โรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิท

โรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิท

แชร์

สอน TOEIC, TOEFL
ONET, G*T, English 9 วิชาสามัญ และอังกฤษ

16/01/2026

เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ สนใจสอบถามได้ที่เบอร์ 085-2454028

16/01/2026
Photos from โรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิท's post 16/01/2026
16/01/2026

สนใจสมัครเรียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
#กวดวิชา
#สอนภาษาอังกฤษ

26/10/2024

การสอนแต่ละยุค (เล่าสู่กันฟัง)
(เขียนเนื่องในโอกาสที่ โรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิทครบรอบ 10 ปี)

ยุคแรก (first period) สำหรับผู้เขียน

ผมเริ่มการสอนในระดับอุดมศึกษาครั้งแรก ๆ ก็น่าจะเป็นระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ น่าจะปี พ.ศ. 2538 วิชาแรกที่สอนน่าจะเกี่ยวกับวรรณคดีอังกฤษ เช่น introduction to English literature หรือไม่ก็ introduction to literature ประมาณนี้แหละ จำไม่แม่นครับ ในฐานะอาจารย์พิเศษ เคยสมัครเป็นอาจารย์ประจำด้วยนะครับ (ไม่อยากบอกเลย อายครับ เพราะสอบไม่ผ่าน อิๆ)

อุปกรณ์การสอนในสมัยนั้นน่าจะเป็นกระดานดำหรือไม่ก็เขียว พร้อมชอล์กแท่งสีขาว คลาสสิคมากเลยนะเขียนสนุกมา ๆ (เสียดายลายมือเราไม่สวย) แต่ต่อมาก็เปลี่ยนกระดานไป จนถึงปัจจุบันที่ วังน้อยเป็นกระดานอัจริยะและ projector สวยงามทันสมัยมากเลยครับ

เป็นสถาบันที่เมื่ออาจารย์เข้าสอนต้องไหว้นักศึกษา (นิสิต) เพราะสมัยก่อนผู้เรียนเป็นพระสงฆ์ทั้งสิ้น
สอนที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน (แม้ตอนมีงานบริหารในตำแหน่งคณบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าสาขาวิชา ก็ไม่รับงานอื่นในวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันหยุดของมหาวิทยาลัยตัวเอง เพื่อมาสอน มจร จากวัดมหาธาตุ ไล่มาวัดศรีสุดาราม และ มจร วังน้อย ในปัจจุบัน ต้องเดินทาง 60 กม จากบ้านที่ กทมครับ (พูดให้ตัวเองดูดีหน่อย อิๆ) สอนมาถึงปัจจุบัน ปีหน้าก็น่าจะครบ 30 ปีครับ (หรือครบแล้วก็ไม่รู้)

ความจริงงานสอนที่เป็นกิจจะลักษณะ มีคนจ้างจริง ๆ ของตัวผมเองได้เริ่มก่อนหน้าที่จะมาสอนที่ มจร แล้วหละครับ แต่ก็ไม่กี่เดือน น่าจะในปีเดียวกัน ที่ สถาบันสมประสงค์ เพชรบุรี 15 เยื้องพันทิปพลาซ่า (ชื่อเพราะนะ มีคุณเปี๊ยก (คุณนรี) เป็นเจ้าของ เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก ๆ ยังขอบคุณท่านมาจนถึงปัจจุบันนี้) สอน English conversation, English Grammar ไล่มาจนถึง TOEIC ซึ่งการสอนที่นี่นำมาสู่การเขียนหนังสือมากมายนะครับ ปััจจุบันเล่มที่ 66 แล้วนะครับ (อุดหนุนได้ตามร้านหนังสือทั่วประเทศครับ โฆษณาหน่อย อิๆ โฆษณาบ่อยเหมือนร้อนเงินเลยนะเรา)
ที่นี่เจ้าของเคยเชิญให้ผมเป็นอาจารย์ประจำ แต่ผมก็ไม่ได้รับ (แต่ก็ต้องขอบคุณท่านมากเลย) เพราะอยากไปสอนที่ มหาวิทยาลัยนั่นเอง แต่ก็มาสอนให้ท่านต่อเนื่องอีกสองปีนะครับ สอนที่นี่น่าจะ 8 ปี

สื่อการสอนที่นี่ก็กระดานขาว whiteboard ครับ
สมัยนั้นมีคอมพิวเตอร์แล้ว เริ่มมีโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ามาแทนโทรศัพท์บ้าน เป็นยุคแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีโดยแท้ครับ
สอนที่นี่ไม่ใช่สอนเด็กนะครับผู้เรียนจะเป็นคนทำงาน และคนที่จบปริญญาตรีมาแล้วเพื่อสอบ toeic นำผลไปสมัครงานโดยเฉพาะ flight attendants หรือ แอร์โฮสเตส สจ๊วต ดังมากเลย ดังนั้นคนมาเรียนจนหน้าตาดี สวยหล่อทั้งนั้น (อาจารย์สอนก็หล่อ มีคนบอก อิๆ)

