Dara fashion ສົ່ງທຸກແຂວງ ເກັບເງິນປາຍທາງ ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ

Dara fashion ສົ່ງທຸກແຂວງ ເກັບເງິນປາຍທາງ ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ เสื้อผ้าแฟชั่น เนื้อผ้าดี ตัดเย็บป?

👸เสื้อสวย เนื้อผ้าดี ไฮโซมาก ดูแพง หรู เทรนด์ เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลายแบรนด์ สีสด ลายเด่นชัด😄ສົ່ງທຸກແຂວງ.ລາວ😉ເກັບເງິນປາຍທາງ😊ສົ...
09/11/2021

👸เสื้อสวย เนื้อผ้าดี ไฮโซมาก ดูแพง หรู เทรนด์ เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลายแบรนด์ สีสด ลายเด่นชัด😄ສົ່ງທຸກແຂວງ.ລາວ😉ເກັບເງິນປາຍທາງ😊ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ😊
สวยเด่น ไม่อายใคร
ใส่ได้ทุกงาน ใส่ออกงาน ใส่เที่ยว เดินห้าง เดินตลาด
ไม่เบื่อ
แมทช์ได้หลายสไตล์ กางเกงยีนส์ กางเกงทำงาน กระโปรง กางเกงวินเทจ กางเกงสกินนี่
ใส่สวยนานได้ทั้งวัน
เนื้อผ้านุ่ม สวมใส่สบาย ไม่ร้อน ผ้า spandex ทิ้งตัว เนื้อผ้าดี ตัดเย็บปราณีต
ขนาดฟรีไซส์ ใส่สวยทุกคน
รอบอก 44" ยาว 30" วงแขน 22"
ค่าส่ง+ค่าธรรมเนียมปายทาง ครั้งละ 200 บาท (กี่ตัวก็ 200)ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ
ເກັບເງິນປາຍທາງ/ສົ່ງທຸກແຂວງ
ของใหม่ ป้ายห้อย
ราคาพิเศษ
1️⃣ ตัว 390 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
2 ตัว 750 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
3 ตัว 1080 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
4 ตัว 1360 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
5 ตัว 1600 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
สนใจตัวใหน ทักแชทได้เลย นะคะ

09/11/2021

💙 เฉิดฉายดุจนางพญา สวยเลอค่าหาที่ติไม่ได้เลยค่ะ...
💜 อีกหนึ่งชุดเดรสที่ช่วยพรางสัดส่วนได้ดีอันอับหนึ่ง ดีไซน์หรูหราเน้นแต่งน้อยๆ แต่สวยมาก เนื้อผ้างานซากุระอัดพลีท แพทเทิร์นคอวี แขนยาวสามารถดึง 3-4 ส่วนได้นะคะ ปลายเดรสปล่อยพริ้วตามสรีระ สวมใส่ออกมาแล้วสวยมาก หยิบใส่ได้ทุกโอกาส งามทุกเฉดสีจริง ๆ ค่ะ
อกฟรีไซส์ถึง 60, วงแขน 28, สะโพก 52, ยาว 50
สี : กรม, แดง, ม่วง, ทะเล, ดำ, กะปิ
ราคา : 620฿/ชุด
ค่าส่ง+ค่าธรรมเนียมปายทาง ครั้งละ 200 บาท (กี่ตัวก็ 200)
ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ/ເກັບເງິນປາຍທາງ/ສົ່ງທຸກແຂວງ

09/11/2021

🌸 เบลนด์สีดอกไม้ พิมพ์ลายหวานขนาดนี้ ไม่มีไม่ได้แล้วค่ะซิสส์ ดีไซน์เสื้อทรงเกาหลี จั้มเเขนเบา ๆ + กางเกงขาสั้นใส่สบาย ( มีซับในตัวนะคะ )
🌈 เนื้อผ้าเบาสบาย หวานละมุนละไมทั้ง 2 สี
เสื้อ อก : 42, สะโพก 48, ยาว 26
กางเกง : เอวยืดถึง 42, สะโพก 50, ยาว 16
ราคา 690฿/ชุด
ค่าส่ง+ค่าธรรมเนียมปายทาง ครั้งละ 200 บาท (กี่ตัวก็ 200)
ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ/ເກັບເງິນປາຍທາງ/ສົ່ງທຸກແຂວງ

