Thailandgastronomy เครือข่ายวัฒนธรรมอาหาร (Thailand Gastronomy Network)

การรวมพลคนที่ให้ความสำคัญกับอาหารไทย ที่มีคุณค่ามากกว่าการกินอิ่ม

โครงสร้างห่วงโซ่หัวใจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร

Farming Systems and Organic Ingredients
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นจากแหล่งกำเนิดอาหาร แปลงผัก สวนผลไม้ บ้านไร่ หรือท้องนา ในแนวทางเกษตรปลอดภัย ส่งผลดีต่อทั้งผู้ปลูกและผู้กิน สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อสุขภาพและการกินดีมีสุข

Story of Food
คุณค่าของเรื่องราวเบื้องหลังท

ี่ทำให้คุณค่าของอาหารแต่ละจานโดดเด่นและเป็นที่จดจำ อาหารหนึ่งจานรวบรวมเรื่องราวมรดกภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมการกิน วิธีการนำเสนออาหาร ล้วนแต่เป็นการสร้างความดื่มด่ำให้กับการได้ลิ้มรสอาหาร อาหารจึงเป็นมากกว่าอาหารเสมอ

Creative Industries and Creative Culture
อุตสาหกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นทุน มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับอาหารได้ทั้งสิ้น เพราะการนำเสนออาหาร เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่สะท้อนวิถีชีวิต รสนิยม และทิศทางของอาหารตามยุคสมัย นับตั้งแต่ภาชนะใส่อาหารไปจนถึงนวัตกรรมด้านอาหาร รางวัลด้านอาหาร หรือเทศกาลภาพยนตร์อาหาร ดนตรี การแสดง วรรณกรรมที่ล้วนสามารถทำให้อรรถรสของอาหารเป็นได้มากกว่า อิ่มท้อง แต่สร้างสรรค์ให้ อิ่มสมอง อิ่มตา อิ่มใจ

Sustainable Tourism
ผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานของการท่องเที่ยว อนุรักษ์ ส่งเสริมเรื่องราวท้องถิ่น ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดความคงอยู่ของความหลากหลายชีวภาพ การจัดการเศษอาหารเหลือทิ้ง คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การปกป้องมรดกทางอาหารของท้องถิ่น ให้อาหารเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งและยั่งยืนแก่ผู้มาเยือน

24/07/2026

Let’s Cook This Place | ไก่ทอดหาดใหญ่ ในแบบของเรา 🍗✨

บางครั้งการเดินทางก็เริ่มจาก “ความคิดถึงรสชาติ”

สำหรับเบลล์ ไก่ทอดหาดใหญ่ไม่ใช่แค่เมนูดังของสงขลา แต่คือกลิ่นหอมของกระเทียม พริกไทย เครื่องเทศ และหอมเจียว! ความเรียบง่ายที่ทำให้หยุดกินไม่ได้

รอบที่แล้วไปเดินตลาดกิมหยง เพื่ออยากหาของฝากที่ทำให้หายคิดถึงรสชาติของหาดใหญ่ได้ จนเจอแป้งทอดไก่ทอดหาดใหญ่ ครั้งนี้เลยอยากตีความใหม่ในแบบที่กินได้บ่อยขึ้น เอาใจคนที่อยากดูแลสุขภาพ แต่ก็ไม่อยากเสียเสน่ห์ของไก่ทอดหาดใหญ่ไป

เบลล์เลือกใช้ หม้ออบลมร้อน แทนการทอดในน้ำมัน แต่ยังคงรสชาติแบบต้นตำรับไว้ให้มากที่สุด หนังกรอบ เนื้อฉ่ำ หอมพริกไทย และยังได้ฟีลของไก่ทอดหาดใหญ่ทุกคำ

สูตรง่ายมาก
🍗 ปีกไก่
🧂 เกลือ
⚫️ พริกไทย
🥣 แป้งทอดไก่หาดใหญ่

คลุกปีกไก่กับเกลือและพริกไทย พักไว้เล็กน้อย แล้วคลุกแป้งทอดไก่หาดใหญ่ให้ทั่ว

นำเข้า หม้ออบลมร้อน 180°C เป็นเวลา 25 นาที เสริฟพร้อม หอมเจียวและน้ำจิ้มไก่

ออกมากรอบนอก เนื้อยังฉ่ำ ได้กลิ่นพริกไทย กินกับหอมเจียว ฟีลไก่ทอดหาดใหญ่ยังอยู่ครบ แต่ใช้น้ำมันน้อยลง

เบลล์เชื่อว่าอาหารท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องทำเหมือนเดิมทุกครั้งก็ได้ ลองปรับนิด เปลี่ยนหน่อย ให้เข้ากับวิถีชีวิตของเราในวันนี้ แต่ยังเคารพรสชาติและที่มาของมัน แบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน 💛 ครั้งหน้าถ้าไปสงขลาหวังว่าจะเจออะไรที่ได้ซื้อติดมือ มาทำเมนูใหม่ๆได้อีก