มาเป็นอาจารย์ประจำที่ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ หนองแขม กทม น่าจะปี พ.ศ. 2539 ครับ สอนหลากหลายวิชาเลยผม เหมือนเพื่อนร่วมงานมองว่าเราเก่งยังไงยังงั้น (หรือแกล้งเราก็ไม่รู้ อิๆ อย่าคิดอย่างนั้น) สอนการโรงแรม (คนบวชเรียนมานี่นะสอนการโรงแรม) แต่ผมเอาตัวรอดได้แล้วกันหละ สอนการท่องเที่ยว (ผมก็เอาตัวรอดได้แล้วกัน) สอนหลากหลายวิชา สนุกมากๆๆ ครับ นักศึกษาเยอะมาก บางห้อง 120 คน ยังจำได้เลยสอนโยธา 120 คน สอนที่ตึกห้องสมุดชั้น 2 ไม่รู้ทำไมผมจำห้องนี้ได้ มีผู้หญิงเรียน 2 คน ถามเขาว่าไม่กลัวพวกผู้ชายหรือ เขาตอบว่า กลัวมันทำไมอาจารย์ เท่ห์วะ

กระดานสอนเป็นกระดานขาวแล้วครับ พัฒนาขึ้นอีกมีเครื่องปิ้งแผ่นใสด้วย ไม่ธรรมดานะ ทันสมัย มีห้องแลปภาษาด้วย เท่ห์อะ
แต่เครื่องปิ้งแผ่นใสอายุไม่นานเพราะ projector เข้ามาแทนที่ เหมือน pager แหละครับมีอายุสั้นเพราะโทรศัพท์มือถือฆ่าเขา (ทันสมัยกว่า คนก็เลิกใช้สิ่งที่ล้าสมัย) ที่นี่เป็นที่ ๆ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย มากมายจริง ๆ เกินกว่าจะบรรยาย ได้ใช้ศักยภาพของเราอย่างเต็มที่
ได้สอนหลากหลายวิชา
ได้ผลิตผลงานวิชาการด้านวิจัย (แต่มีน้อยนะ เพราะมัวแต่เขียนหนังสือ ก็ได้เงินนิ ใช่)
ได้เขียนหนังสือ ผลิตตำรา
ได้เรียนรู้การบริหาร
ได้ต่อสู้ ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นา ๆ
ได้มีเพื่อนพ้องน้องพี่ที่รักเหมือนพี่น้องตัวเองเลยหลายคน
เป็นบ้านตัวเองเลยมั้ง (เรานะคิด แต่เจ้าของเขาคงไม่ให้คิด อิๆ)

อุปกรณ์การสอนเปลี่ยนไป ทุกแห่งนะ

เป็นอาจารย์พิเศษสอนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ หลายปี นักศึกษาน่ารัก ขยันเรียนสอนพูดทั้งอังกฤษทั้งไทย สอนแนว TOEIC ประทับใจมากเช่นกัน (เรานะประทับใจการสอน และนักศึกษา) สอนวันอาทิตย์เย็น ๆ
กระดานสอนน่าจะเป็นกระดานขาว whiteboard นะ แต่ส่วนมากใช้ projector ครับ ยุคหลัง ๆมานี้จะเป็น projector เช่นเดียวกับที่ไปสอนปริญญาโท ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฎจอมบึง ก็เป็น projector เหมือนกัน สนุกนะครับที่นี่ นักศึกษาห้องหนึ่งเกือบร้อย นักศึกษาของพี่ ผศ ดร ธีรศักดิ์ เยอะครับสมัยก่อน เดินทาง 100 กม จากบ้านพุทธมณฑลสายสาม
ใจรักไปทุกที่ที่เชิญขอให้เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษ (มั่นใจตัวเองว่างั้น ใช่ ใครๆ ก็ชม อิๆ)

ราชมลคลล้านนา น่าน ของท่าน รศ ดร คมสัน ยังไปบรรยายให้ท่านเลยครับ ขับรถไปเองด้วย ยกเว้นที่ปัตตานี ของท่าน ดร แสนศักดิ์ ไม่ได้ไปครับ ตอนนั้นกลัว!! อิๆ

มาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ พระรามห้า นนทบุรี เป็นคณบดี เป็นผู้ช่วยอธิการบดี เป็นหัวหน้าภาควิชาอังกฤษ (เป็นมันทุกอย่างแหละผม อิๆ แต่ตอนลาออกมีตำแหน่งว่างให้อาจารย์ท่านอื่น ๆ เยอะนะครับ ผมน่าจะเป็นคนดี อิๆ)
มาทำงานที่นี่ช่วงหลัง ๆ แล้วทุกอย่างพัฒนา (เหมือนกันทุกที่แหละ) แล้ว กระดาน whiteboard แต่ส่วนมากก็ใช้ projector ในการสอน