09/11/2021

แรงไม่หยุด !! ฉุดไม่ลงแล้วค่า.. ลายพิมพ์ผ้า LISA สวยม๊าก
🌈 คัด 5 สีสุดแจ่ม รับประกันความจี๊ด
หยิบสีไหนไปใส่ก็ชายน์ไบรท์ สวยก่อนใคร ไม่มีเอ๊าท์แน่นอนค่ะ
ลายผ้าสวยอินเตอร์ แพทเทิร์นน่ารัก
ชุดเซท 3 ชิ้นผ้าโพลีซิลค์พิมพ์ลายกิ๊บเก๋ทั้งเซท
เสื้อเย็บยางยืดช่วงคอและไหล่ ใส่เปิดไหล่ก็แซ่บนะคะ
มาคู่กางเกงขาสั้น ด้านในบุซับให้เรียบร้อยค่ะ
เสื้อ : อกยืด 34-42 สะโพก 40-52 ยาว 27
กก : เอวยืด 24-40 สะโพก 46 ยาว 16

ราคา : 890฿/ชุด
ค่าส่ง+ค่าธรรมเนียมปายทาง ครั้งละ 200 บาท (กี่ตัวก็ 200)
ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ/ເກັບເງິນປາຍທາງ/ສົ່ງທຸກແຂວງ

✨วิบวับ สวยเด่นสะดุดตา ผ้าสแปนเด็กซ์อบเมทัลลิควิ้งทั้งตัว เล่นแสง สวยปิ๊งม๊ากกก😄ສົ່ງທຸກແຂວງ.ລາວ😉ເກັບເງິນປາຍທາງ😊ສົ່ງຈາກປະ...
08/11/2021

✨วิบวับ สวยเด่นสะดุดตา ผ้าสแปนเด็กซ์อบเมทัลลิควิ้งทั้งตัว เล่นแสง สวยปิ๊งม๊ากกก😄ສົ່ງທຸກແຂວງ.ລາວ😉ເກັບເງິນປາຍທາງ😊ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ😊ยิ่งใส่ยิ่งเด่น ใครๆก็มอง ใส่ขึ้นมาแล้วชาย์ไบรท์สุดๆ
10 เฉดสีที่น้องคัดมา -โดดเด่น เป้าสายตา อบสีแน่นเห็นชัด เนื้อผ้าคัดสรรงานเกรดอย่างดีเลยนะคะ งานจริงสวยม๊ากกกก ใส่กับกางเกงสไตล์ไหนก็รอดรับรองว่าไม่มีโป๊ะแน่นอนค่ะ
เสื้องานผ้าสแปนเด็กซ์เนื้อยืด อบเส้นใยเมทัลลิคกลิตเตอร์ทั้งตัว
รุ่นนี้ผ้านิ่มใส่สบาย ไม่อึดอัด มีซับใน ไม่คันนะคะ
แพทเทิร์นเสื้อคอกลม แขนทรงผีเสื้อ พรางรูปร่างได้ดีมาก
ใส่คู่กับกางเกงได้สวยทุกทรง อยากออกมาหรู เซอร์ เท่ห์ ชิค ฯลฯ ได้หมดจริง ๆ ค่ะ
มี 10 สี ม่วง/เขียว/เทา/กะปิ/เหลือง/แดง/ส้ม/น้ำเงิน/ชมพูเข้ม/ชมพูอ่อน
อกฟรีไซส์ 52"-56" วงแขนฟรีไซส์ สะโพกยืด 44"-48" ยาว 26"
ค่าส่ง+ค่าธรรมเนียมปายทาง ครั้งละ 200 บาท (กี่ตัวก็ 200)ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ/ເກັບເງິນປາຍທາງ/ສົ່ງທຸກແຂວງ
ของใหม่ ป้ายห้อย
ราคาพิเศษ
1️⃣ ตัว 490 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
2 ตัว 940 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
3 ตัว 1350 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
4 ตัว 1720 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
5 ตัว 2000 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
สนใจตัวใหน ทักแชทได้เลย นะคะ