#ตามรสสงขลา
#รสถึงเครื่อง
#คนถึงใจ

23/07/2026

Taste in 60 seconds : ตามรสสงขลา
ทริปนี้จอยตื่นแต่เช้าบินไปหาดใหญ่ ไปดูกันนะคะ ว่าทริปสงขลาของจอย รสชาติหรอยแค่ไหน
Reel & Edit :จอย ชลธิชา โลหะชาละ
#ตามรสสงขลา
#รสถึงเครื่อง
#คนถึงใจ

ตามรสสงขลา : Where The Taste  Lead 24-Hour Breakfast Lunch Dinner in Songkhla ตอนที่ 1 ส่องวัตถุดิบหลาดรถไฟBreakfast : เ...
22/07/2026

ตามรสสงขลา : Where The Taste Lead
24-Hour Breakfast Lunch Dinner in Songkhla ตอนที่ 1 ส่องวัตถุดิบหลาดรถไฟ

Breakfast : เช้าตรู่ ส่องวัตถุดิบหลาดรถไฟ

ริมหาดชลาทัศน์ลากยาวถึงหาดสมิหลาคลาคล่ำด้วยนักวิ่ง นักเดิน นักยืดเหยียด ตรงแนวคลื่นเห็นคนฝึกเล่นเซิร์ฟอยู่ไกลๆ มองออกไปเห็นเรือหางยาวพานักท่องเที่ยวมุ่งหน้าสู่เกาะหนูเกาะแมว ถนนฝั่งตรงข้ามมีฟู้ดทรัคขนอาหารเช้ามาเอาใจคนหิวอยากนั่งชิลหลังออกกำลังกาย ช่างเป็นภาพยามเช้าเมืองสงขลาที่ปลุกพลังชีวิตได้ดี

ส่วนฉันสวมวิญญาณนักสำรวจตลาดเช้า รีบสาวเท้าจากชายหาดเลาะมาถึงหลาดนัดรถไฟ ตลาดนัดบริเวณสถานีรถไฟสงขลา ที่มีเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น ถึงตรงนี้หลายคนอาจจสงสัย สงขลามีสถานีรถไฟด้วยหรือ?

เคยมีค่ะ สถานีรถไฟสงขลาต่อเชื่อมมาจากสถานีหาดใหญ่ เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2460 และนี่เองเป็นจุดกำเนิดของหลาดนัดรถไฟ เกิดจากแม่ค้าเพียง 2-3 คน ที่เอาของมาขายให้ผู้โดยสาร ต่อมาปี พ.ศ.2515 เริ่มกลายเป็นตลาดย่อมๆ ขยับขยายมาอยู่ใต้ต้นยาง หน้าศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน

จนกระทั่งสถานีรถไฟถูกยกเลิกไป ในปี พ.ศ. 2521 แต่หลาดนัดรถไฟยังคงอยู่ และกลายเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 48 ไร่ มีของขายครบครันทั้งวัตถุดิบอาหาร ผัก ผลไม้ อาหารทะเล อาหารแห้ง อาหารพื้นบ้านพร้อมกิน หัตถกรรม เสื้อผ้า ของใช้ของสะสมมือสอง ฯลฯ

ฉันสนใจตลาดฝั่งถนนรามวิถี ช่วงวิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลาไปจนถึงถนนรามวิถี ซอย 2 เป็นพิเศษ มีวัตถุดิบอาหารท้องถิ่นแปลกตาจากรอบลุ่มทะเลสาบสงขลา จากสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ไปจนถึงปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล ครบทั้งเขา-ควน-ป่า-นา-เล-มหาสมุทรมารวมอยู่ที่เดียว

สังเกตเห็นสินค้าจากโหมฺเล (คนที่อยู่ติดทะเล) ทั้งทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย มีอาหารทะเลทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย เหลือบเห็นหอยเสียบดองเกลือของมุสลิมฝั่งเก้าเส้ง ปลาขี้ตังจากทะเลสาบสงขลาตอนกลาง ปลาทะเลจากอ่าวไทย ปลากะพงจากฝั่งสิงหนคร ปลาแป้งแดง ภูมิปัญญาถนอมอาหารจากฝั่งระโนด ไข่เป็ดดองคู่หรือไข่ครอบจากคาบสมุทรสทิงพระหลายพื้นที่ ไหนจะกุ้งแห้ง หมึกแห้งจากฝั่งปัตตานี หรือปลาดุกร้า สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากฝั่งทะเลน้อย พัทลุงก็มีมาขาย ฯลฯ

เปลี่ยนมาส่องของจากโหมฺเขา (คนที่อยู่ติดเชิงเขา) กันบ้าง ส่วนใหญ่ขนผลผลิตจากสวนผลไม้มาขาย ทุเรียนที่เห็นตอนนี้มาจากฝั่งชุมพร ทุเรียนภาคใต้ตอนล่างต้องรออีกนิด สะตอ มะม่วง มะยม มะม่วงหิมพานต์ จากสวนสมรมริมเชิงเขาก็มี ไหนจะพวกสมุนไพรทั้งกินและทำยาละลานตาไปหมด เช่น ชะพลู พริกไทย ขิง ข่า หัวเผือก หัวกลอย มีน้ำผึ้งเดือนห้า น้ำผึ้งป่ามาขายเจ้าละขวดสองขวดด้วย

ยังไม่ลืมโหมฺนา (คนที่อยู่พื้นที่ราบ) เห็นกระสอบข้าวสารตักขายเป็นกิโล สายพันธุ์ข้าวอาจไม่หลากหลายเช่นอดีต แต่พอมีให้เลือกกิน ทั้งข้าวเล็บนก ข้าวสังข์หยด ข้าวเบายอดม่วง ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวข้าว รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด ทั้งน้ำส้มโหนด (น้ำส้มตาลโตนด) น้ำผึ้งแว่น (น้ำตาลแว่น) น้ำผึ้งเหลว (น้ำตาลเหลว) น้ำตาลสด ขนมดู อ่อ! แต่ถ้าเป็นข้าวสารเมล็ดป้อมๆ สั้นๆ อาจจะต้องถามแม่ค้าให้ดี เพราะบางที นั่นไม่ใช่อาหารของพวกเรา แต่เป็นข้าวเปลือกเม็ดมะเขือไว้สำหรับเลี้ยงนกตัวโปรด

เดินไป คิดเมนูไป นี่มันสวรรค์ของคนทำอาหารชัดๆ ได้พูดคุยกับผู้ผลิตตัวจริง หรือไม่ก็รับเขามาไม่เกิน 2 ต่อ พ่อค้าแม่ค้ายังเล่าที่มาที่ไปของอาหารได้ดี เดินมาจบที่ร้านชา-กาแฟ ร้านซ่อนตัวอยู่บริเวณห้องขายตั๋วรถไฟเดิม พักเหนื่อยนั่งดูผู้คนใหม่ๆ ที่ผลัดเปลี่ยนมาเข้าฉากเก่า 100 กว่าปีแห่งนี้

ไข่ลวก 2 ใบ จิบชาร้อนสักแก้วนิ่งๆ น่าจะลงตัวสุด สำหรับวันใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจมาตั้งแต่เช้า..

ติดตามอ่านบทความ ตามรสสงขลา : Where The Taste Lead
24-Hour Breakfast Lunch Dinner in Songkhla ต่อนหน้า สัปดาห์ถัดไป

Story: ปุ้มปุ้ย จริยา ชูช่วย
Photo: ณัฐวุฒิ ธนะเบญจผล

#ตามรสสงขลา
#รสถึงเครื่อง
#คนถึงใจ

ตามรสสงขลา  รอยรสแห่ง “เลใน”  มรดกอาหารวิถีสามน้ำแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดย สามารถ สาเร็ม ทะเลสาบสงขลา หรือ “เลใน” คือผ...
21/07/2026

ตามรสสงขลา

รอยรสแห่ง “เลใน” มรดกอาหารวิถีสามน้ำแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
โดย สามารถ สาเร็ม

ทะเลสาบสงขลา หรือ “เลใน” คือผืนน้ำอันไพศาลที่เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับทะเล อาศัยกระแสน้ำไหลเวียนเปลี่ยนผ่านตามดิถีดวงจันทร์กับทั้งฤดูกาล กำเนิดเป็นระบบ “สามน้ำ” จืด กร่อย เค็ม อันแสนพิเศษยิ่ง ผืนน้ำสงบงามนี้ถูกก่อร่างเป็นจิตรกรรมเปี่ยมรสชาติด้วยริ้วคลื่นจากเรือประมงหลากสีสัน ชาวประมงอาศัยประสบการณ์ผสานรวมกับภูมิปัญญาและเครื่องมืออย่าง บาม ไซ และกัด เก็บเกี่ยวขุมทรัพย์จากท้องนทีมาสู่ปากท้อง เช่นนี้เองภูมิปัญญาด้านอาหารอันรุ่มรวยจึงถูกบ่มเพาะขึ้น ชวนให้ผู้มาเยือนตามไปลิ้มลองให้ถึงแหล่ง