ที่นี่สนุกมากเหมือนกัน เพราะมีงานให้ทำเยอะ เยอะจริง ๆ ผู้บริหารดีมาก ๆ เลยนะ (เลียหรือนี่ ไม่ใช่พูดตามจริง)

เมื่อย้ายมาอยู่ขอนแก่น
เปิดโรงเรียนตัวเอง ก็ทันสมัยแล้วให้เขาติด whiteboard ขาดไม่ได้ เพราะชอบเขียน ต้องเขียน ต้องจด เพราะเราเป็นนักเขียน บังคับนักเรียนจดด้วยนะ เพื่อให้ผ่านหลาย ๆ ทักษะ ทั้งการฟัง การเห็น การจด จะได้จำได้

มี projector ด้วย เพราะการสอนต้องขึ้นจอเมื่อสอน listening หรือการเฉลยข้อสอบครับ จำเป็นมาก ๆ ทุกอย่างพัฒนาแล้วแหละ

ที่ขอนแก่นไปสอน มจร ขอนแก่นอยู่หลายปี ก็มีกระดาน whiteboard มี projector เหมือนกันครับ ยุคหลัง ๆ มานักศึกษา (นิสิต) มีทั้งพระและฆราวาส เรียนรวมกัน ก็เลือกไหว้เอา อิๆ เลือกไหว้เฉพาะพระ เณร แหละ

ไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ขอนแก่น มีกระดานและ projector เหมือนกัน แสดงว่าอุปกรณ์การเรียนการสอนมีการพัฒนาไปพร้อม ๆ กันทุกสถาบันนะ
แสดงว่าคนขายอุปกรณ์การสอนนี้เข้าถึงทุกที่ สอนที่นี่หลายเทอมอยู่ จำไม่ได้ว่ากี่เทอม แต่นักศึกษาน่ารักเพราะเป็นกลุ่มที่เรียนไปช่วยสังคม เป็นหมอประจำตำบล (ไม่ใช่แพทย์ แต่ได้รับการอบรมมาแบบแพทย์ ผมก็พูดไม่ถูก ที่ท่านเห็นตามหมู่บ้าน ตามตำบลนั่นแหละครับ) คิดถึงนะครับ

เป็นอาจารย์ประจำ (เน้นว่าประจำนะ แม้ผมจะไม่ได้ไปทำงานประจำก็ตาม เท่ห์อะ) ที่มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สื่อการสอนก็เหมือนกัน แต่ที่แปลกคือไม่มี whiteboard ให้ผมเขียน มีแต่ projector แต่หลาย ๆ ที่ก็ไม่มี whiteboard หรอกท่าน แม้มีเขาก็ไม่ใช้แล้ว ใช้ projector แหละไม่สร้างมลพิษ สอนที่นี่เข้าปีที่ 5 แล้วมั้งครับ นักศึกษาที่นี่ให้ทำงาน ให้ฝึกอะไรก็ทำหมดนะครับ สอน IS รูป thesis ป โท ครบ 5 บท เป็นภาษาอังกฤษ ก็ยังทำได้ ไม่ธรรมดา
เป็นมหาวิทยาลัยที่ถือว่าผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ถึงพร้อมด้วย คุณภาพ คุณธรรมและคุณวุฒิ สุดยอดนะ

บางแห่งที่ผมไปบรรยายครั้ง สองครั้งก็ไม่ขอพูดถึงนะครับ แต่รักเหมือนเดิม (อิๆ)

เมื่อโควิดถล่ม ต้องใช้คำว่าถล่มนะ การเรียนการสอนเปลี่ยนไปหมดเลย โควิดมาช่วยเร่งให้คนปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตนะ

จากที่ความเข้าใจว่าการเรียนการสอนตั้งนั่งอ้าปากฟังอาจารย์สอนในห้องสี่เหลี่ยม (พูดแรงไปหรือเปล่า เอ้ารับไม่ได้หรือ แล้วแต่นะ) ตอนนี้ไม่ใช่แล้วหวะ สอนออนไลน์ก็ได้ แม้อาจารย์บางคนยังปรับตัวไม่ทัน คิดว่าไม่ใช่ มันไม่ได้เหมือนมาเรียนสด
แต่ปีที่แล้วลูกศิษย์ผมเรียนออนไลน์หลายเทอมเหมือนกันสอบได้แพทย์ และเภสัช หลายคนนะ

แนวคิดแบบเดิม ๆ เปลี่ยน แม้แนวคิดของอาจารย์บางคนไม่เปลี่ยนก็ตาม แต่ความจริงคือความจริง ไม่สามารถไปเป็นจริงตามที่คนใดคนหนึ่งคิด คนใดคนหนึ่งพยายามพูดได้ เพราะความจริงคือความจริง

