิจศพเสร็จเรียบร้อย ภรรยาคือยายพลับ ได้นิมนต์ให้เจ้าอาวาสและกรรมการวัด ไปยืนปักหลักเขตกันใหม่ โดยยินยอมคืนที่ธรณีสงฆ์ให้วัด ส่วนกอไผ่เจ้าปัญหา ยายพลับก็จ้างคนมาขุดโค่นถวายวัดไป เปลี่ยนเป็นล้อมรั้วลวดหนามแทน
* อ้างอิงจาก กฎแห่งกรรมและเรื่องเล่าชาวบ้านของอาจารย์ยอด