เฮงเจริญรุ่งเรืองพระเครื่อง

เฮงเจริญรุ่งเรืองพระเครื่อง ส่งเสริมการศึกษา ก่อนสะสม บริการพร?

เป็นเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติพระเกจิอาจารย์ และวัตถุมงคลต่างๆ ทั้งของเก่า และของใหม่ เพื่อให้ผู้ที่เริ่มสะสมใหม่ ได้เรียนรู้ไว้เป็นแนวทาง ก่อนสะสม ยินดีรับเช่า และให้เช่า พระแท้ วงการนิยม ในราคาย่อมเยาว์ รับประกันคืนเงินเต็มทุกองค์

ตะกรุดมหาโสฬส วัดสะพานสูง มหาตะกรุดอันดับ ๑ ในบรรดาเครื่องรางของขลัง เบญจภาคีเครื่องรางของแวดวงนักสะสมเครื่องรางของขลัง ...
05/03/2017

ตะกรุดมหาโสฬส วัดสะพานสูง

มหาตะกรุดอันดับ ๑ ในบรรดาเครื่องรางของขลัง เบญจภาคีเครื่องรางของแวดวงนักสะสมเครื่องรางของขลัง ได้ให้การยอมรับและยกย่องให้ "ตะกรุดมหาโสฬสหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง" ให้เป็นอันดับ ๑ หายากที่สุดยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ไม่มีนักเลงพระคนใดจะไม่รู้จัก อย่างน้อยก็ต้องได้ยินนักเลงพระด้วยกันเล่าขานถึง ผู้ใดมีต่างก็หวงแหนเป็นอย่างยิ่ง

ที่สุดของที่สุดแห่งตะกรุด

ปรากฏกฤตยาการแห่งตะกรุดมหาโสฬสเป็นที่สำแดง และยืนยันถึงอำนาจพุทธาคม โดยปราศจากข้อกังขาใดๆ ตะกรุดของท่านได้รับการปลุกเสกขึ้นมา ด้วยอำนาจพลังจิตสูงส่งผ่านปลายเหล็ก จารถ่ายทอดลงสู่แผ่นโลหะ ในรูปแบบเลขยันต์อักขระเลขจารึกแห่งสูตรมหาโสฬสมงคล และพระไตรสรณคมน์ ล้อมรอบด้วยบารมี ๓๐ ทัศ อันพิเศษสุด พร้อมด้วยมนต์ปัสสาสะปราณชีพ ด้วยพลังจิตสุดยอดของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง เมื่อสำเร็จแล้วด้วยอิทธิเวทย์พุทธาคม กิตติคุณของตะกรุดมหาวิเศษขจรขจาย ควบคู่กันไปกับนามของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง มีปาฏิหารย์ดุจดังเทวดาสร้าง มีค่าควรเมือง หรือค่าพันตำลึงทอง

ปลุกเสกองค์เดียวด้วยโองการมหาทะมื่นให้ได้ครบ ๑๐,๐๐๐ จบเป็นเวลาถึง ๓ ปี ( ๓ พรรษา ) ไม่มีวัตถุมงคลของสำนักใด ที่มีการปลุกเสกอย่างลึกล้ำเสมอเหมือนตะกรุดของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูงเป็นแน่แท้ มีอานุภาพทุกด้านครอบจักรวาล ผู้ใดมีไว้ครอบครองหมั่นบูชากราบไหว้ด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่น จะเป็นสิริมงคลแก่ตนและวงศ์ตระกูล พ้นจากภัยพิบัติต่างๆ ชีวิตจักไม่ตกต่ำ เป็นมหามงคลยิ่งใหญ่ มีเมตตามหานิยม, เจริญลาภผล จังงัง, กำบังภัย, แคล้วคลาด, คงกระพันชาตรี, บำบัดและป้องกันเจ็บไข้ เสนียดจัญไรโจรภัยกันไฟพ้นจากศัตรูหมู่สัตว์ร้าย อย่าว่าแต่ปืนผาหน้าไม้เลย แม้แต่อหิงสาหรือฟ้าผ่าก็ยังกันได้ แจ้งเหตุการณ์ให้ทราบก่อนล่วงหน้า ดลใจในทางที่ถูกที่ควร

ถ้าอยู่ในบ้านเรือนบูชา ก็จะมีแต่ศิริมงคล แต่ที่สำคัญที่จะทำให้ผู้มีไว้ครอบครอง ได้สัมฤทธิ์ผลแห่งเดชานุภาพทั้งปวง แต่ต้องปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ตะกรุดฯ หลวงปู่เอี่ยมจึงเด่นขึ้นสู่ความนิยมสูงยิ่งเป็นอันดับ๑ ของบรรดาเครื่องรางและตะกรุด เป็นวัตถุมงคลที่มีสนนราคาสูงยิ่ง และหายากยิ่งจนมีผู้สืบเสาะอยากจะเป็นเจ้าของกันทั่วไป

ขั้นตอนการลงตะกรุด

ตะกรุดของท่านจะลงในวันเสาร์,วันอังคาร เวลาตอนเช้า โดยจะทำการลงพระยันต์มหาโสฬสมงคลประทับหน้า เมื่อม้วนแล้วจะอยู่ด้านใน พระยันต์นี้ แม้แต่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ ผู้เจนจบในยันต์ ๑๐๘ ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า ยันต์โสฬสมงคลเป็นยันต์อันวิเศษสุดกว่ายันต์ทั้งปวง พระองค์ได้นำไปประทับในพระอุโบสถของวัดสุทัศน์ฯ และเขียนสอดใส่ไว้ใต้หมอนหนุนศรีษะตลอดเวลา จนกระทั่งมรณะภาพ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๗ จึงได้พบแผ่นยันต์นี้

ยันต์โสฬสมงคลเป็นยันต์เลข ๓ ชั้น ชั้นนอกลงด้วยเลข ๑๖ ตัว (โสฬสคำนี้แปลว่า ๑๖ ชั้นฟ้า อันมีอินทร์,พรหม,ยม,นาค และพระคณาจารย์โบราณ จะกล่าวพรรณาถึงเมื่อเวลากระทำพิธีบวงสรวง ในการบูชาครูทุกๆ ครั้ง) ด้วยสูตรโสฬสรอบกลางลงด้วยเลข ๑๒ ตัว ลงด้วยสูตรตรีนิสิงเห,รอบในลงด้วยเลข ๖ ตัว,ลงด้วยสูตรจตุโร แล้วทำการลงอักขระเพื่อล้อมรอบยันต์ทั้ง ๔ ด้าน ด้วยพระคาถาบารมี ๓๐ ทัศน์ ส่วนพระยันต์ไตรสรณคมน์ ประทับหลัง เมื่อม้วนแล้วยันต์จะอยู่ด้านนอก ล้อมด้วยอิติปิโส ฯลฯ ภควาติ ลงด้วยสูตรรัตนมาลัยเป็นตาม้าหมากรุกโดยรอบ

หลังจารม้วนตะกรุดเสร็จแล้ว ท่านจะโรยด้วยผงวิเศษ ๕ ประการ ที่ท่านปลุกเสกเองกับผงยันต์ตะกรุดโสฬสมงคล และผงพระยันต์ไตรสรณาคมน์ ทาหรือจุ่มรักเพื่อให้คงทนที่ผสมด้วยผงพุทธคุณ หลวงปู่ท่านจะมาปลุกเสกตามตำรับโดยเฉพาะของท่าน ต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนานถึง ๓ ปี (๓ พรรษา) ทุกขั้นตอนละเอียดความปราณีต ทำด้วยความพากเพียรพยายามตั้งใจตามตำรับโบราณาจารย์ เพื่อให้มีพุทธคุณมีอิทธิฤทธิ์ที่ยิ่งยวด เสมือนเหมือนประดุจดั่งเทวดาสร้างมีค่าควรเมือง

เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนสำนักใด

ตะกรุดหลวงปู่มีอายุการสร้างมีอายุประมาณ ๑๔๐-๑๕๐ ปี มีความเป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนการสร้างตะกรุดของคณาจารย์รูป อื่นๆ เช่น การม้วน,การตัดแผ่นโลหะ อีกทั้งความเก่าของแผ่นโลหะสนิมที่เกาะ และการกัดกร่อนแผ่นโลหะตามระยะเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งเชือกสายสิญจน์ที่ใช้ถัก รวมถึงผงวิเศษที่ใช้โรยและรักที่ลงไว้ ก็จะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนสำนักใด ผิดแผกไปจากสำนักอื่น คือ จะมีสีอมแดง เมื่อส่องกับแดดหรือที่สว่าง เมื่อพิจารณาจะเห็นเม็ดแดงๆ ที่ว่านี้ได้ชัดเจน

เพชรน้ำเอกแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ปัจจุบัน "หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง" ได้มรณะภาพไปแล้วรวม ๑๐๖ ปี แต่ชื่อเสียงเกียรติคุณของท่านยังเป็นที่เลื่องลือ และกล่าวขวัญอยู่เสมอไม่มีวันเสื่อมคลาย วัตถุมงคลของท่านผู้ครอบครองต่างก็ประสบคุณอภินิหารมากมาย จนกล่าวได้ว่า ไม่มีผู้ใดที่มีวัตถุมงคลของท่านติดตัว ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรมอันควรแล้ว ต้องเสียชีวิตจากคมอาวุธหรือสิ่งมีคมอื่นๆ แม้แต่รายเดียว กาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงคือ ความเป็นอมตะของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง และวัตถุมงคลของหลวงปู่เอี่ยม เพชรน้ำเอกแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สนใจอยากได้ไว้บูชา ติดต่อคุณภูมิพัฒน์ โทร.(095) 789-1222 รับประกันความแท้ ความเก่าถึงยุค ตามหลักสากลนิยม เก๊ คืนเงินเต็มจำนวน โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

ตะกรุดหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า  เป็นตะกรุดเนื้อเงิน ลงรัก ถักเชือกลายกระบอง สภาพเดิมๆ หายากมาก เก่าขลังดูง่ายๆ ว่า...
05/03/2017

ตะกรุดหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

เป็นตะกรุดเนื้อเงิน ลงรัก ถักเชือกลายกระบอง สภาพเดิมๆ หายากมาก เก่าขลังดูง่ายๆ ว่ากันว่านักเลงเครื่องรางตัวจริง ถ้าไม่มีของท่านก็ไม่ใช่ตัวจริง พุทธคุณครบเครื่อง ชีวิตนี้ถ้ามีตะกรุดหลวงปู่ศุขก็ไม่แพ้ดอกใดในโลก ท่านมีลูกศิษย์มากมาย ทั้งพระและฆราวาส แม้กระทั่งเสด็จในกรมหลวงชุมพร ยังต้องเสด็จไปกราบนมัสการ และขอเรียนวิชาอาคมจากท่าน

หาเหรียญราคาหลักล้านของท่านไม่ได้ เจอตะกรุดเก่า สภาพดูง่ายอย่างนี้ ถ้าปล่อยให้หลุดมือ รับรองเสียดายแย่ ปิดประตูเก๊ และมั่วนิ่มไปได้เลยครับ สำหรับดอกนี้

สนใจติดต่อบูชาได้ที่ คุณภูมิพัฒน์ เบอร์โทร. (095) 789-1222 รับประกันแท้ ตามหลักสากล เก๊ คืนเงินเต็มจำนวน

พระกริ่งปวเรศ รุ่น ๒ วัดบวรนิเวศ ปี ๒๕๓๐ พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ปี ๒๕๓๐ เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ บรรจุผงจิตรลดา กล...
28/02/2017

พระกริ่งปวเรศ รุ่น ๒ วัดบวรนิเวศ ปี ๒๕๓๐

พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ปี ๒๕๓๐ เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ บรรจุผงจิตรลดา กลางองค์พระทุกองค์ มาพร้อมกับกล่องกำมะหยี่ดั้งเดิม

พระกริ่งปวเรศ ๓๐ ซึ่งเป็นคำเรียกสั้นๆ ง่ายๆ ของ พระกริ่งปวเรศ รุ่น ๒ ที่จัดสร้างขึ้นโดย วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปี ๒๕๓๐ ชั่วโมงนี้ มีการเช่าหาบูชาพระกริ่งรุ่นนี้กันอย่างกว้างขวาง มีวงเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาทเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งของกระแสความศรัทธาเลื่อมใสในพระกริ่งปวเรศ ๓๐ เริ่มมาจากพิธีเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคล ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ และกระแสความต้องการกลับโหมกระพือขึ้นมาอีกจนฉุดรั้งไม่อยู่ เมื่อพสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน และทุกมุมโลก ต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักเคารพเทิดทูนบูชาอย่างสูง เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา

ดังนั้น พสกนิกรชาวไทย ต่างพากันสะสมของที่ระลึกทุกอย่างอันเกี่ยวเนื่องกับพระองค์ รวมทั้งพระกริ่งปวเรศ ๓๐ รุ่นนี้ด้วย เพราะเป็นพระกริ่งที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้น เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ (๖๐ พรรษา) เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐

นอกจากนี้ ล้นเกล้าฯ ยังได้เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อปฐมมหามงคลฤกษ์ ณ บริเวณพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๒๘ จึงนับได้ว่า พระกริ่งปวเรศ ๓๐ รุ่นนี้มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตรง

พระกริ่งปวเรศ ที่ทรงประกอบพิธีเททองหล่อในวันนั้น มีจำนวน ๑๐ ช่อ ใน ๑ ช่อ มีพระกริ่ง ๒๑ องค์ นอกจากนี้ยังมี พระชัยวัฒน์ปวเรศ อีก ๑๐ ช่อ ใน ๑ ช่อมีพระชัยวัฒน์ ๓๑ องค์ หลังจากนั้น ทางวัดนำก้านชนวนของพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ ทั้ง ๒๐ ช่อนี้ไปเป็นชนวน หล่อหลอมกับเนื้อนวโลหะมงคลอีกจำนวนมาก เพื่อใช้ในการเททองหล่อพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ต่อไป จนครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ คือ ๒๕,๓๐๐ ชุด ประกอบด้วย พระกริ่ง ๒๕,๓๐๐ องค์ พระชัยวัฒน์ ๒๕,๓๐๐ องค์ (และมีเผื่อเสียอีกจำนวนหนึ่ง)

พระกริ่งพระชัยวัฒน์ที่หล่อในเวลาต่อมานั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร (สมณศักดิ์ในขณะนั้น) เป็นผู้ประกอบพิธีเททองหล่อติดต่อกันถึง ๙ วัน คือตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์-๗ มีนาคม ๒๕๒๙ โดยมี พระอมรโมลี (เจ้าคุณอมรฯ สมณศักดิ์ในขณะนั้น ปัจจุบันคือ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ) เป็นผู้ควบคุมดูแลการหล่อพระ อาจารย์กิจจา วาจาสัจ เป็นผู้ดำเนินงาน และ ช่างประสิทธิ์ พรหมรักษ์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานหล่อพระทั้งหมด