ด้วยความรุ่มรวยของทรัพยากรกำเนิดเป็นมรดกภูมิปัญญาการกินอันสลับซับซ้อน นำมาสู่เมนูแรก “ไข่ครอบหรือไข่เป็ดดองคู่” มรดกจากการประดิษฐ์เครื่องมือประมงในอดีตที่ใช้ไข่ขาวย้อมแหหรืออวนให้ทนทาน ไข่แดงที่เหลือใช้ถูกนำมาถนอมด้วยน้ำเกลือบรรจุกลับเข้าเปลือกเป็นคู่ เกิดเป็นความอร่อยที่หาได้ตามตลาดนัดรอบเลใน หรือร่วมเวิร์คชอปกับชมรมอนุรักษ์ป่าชายเลนตำบลหัวเขา ตามมาด้วย ”ข้าวมันเรือ” เมนูเรียบง่ายของทำกินในครัวเรือนชาวเล เป็นการหุงข้าวสารด้วยน้ำและน้ำมันพืช ปรุงรสด้วยเกลือกับหอมแดงบุบหยาบ กินคู่กับอาหารทะเลสดตามแต่หาได้ในวันนั้นลวกพอสุก มีน้ำจิ้มซีฟู้ดเป็นคู่เคียง การจะได้ลิ้มลองต้องติดต่อชาวประมงไว้ล่วงหน้า

ความอุดมสมบูรณ์นี้ทอดยาวมาถึงชุมชนปลายน้ำคลองอู่ตะเภา บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ ยามเช้าจะพบชาวบ้านวางขาย “เหนียวปลาแห้ง” ข้าวเหนียวนึ่งนุ่มกินคู่กับปลาแห้งตามฤดูกาลรสกรุบกรอบ แนมด้วยกุ้งต้มน้ำผึ้งโตนดรสชุ่มลิ้น ร่วมกับเคยทอดองค์ประกอบซับซ้อน มีน้ำชุบเป็นตัวชูโรง และเมนูที่ขาดไม่ได้คือ “ข้าวยำน้ำเคย” ข้าวยำที่สมบูรณ์แบบตามฉบับลุ่มน้ำทะเลสาบ ใช้น้ำราดเรียกว่า “น้ำเคย” โดยนำเอาเคยน้ำ เคยปลา หรือจิ้งจัง เคี่ยวกับน้ำตาลและสมุนไพรจนงวดข้น ให้รสเค็มหวานลุ่มลึก ซ่อนตัวอยู่ตามร้านรวงไร้ชื่อของชาวบ้าน ทั้งในตลาดเช้าควนเนียง วัดธรรมโฆษณ์ หรือริมทะเลบ้านม่วงงาม ที่เป็นรู้กันในหมู่คนท้องถิ่น

มรดกอาหารแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ควบรวมกันขึ้นจากนิเวศวิทยาและนิเวศวัฒนธรรม ก่อกำเนิดรสอร่อยล้ำลงบนจานอาหาร ทุกรสชาติ ทุกคำที่เคี้ยวกลืนคือคำตอบของคำถามที่ว่าทำไมผู้คนถึงผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกับ "เลใน" อย่างแนบสนิท หากท่านเป็นผู้ที่หลงใหลในเรื่องราวที่กินได้ รสชาติโอชาแห่งลุ่มทะเลสาบนี้ไม่ได้นอนรออยู่ในภัตตาคารร้านหรู แต่เต้นระบำไปตามท่วงทำนองแห่งชีวิตของชุมชนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่ที่รอต้อนรับผู้มาเยือนด้วยไมตรี

ติดตามอ่านบทความ “รอยรสแห่งเลใน” ของสามารถ ซาเร็ม ฉบับเต็มในสัปดาห์ถัดไป

Photo: กฤษฎากร สุขมูล

#ตามรสสงขลา
#รสถึงเครื่อง
#คนถึงใจ

Ep.6: Food Literacyเมื่อการเดินทางจะช่วยไขกุญแจสู่ความรู้เท่าทันด้านอาหารให้ลึกซึ้งขึ้นถ้าเราทุกคนลองตั้งคำถามง่าย ๆ ก่อ...
21/07/2026

Ep.6: Food Literacy

เมื่อการเดินทางจะช่วยไขกุญแจสู่ความรู้เท่าทันด้านอาหารให้ลึกซึ้งขึ้น

ถ้าเราทุกคนลองตั้งคำถามง่าย ๆ ก่อนที่เราจะเอาอะไรเข้าปากว่า "ไก่ เนื้อ หมู ที่เรากินมาจากไหน สัตว์ต่าง ๆ ที่เราบริโภค เขากินอะไรมาก่อนที่เราจะกินเขาเข้าไป" ทุกคนคิดว่าเราจะถามใคร แล้วเราจะได้คำตอบไหม?