สอนปริญญาเอกให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ วังน้อยผ่าน online ครับ
สอนปริญญาโทให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ วังน้อย ผ่าน online เช่นกัน
สอบปกป้องวิทยานิพนธ์ผ่านออนไลน์อีก

ที่โรงเรียนน้อย ๆ ของผมนี่ก็สอนออนไลน์เป็นหลักนะครับ ทุกวันนี้สอนได้สองระบบพร้อมกันคือคนมาเรียนสด ๆ ให้ห้องกับผมเรียนพร้อมกันกับคนที่เรียนออนไลน์ครับ ถามตอบได้เหมือนกัน
เมื่อคืนสอน ป.4, 5, 6 จากชลบุรีและกทม ออนไลน์นะครับ ถ้าจะเรียนสดผมก็ไม่สอนแล้วเพราะนักเรียนน้อยแค่สาม สี่ คน แต่ออนไลน์เต็มที่ครับ (โทรเลยครับ 0852454028) เบอร์ใครอาจารย์ ไม่ใช่เบอร์ผม แต่เป็นเบอร์คนที่จะให้คำตอบท่านได้ อิๆ

ข้อดีของการเรียนการสอน online (ความคิดผมคนเดียวนะ)
ผมสอนที่ไหนก็ได้ (นักเรียนก็เรียนที่ไหนก็ได้) ประหยัดไหม ประหยัดสิ
เอกสารสมบูรณ์มากเลย เพราะสามารถแสดงภาพ แสง สี เสียงได้ครบถ้วน ผ่านทางออนไนล์ ดีจริง ๆ
เขียนหน้าจออธิบายได้สะดวกมากเลย เขียนเสร็จ save pdf ส่งที่บรรยายให้นักเรียนได้อีก ดีจริง ๆ
นอกจากนั้นคนที่ขาดเรียนผมยังอัด vdo ผ่าน youtube ส่ง link ให้นักเรียนได้เรียนย้อนหลังได้อีก
นักเรียนรู้สึกผ่อนคลาย อยู่บ้านกิน ดื่ม ตอบคำถามอาจารย์ไปด้วย ทำงานที่สั่งไปด้วย สบาย รู้เรื่องด้วยนะ เพราะถามเยอะ (ไม่ใช่แนวบ้าพูดอยู่คนเดียว แนวถาม แนวไล่บี้นักเรียน ไม่ให้หายไปจากจอ ผมแหละ)

ข้อดีเยอะนะ ว่าไหมครับ (ใช่นะสิคุณชอบนิ เอ่อ จริง)

การเรียนการสอนจะดีหรือประสบความสำเร็จสื่อการสอนก็มีความสำคัญ เหนือสิ่งอื่นใดอาจารย์และนักเรียนก็มีความสำคัญ จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้

ครบรอบ 10 ปีของการเปิดโรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิท เลยขอถือโอกาสนี้เล่าเรื่องการศึกษาให้พี่ ๆ น้อง ๆ ฟังครับ ถึงพัฒนาการการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์การเป็นครู อาจารย์ ของ

ผศ ดร นเรศ สุรสิทธิ์

เขียนอะไรเยอะแยะ (ผมเป็นนักเขียนครับ ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นแหละครับ อ่านให้หน่อยนะ อิๆ อีกแล้ว อิๆ อีกแล้ว)

ผศ ดร นเรศ สุรสิทธิ์

24/10/2024

บ้านแชร์น้องแครอท... หวานเจี๊ยบ!!!!
(อ้างอิงภาพและข่าวจาก https://www.matichon.co.th/education/religious-cultural/news_4859129)
ข่าวที่คนติดตามเยอะที่สุดช่วงนี้คงหนีไม่พ้นข่าวแชร์ลูกโซ่ the icon และอีกเจ้าเพิ่งมาใหม่ ๆ คือ บ้านแชร์น้องแครอท (หวานเจี๊ยบ) คำว่าหวานเจี๊ยบผมจะอธิบายต่อไป โดยจะเน้นที่อันหลังคือน้องแครอท เพราะเกี่ยวกับพระสงฆ์ (ผู้มั่งคั่ง) ที่เราท่านทั้งหลายเคารพ และเป็นห่วงนะครับ
การเขียนบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาถากถาง หรือดูหมิ่นใด ๆ ทั้งสิ้น ยังเคารพพระรัตนตรัยเหมือนเดิมครับ ที่เขียนก็เพื่อให้รู้ว่าท่านควรอยู่ตรงไหน ถ้าจะลงทุนต้องรู้อะไร ครับ

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าตัวผมเองไม่ได้ติดตามข่าวแบบลึกซึ้งนะครับ (รู้ผิวเผินครับ และไม่อยากอ่าน ไม่อยากติดตามใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะรู้เรื่องการลงทุนเหล่านี้ดีอยู่แล้ว)

การขับเคลื่อนแชร์ทุกประเภทผมว่าคงหนีไม่พ้นการใช้คำว่า "ลงทุน" โดยมีคำขวัญเท่ห์ ๆ ว่า

“ลงทุนน้อย ได้กำไรงาม”
“การันตีเงินต้น ไม่ขาดทุนแน่นอน”
“ถ้าอยากรวยเหมือนเรา ก็ทำตามเราสิ”

คุ้น ๆ ไหมครับ คุ้นนะ

ทราบว่าแชร์น้องแครอท เน้นเจาะสายวัดเลยนะครับ โดยเฉพาะพระสงฆ์องค์เจ้าที่ผมเคารพนับถือด้วย แชร์นี้ขับเคลื่อนโดยสายวัดอีกต่างหาก (ไม่น่าทำกันเลยพวก) มีคนถามว่าอาจารย์ ดร นเรศ ได้สอนไหมรุ่นนี้ ผมน่าจะได้สอนครับ แต่นานกว่า 30 ปี อิๆ

ส่วนเนื้อเรื่องท่านผู้อ่านก็ติดตามข่าวเองแล้วกันนะครับ ผมเขียนไปก็จะผิดเพราะไม่ได้ติดตาม แต่สิ่งที่ผมจะพูดในวันนี้คือ

พระสงฆ์กับการลงทุน

การลงทุนคงเน้นไปที่การลงทุนในหุ้นแล้วกัน ก็จะเน้นไปที่อยากรวย อยากได้ อยากมี อยากเป็น ใช่ไหมครับ ถ้าได้กำไรมากจะทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้ จะซื้ออย่างนั้น จะสร้างอย่างนี้ โอ้ projects เยอะแยะนะขอรับ (เหมือนซื้อหวยเลย อิๆ )
และที่สำคัญ การที่คนเรากล้านำเงินจำนวนหลักหลายแสนไปมอบให้คนอื่นที่เขาตั้งใจมาหลอก โดยบอกว่าเพื่อลงทุน trade หุ้นที่บอกว่าได้กำไรเห็น ๆ มาล่อ โดยที่ตัวเองปราศจากความรู้เรื่องการลงทุนถือว่าน่าสงสารนะครับ ผมเขียนบทความนี้ด้วยความสงสารและเห็นใจท่านนะครับ เพราะท่านไม่กล้าแม้แต่จะแจ้งความนะ
อาตมาถูกหลอก กล้าไหมหละ (เขาจะบอกว่าท่านโง่ เสียค่าโง่ แล้วใครจะมานับถือ)
ไม่กล้าแจ้งความนะ (อาตมาขอแจ้งความนะคุณตำรวจ โดนหลายอย่างเลยนะครับ ตำรวจอาจจะสืบที่มาของเงินก็เป็นได้ ต้องเป็นข่าวอีก) คนรู้ว่าพระมีเงินเยอะศรัทธาเกิดกับพระศาสนาหรือว่าเสื่อมมากกว่ากันทุกท่านว่า...

นี่ไงผมจึงบอกว่าน่าสงสารท่าน
ไอ้คนที่มาล่อ มาหลอก มันก็กล้าจริงๆ นะ ที่สำคัญคนกันเองอีก (ทราบมา) แต่ผมว่าตัวใหญ่กว่าคนนี้ต้องมีอยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้พระคุณเจ้าที่ท่านเสียเงินไปก็คงได้แต่ทำใจ เพราะเสียทั้งค่าโง่ (หลายคนเป็น ดร มียศถาบรรดาศักดิ์ ด้วยสิ มันเจ็บใจ กัดฟันกลืนเลือดไปเลยนะผมว่า บางท่านอาจกู้เงินมาลงด้วย ตายกันพอดีครับ เป็นพระก็ติดหนี้ ขอให้กำลังใจนะครับ อย่าลืมพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสนะครับ ใช้หลักอริยสัจ 4 ครับผม)

อะไรที่เรียกว่าการลงทุนครับ
อะไร ๆ เขาก็เรียกว่าการลงทุนได้ทั้งนั้นแหละ (สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่อง) ว่าไหมครับ เล่นหวยก็ยังบอกว่าเป็นการลงทุนเลย (ความจริงไม่ใช่หรอกครับ เป็นการเสี่ยงโชค) มันลงทุนอย่างไรโอกาสได้คืนแทบเป็นศูนย์

