20/08/2026
🥹
◉ POLLUTION: ลุ่มน้ำกกจะยังเป็นแหล่งผลิตอาหาร ‘ที่ปลอดภัย' ให้กับผู้คนได้หรือไม่? เมื่อมีการตรวจพบสารโลหะหนักในพืชผล หากปัญหาสารพิษจากเหมืองแร่ยังไม่แก้เช่นนี้ สารปนเปื้อนเหล่านี้อาจคุกคามมายังจานอาหารบนหน้าเรา
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 9 สิงหาคม ได้มีการเผยแพร่ผลตรวจสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานทั้งแคดเมี่ยม ตะกั่ว สารหนู ในพืชผลการเกษตรที่ลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย อาทิ แตงกวา มะเขือยาว พริก มะม่วง กะหล่ำดอก
จากการเผยแพร่ของสำนักข่าวชายขอบ ระบุว่า ผลการตรวจมาจากสำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ ได้ดำเนินการตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนจากพืชบริเวณริมแม่น้ำกก ในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และอ้างอิงค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เก็บตัวอย่างตั้งแต่ธันวาคม 2568 - พฤษภาคม 2569 รวม 6 ครั้ง แต่พึ่งเผยแพร่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
ครั้งแรก (เก็บตัวอย่าง 18 ธ.ค. 2568) พบสารโลหะหนักเกินค่าในพืช 7 จาก 11 ชนิด เช่น ดอกหอม, กะหล่ำดอก, พริกขี้หนูผลใหญ่, แตงร้าน, เสาวรส
ครั้งที่สอง (เก็บตัวอย่าง 23 ม.ค. 2569) พบสารโลหะหนักเกินค่าในพืช 5 จาก 11 ชนิด เช่น พริกขี้หนู ผักกาดเขียวปลี ถั่วพุ่ม และมะเขือม่วง
ครั้งที่สาม (20 ก.พ. 2569) พบสารโลหะหนักเกินค่าในพืช 10 จาก 12 ชนิด เช่น กระเทียม สับปะรด มะเขือม่วง พริกขี้หนู มะเขือยาว ข่า และข้าวโพดหวาน
ครั้งที่สี่ (30 มี.ค. 2569) สารโลหะหนักเกินค่าทั้ง 11 ชนิดที่ตรวจสอบ เช่น แตงกวา ฝรั่ง มะม่วง มันเทศญี่ปุ่น
ครั้งที่ห้า (20 เม.ย. 2569) สารโลหะหนักเกินค่าทั้ง 4 ชนิดที่ตรวจสอบ เช่น กระเทียม ถั่วฝักยาว
ครั้งที่หก (25 พ.ค. 2569) เสารโลหะหนักเกินค่าทั้ง 4 ชนิด เช่น มะเขือเปราะ และบวบ
#ความเอ๊ะกับการเผยแพร่ผลตรวจ จะพบว่ามีการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในพืชผลเกษตรในทั้ง 6 ครั้ง อีกทั้งยังเป็นที่น่ากังวลในแง่ความชัดเจนของผลตรวจ แม้การเก็บตัวอย่างจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 แต่ข้อมูลผลตรวจชุดนี้เพิ่งปรากฏสู่สาธารณะภายหลัง จึงเกิดคำถามถึงความรวดเร็วและความโปร่งใสในการสื่อสารข้อมูลที่เสี่ยงเช่นนี้ อีกทั้งยังไม่มีการเปิดเผยวิธีการเก็บตัวอย่าง ชนิดพื้นที่แบบใด ตรงบริเวณไหน และยังไม่มีการช่วยเหลือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งทำให้ประชาชนขาดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลความเสี่ยงต่อสุขภาพและอาหารที่ตนควรรู้
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ มีการเปิดเผยผลการตรวจสารปนเปื้อนที่ตรวจพืชผักในพื้นที่ลุ่มน้ำกกด้วยอย่างน้อย ๆ 2 ชุด ชุดแรก คือผลการตรวจครั้งที่ 10 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ กันยายน 2568 ระบุว่าไม่พบสารหนู แคดเมียม และตะกั่ว ในตัวอย่างน้ำ พืชผัก สัตว์น้ำ แต่อีกชุดหนึ่งการตรวจพืชผัก จ.เชียงใหม่-เชียงราย ของกรมวิชาการเกษตรในปี 2568 พบว่าการสุ่มตรวจใน อ.แม่อาย จาก 10 ตัวอย่าง พบว่า 8 ตัวอย่างอยู่ในระดับปลอดภัย ขณะที่อีก 2 ไม่พบการปนเปื้อน ส่วนตัวอย่างใน จ.เชียงราย (อ.เมือง อ.เวียงชัย อ.เชียงแสน) พบแคดเมียมและตะกั่วเกินค่ามาตรฐานในผัก เช่น เบบี้คอส ปวยเล้ง และผักกาดฮ่องเต้
เช่นนี้ แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนแห่งนี้จะยังเป็น 'แหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัย' อยู่อีกหรือไม่? เพราะความน่ากังวลนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงพืชผลที่ถูกนำมาตรวจในครั้งนี้ ‘ลุ่มน้ำกก’ เองเป็นระบบที่เชื่อมโยงทั้งน้ำ ตะกอนดิน พื้นที่เกษตร สัตว์น้ำ และอาหาร เมื่อมีการตรวจพบสารปนเปื้อนในระบบแล้ว ก็น่าคิดต่อว่า แล้วการปนเปื้อนกระจายไปถึงส่วนใดบ้าง? อาหารชนิดใดหรือพื้นที่ใดมีความเสี่ยง? ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะให้ประชาชนได้
ที่มา
https://transbordernews.in.th/home/?p=47314
https://www.facebook.com/share/p/1Dc7F8auiW/
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/424290
https://www.thaipbs.or.th/news/content/505117
ภาพแม่น้ำ : รักษ์แม่กก
#ความมั่นคงทางอาหาร #แม่น้ำกก #สารโลหะหนัก #เหมืองแร่