คำถามธรรมดา ๆ นี้ จริง ๆ แล้วเชื่อมโยงโดยตรงกับสิ่งที่เราเรียกว่า "Food Literacy" หรือความรู้เท่าทันด้านอาหาร ซึ่งเป็นทักษะชีวิตที่หลายคนมองข้ามในโลกยุคปัจจุบัน ลองคิดกันง่าย ๆ ค่ะว่า หมูกินอะไร เราก็กินแบบเดียวกับที่หมูกินนั่นแหละค่ะ

หากจะอธิบายความหมายอย่างเป็นทางการตามหลักวิชาการของ Vidgen & Gallegos (2014) แล้ว Food Literacy คือ กลุ่มของความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมที่จำเป็นต่อการวางแผน การจัดการ การเลือกซื้อ การเตรียม และการกินอาหาร เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของร่างกายและประเมินการบริโภคได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่มิติของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastro Tourism) นักวิชาการได้ขยายขอบเขตของความรู้เท่าทันนี้ให้ลึกซึ้งไปกว่าแค่เรื่องสารอาหารหรือสุขภาพ โดยครอบคลุมไปถึงความเข้าใจในมรดกวัฒนธรรมอาหาร (Food Heritage) ภูมิปัญญาและวิธีการปรุง (Cooking Methods) ตลอดจนวิถีการกิน (Ways of Eating) ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น

ซึ่งความเข้าใจอันลึกซึ้งนี้สะท้อนได้ชัดเจนผ่านบันทึกเล็ก ๆ ใน Reflection journal ของนักศึกษาชาวฮ่องกงคนหนึ่ง ที่แต๊กเคยพาเขาไปลงพื้นที่เรียนรู้ในสวนผลไม้ ที่ จ.ปราจีนบุรี เขาเขียนเอาไว้ว่า

"มันดีมาก ๆ เลยที่ฉันได้กินผลไม้ในสวนผลไม้จริง ฉันเห็น รู้จัก และเข้าใจสิ่งที่กิน ฉันรู้ถึงความยากลำบากของเกษตรกร ฉันได้เห็นต้นเงาะ ต้นมังคุด กระท้อนซึ่งแปลกใหม่สำหรับฉัน ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเนื้อสัมผัสของผลไม้ที่นี่ถึงได้ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ และมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างมีมิติ ต่อไปนี้มุมมองของฉันเวลาเห็นผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตคงไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะ"

ข้อความนี้แสดงให้เห็นว่า การท่องเที่ยวเชิงอาหารทำหน้าที่เป็นเครื่องมือชั้นยอดในการสร้าง "การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง" (Experiential Learning) ที่ช่วยเชื่อมต่อสายสัมพันธ์ที่ขาดหายไประหว่างผู้บริโภคกับแหล่งที่มาของอาหาร เพราะในชีวิตคนเมืองอันเร่งรีบ เรามักคุ้นชินกับอาหารสำเร็จรูปที่ถูกตัดแต่งและแร็ปพลาสติกวางขายบนชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต จนทำให้เรามองข้าม "เรื่องราว" เบื้องหลังจานอาหารไปโดยปริยาย

แต่เมื่อเราได้ออกเดินทางไปเห็นแหล่งผลิตจริงด้วยตาตัวเอง Food Literacy ของเราจะถูกยกระดับขึ้นทันทีผ่านมิติต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่มิติ มรดกวัฒนธรรมอาหาร (Food Heritage) ที่ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมผลไม้ที่ปลูกด้วยดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุจากระบบนิเวศที่แข็งแรงสมบูรณ์ ถึงมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มิติ ภูมิปัญญาและวิธีการปรุง (Cooking Methods) ที่ทำให้เราเห็นว่าวิธีการบำรุงรักษาผลผลิต การดูแลลูกไม้ การเตรียมดิน และการเก็บเกี่ยว ล้วนแต่เป็นความชาญฉลาดของบรรพบุรุษที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรในฤดูกาลนั้น ๆ และเชื่อมโยงไปถึงมิติของ วิถีและวัฒนธรรมการกิน (Ways of Eating) เช่น การล้อมวงกินข้าวร่วมกัน หรือลีลาการนำเสนออาหารที่สะท้อนถึงโครงสร้างทางสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติในพื้นที่นั้น ๆ

การพาตัวเองออกเดินทางไปยืนอยู่ในสวน ได้สัมผัสแดด ลม และดิน จึงช่วยเปลี่ยนบทบาทของเราจากผู้บริโภคปลายน้ำที่ไม่มีความรู้เท่าทันด้านอาหาร ให้กลายเป็นนักเดินทางที่มีความตระหนักรู้เชิงนิเวศและสังคม (Ecological & Social Awareness) ที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจ คนต้นน้ำอย่างเกษตรกรอย่างแท้จริง การเรียนรู้แบบนี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของเราไปตลอดกาล ทำให้เรากินทิ้งกินขว้างน้อยลง และมองอาหารด้วยหัวใจที่ซาบซึ้งมากขึ้น

