19/08/2026
เมื่อทักษะในตำรา เจอความจริงระดับ 5 ดาว
ที่ The Okura Prestige Bangkok
เมื่อถึงเวลาต้องฝึกงาน ใบเฟิร์นเลือกเดินออกจาก Comfort Zone เดิมๆ
ไปสมัครที่ The Okura Prestige Bangkok
โรงแรมหรูที่ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานการบริการแบบญี่ปุ่น
ด้วยหวังว่าจะได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก
แต่หน้างานจริงกลับกลายเป็นการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
ควบคู่กับภาษาญี่ปุ่นในบางสถานการณ์
ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่ทำให้ใบเฟิร์นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว
“ช่วงแรกของการฝึกงานเรียกได้ว่าหินและหนักหน่วงพอสมควร
ใบเฟิร์นต้องปรับตัวเรื่องการใช้ระดับภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับผู้เข้าพัก
เรียนรู้กฎระเบียบ มารยาทในการทำงาน และความท้าทายที่สุด
คือการต้องเรียนรู้ระบบ Opera ซึ่งเป็นระบบหลักในการบริหารจัดการงานของโรงแรม
ที่มีรายละเอียดเยอะมาก ทุกขั้นตอนต้องรอบคอบ
และห้ามพลาดจากมาตรฐานของโรงแรม มีเหตุการณ์หนึ่งที่ใบเฟิร์นจำได้ไม่ลืม
คือเคสที่มีเก้าอี้เกิดชำรุดและหักขณะที่ลูกค้ารับประทานอาหารเช้า
ใบเฟิร์นได้รับหน้าที่เข้าไปช่วยในบทบาท “ล่าม”
เพื่อสื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงานของโรงแรมในวินาทีวิกฤตนั้น
ในสถานการณ์นั้น โรงแรมให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
และความรู้สึกของลูกค้าเป็นอันดับแรก
มีทีมแพทย์เข้ามาดูแลทันที และมีการสื่อสารอธิบายสถานการณ์
เสนอแนวทางการชดเชยอย่างเหมาะสม
เพื่อแสดงความรับผิดชอบและขอโทษลูกค้าอย่างจริงใจ
เหตุการณ์นี้ทำให้ใบเฟิร์นเห็นภาพการบริการแบบญี่ปุ่นชัดเจนมาก
คือใส่ใจในรายละเอียด รวดเร็วในการแก้ปัญหา และเอาความรู้สึกของลูกค้าเป็นหลัก”
ประสบการณ์นี้ยังทำให้ตกผลึกเรื่องความต่างของวัฒนธรรมบริการ
โดย วัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น จะเน้นความสุภาพ อ่อนน้อม ละเอียดรอบคอบ
และมีลำดับขั้นชัดเจนทั้งกับการบริการและการสื่อสารภายในองค์กร
ขณะที่ วัฒนธรรมแบบอเมริกัน จะเน้นความเป็นกันเอง
เปิดเผย สื่อสารตรงไปตรงมา ซึ่งให้ความรู้สึกคล่องตัวและเข้าถึงง่าย
การเข้าใจความต่างนี้ทำให้เธอสนุกและยืดหยุ่นกับการทำงานมากขึ้น
พัชร์ณัณ สุระภี (ใบเฟิร์น) นักศึกษาชั้นปีที่ 4
สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต