BAN Kru June Early Childhood

BAN Kru June Early Childhood

แชร์

Warm ,nurturing loving-family like environment where kids engage in hands-on joyful activities

Photos from BAN Kru June Early Childhood 's post 16/06/2026

งานบ้านก็คือการเล่นของเด็กๆ เล่นๆรู้ๆ สนุกและเก่ง

กิจกรรม The Miracle Of Transformation มหัศจรรย์แห่งเปลี่ยนผ่าน 17/05/2026

ดีใจที่ได้มาร่วมทำกิจกรรมที่มีคุณค่านี้ ทำให้ได้เติมไฟเติมพลังมาด้วยค่ะ

Photos from BAN Kru June Early Childhood 's post 07/05/2026

ขอบคุณแม่บีคุณแม่น้องมิกซ์เซอร์ และน้าออมที่มาทำน้ำแข็งใสคลายร้อนให้เด็กๆทานค่ะ

Photos from BAN Kru June Early Childhood 's post 28/04/2026

พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยขี้ผึ้ง
อาหารพิเศษก็อยากจะทำกันทุกวัน พลังเหลือล้นเด็กๆบ้านครูจูน

เรียนรู้จากการเลียนแบบ
เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
ทำซ้ำเพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้

Photos from BAN Kru June Early Childhood 's post 27/04/2026

ยิ่งทำซ้ำ ยิ่งเข้าใจ ยิ่งมั่นใจ ยิ่งทรงพลัง ยิ่งพัฒนาการดี

Photos from BAN Kru June Early Childhood 's post 25/04/2026

กิจกรรมพี่โต กิจกรรมน้องเล็กเล่นกับสีธรรมชาติจาก หมากไม้ ใบไม้ ดอกไม้

20/04/2026

#ปลูกฝังการอ่านในเด็กด้วยการไม่เร่งให้เด็กอ่านก่อนวัย 6 แนวทางที่จะพัฒนาศักยภาพความอยากอ่านจากภายใน สร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากจะอ่าน ไปสู่การลงมือทำจนสามารถอ่านแบบวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง

การศึกษาแนววอลดอร์ฟ - Waldorf Education ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานสำหรับการอ่านในชั้นอนุบาล โดยใช้วิธีที่สอดคล้องกับวิวัฒนาการภาษาและการอ่านของมนุษยชาติตั้งแต่เริ่มแรก มนุษย์เราเริ่มจากพัฒนาภาษา ‘พูด’ ขึ้นก่อน จากนั้นผู้คนจะวาดภาพเพื่อสื่อสารความคิดของพวกเขา ตามด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น อักษรอียิปต์โบราณ ตัวอักษรนามธรรม จนมาถึงตัวอักษรสมัยใหม่ เมื่อมีภาษา ‘เขียน’ ผู้คนจึงเรียนรู้ที่จะ ‘อ่าน’ ดังนั้นการเรียนรู้ไปตามลำดับขั้นที่เหมาะสมกับพัฒนาการของมนุษย์ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ

🗣️ 1. ความสำคัญของคำพูด
ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 7 ขวบ จุดเน้นอยู่ที่ ‘คำพูด’ ในช่วงชั้นอนุบาล หลักสูตรจะเน้นที่บทกวีและนิทาน เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ นิทานพื้นบ้าน และเทพนิยาย ครูเป็น 'นักเล่าเรื่อง' และระวังอย่า 'ลดความสละสลวย' หรือทำให้ภาษาในนิทานเรียบง่ายลง ครูควรใช้คำพูดที่ชัดเจนและออกเสียงอย่างถูกต้องเนื่องจากการดื่มด่ำกับวรรณกรรมนี้ เป็นพื้นฐานของการอ่านออกเขียนได้ อรรถรสของภาษาจะเอื้อให้เด็กมีความรุ่มรวยในถ้อยคำเมื่อถึงเวลาที่เขาเรียนรู้การเขียนและสะกดคำ