ลองคิดดูสิครับว่าพระ เณร จะมีสักกี่รูปครับที่ท่านมีความรู้เรื่องการเล่นหุ้น หรือการลงทุนในตลาดหุ้น อย่างมากก็แค่ trade เก็งกำไรเป็นเท่านั้นแหละ (บางท่านอาจจะบอกว่า อย่าดูถูกนะโยมอาจารย์) ถ้าท่านคิดว่าผมดูถูกผมจะพาท่านไปอ่านพระไตรปิฏก ของพระพุทธเจ้าเราครับ เพื่อประกอบการอ่าน
วันนี้เสนอเรื่อง

นกมูลไถ กับเหยี่ยว ในสกุณัคฆิชาดก (อ้างอิงจาก
https://www.dhammahome.com/webboard/topic21589.html)
ขอนำเรื่องมาเล่าสั้น ๆ ดังนี้ครับ (อย่าลืมนะพวกเรา ได้บุญ ได้สติ)

"ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดนกมูลไถ อาศัยอยู่ในก้อนดินที่ทำการไถ วันหนึ่งนกมูลไถนั้นละถิ่นที่หากินเดิมของตนไปท้ายดงด้วยคิดว่า จักหาอาหารในถิ่นอื่น ครั้งนั้นเหยี่ยวนกเขาเห็นนกมูลไถกำลังหาอาหารอยู่ จึงโฉบจับเอามันไปเมื่อมันถูกเหยี่ยวนกเขาพาไป

นกมูลไถจึงคร่ำครวญอย่างนี้ว่า เราเคราะห์ร้ายมาก มีบุญน้อย เราเที่ยวไปในที่อโคจรอันเป็นถิ่นอื่น ถ้าวันนี้เราเที่ยวไปในที่โคจรอันเป็นถิ่นบิดาของตนแล้ว เหยี่ยวนกเขานี้ไม่พอมือเราในการต่อสู้

เหยี่ยวนกเขาถามว่า ดูก่อนนกมูลไถที่หาอาหารอันเป็นถิ่นบิดาของเจ้าเป็นอย่างไร นกมูลไถตอบว่า คือที่ก้อนดินคันไถน่ะซิ เหยี่ยวนกเขายังออมกำลัง
ของมันไว้ จึงได้ปล่อยมันไปโดยพูดว่า ไปเถิดเจ้านกมูลไถ แม้เจ้าไปในที่นั้นก็คงไม่พ้นเราดอก

นกมูลไถบินกลับไปในที่นั้นได้ขึ้นไปยังดินก้อนใหญ่ ยืนท้าเหยี่ยวว่า มาเดี๋ยวนี้ซิเจ้าเหยี่ยวนกเขา เหยี่ยวนกเขามิได้ออมกำลังของมัน ลู่ปีกทั้งสองโฉบนกมูลไถทันทีทันใด ก็เมื่อนกมูลไถรู้ว่าเหยี่ยวนี้มาถึงเราด้วยกำลังแรง จึงบินหลบกลับเข้าไปในระหว่างก้อนดินนั้นเอง เหยี่ยวไม่อาจยั้งความเร็วได้ จึงกระแทกอกเข้ากับก้อนดินในที่นั้นเองเหยี่ยวอกแตกตาถลนตายทันที"

เห็นไหมที่ผมบอกว่าท่านมีความรู้น้อยในเรื่องการลงทุน เพราะท่านไปในที่อโคจร ไง มันไม่ใช่แนวทางของพระสงฆ์เรา
ถ้าเป็นถิ่นเรา (ถิ่นท่าน) ท่านเป็นเลิศเช่นเรื่องการสอนธรรมะ การสอนเรื่องการปฏิบัติธรรม การสอนให้ละโลภ โกรธ หลง การแสดงธรรม การพรรณา พิธีกรรมทางศาสนา โอ้ย ใครจะสู้พระสงฆ์ได้ บอกมาเลย ต่อให้เลย
นี่ไง track ที่ท่านเป็นเลิศ

แต่ท่านก็ไม่ฟังพระพุทธเจ้าไง ไปท้านกอินทรีย์ในถิ่นนกอินทรีย์ครับ โดยมีนกมูลไถเพื่อนกันเป็นนกต่อ บอกว่าที่ตรงนั้น (ถิ่นนกอินทรีย์) มีอาหารอุดมสมบูรณ์ นกอินทรีย์ก็ใจดี มามะพวกเรา ไปแล้วนกอินทรีย์ก็จับกินทีละตัว

เราไม่มีต่อมเอะ ไง ไม่นึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง กาลามสูตร ที่บอกว่า "อย่างเพิ่งปลงใจเชื่อ... " (อย่าโกรธผมนะ ผมไม่รู้ว่าเป็นใครหรอกครับ เขียนเป็นกลางๆ)