พระกริ่งพระชัยวัฒน์รุ่นนี้ เป็นการเททองหล่อแบบดินไทย ซึ่งเป็นกรรมวิธีแบบโบราณ จึงมีความยุ่งยากสลับซับซ้อนมาก และเสียเวลากว่าการสร้างพระกริ่งสมัยใหม่ ที่สร้างด้วยวิธีฉีดเนื้อโลหะเหลวใส่แม่พิมพ์ ซึ่งต้องทำกันที่โรงงาน พระกริ่งพระชัยวัฒน์ที่สร้างด้วยวิธีหล่อแบบโบราณ จะได้องค์พระที่ไม่สวยคมชัดไปทั่วทั้งหมด ผิวพระบางองค์จะมีรูพรุนมากบ้างน้อยบ้าง จึงต้องมีการตกแต่งด้วยตะไบ ซึ่งทางวัดได้กำหนดให้คณะช่างที่ตกแต่งองค์พระ รวมทั้งการบรรจุ เส้นพระเจ้า ผงจิตรลดา ที่ได้รับพระราชทาน และ เม็ดกริ่ง ภายในวัดทั้งหมด โดยได้จัดห้องทำงานไว้ต่างหาก ห้ามไม่ให้ช่างนำองค์พระกลับไปตกแต่งที่บ้านโดยเด็ดขาด และเมื่อมีการเข้าออกห้องทำงาน จะมีการตรวจตราเป็นพิเศษอีกด้วย เมื่องานตกแต่งองค์พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางวัดได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งปวเรศขึ้นถึง ๓ ครั้งด้วยกัน คือ

ครั้งที่ ๑ วันเสาร์ที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๒๙ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี และสมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานพิธีอธิษฐานจิต มีพระคณาจารย์หลายท่านร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต

ครั้งที่ ๒ พิธีวันวิสาขบูชา วันพุธที่ ๒๑ และวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานในพิธี

ครั้งที่ ๓ พิธีพุทธาภิเษกอย่างเป็นทางการ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์) วัดราชบพิธฯ ทรงจุดเทียนชัย สมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานพิธีอธิษฐานจิต ร่วมกับพระภาวนาจารย์อีก ๓๕ รูป จากภาคต่างๆ ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต

๑. พระญาณโพธิ (เข็ม) วัดสุทัศน์ กทม. ๒. หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน กทม., ๓. หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จันทบุรี ๔. พระครูญาณวรกิจ (กล้วย) วัดหมูคุด จันทบุรี ๕. หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี ๖. พระรัตนคุณากร (แช่ม) วัดบ่อพุ จันทบุรี ๗. หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ ๘. พระครูเมธีธรรมสาธก (หนู) วัดสุนทรพิชิตาราม นครนายก ๙. หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร วัดเวฬุวนาราม นครปฐม ๑๐. หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา ๑๑. พระอาจารย์นก วัดเขาแก้ว นครสวรรค์ ๑๒. หลวงปู่เหรียญ วัดบางระหงษ์ นนทบุรี ๑๓. หลวงพ่อทองใบ วัดสายไหม ปทุมธานี ๑๔. หลวงพ่อฟัก วัดนิคมประชาสรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ๑๕. หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก ประจวบคีรีขันธ์ ๑๖. หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ อยุธยา ๑๗. หลวงปู่ศรี วัดประชาคมวนาราม ร้อยเอ็ด ๑๘. หลวงพ่อสง่า วัดหนองม่วง ราชบุรี ๑๙. หลวงพ่อคลี่ วัดประชาโฆสิตาราม สมุทรสงคราม ๒๐. หลวงพ่อทองอยู่ วัดท่าเสา สมุทรสาคร

๒๑. หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ สมุทรสงคราม ๒๒. หลวง ๒๒. หลวงพ่อพล วัดหนองคณฑี สระบุรี ๒๓. หลวงพ่อผัน วัดราษฎร์เจริญ สระบุรี ๒๔. หลวงพ่อเล็ก วัดหนองดินแดง นครปฐม ๒๕. หลวงพ่อเต้า วัดเกาะบางไทร นครปฐม ๒๖. หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม นครปฐม ๒๗. หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม นครปฐม ๒๘. พระครูนนทสิทธิการ วัดไทรน้อย นนทบุรี ๒๙. พระครูวิจิตรธรรมานุวัตร วัดหนองกระบอก ระยอง ๓๐. พระวัชรธรรมาภรณ์ (สุรพงษ์) วัดตรีทศเทพ กทม. ๓๑. พระครูปริยัติคุณาธาร วัดชนะสงคราม ๓๒. พระญาณโพธิ (ขวัญ) วัดอรุณราชวราราม ๓๓. พระปริยัติมุนี (ชูศักดิ์) วัดหงส์รัตนาราม ๓๔. พระครูมงคลญาณสุนทร (ผ่อง) วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส ๓๕. พระโพธิสังวรเถระ (ไพฑูรย์) วัดโพธินิมิตร

เมื่อเสร็จพิธีทั้งหมดแล้ว ทางวัดได้นำพระกริ่งพระชัยวัฒน์ ออกให้ศรัทธาสาธุชนทำบุญเช่าบูชาเป็นการกุศล ชุดละ ๕,๐๐๐ บาท ใน ๑ ชุดจะมีพระกริ่ง ๑ องค์ และพระชัยวัฒน์ ๑ องค์

ปัจจุบัน พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ปวเรศ ปี ๒๕๓๐ หายากขึ้นทุกวัน ของปลอมก็มีระบาด และทำได้ใกล้เคียงมาก หากไม่ชำนาญ หรือเคยเห็นของจริง หรือพิจารณาโค๊ดไม่ถี่ถ้วน มีหวังเจอของปลอมเข้าชนิดปาดกระเดือกคอเซียนเลยทีเดียว

ทางศูนย์พระเครื่องเฮงเจริญรุ่งเรือง ได้สะสมพระชุดนี้เมื่อตอนแรกออกให้บูชาไว้หลายชุด ในสภาพเดิมๆ กล่องกำมะหยี่เดิมๆ พอจะแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจอยากได้ไว้บูชา ในราคาที่เล่นหากันในวงการขณะนี้ สนใจติดต่อขอบูชาได้ทีคุณภูมิพัฒน์ หมายเลขโทรศัพท์ (095) 789-1222 พระทุกชุดรับประกันความแท้ตามหลักสากลนิยม เก๊คืนเงินเต็มจำนวน

มีดหมอหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวลอ.ตาคลี จ.นครสวรรค์  วัดหนองสีนวล อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นวัดดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับกองบิ...
24/02/2017

มีดหมอหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล
อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

วัดหนองสีนวล อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นวัดดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับกองบิน ๔ มากที่สุด อยู่ห่างจากพื้นที่กองบิน ๔ ไม่ถึง ๑ ก.ม. โดยอยู่ทิศเหนือของกองบิน ๔ (หลังกองบิน ๔) ซึ่งวัดนี้หลวงพ่อรุ่งเป็นผู้นำในการสร้าง และเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

หลวงพ่อรุ่ง ฆํคสุวณฺโณ เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๒ ที่บ้านหัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โดยบิดาชื่อ แป้น แป้นโต โยมมารดาชื่อ พุ่ม แป้นโต อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดพระปรางค์ เหลือง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ โดยมีหลวงพ่อปั้น วัดหัวถนน เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเงิน วัดพระปรางค์เหลือง เป็นกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นอนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษา ณ วัดพระปรางค์เหลือง

ได้ศึกษาธรรมวินัยที่วัดพระปรางค์เหลือง กับพระกรรมวาจาจารย์ ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระปรากฏว่าท่านสามารถหยั่งรู้ความเป็นไปของสัตว์ในคติภพต่างๆ เมื่อศึกษาจนเป็นที่พอใจในระดับหนึ่งแล้ว ท่านได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านเกิด คือ วัดหัวหวาย และเมื่อวัดว่างเจ้าอาวาส ท่านก็ได้รับเป็นเจ้าอาวาสวัดหัวหวาย ในขณะที่พรรษาได้ประมาณ ๕ พรรษา

ต่อมาที่บ้านหัวหวาย มีความเดือดร้อนลำเค็ญเกี่ยวกับเรื่องน้ำ และสภาวะบีบคั้นด้านอื่นๆ ท่านสงสารญาติโยม จึงได้จาริกแสวงหาทำเลที่ตั้งหมู่บ้านใหม่ โดยท่านได้ใช้วิชาที่ศึกษาเล่าเรียนมาเสี่ยงทายหาทำเลที่เหมาะสมประมาณ ๔-๕ ที่ จึงได้มาพบหนองน้ำที่มีนกเขาชุกชุมมาก และมีนกเขาตัวหนึ่งสีนวลสวยงามเป็นจุดเด่นอยู่ด้วย ท่านจึงตกลงใจยึดทำที่เหมาะสม กลับไปนำญาติโยมจากบ้านหัวหวายอพยพมาอยู่ครั้งแรก ๓๐ ครอบครัว ต่อมาได้อพยพตามมาเป็นจำนวนมาก ท่านได้รื้อกุฏิ และศาลาวัดหัวหวายมาสร้างที่วัดหนองสีนวลด้วย โดยได้สร้างวัดหนองสีนวล เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ ตรงกับรัชสมัยของพระปิยมหาราช ร.๕

ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๕๓ ท่านได้พบแสงศร และได้นำทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๖ ด้วยตนเอง ซึ่งพระแสงศรดังกล่าว จัดเป็นของสำคัญอีกอย่างหนึ่งในรัชสมัยของพระองค์ด้วย

หลวงพ่อรุ่ง มีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ มีอายุน้อยกว่าหลวงพ่อเดิม ๑๑ ปี โดยโยมมารดาของท่านทั้งสองเป็นพี่น้องกัน โดยหลวงพ่อรุ่งเป็นญาติผู้พี่ และท่านทั้งสองได้ช่วยกันปฏิบัติศาสนกิจมาโดยลำดับ เช่น การก่อสร้างอุโบสถ วัดหนองสีนวล ก็ปรากฏว่าหลวงพ่อเดิมได้มีส่วนช่วยในการก่อสร้างจนสำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว

หลวงพ่อรุ่งได้พัฒนาวัดหนองสีนวลมาโดยลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๙ ท่านได้มรณภาพ สิริรวมอายุได้ ๗๗ ปี พรรษา ๕๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองสีนวล ๔๔ ปี

"มีดหมอหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล" เล่มนี้ มีขนาดของใบมีด ยาว ๗ นิ้ว และเมื่อใส่ไปในฝักแล้วจะมีความยาวทั้งสิ้น ๑๓ นิ้ว ใบมีดทำด้วยเหล็กผสมตามวิธีการสร้างมีดหมอมาแต่โบราณกาล ดังนั้น จะเห็นร่องรอยการกัดกร่อนของสนิมที่กินตัวมันเองตามกาลเวลา เป็นเครื่องรางของขลังที่หลวงพ่อรุ่งท่านได้บรรจงจัดสร้างเอาไว้ให้เป็นมรดกของแผ่นดิน ให้ลูกหลานได้เก็บรักษาไว้ป้องกันภัยอันตรายที่จะเข้ามาถึง

กล่าวกันว่า ท่านก็เป็นผู้ริเริ่มสร้างมีดหมอขึ้นมาก่อนเป็นลำดับแรก หลวงพ่อเดิมท่านรู้เข้าก็มาเที่ยวที่วัดหนองสีนวล และมาศึกษาวิชาการทำมีดหมอจากหลวงพ่อรุ่ง จากนั้นนำกลับไปทำของท่านบ้างที่วัด และเริ่มโด่งดังกันมาเป็นลำดับ (หลวงพ่อเดิมเรียนวิชามีดหมอจากหลวงปู่แขก วัดเขาแก้ว เพิ่มเติมในภายหลัง) แต่มีดหมอของหลวงพ่อรุ่งท่านทำไว้น้อย และหายากกว่าของหลวงพ่อเดิม

สนใจ อยากนำไปบูชา ติดต่อ "คุณภูมิพัฒน์" หมายเลข (095) 789-1222 รับรองความแท้ตามมาตรฐานสากล เก๊คืนเงินเต็ม

ตะกรุดโทนหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย คลองด่าน ตะกรุดโทน หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดมงคลโคธาวาส" อ...
23/02/2017

ตะกรุดโทนหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย คลองด่าน


ตะกรุดโทน หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดมงคลโคธาวาส" อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ นับเป็นตะกรุดที่หาได้ยากยิ่ง มักจะสืบทอดจากวงศ์ตระกูล ขนาดที่ว่า พ่อมีตะกรุดอยู่ดอกเดียว แต่มีลูกชายสองคน ถึงกับต้องหักครึ่งแบ่งให้ลูกสองคน คนละครึ่งเลยทีเดียว

ลักษณะของตะกรุดหลวงพ่อปาน เท่าที่พบเห็นส่วนใหญ่ จะเป็น "ตะกรุดเนื้อตะกั่ว" ชนิดตะกั่วเคี่ยว หรือตะกั่วทุบ เนื้อตะกั่วจะนิ่มกว่าตะกั่วของพระเกจิทั่วไป สภาพเดิมๆ จะต้องมีการถักเชือก โดยขึ้นเชือกถักลายหนึ่ง แบบเดียวกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค แต่ต้องพิจารณาถึงอายุ เอกลักษณ์ วิถี กลิ่นไอ เรียกว่า ต้องมีประสบการณ์ตรงในการเช่าหาตะกรุดเก่าๆ จึงจะแยกแยะได้ออก

ตะกรุดดอกนี้ ได้ผ่านการตรวจสอบจากนักเล่นตะกรุดเก่าแล้วว่า เป็นของหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย แน่นอน ถึงขนาดที่ว่า ผู้จัดทำหนังสือ "ตะกรุดสะท้านแผ่นดิน" ขอถ่ายภาพนำไปลง (ดอกแรกหน้า ๔๐) ตะกรุดดอกนี้ มีความยาว ๔.๕ นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง หรือความหนา ๑.๕ ซ.ม. เจ้าของเดิมเก็บรักษาไว้ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ทั้งที่อายุนั้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยปีอย่างแน่นอน

กิตติคุณของหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ยนั้น เก่งขนาดไหน? ก็ต้องขอคัดลอกบทความบันทึก ในนิราศของสมเด็จพระปิยะมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ มาให้อ่านกัน ดังนี้

ทรงมีรับสั่งกับพระปานว่า “ได้ยินชื่อเสียง และกิตติคุณมานาน เพิ่งเห็นตัววันนี้” แล้วรับสั่งถามต่อไปว่า “ที่แจกเครื่องรางเป็นรูปเสือมีความหมายอย่างไร ?”