08/11/2021

✨วิบวับ โดดเด่น เป้าสายตา ใครๆก็มอง ใส่ขึ้นมาแล้วชาย์ไบรท์สุดๆ ผ้าสแปนเด็กซ์อบเมทัลลิควิ้งทั้งตัว เล่นแสง สวยปิ๊งม๊ากกก😄ສົ່ງທຸກແຂວງ.ລາວ😉ເກັບເງິນປາຍທາງ😊ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ😊
เสื้องานผ้าสแปนเด็กซ์เนื้อยืด อบเส้นใยเมทัลลิคกลิตเตอร์ทั้งตัว
รุ่นนี้ผ้านิ่มใส่สบาย ไม่อึดอัด มีซับใน ไม่คันนะคะ
แพทเทิร์นเสื้อคอกลม แขนทรงผีเสื้อ พรางรูปร่างได้ดีมาก
ใส่คู่กับกางเกงได้สวยทุกทรง อยากออกมาหรู เซอร์ เท่ห์ ชิค ฯลฯ ได้หมดจริง ๆ ค่ะ
มี 10 สี ม่วง/เขียว/เทา/กะปิ/เหลือง/แดง/ส้ม/น้ำเงิน/ชมพูเข้ม/ชมพูอ่อน
อกฟรีไซส์ 52"-56" วงแขนฟรีไซส์ สะโพกยืด 44"-48" ยาว 26"
ค่าส่ง+ค่าธรรมเนียมปายทาง ครั้งละ 200 บาท (กี่ตัวก็ 200)ສົ່ງຈາກປະເທດໄທ/ເກັບເງິນປາຍທາງ/ສົ່ງທຸກແຂວງ
ของใหม่ ป้ายห้อย
ราคาพิเศษ
1️⃣ ตัว 490 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
2 ตัว 940 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
3 ตัว 1350 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
4 ตัว 1720 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
5 ตัว 2000 บาท + ค่าส่ง 200 บาท
สนใจตัวใหน ทักแชทได้เลย นะคะ

25/09/2018
25/09/2018

“Long Tail” #โอกาสทางธุรกิจที่คุณไม่ควรละเลย

ผมเชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ยิน กฎ 80/20 ของ Pareto ที่ว่า ผลลัพธ์ 80% ได้มากจาก input เพียง 20% กันมาบ้างใช่มั้ยครับ?

ในสมัยก่อน กฎนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในทางธุรกิจอย่างแพร่หลาย โดยกล่าวกันว่า รายได้ของธุรกิจ 80% มาจากการขายสินค้าเพียง 20% หรือมาจากลูกค้าเพียง 20% เท่านั้น

แนวคิดนี้ ถูกพิสูจน์ว่าเป็นจริง บนสมมติฐานที่ว่าทรัพยากรบนโลกนี้มีอยู่อย่างจำกัด

โดยแต่ก่อน การขายสินค้าตามร้านค้า มีข้อจำกัดมากมาย ทั้งในเรื่องของชั้นวาง พื้นที่ ต้นทุน แรงงาน ฯลฯ ทำให้ธุรกิจต้อง “เลือก” เอาแต่สินค้ายอดฮิตมาวางจำหน่าย หรือเลือกดูแลแต่ลูกค้าที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจ

ส่วนธุรกิจก็ผลิตสินค้าแบบ one size fits all คือ ผลิตสินค้าแบบเดียวกันเยอะๆ ขายให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of scale) โดยไม่ได้สนใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าสักเท่าไหร่

ซึ่งสิ่งเหล่านี้..เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ครับ #ในสมัยก่อน เฉพาะตอนที่ผู้บริโภคไม่มีทางเลือก หรือมีทางเลือกอย่างจำกัดเท่านั้นครับ #ซึ่งไม่ใช่ยุคนี้แน่ๆ

ซึ่งทุกวันนี้ในยุคที่ internet เริ่มเข้ามามีบทบาท ภาพเหล่านี้ได้ถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ผู้บริโภคสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างไม่จำกัด และมีทางเลือกเพิ่มขึ้นแบบมากมายมหาศาล

แถมยังมีแนวโน้มที่จะสรรหาและตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆอีกต่างหาก

ในปี 2004 แนวคิด Long Tail Marketing จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดย Chris Anderson ซึ่งแทบจะกลับข้างกับกฎ 80/20 เลยก็ว่าได้

เค้าตั้งคำถามว่า มันจำเป็นด้วยเหรอที่เราต้องโฟกัสแต่เพียงสินค้า 20% ที่ขายดี หรือ โฟกัสแต่ความต้องการของลูกค้าเพียง 20% และ #ทอดทิ้ง สินค้า หรือ ลูกค้าอีก 80% ที่เหลือไปเฉยๆ?

ถ้าวาดเป็นกราฟเส้น Demand ทั่วไป สินค้าขายดีก็จะเหมือนกับ “หัว” ของกราฟ

ส่วนสินค้าอื่นๆที่ไม่ฮิต หรือ สินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Products) ก็เหมือนเป็นส่วนของ “หาง” ของกราฟที่ยาวออกไป

ซึ่งถ้าเราเอายอดขายของสินค้าที่ไม่ฮิต หรือเอาการใช้จ่ายของลูกค้าอีก 80% ที่เหลือมารวมกัน อาจจะ “มากกว่า” รายได้จากการขายสินค้ายอดนิยมก็เป็นได้!!

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดก็คือ การขายหนังสือของ Amazon ผ่านออนไลน์

E-commerce ทำให้ข้อจำกัดของชั้นวางโชว์หนังสือที่มีต้นทุนแสนแพง มลายหายไป

Amazon สามารถนำเสนอหนังสือจำนวนมากมายมหาศาลไปสู่ผู้บริโภค โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือขายดี

แถมยอดขายหนังสือพวกที่เคยวางบนชั้นแล้วแทบไม่มีคนจับเหล่านี้ รวมๆกันแล้ว มีรายได้ เท่าๆกับ การขายหนังสือ Best Seller เลยทีเดียว!

ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ทำ Long Tail เช่น Netfilx, iTunes ไปจนถึง Google และ Facebook ที่ให้คนเข้ามาใช้ Account แบบฟรีๆ พอคนใช้เยอะ คราวนี้ก็เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจทั้งรายใหญ่ รายย่อยเข้ามาลงโฆษณา (ซึ่งรายย่อยมีสัดส่วนในแง่มูลค่าเยอะมาก) สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในทุกวันนี้

คราวนี้เห็นอานุภาพของ Long tail กันรึยังครับ?


คำถามคือ...

แล้ว SMEs อย่างเราจะนำ Long tail มาประยุกต์ใช้ได้ยังไง??

เพราะจากกรณีศึกษาที่กล่าวมา มีแต่ผู้เล่นรายใหญ่ๆทั้งนั้นเลย แล้วธุรกิจเล็กๆอย่างเราจะทำเหมือนเค้าได้เหรอ?