เอ้าเข้าเรื่องการลงทุนซะทีครับ
เรื่องที่ 1) การลงทุนในตลาดหุ้นนั้น
-จะมีทั้งนักลงทุนชาวไทย เซียน ๆ ทั้งสิ้น เงินเยอะ
-จะมีทั้งนักลงทุนชาวต่างชาติ ไม่ต้องพูดถึงเลย มาจากทั่วโลก เรียนด้านการลงทุน การเงินจากมหาวิทยาลัยดัง ๆ มาโดยตรง
- จะมีทั้ง robot ที่ถูก program ไว้ให้ trade หุ้น จน trader บางคนสิ้นเนื้อประดาตัว

เรื่องที่ 2) การลงทุนจะมีหลายแบบครับ ผมขอยกมาสองแบบนะครับผม คือ

2.1 การลงทุนแบบ trading การซื้อมาขายไป โดยดูกราฟเป็นหลัก มีคนประสบความสำเร็จ ไม่เถียงแต่ส่วนมากขาดทุนยับเยินครับ คุยได้แต่ตอนได้กำไร ส่วนตอนขาดทุนเงียบครับ ลง facebook โชว์ตอนได้กำไร (เอาเท่ห์) แล้วไงครับเวลาผ่านไปสิบปี ทำไมฐานะยังเหมือนเดิม หรือติดหนี้แย่กว่าเดิม

ถ้าท่านจะเล่นแนว trading ซื้อมาขายไป ท่านต้องเก่งกว่าคนในตลาด ที่พ่อ แม่ของนักลงทุนบางคน คลอดลูกที่ตลาดหลักทรัพย์เลยครับ เขาเก่งโครต ๆ เลยครับ

2.2 การลงทุนแนว VI (value investment) เป็นการลงทุนเน้นคุณค่า ตามรอยปู่ Warren Buffett (ค้นได้จาก net นะครับ) อาจารย์ ดร นิเวศน์ เหมวชริวรากร (ค้นเลยครับ)แนวนี้ท่านต้องรู้เรื่อง
PE
PBV
ROE
ROA
Yield
DE
Current Ratio
dividend yield
trend โลก
อ่านงบการเงินเป็น
รู้ว่าไม่ได้ซื้อหุ้นแต่ซื้อธุรกิจหรือกิจการของบริษัท
ราคาที่เหมาะสมในการซื้อ
อ่าน 56-1
ฟัง opportunity day
เป็นต้นครับ
ถ้าไม่รู้อย่าเข้ามานะครับ เพราะแม้จะรู้เรื่องเหล่านี้ดีมาก ก็ยังไมการันตีความสำเร็จนะครับ ไม่เลยครับ และถ้าเข้ามาในตลาดแบบหน้ามืดตามัวก็ยิ่งเป็นเหยื่ออันโอชะของเซียนในตลาดครับ

ผมจึงเรียกว่า หวานเจี๊ยบ ไงครับ เป็นหมากฮอส ก็กิน สาม เข้า ฮอสครับ เป็นหมากรุกก็รุกฆาต ครับผม

ท่านจะลงทุนต้องอ่านหนังสือเหล่านี้ก่อนครับ
One Up on Wall Street โดย Peter Lynch
The Intelligent Investor by Benjamin Graham
ตีแตก โดย อาจารย์ ดร นิเวศน์ เหมวชริวรากร
การประเมินมูลค่าหุ้น โดยอาจารย์เอิญ สริยฉาย (ถ้าจำไม่ผิด)
เพาะหุ้นเป็นเห็นทางรวย โดยคุณกวี
เป็นต้นครับ
สิ่งที่จะได้คือความรู้ และจะนำไปสู่การอ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ อีกมากมาย ครับ ถ้าไม่รู้พวกนี้อย่าหลงเชื่อใครไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร

คำสำคัญครับ: ลงทุนในตัวเองเป็นอันดับแรก (ลงทุนหาความรู้ให้มากทีี่สุด)

จึงจะทำให้เราไม่เป็นเหยื่อคนอื่น เพราะสังคมทุกวันนี้น่ากลัวมาก แม้แต่พระสงฆ์มันก็ไม่เว้นครับ

ขอให้ทานกลับไปอยู่ที่ track ของตัวเองนะครับ ด้วยการเทศน์สอนให้คนในสังคมมีสติ และมีความพอเพียงในการดำเนินชีวิตตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องทางสายกลางครับ

ของให้กำลังใจทุกท่าน ที่โดนหลอกในครั้งนี้ (ถ้ามี ถ้าไม่มีก็สาธุครับ) ถ้ามีก็ขอให้ท่านใช้ประสบการณ์ครั้งนี้ไปสอนให้สติญาติโยม ให้เกิดประโยชน์ต่อ ๆ ไปครับ

ไม่มีใครฉลาดทุกเรื่องหรอกครับ
ถ้าการเขียนของผมมีส่วนใดผิดพลาด ก้าวล่วงก็โปรดเมตตาให้อภัยด้วยนะครับ