🔂 2. การทำซ้ำ ช่วยให้คงอยู่
การทำซ้ำลำดับกิจกรรมและเรื่องราวเดียวกันในกิจกรรมล้อมวงประจำวัน เป็นเวลาหลายสัปดาห์ต่อครั้ง เด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องราว เพลง และบทกลอนเหล่านี้ 'ด้วยใจ' ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ผู้ก่อตั้งการศึกษาวอลดอร์ฟ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำซ้ำ เมื่อเขาพัฒนาโรงเรียนวอลดอร์ฟแห่งแรกในเยอรมนีในช่วงทศวรรษ 1920 การวิจัยสมองในปัจจุบันยืนยันว่าการทำซ้ำช่วยพัฒนาสมองของเด็ก การเชื่อมต่อของทางเดินประสาทหลายพันล้านเส้นในสมองมีความเข้มแข็งขึ้นผ่านประสบการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

⛰️ 3. การเขียนเริ่มต้นแบบองค์รวม
ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนวอลดอร์ฟ เน้นให้เด็กเข้าใจตัวอักษรผ่านรูปแบบจินตนาการและเป็นภาพ โดยที่ 'ไม่ต้อง' ใช้การเรียนรู้ผ่านแผ่นงานที่สำเร็จรูปที่พิมพ์ขึ้นมา ตัวอักษรแต่ละตัวจะถูกนำเสนอเป็นภาพที่แสดงถึงองค์ประกอบจากเรื่องราวที่เด็ก ๆ เล่า ตัวอย่างเช่น พวกเขาอาจได้ยินเรื่องราวของอัศวินในภารกิจที่ต้องข้ามภูเขาและหุบเขา และจากนั้นเข้าใจการวาดภาพที่แสดงถึงตัวอักษรในเรื่องราวนั้น เช่น การวาด 'M' เพื่อแสดงภูเขา - Mountain ที่อยู่สองข้างของ 'V' ที่แทนหุบเขา - Valley

วิธีการนี้ช่วยให้เด็กสร้างความสัมพันธ์ที่มีชีวิตกับแต่ละตัวอักษร แทนที่จะมุ่งตรงไปที่ตัวอักษรที่เป็นนามธรรมโดยตรง 'รูปภาพ' ที่สร้างขึ้นเหล่านี้เป็นเสมือนสะพานสายรุ้งที่เชื่อมระหว่างความคิดเชิงภาพของเด็กกับการคิดเชิงนามธรรมของผู้ใหญ่

หลังจากเรียนรู้ตัวอักษรทั้งหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการคัดลอกงานเขียนของครูลงใน 'หนังสือบทเรียนหลัก' อันสวยงามที่เด็ก ๆ ทำขึ้นเอง ประโยคและเรื่องราวที่เขียนขึ้นในช่วงแรกเหล่านี้มาจากประสบการณ์ของเด็กเอง และเริ่มต้นการ 'อ่าน' โดยการ 'อ่านข้อความของตัวเอง'
ซึ่งจะเห็นความก้าวหน้าของเด็กได้เมื่อครูเขียนบทกวีที่เด็ก ๆ รู้จักขึ้นใจกันดีอยู่แล้วบนกระดาน จากการจดจำเสียงและคำศัพท์ที่คุ้นเคยอย่างสนุกสนาน พวกเขาจะเริ่ม 'อ่าน' และเขียนลงในหนังสือของพวกเขาเอง

🍃 4. การอ่านเริ่มต้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การเรียนรู้การอ่านเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งมักเริ่มต้นในชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และดำเนินไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจว่า ‘การอ่าน’ ต้องการทักษะในการถอดรหัสที่พัฒนาขึ้นในช่วงอายุที่แตกต่างกัน ในการศึกษาวอลดอร์ฟ เรารับรู้ว่า 'การเรียนรู้การอ่านจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติตามเวลาของมันเอง' สำหรับส่วนใหญ่ของเด็กเมื่อได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม

เหมือนกับที่เด็กปกติและมีสุขภาพแข็งแรง เขาเรียนรู้ที่จะเดินโดยไม่ต้องสอน และเหมือนกับการที่เด็กสามารถเรียนรู้ที่จะพูดภาษาได้เองภายในวัยสามขวบโดยไม่ต้องมีบทเรียนการทำแบบฝึกหัดหรือพจนานุกรม ดังนั้นเด็กจะเรียนรู้การอ่านเป็นไปตามธรรมชาติเมื่อพวกเขามี 'ความสัมพันธ์ที่ดี' กับภาษาพูดและเขียน ผ่านรูปภาพ ได้รับเครื่องมือและทักษะที่จำเป็น

📚 5. หนังสือคลาสสิกเพิ่มคำศัพท์
เมื่อนักเรียนอ่านได้เป็นอย่างดีแล้ว วรรณกรรมที่เขียนได้ดีและเหมาะสมกับช่วงวัยจะช่วยเพิ่มความหลงใหลในการอ่านอยู่เสมอ

🖍️ 6. หลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการผลักดันการอ่านเร็วกว่าวัย
มีการวิจัยมากมายได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านลบของการผลักดัน 'วิชาการ' เช่นการอ่าน ในวัยที่เร็วเกินไป การบังคับเด็กให้อ่านก่อนวัยมักทำให้ความมั่นใจของเขาลดลงและความหลงใหลในหนังสือลดลง วิจัยนี้ชี้ชัดว่าวัยอนุบาลและก่อนเข้าชั้นประถมศึกษาควรเน้นกิจกรรมที่เหมาะสมตามอายุ เช่น เล่น เรียนรู้และเข้าสังคม ฟินแลนด์เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในเรื่องนี้ และเป็นมาตรฐานการศึกษาทั่วโลก โดยทั่วไปจะไม่ได้เริ่มเรียนในชั้นอนุบาลจนถึงอายุ 6 ปี ในชั้นอนุบาลมุ่งเน้นเฉพาะการเล่นและการเข้าสังคม ไม่มีการอ่านหรือเขียน อีกทั้งวันเรียนของเด็กจะไม่เกิน 4 ชั่วโมง

แนวทางการเรียนการสอนของวอลดอร์ฟเริ่มสร้างรากฐานการอ่านตั้งแต่ชั้นอนุบาล อย่างไรก็ตาม การอ่านจะไม่ถูกเร่งให้มาก่อนการเรียน ‘การเขียน’ และนักเรียนในแนวทางนี้โดยทั่วไปจะอ่านได้ในระดับหรือสูงกว่าระดับมาตรฐานของรัฐบาล และมีภาวะความเข้าใจที่ดีและพร้อมเรียนรู้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เด็กที่พร้อมที่จะเรียนรู้การอ่านจะสามารถรักษาความหลงใหลในเรื่องราวและความรักในการอ่านต่อไปในช่วงอายุที่มากขึ้น

อ้างอิงจาก : Nelson Waldorf School
http://www.waldorftoday.com/.../7-benefits-of-waldorfs.../

ภาพประกอบ : สุพิชฌาย์ เอี่ยมดิลกวงศ์


#ศิลปะด้านใน

#สสส.

Photos from BAN Kru June Early Childhood 's post 20/04/2026

วันสงกรานต์บ้านครูจูน น่ารักจริงเด็กๆ สนุกสุดๆขอเล่น3วันติด

Photos from BAN Kru June Early Childhood 's post 09/04/2026

จับคู่พี่น้อง น้องระบายมือพี่ พี่ระบายมือน้อง น่ารัก อ่อนโยน ดูแล้วมีความสุข จะมีพี่โตสักกี่คนที่อยากอยู่กับน้องเล็กนอกจากการอยู่กับจอ อยู่กับมือถือ เด็กที่มาบ้านครูจูนเท่านั้นที่ได้รับโอกาสที่ดีงามแบบนี้
รักพวกเธอทุกคนเด็กๆบ้านครูจูน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Amphoe Lam Luk Ka?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Moo 14 Lamluka Klong 5
Amphoe Lam Luk Ka
12150

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:00
อังคาร 07:00 - 17:00
พุธ 07:00 - 17:00
พฤหัสบดี 07:00 - 17:00
ศุกร์ 07:00 - 17:00