จริงๆ Long Tail สามารถปรับใช้ได้ในหลายมุมมมองครับ อาจทำ Long Tail ในส่วนของสินค้า ฐานข้อมูล กำลังคน การเข้าถึง การทำโปรโมชั่น ฯลฯ

ซึ่งจุดที่ผมเห็นว่ามีประโยชน์กับ SMEs แถมยังปฏิบัติได้จริง เป็นการประยุกต์ใช้จาก Hubspot ซึ่งแนะนำการใช้ Long Tail ร่วมกับการทำ inbound Marketing เช่น

- การทำ SEO ด้วย keyword จำนวนเยอะๆ และเฉพาะเจาะจงกว่าคำค้นหาปกติทั่วไป

คนเราเวลาจะ Search อะไรซักอย่าง ก็จะใช้คำที่แตกต่างกันออกไปครับ มันอาจจะมีคำธรรมดาทั่วไปที่คนส่วนใหญ่ใช้ๆกัน (หัว) และคำแปลกๆที่แต่ละคนอาจคิดขึ้นมาเพื่อหาอะไรบางอย่างที่ตัวเองโดยเฉพาะต้องการให้เจอ (หาง) ซึ่งคุณต้องพยายามคิด keyword ให้ครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงคุณง่ายที่สุด

แล้วยิ่งถ้าคำค้นมันเจาะจงมากเท่าไหร่ นัยนึงมันอาจแปลได้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีความสนใจสินค้ามากพอสมควรเลยล่ะครับ


- ทำ Content เยอะๆ และหลากหลาย (ยังควรเกี่ยวเนื่องกับสินค้าและบริการ)

แน่นอนว่าธุรกิจต้องมี content เด่นๆของตัวเอง (หัว) แต่คุณต้องไม่ลืมที่จะพยายามทำ content เพื่อตอบสนองความต้องการยิบๆย่อยๆของกลุ่มเป้าหมายด้วย (หาง) เพื่อก่อให้เกิด Traffic และ Engagement สะสมให้มากที่สุด


- สร้างฐานผู้ติดตามและแฟนคลับให้ได้มากๆ

"แฟนคลับ" เป็นกลุ่มคนที่เค้ารักคุณ ซึ่งเค้าก็มักจะแชร์ content ของคุณอยู่แล้ว (หัว) ซึ่งก็ดีแล้วครับที่คุณควรจะมีแฟนคลับเยอะๆ

แต่คุณก็ต้องไม่ลืมว่า คุณต้องพยายามเพิ่มฐานผู้ติดตามใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นเดียวกัน แม้ว่าคนกลุ่มนี้เค้าอาจจะแชร์ content ของคุณเป็นบางครั้งคราวเท่านั้นก็ตาม (หาง)

เพราะถ้าเอาจำนวน Engagement ของคนที่เป็น "แฟนธรรมดา" มารวมๆกันบางทีมันอาจจะเยอะกว่าปริมาณการ Engagement ของ "แฟนคลับ" ก็ได้นะครับ


- สื่อสาร content ในหลายๆช่องทาง

ช่องทางหลักในการออก content ของคุณอาจจะเป็น Website หรือ Facebook (หัว) แต่ถ้าคุณสามารถสื่อสารในช่องทางอื่นๆซึ่งอาจมีผู้ติดตามไม่เยอะด้วยได้ (หาง)

ซึ่งการที่คุณทำแบบนี้ มันก็มีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจได้ว่าที่ลูกค้า (Lead) จากช่องทางต่างๆโดยรวมเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกัน


ผลสุดท้าย การทำ Long Tail กับ Inbound Marketing จะช่วยเพิ่ม traffic เพิ่ม engagement และเพิ่ม lead ซึ่งนำไปสู่ยอดขาย ซึ่งแน่นอนครับ "กำไรก็เพิ่มสูงขึ้นตามแน่นอน"

แต่ทั้งหมดนี้ จะต้องอยู่บนพื้นฐานสำคัญที่ว่า content ที่คุณส่งมอบต้อง #มีคุณค่าด้วยนะครับ
ตัวอย่างอื่นของการปรับใช้ Long Tail เช่น

การเพิ่มสินค้า หรือ บริการ ที่นอกเหนือจากสินค้าหลักเข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้บริโภค