หลวงพ่อปานทูลตอบว่า “ได้ไปรุกขมูลธุดงค์ในป่า พบเสือใหญ่หลายครั้ง ได้สังเกตดูเห็นว่า “เสือ” เป็นสัตว์ปราดเปรียว ฉลาด ว่องไว เฉียบขาด มีตบะ และอำนาจ สามารถที่จะใช้ตาสะกดสัตว์อื่นให้อยู่ในอำนาจได้ คนทั่วไปเรียกผู้ร้ายใจฉกรรจ์ว่า “ไอ้เสือ” ก็คือเอาความเก่งกาจของเสือมานั่นเอง การที่ทำเครื่องรางรูปเสือ มิใช่จะสนับสนุนให้คนกลายเป็น "อ้ายเสือ" เพียงแต่ต้องการเอาลักษณะของเสือจริงในป่า ที่ปราดเปรียว ว่องไว เฉลียวฉลาด เฉียบขาดมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น”

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงพอพระทัยในคำตอบของพระปานยิ่งนัก (ด้วยท่านมิได้ โอ้อวดว่า เครื่องรางของท่านดีเด่น แต่ประการใด) ท่านทรงพระราชทานผ้าไตร และผ้ากราบ (ต่อมาได้พระราชทานสมณศักดิ์ เป็น “พระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ”)

พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง "เสด็จประพาส มณฑลปราจิณ" ได้เล่าถึงพระปานไว้ว่า

“พระครูปานมาหาด้วย พระครูปานรูปนี้นิยมกันในทางวิปัสสนา และธุดงควัตร มีพระสงฆ์วัดต่างๆ ไปธุดงค์ด้วยสองร้อยสามร้อย แรกลงไปประชุมที่วัดบางเหี้ย มีสัปบุรุษที่ศรัทธาเลื่อมใสช่วยกันเลี้ยง กินน้ำจืดที่มีไว้เกือบจะหมดแล้วก็ออกเดิน ทางที่เดินนั้น ลงไปบางปลาสร้อย แล้วจึงเวียนกลับขึ้นไปปราจิณ นครนายก ไปพระบาท แล้วเดินลงมาทางสระบุรี ถ้ามาตามทางรถไฟ แต่ไม่ขึ้นรถไฟ เว้นแต่พระที่เมื่อยล้าเจ็บไข้ ผ่านกรุงเทพฯ กลับลงไปบางเหี้ย ออกเดินทางอยู่ในแรมเดือนยี่ กลับไปวัดอยู่ในราวเดือนห้าเดือนหก ประพฤติเป็นอาจิณวัตรเช่นนี้มา ๔๐ ปีแล้ว

คุณวิเศษที่คนเลื่อมใสคือ “ให้ลงตะกรุด” ด้ายผูกข้อมือ รดน้ำมนต์ ที่นิยมกันมากคือ เขี้ยวเสือแกะเป็นรูปเสือ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ข่าวที่ร่ำลือกันว่า เสือนั้นเวลาจะปลุกเสก ต้องใช้หมู ปลุกเสกเป่าไปข้อไร"

ไม่ได้พิมพ์ผิด แต่เป็นคำจากตำนานในพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร คือ "ต้องใช้หมู ปลุกเสกเป่าไปข้อไร เสือนั้นกระโดดลงไปในเนื้อหมูได้ "น่าจะหมายความว่า พอปลุกเสกได้ที่ เสือจะกระโดดกัดเนื้อหมู เป็นอันใช้ได้" ตัวพระครูเองเห็นจะได้ความลำบาก เหน็ดเหนื่อยในการที่ใครๆ กวนให้ลงโน่นลงนี่ เขาว่าบางทีก็หนีไปอยู่ในป่าช้า ที่พระบาทฯ (สระบุรี) ก็หนีไปอยู่บนเขาโพธิ์ลังกา คนก็ยังตามไปกวนไม่เป็นอันหลับอันนอน แต่บริวารเห็นจะได้ผลประโยชน์ ในการทำอะไรๆ ขาย เวลาแย่งชิงก็ขึ้นไปถึง ๓ บาท ว่า ๖ บาทก็มี ได้รูปเสือนั้นแล้วจึงไปให้พระครูปลุกเสก สังเกตดูอัธยาศัยเป็นคนแก่ใจดี มีกิริยาเรียบร้อย อายุ ๗๐ แล้วยังไม่แก่มาก รูปร่างล่ำสันใหญ่โต เป็นคนพูดน้อย มีคนมาช่วยพูด"

จะเห็นว่า ในพระราชนิพนธ์ “เสด็จประพาสเมืองปราจิณ” ได้เล่าถึง “พระปาน” อย่างละเอียด สิ่งสำคัญยิ่งก็คือ เครื่องรางเขี้ยวเสือที่ทำเป็นรูปเสือ ในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่ ราคาเช่าซื้อตัวละ ๑ บาทบ้าง ๓ บาทบ้าง ๖ บาทบ้าง ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก (ในสมัยนั้น กาแฟถ้วยละ ๑ สตางค์ ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๓ สตางค์ ข้าวผัดจานละ ๕ สตางค์) หลังจากเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจ ก่อนที่ท่านจะเสด็จกลับเมืองหลวง พระองค์มีรับสั่งกับหลวงพ่อปานว่า “ฟ้าไปก่อน แล้วให้พระท่านไปทีหลัง”

พระราชดำรัสนี้ทำให้ทุกคนพิศวง เพราะไม่เข้าใจความหมาย (ยกเว้นหลวงพ่อฯ) แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี พระองค์ท่านก็เสด็จสวรรคต และต่อจากนั้นไม่ถึงปี หลวงพ่อปานก็มรณภาพลงเช่นกัน จึงสันนิษฐานว่า พระองค์อาจจะรู้ด้วยญาณ ว่าท่านและหลวงพ่อปาน อีกไม่กี่ปีก็คงจะถึงเวลาที่จะละสังขารแล้ว และในเวลาที่ไม่ห่างกัน

นอกจากท่านเจ้าคุณเฒ่า วัดหนัง ที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงให้ความสำคัญ มีการบันทึกถึงไว้ในตอนเสด็จประพาส เมืองฝรั่งเศส และท่านให้ความเคารพ กราบไหว้ บูชาแล้ว ก็ยังมีหลวงพ่อปาน แห่งวัดคลองด่านนี้อีกหนึ่งองค์ ที่เสด็จพ่อ รัชกาลที่ ๕ ให้ความสำคัญ ถึงขนาดมีการบันทึกถึงไว้ในพระราชนิพนธ์อีกเช่นกัน เป็นความรู้ที่ควรค่าต่อการศึกษา และจดจำ

ครับ เขี้ยวเสือของท่านที่ว่า "หายาก" แล้ว ตะกรุดโทนของท่านนั้น "หายากกว่า" ผู้ใดสนใจอยากจะขอแบ่งไปบูชา ก็ติดต่อกับคุณภูมิพัฒน์ หมายเลข (095) 789-1222 รับประกันความแท้ตามหลักสากลนิยม เก๊ คืนเงินเต็มจำนวน

พระพุทธรูปบูชาเชียงแสน สิงห์สาม ไชยปราการ(ฝาง)ฐานเตี้ย เนื้อสำริด สีเนื้อสองวรรณะ หน้าตัก  ๗ นิ้ว ความสูง ๑๒ นิ้วShow On...
23/02/2017

พระพุทธรูปบูชาเชียงแสน สิงห์สาม ไชยปราการ(ฝาง)
ฐานเตี้ย เนื้อสำริด สีเนื้อสองวรรณะ
หน้าตัก ๗ นิ้ว ความสูง ๑๒ นิ้ว
Show Only (โชว์ เท่านั้น)

พระพุทธรูปบูชาเชียงแสน ไชยปราการ เป็นพระพุทธรูปบูชาแขนงหนึ่งของศิลปะเชียงแสน มีลักษณะเฉพาะที่สามารถสังเกตจากพระพักตร์ ที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งในส่วนของตรงริมฝีปากและใบหู ซึ่งมีความสวยมาก แตกต่างไปจากศิลปะเชียงแสนยุคอื่น

องค์นี้พิเศษตรงที่เนื้อองค์พระเป็นสองสี หรือ สองวรรณะ คือ เขียวเข้ม และ เขียวเหลือง องค์พระสวยสมบูรณ์ ไม่มีอุด ไม่มีซ่อม หาได้ยาก

พระเชียงแสนฝาง หรือ ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ อายุการสร้างก็พอๆ กับพระเชียงแสนทั่วๆ ไป มีทั้งยุคต้น และยุคปลาย แต่ที่แยกจากเชียงแสน คือ พุทธลักษณะ หน้าตาท่านจะออกเป็นศิลปติดจีนนิดๆ ถ้าภาษาเซียนเค้าจะเรียกว่า หน้าเด๋อ หรือเรียกว่า เป็นช่างชาวบ้าน แต่จริงๆ คนสร้างส่วนมาก ก็เป็นพวกเจ้าทั้งนั้น ที่จะมีกำลังทรัพย์ในการสร้าง รวมทั้งวิชาการหล่อสมัยนั้นก็ไม่ใช่ใครๆ ที่จะทำกันได้ ต้องเป็นช่างเฉพาะของเค้าจริงๆ ต้องมีฝีมือการปั้น มีวิชาการหล่อ

และความเชื่อในอุดมคติของแต่ละชุมชนที่เชื่อว่า พุทธลักษณะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามความเชื่อนั้นเป็นอย่างไร ก็จะปั้นแบบตามนั้น และความเชื่อของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หรืออาจจะมีการเลียนแบบกัน ขึ้นอยู่กับอำนาจ และอิทธิพลของประเทศไหน ที่ได้เข้ามามีบทบาทในชุมชนนั้นๆ

ม้าหมากรุกงาแกะ หลวงพ่อเงิน วัดวังตะโก ม้าหมากรุกงาแกะนี้ เป็นของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ท่านได้ทำไว้ประมาณ ๑๐ กระดาน มีม...
20/02/2017

ม้าหมากรุกงาแกะ หลวงพ่อเงิน วัดวังตะโก

ม้าหมากรุกงาแกะนี้ เป็นของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ท่านได้ทำไว้ประมาณ ๑๐ กระดาน มีม้าทั้งหมด ๒๐ ตัว , เรือ ๒๐ ลำ และ ขุน ๑๐ ตัว เท่านั้น

นับว่าเป็นของหายากยิ่งกว่ารูปหล่อหลวงพ่อเงินรุ่นแรกๆ ม้างาแกะ หลวงพ่อเงิน วัดวังตะโกบางคลาน ส่วนใหญ่แล้วเราจะเห็นครูบาอาจารย์ แกะงาเป็นรูปม้าน้อยมาก จะมีอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ ท่านทำไว้เป็นลักษณะม้าทั้งตัว แต่ถ้าแกะเป็นม้าหมากรุก มีแต่หลวงพ่อเงิน วัดวังตะโก

ทำไมต้อง ม้าหมากรุก? ม้าในกระดานหมากรุก จะเป็นตัวหมากรุกที่เดินข้ามได้ ๒ ช่อง และคอยปกป้อง ตัวขุน อุปเท่ห์นี้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันก็คือ ถ้ามีม้าหมากรุกนั้น อุปมาเสมือนหนึ่งก้าวข้ามผ่านพ้นอุปสรรคนานานับประการ โดยม้าพาพ้นภัย และรวมไปถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานทำงานรับเงินเดือน ๒ ขั้นบ่อยครั้ง เสมือนการเดินของม้านี้ทีละ ๒ ตา

ม้าอุปการ คือ ม้าที่เจ้าเมืองปล่อยออกไป เพื่อให้หัวเมืองทั้งหลายยอมเป็นเมืองขึ้น และส่งส่วย ของบรรณาการมาให้ เสมือนหนึ่งผู้เป็นเจ้าของจะมีโชคลาภมากมาย มุมมองของคนโบราณนั้นลึกซึ้ง มาก ม้าหมากรุกตัวนี้ทั้งลวดลาย โดยเฉพาะยันต์นั้นอยู่ครบ เหมาะสำหรับผู้รับราชการ ไม่ว่าจะเป็นพลเรือนทหาร ตำรวจ การค้าขาย ส่วนทางด้านพุทธคุณนั้น หลวงพ่อเงินไม่เคยทำให้ผิดหวัง

ม้ากัณฐกะ เป็นม้าทรงของเจ้าชายสิทธัตถะ เป็นม้าคู่บุญบารมี เกิดในวันเดียวกับเจ้าชาย นำพาพระองค์ออกผนวช เมื่อต้องพลัดพรากจากนายอันเป็นที่รักยิ่ง ก็อดรนทนไม่ได้ วิ่งกลับมายังริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา สถานที่ที่พระองค์ทรงผนวช แล้วไม่พบพระองค์ ก็เลยตรอมใจตาย และได้ไปเกิดในสวรรค์เป็นเทพบุตร ดังนั้น การพกพาเครื่องรางรูปม้า จึงเปรียบเสมือนหนึ่งเป็นพุทธานุสสติ ให้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ทรงสละทุกอย่างออกผนวชเพื่อค้นหาสัจธรรมมาโปรดชาวโลก ถือเป็นเครื่องรางเมตตามหานิยมอย่างสูงทีเดียว

ม้าหมากรุกงาแกะทรงเครื่อง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร สภาพสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวจริงเสียงจริง ศิลปะเป็นสากล วงการยอมรับ สุดยอดหายาก แท้ตาเปล่า เนื้องาเก่าจัด ถึงยุค ....ตัวจริง ตัวนี้ลงรักใต้ฐาน และมีรอยจารอยู่ทั่วตัว เจ้าของเดิมถักลวดไว้พกพา

สนใจ ติดต่อที่เฮงเจริญรุ่งเรืองพระเครื่อง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ "คุณภูมิพัฒน์" โทรศัพท์ หมายเลข (095) 789-1222

เหรียญสมเด็จพระสังฆราช (ป๋า)รุ่น สร้างอุโบสถวัดพลับพลา นนทบุรีปี พ.ศ. ๒๕๑๖วัดพลับพลา นนทบุรี ได้ดำเนินการสร้างพระเครื่อง...
10/02/2017

เหรียญสมเด็จพระสังฆราช (ป๋า)
รุ่น สร้างอุโบสถวัดพลับพลา นนทบุรี
ปี พ.ศ. ๒๕๑๖

วัดพลับพลา นนทบุรี ได้ดำเนินการสร้างพระเครื่องเพื่อหาทุนสร้างอุโบสถ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ คือ พระสมเด็จรุ่นแรก แจกในงานวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๔-๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ปลุกเสกเดี่ยวโดย หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จากนั้นก็มีการจัดสร้างเป็นพิธีใหญ่อีกครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ มีวัตถุมงคลเข้าพิธีหลายรายการ อาทิ

๑. พระสมเด็จเนื้อผงว่าน 108 ๒. พระปิดตาเนื้อว่าน 108 ๓. เหรียญสมเด็จพระสังฆราช (สมเด็จป๋า วัดโพธิท่าเตียน) ๔. พระกริ่งวชิระมงคล เนื้อนวโลหะ ฯลฯ

คณาจารย์ที่เมตตาเข้าร่วมพิธีปลุกเสกพระรุ่นนี้มีดังนี้

วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๑๖
ชุดแรก เวลา 17.50-19.00 น.
1. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง 2. หลวงพ่อคำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ลพบุรี 3. หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์ ลพบุรี 4. หลวงพ่อคล้าม วัดกุ่มหัก สระบุรี 5. หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช อยุธยา
ชุดที่สอง เวลา 19.00-20.00 น.
1. หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ 2. หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี 3. หลวงพ่อแก้ว วัดปทุมวนาราม อยุธยา 4. หลวงพ่อสนิท วัดศีลขันธาราม อ่างทอง 5. หลวงพ่อเส็ง วัดบางนา ปทุมธานี
ชุดที่สาม เวลา 20.00-21.00 น.
1. หลวงพ่อหอม วัดซากหมาก ระยอง 2. หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม 3. หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณ์ กทม. 4. หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี 5. หลวงพ่อโต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม.
ชุดที่สี่ เวลา 21.00-22.00 น.
1. หลวงพ่อพระโพธิวรคุณ วัดโพธินิมิต กทม. 2. หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม นครปฐม 3. หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ เพชรบุรี 4. หลวงพ่อจ้วน วัดเขาลูกช้าง เพชรบุรี 5. หลวงพ่อพยนต์ วัดเกตุมวดีย์ สมุทรสาคร
ชุดที่ห้า เวลา 22.00-23.00 น.
1. หลวงพ่อพระพุทธมนต์วราจารย์ วัดสุทัศน์ฯ กทม. 2. หลวงพ่อสนิท วัดศีลขันธาราม อ่างทอง 3. หลวงพ่อกาหลง (ไม่ทราบวัด) จังหวัดจันทบุรี 4. หลวงพ่อเก๋ วัดปากน้ำ นนทบุรี 5. หลวงพ่อสะอาด วัดฝาง นนทบุรี

เห็นรายชื่อพระเกจิอาจารย์ที่มาปลุกเสกแล้ว ล้วนยอดเยี่ยมในวิทยาคมเป็นอย่างสูงด้วยกันทุกรูป ซึ่งปัจจุบันนี้ ทั้งผู้สร้างคือ พระครูสิรินนทคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพลับพลา และเกจิทุกรูปที่มาปลุกเสก ล้วนมรณภาพไปด้วยกันหมดสิ้นแล้ว

ทางศูนย์พระเครื่อง เฮงเจริญรุ่งเรือง ได้เก็บสะสมเหรียญรุ่นนี้ไว้จำนวนหนึ่ง ในสภาพคัดสวยสมบูรณ์ทุกเหรียญ เปิดให้บูชาเหรียญละ ๖๐๐ บาท บวกค่าส่ง EMS ๕๐ บาท ถือเป็นราคาเบาๆ แบบแบ่งปันกันจริงๆ เพราะบางศูนย์เขาเปิดเหรียญรุ่นนี้ถึงหลักพันทีเดียวเชียว

สนใจ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 365-227922-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นายภูมิพัฒน์ กุดเป่ง หมายเลขโทรศัพท์ (095) 789-1222 โอนแล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเพื่อเป็นหลักฐานด้วยครับ

รับประกันความแท้ และความสวยงามทุกเหรียญ เก๊ คืนเงินเต็มจำนวน

เหรียญหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ รุ่นไทยรวมพลัง ปี ๒๕๒๐ วัดพลับพลา นนทบุรี ได้ขอจัดสร้าง เพื...
10/02/2017

เหรียญหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง
อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ รุ่นไทยรวมพลัง ปี ๒๕๒๐

วัดพลับพลา นนทบุรี ได้ขอจัดสร้าง เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างอุโบสถ์วัดพลับพลามี ๓ รูปแบบ คือ
๑.เหรียญที่ระลึกสร้างอุโบสถ
๒.พระเนื้อผงน้ำมันรูปเหมือนครึ่งองค์ พิมพ์จันทร์ลอย
๓.พระเนื้อผงสามเหลี่ยม พิมพ์พระพุทธนั่งสมาธิ
หลวงปู่เเหวนท่านได้อธิฐานจิต หรือปลุกเสก วัตถุมงคลหลายๆรุ่นล้วนเเล้วแต่มีประสบการณ์สูง ด้านแคล้วคาด ปลอดภัย เมตตา มหานิยม
และหนึ่งในนั้นความนิยมของวงการ คือ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่เเหวน ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ รุ่น ไทยร่วมพลัง สร้างด้วยกัน ๓ เนื้อ คือ เนื้อทองคำ เงิน และทองแดง ที่ตอกโค๊ต ตัว ว

ลักษณะของเหรียญที่ระลึกสร้างอุโบสถ วัดพลับพลา หรือ รุ่น ไทยรวมพลังสามัคคี คือ เป็นเหรียญทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่แหวนครึ่งองค์ หน้าตรง มีอักษรขอม ๓ ประโยคใต้รูปว่า พุทธัง อะระหัง ธัมมัง อะระหัง สังฆัง อะระหัง ด้านหลัง บนสุดประทับเลข ๙ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ใต้เลขมีอักษรว่า ไทยรวมพลัง มีรูปสัญลักษณ์อุโบสถวัดพลับพลา อยู่ตรงกลางเหรียญ รอบๆ รูปอุโบสถ เขียนว่า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่ระลึกสร้างอุโบสถวัดพลับพลา นนทบุรี พร้อมกับระบุ พ.ศ. ๒๕๒๐

พระเครื่องวัตถุมงคลที่หลวงปู่แหวนปลุกเสกอธิษฐานจิต พุทธคุณเป็นที่ยอมรับมานานแล้ว สามารถแขวนเดี่ยวได้อย่างสบายใจ พระเครื่องวัตถุมงคลที่หลวงปู่ปลุกเสกนั้นล้วนน่าบูชาทั้งสิ้น ถือ พระดีราคาเบาๆ โดยเหรียญรุ่นนี้ก็เป็นวัตถุมงคลในยุคต้นๆ ของท่านด้วยเช่นกัน เหรียญสภาพสวยผิวไฟแห้งเดิมๆ ตัวหนังสือติดชัดไม่ล้ม ตอกโค๊ตด้านหน้าข้างหลวงปู่ ผิวสวยๆ แห้งเดิมๆ ด้วย แท้ดูง่าย พระสงฆ์สายวิปัสสนากัมฐาน หรือที่เรียกกันว่าสายวัดป่า หรือสายหลวงปู่มั่นนั้น เป็นที่เคารพศรัทธาพุทธคุณเด่นทางเมตตามหานิยม และคุ้มครองป้องกันตนดีเยี่ยม

หลังจากหลวงปู่แหวนได้อธิษฐานจิตแล้ว ทางวัดได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังยุคนั้น ดังนี้

หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี, หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม นครปฐม, หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี, หลวงพ่อสนิท วัดศีลขันธาราม อ่างทอง, หลวงพ่อจ้วน วัดเขาลูกช้าง พิจิตร, พระโพธิวรคุณ (ทูรย์) วัดโพธินิมิตร กทม., หลวงพ่อแก้ว วัดลาดปทุมคงคาราม,หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง นนทบุรี, หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม สิงห์บุรี, หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร กทม., หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ลพบุรี, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม.,หลวงพ่อบุญมา วัดอุดมคงคาคีรีเขต ขอนแก่น, หลวงพ่อคูณ วัดสระแก้ว นครราชสีมา, หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ อยุธยา, หลวงพ่อหงษ์ วัดชลคราม นครศรีธรรมราช, หลวงพ่อเส็ง วัดบางนาใน ปทุมธานี, หลวงพ่อรวย วัดท่าเรือ อยุธยา, หลวพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม, หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช อยุธยา, หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี, หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส ปราจีนบุรี, หลวงพ่อไพริน วัดดอน, หลวงพ่อสิน วัดปลายคลอง, หลวงพ่อคร่ำ วัดวังหว้า ระยอง, หลวงพ่อคร้าม วัดกลุ่มหัก, หลวงพ่อถิร วัดหนองสรวง, หลวงพ่อผ่อง วัดจักรวรรรดิ์ราชาวาส กทม., หลวงพ่อสร้อย วัดเลียบราษฏร์บำรุง กทม., หลวงพ่อแสน วัดท่าแหน ลำปาง, หลวงพ่อครูบาอินถา วัดพระพุทธสันติปารังการ เชียงใหม่, หลวงพ่อสุด วัดกาหลง สมุทรสาคร, หลวงพ่อพยนต์ วัดเกตุมวดีศรีวราราม สมุทรสาคร, หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดไทรน้อย นนทบุรี, หลวงพ่อเก๋ วัดปากน้ำ นนทบุรี, หลวงพ่อจำรัส วัดเกาะสมอ, พระอาจารย์บรรจง วัดบางแพรกใต้, หลวงพ่อตี๋ วัดพรหมวิหาร, หลวงพ่อบุญมี วัดคูหาสวรรค์ กทม. โดยมี สมเด็จพระธีรญาณมุณี วัดจักวรรดิ์ราชาวาส อธิษฐาน และจุดเทียนชัยและ พระครูภาวนาวรคุณ วัดเกตุมวดีศรีวราราม ดับเทียนชัย

วัดดอยแม่ปั๋ง เป็นวัดที่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เคยจำพรษาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ จนถึงมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ วิหารไม้ กุฏิหลวงปู่แหวน กุฏิไม้ที่เรียกว่า โรงย่างกิเลส หรือ โรงไฟ และวิหารที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่แหวนเท่าองค์จริง

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ มีชื่อเดิมว่า ญาณ หรือ ยาน รามศิริ เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๐ ที่บ้านหนองบอน ตำบลหนองใน ปัจจุบันเป็นตำบลนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลย พ่อแม่ คือ นายใส และ นางแก้ว มีอาชีพเป็นช่างตีเหล็ก ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ มีพี่สาวอีกหนึ่งคน

เมื่อมีอายุได้ประมาณ ๕ ขวบ ก่อนมารดาเสียชีวิต ได้สั่งเสียกับท่านไว้ว่า "ทรัพย์สมบัติใดๆ ในโลกนี้ แม่ไม่ยินดี แต่จะยินดีมาก ถ้าลูกจะบวชให้แม่ ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมีย ให้ตายในผ้าเหลือง" ด้วยคำพูดของแม่นี้เอง ในที่สุดท่านก็ได้บวช และใช้ชีวิตอยู่ในผ้าเหลืองจนมรณภาพ

ท่านบวชเป็นเณรเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๙ อายุได้ ๙ ปี ที่จังหวัดเลย แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "แหวน" อยู่จำพรรษาที่วัดโพธิ์ชัย ต่อมาได้ถูกส่งไปเล่าเรียนที่วัดสร้างก่อ อำเภอหัวสะพาน จังหวัดอุบลราชธานี จนอายุครบบวชพระ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกาย ในปี พ.ศ. ๒๔๕๑

หลังจากนั้นได้ดั้นด้นไปพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ด้วยความเลื่อมใสในปฏิปทา และชื่อเสียงอันโด่งดังของหลวงปู่มั่น เมื่อปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นแล้ว คำแรกที่หลวงปู่มั่นสอนสั่ง คือ "ต่อไปนี้ให้ภาวนา ความรู้ที่เรียนมา ให้เอาใส่ตู้ไว้ก่อน ให้ตั้งใจภาวนา อย่าได้ประมาท ให้มีสติอยู่ทุกเมื่อ จงอย่าเห็นแก่การพักผ่อนหลับนอนให้มาก"

ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ท่านได้ตัดสินใจเปลี่ยนฝ่ายจากมหายานมาเป็นพระธรรมยุต ที่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ และต่อมาได้พบกับ หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เป็นสหธรรมิก แยกกันออกแสวงหาความวิเวกสันโดษ อยู่ป่าเขา โดยหลวงปู่แหวนบำเพ็ญธรรมอยู่ที่ป่าเมี่ยง อำเภอแม่สาย

ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๙๘ อันเป็นปีที่หลวงปู่แหวน จำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านปง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพียงลำพัง เกิดอาพาธเป็นแผลที่ขา อักเสบ ได้รับทุกขเวทนาเป็นอย่างยิ่ง พระอาจารย์หนู สุจิตโต แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ จึงพาหมอไปทำการรักษาให้ โดยการผ่าตัดสด ไม่มีการฉีดยาแต่อย่างใด ท่านอดทนให้รักษาจนหายในที่สุด

อีกหลายปีต่อมา พระอาจารย์หนูเห็นว่า หลวงปู่แหวนอายุแก่มากแล้ว ไม่มีใครดูแล จึงได้ชักชวนญาติโยมพากันไปนิมนต์ท่านให้มาจำพรรษาที่วัดดอยแม่ปั๋ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยยอมให้ท่านทำตามอธิษฐานจิตของท่านว่า จะไม่รับนิมนต์ ไม่ขึ้นรถ ไม่ลงเรือ แม้จะอาพาธหนักเพียงใด ก็จะไม่ยอมเข้าไปนอนในโรงพยาบาล ถึงธาตุขันธ์จะทรงอยู่ต่อไปไม่ได้ ก็จะให้สิ้นไปในป่าอันเป็นที่อยู่ แล้วท่านก็ได้ปฏิบัติตามที่ตั้งใจไว้ได้

ทางศูนย์พระเครื่องออนไลน์ เฮงเจริญรุ่งเรือง ได้สะสมเหรียญหลวงปู่แหวนในสภาพเดิมๆ ไว้จำนวนหนึ่ง จึงขอแบ่งปันให้บูชาในราคาเบาๆ เหรียญละ ๓๐๐ บาท ช่วยค่าส่ง EMS ๕๐ บาท ทุกเหรียญรับประกันความสวย และความแท้ เก๊ยินดีคืนเงินเต็มจำนวน

สนใจ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 365-227922-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นายภูมิพัฒน์ กุดเป่ง หมายเลขโทรศัพท์ (095) 789-1222 โอนแล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเพื่อเป็นหลักฐานด้วยครับ

ที่อยู่

62 หมู่ 6 ถนนพิบูลสงคราม 24 อ. เมือง จ. นนทบุรี
Amphoe Muang Nonthaburi
11000

เบอร์โทรศัพท์

(096) 789-1222

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เฮงเจริญรุ่งเรืองพระเครื่องผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง เฮงเจริญรุ่งเรืองพระเครื่อง:

ทางลัด

แชร์

ประเภท