28/12/2014
สสวท ป6 โดยครูเบียร์
https://www.youtube.com/playlist?list=PLff_XCVBZ6V1_FbCSkOibKh2ypfkpZcYQ
ช่วยปรึกษาปัญหาทางด้านการศึกษา
28/12/2014
สสวท ป6 โดยครูเบียร์
https://www.youtube.com/playlist?list=PLff_XCVBZ6V1_FbCSkOibKh2ypfkpZcYQ
28/12/2014
วิทย์คำนวน ม1 โดยครูเบียร์
https://www.youtube.com/playlist?list=PLff_XCVBZ6V28CVQSU01Id-4QeHIY_sW6
28/12/2014
คณิต O-Net ม3 โดยครูเบียร์
https://www.youtube.com/playlist?list=PLff_XCVBZ6V14KQzFGJgkuMA79isXoZnY
Meta-cognition หรือ บางคนเรียกว่า อภิปัญญา หรือ บางคนเรียกว่า การตระหนักรู้นั้น เป็นกระบวนการที่ คน คนหนึ่งรู้ว่า รู้ว่าตัวเองกำลังรู้อะไร ตัวเองกำลังไม่รู้อะไร โดยการตระหนักรู้นั้น คือ การรู้โดยที่ มีการตรวจสอบและควบคุมความรู้นั้นควบคู่ไปด้วย Meta-cognition นั้น ประกอบไปด้วย Meta-cognitive Knowledge , Meta-cognitive Experience , Task and Goal และ Strategy
Meta-cognitive Knowledge ต่างจากความรู้ หรือ Knowledge ทั่วไปอย่างไร เช่นเราให้นักเรียนสร้าง วงกลมแนบในสามเหลี่ยม นักเรียนที่มี Knowledge เฉยๆ จะรู้ว่า วงกลมเป็นอย่างไร สามเหลี่ยมเป็นอย่างไร แต่นักเรียนที่มี Meta cognitive Knowledge จะรู้ว่า ตัวเองมีรูปแบบการเรียนรู้อย่างไร เช่น ถนัดในการฟัง ถนัดในการลงมือปฏิบัติ อย่างนี้เรียกว่า รู้ตน เป็นตัวแปรทางด้าน Person ต่อมานักเรียนก็จะมีการเลือกใช้กลยุทธ์ว่าจะใช้กลยุทธ์แบบไหน นั่นคือ ตัวแปรทางด้าน Strategy และ นักเรียนก็จะแก้ปัญหาหรืองาน(Task) โดยวิเคราะห์ลักษณะงาน หรือ ตัวแปรทางด้าน Task
Meta-cognitive Experience เป็นประสบการณ์ที่ Conscious experience เป็นประสบการณ์ที่เรารู้ว่า เรากำลังทำอะไร เช่น บางคนเคยไปเที่ยวต่างประเทศ ในขณะที่เที่ยว ไม่ใส่ใจว่า สถานที่นั้น สถานที่นี้ไปอย่างไร นั้นคือ การมี Experience ธรรมดา แต่ในทางกลับกัน หากไปเที่ยวในสถานที่นั้น แล้วมีการรู้ว่า รถไฟขี้นอย่างนี้ เรือสำราญนั่งตรงนี้ นั้นก็ถือว่า เป็น Meta-cognitive Experience หรือ ในการถอดชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ ถ้านักเรียนถอดแล้ววางสะเปะสะปะ นั่นถือเป็น Experience ธรรมดา แต่ถ้านักเรียนถอดมาวางมีการแยกว่า นี่ถอดอันแรก นี่ถอดอันที่สอง อันที่สาม แสดงว่า นักเรียนมี Meta-cognitive Experience
Task and Goal
ในกระบวนการหนึ่งๆ นักเรียนจะมีการวางเป้าหมาย เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น โดยการที่นักเรียนจะบรรลุเป้าหมายได้ นักเรียนจะต้องไปด้วย Meta-cognitive Knowledge, Meta-cognitive Experience จะสังเกตได้ว่า เมื่อนักเรียนมีการวางเป้าหมายแล้ว ปัญหานั้นจะเป็นปัญหาของนักเรียนเอง
Meta-Cognitive Strategy
นักเรียนจะวางกลยุทธ์ที่จะคอยตรวจสอบและควบคุมกระบวนการต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้วยตัวของเขาเอง
โดยสรุปแล้ว Meta cognition คือ กระบวนการทางปัญญา ที่มีการตรวจสอบและควบคุม ว่า เรากำลังทำอะไรอยู่
การที่จะฝึกนักเรียนให้มี Meta-Cognition นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ ในประเทศสิงคโปร์ Meta-Cognition อยู่ในระดับหลักสูตร นั่นหมายความว่า ครูทุกคนจะต้องรู้ แต่ในประเทศไทยนั้น ผมเพิ่งรู้เมื่อวานครับ
cr ครูพี่เบียร์
เพจนี้ บริการให้คำปรึกษาฟรี สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ยินดีรับฟังปัญหาและพร้อมที่จะช่วยแก้ไข ถ้าหากท่านใดมีปัญหา สามารถโพสต์มาถามได้ที่เพจนี้เลย ทางแอดมินเรายินดีจะตอบ ปัญหาและข้อสงสัย
คำถามที่พบบ่อย
"ถ้านักเรียน ต้องการจะสอบห้องโครงการต้องเตรียมตัวอย่างไร"
ก่อนอื่นจะต้อง เข้าใจธรรมชาติของนักเรียนว่า นักเรียนถนัดในวิชาอะไร เช่น นักเรียนบางคนอาจจะถนัดวิทยศาสตร์ นักเรียนบางคนอาจจะถนัดคณิตศาสตร์ หรือ ภาษาอังกฤษ นั้นคือขั้นที่ 1
ขั้นที่ 2 จะต้องวิเคราะห์ว่า นักเรียนยังอ่อนในวิชาไหน
ขั้นที่3 เมื่อรู้ว่า อ่อนแล้วจะต้องวิเคราะห์ว่า นักเรียนอ่อนในเนื้อหาอะไร
ขั้นที่ 4 นำ จุดแข็งและจุดอ่อน มาวิเคราะห์
ขั้นที่ 5 วางแผนเพื่อพัฒนาและแก้ไข
ตัวอย่างเช่น นักเรียนคนหนึ่ง เก่งวิทย์ คณิตปานกลาง อ่อนภาษาอังกฤษ โดยที่ คณิต มีปัญหาตรงตำแหน่งสมการ ภาษาอังกฤษ อ่อนคำศัพท์
ดังนั้น เราก็ควรที่จะแก้ไขนักเรียนตรงตำแหน่งสมการ เช่น อาจจะให้นักเรียนฝึกทำบ่อยๆ หรือ ตรวจสอบตรงตำแหน่งความไม่เข้าใจของนักเรียน และ ก็ฝึกให้นักเรียนท่องศัพท์ ซึ่งการท่องศัพท์นั้น ก็อาจจะมีการนำคำศัพท์ ไปเชื่อมโยงกับรูปภาพ หรือ เรื่องราวต่างๆ เพื่อให้นักเรียนจำศัพท์ได้ง่ายขึ้น ส่วนวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้วก็ห้ามละเลย และ จะประมาทไม่ได้ว่า วิทย์เก่ง เพราะ ถ้าข้อสอบออกมาง่าย นักเรียนทีถนัดและไม่ถนัด จะแบ่งกันชัด แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ข้อสอบออกมายาก นักเรียนที่ถนัดและไม่ถนัดอาจจะมีคะแนนที่ใกล้เคียงกัน
ดังนั้น ในการสอบแข่งขัน พ่อและแม่จะต้องมีการวางแผนอย่างดี และ ต้องคอยสำรวจความเข้าใจของลูกๆอย่าง สม่ำเสมอ และ เมื่อมีปัญหาก็ปรึกษาครูที่สอน เพราะเขาจะเข้าใจนักเรียนอย่างดี และ ช่วยกันหาทางแก้ไข
ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม จะถามมาเป็นคำถามก็ได้ ส่วนทางสถาบันนั้น มีการเปิดสอน ทั้ง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ โดยบุคลากรคุณภาพ ถ้าอยากรู้จักสถาบันมากขึ้น ติดต่อได้ที่ 076-510802 หรือ มาพบกันได้ที่ อาคารรู้ศึกษา รู้สึกตัวชั้น 5
จากคำถาม " จะปรึกษาว่ามีน้องจะสอบเข้าม.1ต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรเรียนประมาณไหนบ้างคะตอนนี้อยู่ป.5ค่ะ รบกวนหน่อยนะคะ "
คำตอบ: แนวทางการเรียนรู้นั้น จะต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า น้องจะสอบเข้าโครงการอะไร ถ้าหากเป็นห้องเรียนพิเศษวิทย์ คณิต หรือ ห้องโครงการนั้น น้องจะต้องมีการวางแผนอย่างหนัก เพราะว่า การสอบห้องเรียนพิเศษ วิทย์ คณิต ในแต่ละปีนั้น จะมีนักเรียนเข้าสอบปีละ 800-1000 คน และ ถ้าเป็น โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย จะมีเปิด ณ ปัจจุบันนี้ 3 ห้อง คือ ห้อง 1 จำนวน 30 คน และ ห้อง 2 ห้อง 3 อีกห้องละ 40 คน รวมเป็น 110 คน อัตราส่วนของการรับเข้าต่อผู้เข้าสอบ จะประมาณ 1 ต่อ 10 ดังนั้นจะมีอัตราการแข่งขันสูงมาก ซึ่งขณะนี้น้องอยู่ ป5 นั้น วิชาหลักที่จะต้องแข็งแรงมากก็คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ ถ้าเป็นวิชาคณิตศาสตร์นั้นน้องจะต้องมีความรู้พื้นฐานที่มากพอสมควร และ ต้องเสริมประสบการณ์ในการทำข้อสอบ สสวท สมาคมคณิตศาสตร์ และ สพฐ ให้ได้ ส่วนวิทยาศาสตร์นั้น น้องจะต้อง ฝึกทำข้อสอบ สสวท และ จะต้องมีความรู้รอบตัว และ ต้องมีการคิดในเชิงวิเคราะห์ ส่วนวิชาภาษาอังกฤษนั้น น้องจะต้องมี ความสามารถ ทั้ง Reading Grammar และ Conversation โดยวิชาที่เป็นวิชาที่ยากมาก คือ วิชาคณิตศาสตร์
สำหรับ ถ้าหากน้องพลาดจากห้องโครงการพิเศษแล้ว ก็จะเป็นห้องทั่วไป ซึ่ง จะมีการสอบภาษาไทยและสังคมร่วมด้วย ซึ่งภาพคร่าวๆจะเป็นแบบนี้ ส่วนถ้าคุณแม่สงสัยอะไรเพิ่มเติม จะถามมาเป็นคำถามก็ได้ ส่วนทางสถาบันนั้น มีการเปิดสอน ทั้ง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ โดยบุคลากรคุณภาพ ถ้าอยากรู้จักสถาบันมากขึ้น ติดต่อได้ที่ 076-510802 หรือ มาพบกันได้ที่ อาคารรู้ศึกษา รู้สึกตัวชั้น 5
ยินดีให้คำปรึกษา ทางด้านการเรียน ของนักเรียน พร้อมเสนอวิธีการแก้ปัญหาให้ผู้ปกครองทุกท่าน แอดมินมีภาระงานหลายด้าน เวลาในการตอบอาจล่าช้า แต่แอดมินจะพยายามตอบผู้ปกครองให้ครอบคลุมประเด็นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้