แต๊กอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านที่อ่าน Gastro Tourism 101 มาตั้งแต่ EP แรกจนถึง EP นี้ มาเป็น Gastronomad กันค่ะ ในทริปต่อไปของคุณ ลองเปลี่ยนจากการเป็นนักท่องเที่ยวที่มุ่งหาแค่ร้านอร่อยถ่ายรูปสวย ๆ มาสวมหมวกเป็น "นักเดินทางที่รู้เท่าทันอาหาร" ด้วยการตั้งคำถามง่าย ๆ 3 ข้อ

1.วัตถุดิบหลักในจานนี้มีเรื่องราวการเติบโตมาอย่างไร?
2.ทำไมคนท้องถิ่นถึงปรุงด้วยวิธีนี้?
3.ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยในมื้อนี้?

ลองพูดคุยและปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นเพื่อตามหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ดูนะคะ เพราะการเดินทางที่จะสร้างความทรงจำได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่การไปกินอาหารที่อร่อยที่สุดหรือการได้ถ่ายรูปอาหารที่สวยที่สุด แต่คือการเดินทางที่สร้างคุณค่าและเพิ่มพูนความรู้ ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวของทุกคนมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเมื่อเรากลับมาสู่ชีวิตประจำวัน เราจะมองอาหารในจานด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ

เรื่อง และภาพ: สุนันที กาญจนวัฒน์ (แต๊ก)

แหล่งอ้างอิงสำหรับศึกษาเพิ่มเติม (References):

Vidgen, H. A., & Gallegos, D. (2014). Defining food literacy and its components. Appetite, 76, 50-59. (นิยามหลักและองค์ประกอบของความรู้เท่าทันด้านอาหาร)
Cullen, T., et al. (2015). Food literacy: Everyone's business. Journal of Nutrition Education and Behavior, 47(2), 140-145. (การขยายขอบเขต Food Literacy สู่มิติสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม)
Bessiere, J. (1998). Local development and heritage: Traditional food and cuisine as tourist attractions in rural areas. Sociologia Ruralis, 38(1), 21-34. (การทำความเข้าใจมรดกอาหารในฐานะเครื่องมือเชื่อมโยงอัตลักษณ์และการท่องเที่ยว)
Timothy, D. J., & Ron, A. S. (2013). Understanding heritage cuisines and tourism. Journal of Heritage Tourism, 8(2-3), 99-104. (การท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้มรดกและวิถีการกินท้องถิ่น)

เมื่อ “คนทั้งห่วงโซ่อาหาร” มานั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ประเทศไทยมีวัตถุดิบอะไรดี หรือผลิตอาหารอ...
20/07/2026

เมื่อ “คนทั้งห่วงโซ่อาหาร” มานั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ประเทศไทยมีวัตถุดิบอะไรดี หรือผลิตอาหารอะไรเก่ง แต่คือ…

เราจะเชื่อม “วิทยาศาสตร์–วัตถุดิบ–วัฒนธรรม–การออกแบบ–ผู้ประกอบการ–ตลาด” ให้กลายเป็นเศรษฐกิจอาหารมูลค่าสูงได้อย่างไร?

Thailand Gastronomy Network (TGN) โดย ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ได้ร่วมเวทีระดมความคิด “Future Food & Wellness Value Chain: ยกระดับไทยจากครัวโลก สู่เศรษฐกิจอาหารมูลค่าสูง สุขภาพ และอนาคต” ภายใต้หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ TEPCoT รุ่นที่ 18 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

เป็นวงสนทนาที่รวมมุมมองจากคนสำคัญในระบบอาหาร ทั้ง ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา คุณบุญเลิศ อ่องไพบูลย์ นพ.ศุภชัย ปาจรียานนท์ คุณธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ คุณกวิน ว่องกุศลกิจ คุณปริม จิตจรุงพร ตลอดจนผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน

หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนจากวงสนทนาคือ ประเทศไทยมีต้นทุนที่แข็งแรงมาก ทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ วัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาอาหาร บุคลากรทางการแพทย์ อุตสาหกรรมแปรรูป เชฟ นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการ แต่ศักยภาพเหล่านี้ยังต้องการ “ระบบเชื่อมต่อ” ที่ทำให้งานวิจัยเดินทางไปถึงผลิตภัณฑ์ ตลาด และผู้บริโภคได้จริง

สอวช. ได้นำเสนอทิศทางการขับเคลื่อน Functional Ingredient ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัย การสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การทดลองทางคลินิก การพัฒนามาตรฐานและ Positive List ไปจนถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมต้นน้ำ นับเป็นโครงสร้างสำคัญที่จะช่วยให้วัตถุดิบไทยก้าวจาก “ของดีในท้องถิ่น” ไปสู่สารสกัด ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมสุขภาพที่แข่งขันในตลาดโลกได้