ผศ ดร นเรศ สุรสิทธิ์

อ้างอิงภาพจากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
(อ่านไหวไหมครับผม)

Photos from โรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิท's post 24/10/2024

สุดท้ายก็ปิดคอร์สได้
วันนี้ภารกิจ 3 อย่าง ณ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ครับ
1. นักศึกษาปี 4 วิชาการ English for Communication สอบ defense งาน IS สอบปากเปล่าเป็นภาษาอังกฤษ (วิจัยเต็มรูปแบบ 5 บท เขียนเป็นภาษาอังกฤษ)

2. ส่งเล่มที่ตรวจเรียบร้อยแล้ว
3. ออกเกรด กว่าจะออกได้ก็เป็นวันสุดท้ายที่หัวหน้าภาคท่านยืดให้ เพราะเป็นงานเขียนถือว่ายาก แต่นักศึกษาทำได้ดีมาก กว่าจะถึงวันนี้บางคนส่งงานให้อาจารย์ตรวจแก้ 28 ครั้ง

ชื่นชมทุกคนครับ

คุณภาพ คุณธรรม คุณวุฒิ พร้อมทั้งสามองค์ประกอบที่นี่ มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของขอนแก่น มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผศ ดร นเรศ สุรสิทธิ์

21/10/2024

ยินดีกับหลานสาว
ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วย ณ วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร

ขอให้เจริญในหน้าที่การงานตลอดไปครับ

Photos from โรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิท's post 18/10/2024

เป็นประธานสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ ป.โท

ผ่านไปด้วยดีสำหรับการสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ ป.โท เอกภาษาอังกฤษ จำนวน 6 รูป (สอบ 3 บท 5 รูป) เป็นนิสิตชาวพม่า การสอบเป็นไปอย่างเข้มข้นแบบไม่เกรงใจ แต่ด้วยความเก่งของนิสิตก็ผ่านไปได้ด้วยดี มีแก้ไขเยอะแน่นอน

ของคุณคณะกรรมการ
ท่านหัวหน้าภาควิชา ผศ ดร วีระกาญจน์ กนกกมเลส
ท่านรองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ ผศ ดร เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์
ท่าน ดร ณรงชัย ท่าน ดร ลลิตา ที่สุดยอดมาก ๆ ครับ

18/10/2024

คนที่คิดถึง
คิดถึงท่านอาจารย์ ช. ศรีนอก (รศ.ดร.สมชัย ศรีนอก) เลยต้องตามหาสำนักงานท่าน ได้แลกเปลี่ยนและได้เรียนรู้สิ่งดี ๆจากท่านอาจารย์ ด้วยความขอบคุณครับ

ขอบคุณสำหรับอาหารกลางวันที่แสนอร่อย เหนือสิ่งอื่นใด บรรยากาศที่แสนอบอุ่นเป็นอะไรที่หาได้ยาก

ขอบคุณอีกครั้งครับ

Photos from โรงเรียนกวดวิชาเดอะพันดิท's post 17/10/2024

งานวิชาการ
เดินทางมาบริการวิชาการให้กับท่าน ผศ ดร วีระกาญจน์ หัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 18 ตุลาคม 67 เป็นประธานสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ ระดับปริญญาโท 6 รูป/คน
วันที่ 19 ตุลาคม 67 สอนระดับปริญญาเอก ทั้งวันครับ

ปี 2568 เราจะเป็นอาจารย์พิเศษ (visiting lecturer) ให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ครบ 30 ปี (นานมาก) เริ่มจากจบ ป โทใหม่ ๆ สถานที่แรกที่สอนคือวัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ จากนั้นย้ายไปที่วัดศรีสุดาราม ก่อนมหาวิทยาลัยจะย้ายมาที่วังน้อย

แม้จะยาวนานแต่ก็จำย่างก้าวของมหาวิทยาลัยได้อย่างดี ดังนั้นวิชาที่จะบรรยายให้ ป เอก ฟังจึงเกีย่วกับ Roles of Buddhist Universities towards Thai society (เน้นผลผลิตของมหาวิทยาลัย) บรรยายเป็นภาษาอังกฤษทั้ง 6 ชั่วโมง
คำพูดแรกที่ผมจะพูดหลังจาก introduction แล้วคือ
ถ้าคุณฟังภาษาอังกฤษผมไม่รู้เรื่อง แสดงว่าภาษาอังกฤษคุณแย่มาก
และถ้าคุณพูดแล้วผมฟังไม่รู้เรื่อง แสดงว่าภาษาอังกฤษคุณไม่เอาไหน

คุณต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
ติดตามพรุ่งนี้ครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Amphoe Muang Khon Kaen?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


564/7 ถนนหน้าเมือง ซอย 19 ต. ในเมือง อ. เมือง จ. ขอนแก่น
Amphoe Muang Khon Kaen
40000