06/05/2018
คำถาม : คนธรรมดาปรารถนานิพพานไปทำไม? อุปทานหมู่ โกหก ไร้สาระหรือเปล่า? เอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่าไหม?
https://www.facebook.com/Nirvana.AND/photos/a.603808016347585.1073741830.603721839689536/1809034759158232/?type=3&theater
ดอกบัว 4 เหล่า
ก่อนครูบาอาจารย์ทั้งหลายจะสนทนาธรรมกับศิษย์หรือบุคคลทั่วไป ต้องพิจารณาความเหมาะสมก่อน ว่าคู่สนทนามีภูมิทางธรรมในระดับใด คัดแยกง่ายๆ เหมือนดอกบัว 4 เหล่า ดังนี้
ดอกบัว นั้นมี 4 เหล่า (1) บัวใต้ดินตม (2) บัวใต้น้ำ (3) บัวที่ใต้ผิวน้ำ, (4) พ้นผิวน้ำ
บุคคล 4 เหล่า :
(1) เหมือนบัวใต้ดินตม สะสมบุญบารมีมาน้อยเกินไป ไม่ชอบฟังธรรม ไม่มีศัทธา แม้นจะแสดงธรรมอันบริสุทธิ์เขาก็จะกล่าวว่าธรรมนั้นไม่บริสุทธิ์ ไม่ควรเสียเวลาอันมีค่าไปสนทนาธรรมใดๆเลย คุยเรื่องอื่นจะดีเหมาะกว่า
(2) เหมือนบัวใต้น้ำ สะสมบุญมาปานกลาง เริ่มสนใจปฏิบัติธรรมในเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้มรรคผลอะไรเลย ควรสนทนาธรรมในระดับพื้นฐานเบื้องต้นเท่านั้น เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม แต่ถ้าชักชวนให้ปฏิบัติธรรม เช้่น ในกรรมฐาน 40 ซึ่งมีอยู่จริง เขาจะปฏิเสธและกล่าวว่าธรรมนั้นไม่บริสุทธิ์ เขาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติธรรม
(3) เหมือนบัวที่ผิวน้ำ สะสมบุญบารมีมามาก มีภูมิทางธรรมะบ้างแล้ว ศีลเริ่มมั่นคงแล้ว แต่ยังเข้าไม่ถึงซึ่งพระนิพพาน ถ้าไปสนทนาเรื่องการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานซึ่งมีอยู่จริง เขาปฏิเสธและจะกล่าวว่าธรรมนั้นไม่บริสุทธิ์ และไม่มีพระนิพพานเป็นคติหลังความตาย
(4) เหมือนบัวพ้นน้ำ คือเหล่าพระอริยะเจ้า/บุคคล ปฏิบัติธรรมกระทั้งสำเร็จมรรค-ผลแล้ว บางท่านสามารถเข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้จากวิชามโนมยิทธิ แยกเป็นพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ แยกเป็นผู้ที่ได้มรรค และได้ผล สนทนาเรื่องพระนิพพานได้ แต่ต้องระวังว่าจะไปสอนพระอรหันต์เข้าโดยไม่รู้ตัว เพราะท่านเหล่านี้จะไม่แสดงออกว่าตนสำเร็จมรรคผลอะไรบ้าง ยกเว้นสอนลูกหลานตนเอง
ผู้สำเร็จมรรคผลเป็นพระอริยะเจ้า/พระอริยะบุคคลในชาติปัจจุบัน ในอดีตชาติเป็นผู้เคยทรงศีลอันบริสุทธิ์ เคยปฏิบัติธรรมขั้นสูง ย่อมเคยรู้เห็นสัมผัสหยั่งเข้าถึงซึ่งพระนิพพานมาแล้ว ตั้งแต่ในอดีตชาติ เคยพิสูจน์ เคยทดลอง เคยได้มรรคผลมาก่อน จึงรู้ว่าพระพุทธเจ้ามีอยู่จริง พระธรรมมีอยู่จริง พระอริยะสงฆ์ (พระอรหันตฺ์) มีอยู่จริง หนทางพ้นทุกข์ไม่ต้องกลับมาเกิดใหม่มีอยู่จริง พระนิพพานมีอยู่จริง (โดยใช้วิชามโนมยิทธิ)
เมื่อพระอริยะเจ้า/บุคคล กลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ ก็ยังสนใจ ชื่นชอบ มั่นคง มีคติคือเป้าหมายในชีวิตว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานให้ได้ ไม่ท้อถอยแม้นสังคมรอบๆตัวเองจะไม่เห็นด้วย เป็นนิสัยที่ติดตัวมาและไปในทุกชาติ จนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพานในชาติสุดท้าย จะรักพระนิพพานยิ่งกว่ารักสิ่งๆใดๆในโลกนี้ "โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลย"
พระอริยะ มีทั้งบวชแล้ว (เป็นพระสงฆ์) และยังไม่ได้บวช (เป็นฆารวาส) แต่มีปฏิปทาเหมือนเป็นพระ เป็นผู้สะสมบุญบารมีมามาก มีภูมิปัญญาสูง ย่อมมีญาณหยั่งรู้ติดตัวมาแต่กำเนิด ยามใดที่พบครูบาอาจารย์ทางธรรม ฝึกฝนทบทวนอีกนิดหน่อย ก็สามารถใช้ ฌานและญาณได้อีกครั้ง ใช้ระลึกชาติ หยั่งรู้เหตุการณ์ต่างๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ตามความเป็นจริง ย่อมแลเห็นสุข/ทุกข์ในทุกๆชาติ
การใช้ญาณหยั่งรู้ มองเห็นวัฏฏะสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด วนเวียนซ้ำเดิมไม่มีที่สิ้นสุด ก็เหมือนนั่งดูหนังเรื่องเดิม ร้อยรอบพันรอบ ก็เห็นตัวละครเล่นซ้ำๆเดิมๆ เห็นต้นเหตุของวัฏฏะคือการจองเวรจองกรรมซึ่งกันและกันแบบไม่มีที่สิ้นสุด
ในที่สุดก็เริ่มเกิดความเบื่อหน่าย เบื่อหน่ายในการเกิดและตายแบบไม่มีที่สิ้นสุดนี้ เห็นความจริงว่าทุกข์นั้นมีมากกว่าสุข จึงหาทางดับทุกข์ทั้งปวงของตนเอง ด้วยการตั้งความปรารถนาว่า "ถ้าเป็นไปได้จะไม่กลับมาเกิดใหม่อีก" นี้เป็นจุดเริ่มต้นของคนที่จะปรับเปลี่ยนชีวิตของตนเองให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด เริ่มตั้งความปรารถนาพระนิพพาน เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่พระนิพพานในที่สุด