ข้อเสนอสำคัญจาก ผศ.ดร.จุฑามาศ คือ การพัฒนา Future Food และ Functional Gastronomy ของไทยควรมุ่งสู่แนวคิด 3P ได้แก่

• Preventive — ใช้อาหารเป็นกลไกป้องกันและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพก่อนเกิดโรค พร้อมสร้าง Food Literacy ให้ประชาชนสามารถเลือก กิน และดูแลสุขภาวะของตนเองได้ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน

• Precision — พัฒนาอาหารบนฐานข้อมูล งานวิจัย และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ สามารถอธิบายได้ว่า วัตถุดิบหรือสารสำคัญชนิดใด เหมาะกับเป้าหมายสุขภาพใด ในปริมาณและเงื่อนไขแบบใด

• Personalized — ออกแบบอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล ทั้งช่วงวัย ภาวะสุขภาพ ความเสี่ยง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ และความชอบด้านรสชาติ

อย่างไรก็ตาม Personalized Food ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่ต้องแปลกลับมาเป็น “อาหารที่คนกินทุกวันจริง เข้าถึงได้ และเหมาะกับบริบทชีวิต”

นี่คือพื้นที่ที่ศาสตร์ด้าน Gastronomy สามารถเข้ามาเติมเต็มวิทยาศาสตร์อาหารและสุขภาพได้อย่างสำคัญ

สำหรับ TGN การพัฒนา Functional Ingredient จึงไม่หยุดอยู่เพียงสารสกัดหรือคำกล่าวอ้างทางสุขภาพ แต่อาหารมูลค่าสูงต้องทำให้คน “เข้าใจ–อยากลอง–อยากกิน–อยากซื้อ–และอยากเดินทางไปถึงแหล่งกำเนิด”

แนวทางที่ TGN เสนอจึงเป็นการเชื่อมโยงทั้งระบบ ตั้งแต่

• คัดเลือกวัตถุดิบจากศักยภาพด้านสุขภาพและอัตลักษณ์ของพื้นที่
• สร้างหลักฐาน มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ
• แปลคุณประโยชน์สู่แนวคิด Preventive, Precision และ Personalized
• ออกแบบรสชาติ ประสาทสัมผัส และเรื่องเล่าจากภูมิหลังรสชาติหรือ Terroir
• ร่วมสร้างสรรค์กับเชฟ นักออกแบบอาหาร Taste Maker นักวิจัย SME และชุมชน
• พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เมนู ประสบการณ์ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร
• ทดลองกับตลาดจริงผ่าน Living Lab, Test Kitchen, Pop-up และเครือข่ายตลาดต่างประเทศ

เวทีนี้ยังเปิดโอกาสให้ TGN ได้พบและแลกเปลี่ยนกับคุณปริม จิตจรุงพร และคุณกวิน ว่องกุศลกิจ สองผู้ร่วมก่อตั้ง The Food School Bangkok ซึ่งมีศักยภาพในการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ เชฟรุ่นใหม่ ห้องทดลองครัว ผู้ประกอบการ และนวัตกรรมอาหาร

เรามองเห็นโอกาสในการทำงานร่วมกันหลายรูปแบบ เช่น การจัด Future Food & Gastronomy Prototyping Lab การนำ Functional Ingredient จากพื้นที่ต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นเมนูเพื่อสุขภาวะและต้นแบบธุรกิจ การเชื่อมนักวิจัยกับเชฟและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ตลอดจนการจัดหลักสูตรระยะสั้น Showcase และกิจกรรมทดสอบตลาดในระดับประเทศและนานาชาติ

อนาคตของอาหารไทยไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “ภูมิปัญญาดั้งเดิม” กับ “นวัตกรรมแห่งอนาคต”

อนาคตที่แข็งแรงที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อเราใช้วิทยาศาสตร์เพิ่มความน่าเชื่อถือ ใช้การออกแบบเพิ่มคุณค่า ใช้วัฒนธรรมสร้างความแตกต่าง และใช้ตลาดจริงเป็นพื้นที่พิสูจน์

จาก Functional Ingredient สู่ Functional Gastronomy
จากห้องวิจัยสู่โต๊ะอาหาร
จาก Preventive สู่ Precision และ Personalized
จากวัตถุดิบของพื้นที่ สู่ประสบการณ์ สุขภาวะ และเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย

ขอบคุณ TEPCoT รุ่นที่ 18 และทุกท่านบนโต๊ะสนทนาที่ช่วยกันเปิดภาพอนาคตของระบบอาหารไทย การพบกันครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นมากกว่าที่เราคิด






20/07/2026

Kitchen Club by TGN “let’s cook this place” coming soon #ตามรสสงขลา

 #ตามรสสงขลา
19/07/2026

#ตามรสสงขลา

ตามรสสงขลา ผ่าน “ตัวละคร”สวัสดี พี่ พรานบุญชายหน้ากากสีแดง ดวงตากลมโต จมูกยาวคือหนึ่งในตัวละครสำคัญของ โนรา ศิลปะการแสดง...
16/07/2026

ตามรสสงขลา ผ่าน “ตัวละคร”

สวัสดี พี่ พรานบุญ

ชายหน้ากากสีแดง ดวงตากลมโต จมูกยาว
คือหนึ่งในตัวละครสำคัญของ โนรา ศิลปะการแสดงที่อยู่คู่ภาคใต้มาหลายร้อยปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติโดย UNESCO

มีทั้งอารมณ์ขัน ไหวพริบ และความสามารถในการเชื่อมผู้ชมเข้ากับเรื่องราวบนเวที

ถ้าชวน “พรานบุญ” ไปกินข้าว…คิดว่าเขาจะสั่งอะไร?

เราไม่รู้แน่ชัดว่า พรานบุญ ในโนราเคยกินอะไร

แต่ถ้าลองคิดจากวิถีชีวิตของ “พราน” ที่ใช้ชีวิตในป่า เดินทางตามเขา ลำน้ำ และผืนดินของภาคใต้…

คุณคิดว่าเมนูโปรดของเขาจะเป็นอะไร?

ผักเหนาะกับน้ำพริกกะปิ?

ปลาย่างจากทะเลสาบสงขลา?

น้ำผึ้งป่า?

เห็ดป่าตามฤดูกาล?

ปูนาจากท้องนา?

หรือ…

แกงส้มรสจัด ๆ แบบคนใต้?

แม้จะไม่มีหลักฐานว่า “พรานบุญ” กินเมนูใดเป็นพิเศษ

แต่สิ่งหนึ่งที่เราพอจะบอกได้ คือ พรานคือผู้รู้จักธรรมชาติ

รู้ว่าฤดูกาลไหนมีอะไร

รู้ว่าพืชชนิดไหนกินได้

รู้ว่าปลาชนิดไหนอร่อยที่สุด

และรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับป่าอย่างไร

ถ้าวันนี้พรานบุญยังเดินอยู่ในสงขลา…

เราคิดว่าเขาจะพาพวกเราไปหา “วัตถุดิบ” ที่ไหน?

และถ้าชวนเชฟ…พี่พรานจะชวนทำเมนูอะไรให้พรานบุญ?

👇 มาออกแบบ “สำรับของพรานบุญ” กันในคอมเมนต์

#ตามรสสงขลา #ผ่านตัวละคร #พรานบุญ #โนรา

ดูกันออกมั๊ย 🫣? ลองเลื่อนดูภาพทั้งหมดนี้แล้วลองตอบคำถามง่าย ๆภาพไหนคือสงขลา?ภาพไหนคือปีนัง?หลายคนบอกว่า “สงขลาเหมือนปีนั...
15/07/2026

ดูกันออกมั๊ย 🫣? ลองเลื่อนดูภาพทั้งหมดนี้
แล้วลองตอบคำถามง่าย ๆ

ภาพไหนคือสงขลา?
ภาพไหนคือปีนัง?

หลายคนบอกว่า “สงขลาเหมือนปีนัง”

แต่ถ้าเราแยกไม่ออก หรือ ไม่แน่ใจอาจเป็นเพราะความจริงคือ ทั้งสองเมืองเติบโตมาจากประวัติศาสตร์เดียวกัน

ทั้งคู่เคยเป็นเมืองท่าบนเส้นทางการค้าในช่องแคบมะละกา รับผู้คนจากจีน อินเดีย โลกมลายู และยุโรป

จึงมีบ้านที่สร้างด้วยภาษาเดียวกัน

อิฐแบบเดียวกัน

ช่องลมแบบเดียวกัน

ลานกลางบ้านแบบเดียวกัน

แม้แต่ครัวที่ทำให้อาหารของสองเมืองคล้ายกัน

ก็ซ่อนอยู่ในบ้านแบบเดียวกัน
มาตอบกันว่า ดูออกไหม?

👇 คอมเมนต์มาเลย

เช่น

1️⃣ สงขลา
2️⃣ ปีนัง
3️⃣ สงขลา…

แล้วเราจะมาเฉลยพร้อมเล่าว่า

“บ้านแบบ Straits House คืออะไร และทำไมสงขลากับปีนังจึงเป็นญาติกันทางสถาปัตยกรรม”

#ตามรสสงขลา
#รสถึงเครื่อง #คนถึงใจ

ที่อยู่

Amphoe Muang Nonthaburi
11000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailandgastronomyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Thailandgastronomy:

ทางลัด

แชร์