เช่น ขายแก้วเก็บความเย็น มีสินค้าขายดีเป็นแก้วขนาดกลาง (หัว) แต่ก็ทำสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องและผู้บริโภคมีความต้องการออกมาขายด้วย (หาง) เช่น ที่จับแก้ว ที่รองแก้ว ฝาแก้ว แก้วลายแปลกๆ แก้วลายสั่งทำพิเศษ แก้วขนาดพิเศษ เป็นต้น

หรือใช้แนวคิด Long Tail กับการทำโปรโมชั่น

เช่น โปรลดราคา เป็นโปรโมชั่นหลักในการเพิ่มยอดขายและระบายสินค้า (หัว) แต่คุณอาจมีโปรโมชั่นย่อยอื่นๆ ที่คุณมีข้อมูลว่าเหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม หรือแต่ละคนด้วย (หาง)

ซึ่งถ้าทำได้อย่างเหมาะสม มันก็จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น เช่นเดียวกัน
ข้อดีอีกอย่างของ Long tail คือช่วยให้คุณกระจายความเสี่ยง ไม่ให้ธุรกิจขึ้นกับสินค้าบางตัว หรือลูกค้าบางกลุ่มมากเกินไป

#ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติอาจต้องมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ ต้นทุน ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ กันอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง

แต่ในเบื้องต้นผมแค่อยากชี้ให้ทุกคนเห็นถึงความได้เปรียบและประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับ หากสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายได้

"สุดท้ายอยากจะฝากไว้แบบนี้ครับ"

ในโลกที่ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนอย่างในยุคปัจจุบัน...

มันทำให้เรารู้แล้วว่า Supply ของสินค้าแทบทุกอย่าง มี Demand ของมันเสมอ

“คุณแค่ต้องหา Demand ของคุณให้เจอเท่านั้นเองครับ”

#มีประโยชน์ฝากช่วยแชร์ด้วยนะครับ

25/09/2018
25/09/2018

ทุกคนที่อยากจะประสบผลสำเร็จในแบรนด์ตัวเอง แต่ถ้าไม่เคยผิด ไม่เคยล้มเหลว คุณกำลังจะพลาดเรื่องสำคัญ จากป.....

25/09/2018

ทราบหรือยังครับ...
ว่าตัวตนของแบรนด์คุณคือแบบไหน?

#ถ้ายังลองอ่านเรื่องนี้ดูครับ
"Brand Archetype"


คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้มั้ยครับ?

"ทำคอนเทนต์ขาย"
คนกดไลค์อย่างเยอะ แต่ inbox เงียบกริบ

"ทำ video รีวิวสินค้า"
คนดูเพียบ แต่คนกลับจำแบรนด์ไม่ได้

"ทำคอนเทนต์ให้ประโยชน์" คนแชร์มหาศาล แต่ไม่เห็นมันสร้างแรงกระเพื่อมทางบวกให้กับแบรนด์อย่างที่เค้าว่ากันเลย

ก่อนที่จะโทษดินฟ้าอากาศ
เราลองกลับมาถามตัวเองกันก่อนดีกว่าครับว่า

ปัญหาเหล่านี้ มันเกิดจากการที่
"จริงๆแล้วแบรนด์ของคุณ มันไม่มีอะไรน่าจดจำรึเปล่า?"

เค้าอาจเคยกดไลค์ Ad ของคุณไว้ แล้วอยากกลับมาซื้อ แต่จำไม่ได้ว่าแบรนด์อะไร (ผมเป็นประจำ55+)

หรือ เค้าอาจเห็น vdo หรือเห็น value content ของคุณ แล้วรู้สึกชอบมาก แต่ไม่รู้ว่าแบรนด์ไหนเป็นคนทำ

บอกก่อนเลยนะครับว่า เรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ ยิ่งกับยุคที่ใครๆก็ขายของออนไลน์กันเยอะไปหมดแบบตอนนี้
ซึ่งสาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนจำแบรนด์ไม่ได้ คือ แบรนด์ไม่มีการกำหนด #ตัวตน ที่ชัดเจนพอ หรือไม่เคยกำหนดเลย!

