12/08/2026
นักวิทย์พยายามสอนกุ้งให้ว่ายน้ำและกินอาหารในสภาวะไร้น้ำหนัก หวังนำไปเพาะเลี้ยงในอวกาศในอนาคตเพื่อเป็นอาหารของนักบิน
โดยการทดลองสุดน่าทึ่งนี้มาจากคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โอคายามะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ส่งกุ้งไปอวกาศจริง ๆ แต่ได้ใส่กุ้งลงไปในกล่องเลี้ยงที่อยู่ในเครื่องเหวี่ยงที่ชื่อว่า Clinostat อีกที ซึ่งจะใช้การหมุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำลองสภาวะไร้น้ำหนักหรือแรงโน้มถ่วงต่ำบนดาวต่าง ๆ
ทว่าด้วยอัตราการหมุนปกติของเครื่องเพียง 10–25 รอบต่อนาทีก็กลับไม่มีศักยภาพดีพอที่จะนำมาใช้กับกุ้งได้ เพราะอวัยวะที่ชื่อว่า Statocyst ของกุ้งมีความไวต่อแรงโน้มถ่วงมาก และยังคงรับรู้ทิศทางของแรงโน้มถ่วงโลกได้ตามปกติแม้จะมีการหมุนเหวี่ยงก็ตาม จึงทำให้กุ้งสามารถจะขยับขาหรือว่ายน้ำ เพื่อปรับพิกัดร่างกายให้ตรงดิ่งตามแรงโน้มถ่วงโลก
เพราะฉะนั้นแล้วทีมวิจัยจากญี่ปุ่น จึงได้พัฒนาเครื่อง Clinostat ความเร็วสูงแบบพิเศษ ซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูงถึง 130 รอบต่อนาที จนกุ้งไม่สามารถปรับทิศทางของร่างกายได้ทัน นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการสร้างสภาวะไร้น้ำหนักจำลองสำหรับกุ้งได้จริง ๆ โดยกุ้งที่นำมาทดลองนั้นเป็นกุ้งขนาดเล็กอย่างตัวอ่อนกุ้งคุรุมะ ที่มักใช้ทำซูชิกุ้งเป็นเวลานาน 15 นาที จนพบว่ากุ้งพวกนี้จะอาศัยการเกาะตาข่ายพลาสติกเพื่อไม่ให้ตัวเองลอยไปตามการกระเพื่อมของน้ำ
ทั้งพฤติกรรมการหาอาหารจากการออกล่าหาอาหารตามปกติ ก็กลายมาเป็นการรอจับเม็ดอาหารที่ลอยมาตรงหน้าปากพอดีแทน นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมกุ้งเมื่อผ่านสภาวะจำลองมา 24 ชั่วโมงแล้ว พบว่ายีนที่ควบคุมการสร้างไคตินและเปลือกนอกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แสดงว่าสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำส่งผลกระทบต่อกุ้งในระดับเซลล์จริง ๆ
ต่อมาทีมวิจัยได้ลองทำการทดลองนี้กับไรทะเลที่เป็นอาหารหลักของกุ้งดูบ้างเป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน ซึ่งปรากฏว่าไรทะเลสามารถจับสาหร่ายกิน ขับถ่าย และเจริญเติบโตจนตัวใหญ่ขึ้นได้ตามปกติ โดยไม่ได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายร้ายแรงแม้จะอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักก็ตาม
งานวิจัยเรื่องนี้จึงแสดงให้เห็นว่ากุ้งเป็นสัตว์ที่มีศักยภาพสูงมาก ที่จะนำไปเพาะเลี้ยงนอกโลก ทั้งบนสถานีอวกาศและฐานบนดาวต่าง ๆ เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับนักบินอวกาศหรือผู้ตั้งถิ่นฐานนอกโลกในระยะแรก ก่อนที่จะเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น อย่างเช่น ปลาสายพันธุ์ต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการทดลองที่มากขึ้นในอนาคต
News by Chinapong Lienpanich, The Space Times