และนี่เป็นเรื่องที่ SMEs ส่วนใหญ่ #พลาดไป ทั้งที่มันเป็นขั้นตอนที่โคตรสำคัญของการวางแผนในการสื่อสาร

พอแบรนด์ไม่มีตัวตนที่ชัด ก็จะทำให้การสื่อสารไปยังผู้บริโภคเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ ไม่รู้ว่า message หลักๆที่ต้องสื่อสารคืออะไร ไม่รู้ว่าควรสื่อสารด้วยบุคคลิกแบบไหน ไม่รู้ว่าต้องใช้สื่อในอารมณ์และรูปแบบไหนในการสื่อสาร

และนี่ก็คือเป็นประเด็นที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ครับ

ซึ่งก็คือเรื่องของการกำหนด "อัตลักษณ์" หรือ "ตัวตน" ของแบรนด์"

ว่าเราจะมีแนวทางในการกำหนดตัวตนของแบรนด์ได้ยังไงบ้าง?


พอพูดถึงคำว่า "ตัวตน" มันฟังแล้วดูเป็นนามธรรมเหลือเกินใช่มั้ยครับ

แต่โชคดีที่มีคนศึกษาเรื่องนี้ไว้เป็นแนวทางให้เรานำไปใช้กันได้อย่างดีมาก นั่นก็คือแนวคิดเรื่อง "Brand Archetype"

แนวคิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากการศึกษาเกี่ยวกับแรงจูงใจและความต้องการลึกๆของมนุษย์ของนักจิตวิทยาชื่อ Carl Gustav Jung ซึ่งเค้าได้แบ่งแรงจูงใจที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมของมนุษย์ ออกเป็น 12 แบบ และต่อมาได้มีการนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ในทางการตลาด

โดยแนวคิดที่เป็นที่นิยมมากๆ มาจาก Margaret Mark & Carol S. Pearson ที่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “The Hero and the outlaw”

ซึ่งเค้าบอกว่า แบรนด์มากมายที่มีในตลาด จะมีตัวตนที่สื่อออกมา วนเวียนอยู่ในแบบใดแบบหนึ่งใน Brand Archetype 12 กลุ่ม ดังต่อไปนี้
1. Innocent (แบรนด์แห่งความบริสุทธิ์)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่ให้ความรู้สึกสงบสุข ปลอดภัย บริสุทธิ์ และมองโลกในแง่ดี

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น
Dove, Care, Johnson&Johnson, SKII


2. Explorer (แบรนด์แห่งความอิสระ)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่สะท้อนความมีอิสระ การผจญภัย การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ หรือการหลีกหนีจากความจำเจ

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น
Red bull, Go Pro, NASA, National Geographic


3. Sage (แบรนด์แห่งความเฉลียวฉลาด)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่มีลักษณะของความเป็นกูรู ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ให้ข้อมูล คำปรึกษา หรือข่าวสารต่างๆ

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น
Pantip, Google, Peptine, CNN


4. Hero (แบรนด์แห่งความเป็นวีรบุรุษ)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่ช่วยให้คนเอาชนะอุปสรรค หรือปัญหาต่างๆ ที่เค้าเผชิญอยู่จนก้าวไปถึงจุดหมายได้ โดยอาจสื่อในมุมมองว่าแบรนด์หรือตัวลูกค้าเป็นฮีโร่ก็ได้

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น
Ex. Nike, Adidas, Fedex, Mr.Mascle


5. Outlaw (แบรนด์แห่งความแตกต่าง)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่มีความคิดนอกกรอบ แตกต่าง ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น Paypal , Diesel


6. Magician (แบรนด์แห่งความเป็นไปได้)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่สร้างสรรค์สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ช่วยทำให้ความฝันหรือจินตนาการกลายมาเป็นความจริง

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น Dyson, Disney, MAC


7. Everyman (แบรนด์แห่งความเป็นปุถุชน)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่เข้าใจธรรมชาติของคนทั่วไป เป็นตัวแทนของคนปกติธรรมดา อยู่กับความเป็นจริง เรียบง่าย และเข้าถึงได้ง่าย

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น IKEA , Muji


8. Lover (แบรนด์แห่งความเสน่หา)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่สื่อถึงความรัก ความเสน่หา ความลุ่มหลง ความพึงพอใจ มักใช้ภาพที่สื่อถึงอารมณ์ และปลุกเร้าความรู้สึก

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น Haagen-dazs, Gucci, LV, Chanel, Victoria’s Secret, D***x


9. Jester (แบรนด์แห่งความสนุกสนาน)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน เจ้าสำราญ มีความสุข มีอารมณ์ขัน แบรนด์กลุ่มนี้มักเป็นที่รัก และจดจำได้ง่าย เพราะอารมณ์แห่งความสุขมักเข้าถึงคนได้ง่าย

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น Fanta, Oreo, M&M


10. Caregiver (แบรนด์แห่งความห่วงใย)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่ให้ความรู้สึกถึงการให้ การแบ่งปัน และการห่วงใยเสมือนครอบครัว

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น ไทยประกันชีวิต, นมตราหมี, Unicef


11. Creator (แบรนด์แห่งการสร้างสรรค์)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ อยากทำสิ่งต่างๆ ให้ดีกว่าเดิมด้วยความสามารถที่พวกเค้ามี

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น Lego, Faber Castel, Adobe


12. Ruler (แบรนด์แห่งความเป็นผู้นำ)

เป็นกลุ่มแบรนด์ที่ทำให้รู้สึกถึงความมีพลังในการควบคุม เป็นผู้นำตลาด เมื่อผู้บริโภคใช้แบรนด์เหล่านี้ จะรู้สึกภาคภูมิใจ

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มนี้ เช่น Mercedes-Benz, Rolex
จาก Brand archetype ทั้งหมดที่กล่าวมาพร้อมกับตัวอย่าง ทุกท่านคงจะพอเห็นภาพแล้วว่า พอเราเอ่ยชื่อแบรนด์ไหนขึ้นมา แม้เราจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่อง archetype มาก่อน แต่เราก็พอจะสามารถบรรยายตัวตนของแบรนด์เหล่านี้ออกมาได้คล้ายคลึงกับกลุ่ม archetype ที่กล่าวไว้ข้างต้น

แล้วธุรกิจจะนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ได้อย่างไร?

เบื้องต้นแบรนด์ควรเลือก brand archetype ให้เหมาะสมกับจุดเด่นของแบรนด์ จุดเด่นของสินค้า และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

เมื่อเลือก archetype ได้แล้ว แบรนด์ก็ต้องกำหนดกลยุทธ์ในการสื่อสารการตลาดให้สอดคล้องกับ archetype ที่เลือก

ทั้งการออกแบบข้อความที่จะสื่อสาร ภาษา บุคลิกภาพ อารมณ์และรูปแบบของสื่อที่จะใช้ ฯลฯ

และที่สำคัญธุรกิจต้องสื่อสารมันออกไปอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งมันก่อร่างสร้างตัวตนของแบรนด์ขึ้นมาในใจผู้บริโภค เหมือนแบรนด์ในตัวอย่างข้างต้น ที่มีตัวตนชัดเจนอยู่ในใจของพวกเรายังไงล่ะครับ

ซึ่งหากคุณมีตัวตนที่ชัดเจน นอกจากมันจะช่วยให้ผู้บริโภคแยกคุณออกจากคู่แข่งและจดจำคุณได้แล้ว มันยังสามารถเข้าไปตอบสนองความต้องการลึกๆ ของกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ดีอีกด้วย #ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ


ที่อยู่

Ayudhya
13000

เบอร์โทรศัพท์

+66888876645

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dara fashion ສົ່ງທຸກແຂວງ ເກັບເງິນປາຍທາງ ສົ່ງຈາກປະເທດໄທผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท