22/01/2022
กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
“การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” หมายความว่า การปรับปรุงเกี่ยวกับสิทธิและการถือครองในที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมตลอดถึงการจัดที่อยู่อาศัยในที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น โดยรัฐนำที่ดินของรัฐ หรือที่ดินที่รัฐจัดซื้อหรือเวนคืนจากเจ้าของที่ดิน ซึ่งมิได้ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นด้วยตนเอง หรือมีที่ดินเกินสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อจัดให้แก่เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินของตนเองหรือเกษตรกรที่มีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพและสถาบันการเกษตรกรได้เช่าซื้อ เช่าเข้าทำประโยชน์โดยรัฐให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม การปรับปรุงทรัพยากรและปัจจัยการผลิตตลอดจนการผลิตและการจำหน่ายให้เกิดผลดียิ่งขึ้น
“หนังสือรับมอบที่ดิน” (ส.ป.ก.๔-๒๘) เป็นหลักฐานแสดงว่าได้รับมอบที่ดินและได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) ซึ่งมีขอบเขตแปลงที่ดินที่ได้รับมอบจาก ส.ป.ก.
“หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน” (ส.ป.ก.๔-๐๑) เป็นหลักฐานแสดงการได้รับอนุญาตให้เจ้าทำประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นอกจากมุ่งหมายให้เกษตรกรมีความเท่าเทียมกันด้านสิทธิและการถือครองที่ดินแล้วยังให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอาชีพและรายได้ของเกษตรกรเพื่อให้สามารถดำรงชีพในที่ดินที่ได้รับจากกการปฏิรูปที่ดินได้
21/01/2022
มาทดลองทำแบบทดสอบกัน ตอบข้อใด
20/01/2022
ดีท็อกซ์` ง่ายๆ ด้วยผลไม้ใกล้ตัว
เป็นเวลากว่าพันปีแล้วที่มนุษย์ได้คิดค้นการ "ดีท็อกซ์" เพื่อลดสารพิษในร่างกายและเติมอาหารให้ร่างกายแข็งแรง ทั้งยังช่วยป้องกันเชื้อโรค แถมยังเป็นตัวช่วยลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี ซึ่งผักผลไม้ใกล้ตัวที่ช่วยดีท็อกซ์ร่างกายมาเป็นตัวอย่างให้คุณสาวๆ ได้เลือกสรรกันง่ายๆ อาทิ
"แอปเปิล" เพราะเต็มไปด้วยสารอาหารชนิดต่างๆ ทั้งไฟเบอร์ วิตามิน และยังมีสารอาหารช่วยกระตุ้นกระบวนการขับสารพิษจากตับ ช่วยชะลอวัยได้ด้วย
"อัลมอนด์" ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งวิตามินอีที่ดีที่สุด ในหนึ่งออนซ์จะมีอัลฟ่า โทโคฟีโรล วิตามินอี ในระดับที่เหมาะกับร่างกาย ทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและล้างสารเจือปนจากลำไส้
"ใบโหระพา" ด้วยมีสารแอนตี้แบคทีเรียและแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยปกป้องตับ และมีส่วนผสมของสารเทอพีนอยด์ ที่ช่วยขจัดสารพิษจากร่างกาย
"บลูเบอรี่" การทานบลูเบอรี่ 300 กรัม จะช่วยปกป้องดีเอ็นเอของร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย ทั้งยังช่วยป้องกันแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ และป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย
"กระเทียม" ผักยอดนิยมของผู้ชื่นชอบการดีท็อกซ์ เหตุเพราะว่ากระเทียมช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายที่จะช่วยดูแลตับของคุณ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีกว่ายาปฏิชีวนะด้วยซ้ำ
"ผลไม้ตระกูลส้ม" เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ คอลลาเจน วิตามินต่างๆ ที่ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี ทั้งยังช่วยล้างสารพิษในร่างกายและต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งสัญญาณของโรคมะเร็งบางชนิด ข้อแนะนำคือควรทานส้มเป็นลูกมากกว่าน้ำส้ม เพราะจะช่วยให้ได้รับกากใยมากกว่านั่นเอง
"มะนาว" การดื่มน้ำมะนาวเป็นอย่างแรกหลังจากตื่นนอนจะช่วยบาลานซ์กรดในร่างกาย และมีส่วนผสมช่วยการขับถ่ายในตับ นอกจากนี้น้ำมะนาว 1 แก้วยังอุดมด้วยสารที่ป้องกันมะเร็งถึง 20 ชนิดอีกด้วย
"ตะไคร้" สมุนไพรอันโด่งดังจากประเทศไทยที่ช่วยล้างสารพิษในอวัยวะต่างๆ ในคราเดียว ทั้งตับ ช่วยฟอกไต และกระเพาะปัสสาวะ การนำมาปรุงอาหารหรือเป็นส่วนผสมในชาจะช่วยให้ระบบล้างสารพิษในร่างกายเราดีขึ้นอย่างแน่นอน
18/01/2022
“พื้นฐานจิตใจที่ดี นำไปสู่ชีวิตที่ดีทุกด้าน”
แน่ใจแค่ไหน ว่าตัวเองมีความสุข... สุขภาพจิตที่ดี คือ การที่เรารู้สึกดี และภูมิใจในตัวเอง (Self Esteen) เพราะเมื่อมีสิ่งเหล่านี้ เราจะมีพลังในการทำสิ่งอื่นๆ จะรู้ได้อย่างไรว่า เรากำลังรู้สึกดีกับตัวเองอยู่หรือเปล่า ข้อสังเกตต่อไปนี้เป็นคำถามง่ายๆที่จะเป็นวิธีหาคำตอบด้วยความรู้สึกของเราเอง มาดูกันเลย
วิธีที่ 1 หากรู้สึกสบายๆ เมื่ออยู่กับตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาความรู้สึกจากคนอื่นมากเกินไป
วิธีที่ 2 หากยอมรับตัวเองได้เมื่อทำสิ่งผิดพลาด แล้วนำมาเป็นบทเรียนเพื่อเตือนตัวเองตลอดว่าเราจะไม่กลับไปทำแบบนั้นอีก
วิธีที่ 3 หากเราสามารถเป็นเพื่อนที่ดีให้กับตัวเองได้
นอกจากนี้เรามี 4 องค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความรู้สึกดีให้กับตัวเอง ดังนี้
ความสำเร็จ ถ้าคนเรารู้สึกดีกับตนเองจะรู้สึกชื่นชมกับความสำเร็จของตนเองได้
ความสัมพันธ์ คนที่รู้สึกดีกับตัวเองจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่ผู้นั้นห่วงใย
ความดี คนที่รู้สึกดีกับตัวเองจะรู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ดี
ความหมาย คนที่รู้สึกดีกับตัวเองนะรู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่มีความหมาย
ขอบคุณข้อมูลสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
17/01/2022
วันกองทัพไทย
วันกองทัพไทย เป็นวันที่ระลึกในวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับมังสามเกียดของพม่า โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทยตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ที่ระบุว่า พระองค์กระทำยุทธหัตถี ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จ.ศ. 954 คำนวณได้ ตรงกับวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1593 หรือ พ.ศ. 2135 แบบ พ.ศ. ราชการ หรือ พ.ศ. 2136 แบบ พ.ศ. มาตรฐานอุตสาหกรรม (พ.ศ. ISO)
เดิมนั้นกระทรวงกลาโหมได้กำหนดให้วันที่ 8 เมษายนของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ได้เปลี่ยนโดยให้ถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทย ตามมติของคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ตามการคำนวณของ นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ คำนวณได้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2135 (พ.ศ.ISO 2136) ซึ่งเชื่อว่าเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้อง
ราวปี พ.ศ. 2535 - 2538 นักคำนวณปฏิทินที่สำคัญ ได้แก่ นาย ประเสริฐ ณ นคร ราชบัณฑิต, พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ เลขาธิการมูลนิธิพระดาบส และ นายลอย ชุนพงษ์ทอง ที่ปรึกษาการคำนวณปฏิทินสำนักพระราชวัง และสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตสภา ได้ตรวจสอบและลงความเห็นตรงกันว่า วันที่ทรงกระทำยุทธหัตถีนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม แต่น่าจะตรงกับวันที่ 18 มกราคม ปีดังกล่าว ทางราชการยังคงถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทยต่อไป จนกระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ให้เปลี่ยนแปลงกำหนดวันกองทัพไทยจากวันที่ 25 มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี และอนุมัติให้เป็นวันหยุดราชการของกระทรวงกลาโหม อนึ่ง ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นท่านแรก ที่คำนวณไว้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2499 ว่าตรงกับ 18 มกราคม แต่ทางกองทัพไม่ทราบเรื่อง จึงมิได้นำไปใช้ ม.ล.ปิ่น มาลากุล อดีตมหาดเล็กรับใช้ในรัชกาลที่ ๖ เล่าไว้เมื่อปลายชีวิตของท่านว่า สมัยที่ท่านผู้เล่ายังเป็นมหาดเล็กรับใช้อายุราว ๑๕ ปี วันหนึ่งล้นเกล้าฯ มีพระราชกระแสรับสั่งถามว่า ปิ่นรู้ไหม สมเด็จพระนรเศวรยกทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาไปทำยุทธหัตถีวันไหน ท่านว่าไปเปิดพงศาวดาร ๓ ฉบับกล่าวไว้ไม่ตรงกันเลย จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คิดสมการคณิตศาสตร์สำหรับคำนวณปฏิทินล้านปีได้สำเร็จเมื่อไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และเมื่อมีการจัดตั้งท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ ขึ้นแล้ว ท่านได้ขอให้ อ.สิงโต ปุกหุต หมุนปฏิทินดวงดาวย้อนหลังไปตามที่พงศาวดารทั้ง ๓ ฉบับบันทึกไว้ ผลที่ได้รับคือ วันกระทำยุทธหัตถีที่บันทึกไว้ในพงศาวดารฉบับกลวงประเสริฐอักษรนิติ (แพ ตาละลักษณ์ - พระยาปริยัติธรรมธาดา) ตรงกับวันแรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ตามที่แสดงไว้ในปฏิทินดวงดาววันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๗ ซึ่งตรงกับที่ท่านคำนวณไว้ในปฏิทินล้านปีก่อนหน้านั้น
เรื่องวันที่ ๑๘ มกราคม เป็นวันกระทำยุทธหัตถีนี้ เคยเรียนถามท่านว่า ทำไมท่านไม่ประกาศให้โลกรู้ ท่านตอบสั้นๆ ว่า คนเขาเชื่อว่าเป็นวันที่ ๒๕ มกราคมแล้ว ก็ยากที่จะไปเปลี่ยนแปลง
นายลอย ชุนพงษ์ทอง ได้อธิบายสาเหตุที่คำนวณผิด ในการประชุมทางวิชาการปฏิทินไทย เชิงดาราศาสตร์ จัดโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ พ.ศ. 2550 ว่า น่าจะเกิดจากนับจำนวนวัน ถอยหลังจากวันเถลิงศกของปีนั้น ซึ่งใน ค.ศ.1593 นั้น ตรงกับวันที่ 9 เมษายน แต่เข้าใจผิดว่า วันเถลิงศกตรงกับวันที่ 15 เมษายน เหมือน พ.ศ. 2522 ที่คำนวณ ประกอบกับ ค่ำกำเนิดของวันเถลิงศกตามหลักสุริยยาตร์ ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ แต่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และหลักปฏิทินไทย ควรเป็นขึ้น 9 ค่ำ เมื่อตามนับถอยหลัง จึงทำให้วันทีได้ช้าไป 7 วัน กลายเป็น 25 ม.ค. อาจกล่าวอีกอย่างว่า แทนที่จะนับถอยหลังจาก ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 ของวันที่ 9 เม.ย. ก็นับจาก 8 ค่ำ เดือน 5 ของวันที่ 15 เม.ย. จึงผิด 2 ต่อ รวมกันได้ 7 วัน
วันกองทัพไทยยึดเอาวันกระทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งในยุคเริ่มแรกสมัย พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในช่วงปี 2523 ได้ใช้วันที่ 25 มกราคม
ต่อมานักประวัติศาสตร์ทักท้วงว่าการยึดเอาวันที่ 25 มกราคม 2135 เป็นวันยุทธหัตถีเป็นการคำนวณที่ผิดพลาด และพบว่าวันยุทธหัตถีตามบันทึกของพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ แท้จริงแล้วตรงกับวันที่ 18 มกราคม ตามปฏิทินปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 คณะรัฐมนตรีได้ลงมติอนุมัติให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันยุทธหัตถี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลักฐานที่ราชบัณฑิตยสถานและคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอ ซึ่งเป็นผลทำให้ประวัติศาสตร์ของวันยุทธหัตถีเปลี่ยนไป ดังนั้นเพื่อดำรงความมุ่งหมายเดิมในการกำหนดวันที่ระลึกถึงกองทัพไทยและกองทัพบก รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรีดังกล่าว กระทรวงกลาโหมและกองทัพบกจึงได้พิจารณาเปลี่ยนแปลงกำหนดวันกองทัพไทยและวันกองทัพบก จากเดิมวันที่ 25 มกราคม เป็นวันที่ 18 มกราคมของทุกปี โดยเริ่มใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2550
16/01/2022
วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตรงกับวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย
หลายคนคงเคยอ่านหนังสือหรือเคยเรียนวิชาที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของไทยกันมาบ้างแล้ว และก็คงทราบกันดีว่าเมืองไทยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถที่ได้ทรงริเริ่มประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นมา นั่นก็คือ พ่อขุนรามคำแหง ประเทศไทยได้กำหนด วันพ่อขุนรามคำแหง ขึ้นด้วย ซึ่งตรงกับวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เพื่อจัดกิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่มีต่อประชาชนชาวไทย
16/01/2022
ทำความสะอาดรองเท้าหนังยังไงดี
ขั้นตอนแรก ใช้แปรงขนอ่อนขัดคราบสกปรกที่ติดอยู่ให้ออกก่อน จากนั้นใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำที่ผสมน้ำยาทำความสะอาดแล้ว นำมาเช็ดเบาๆให้ทั่วรองเท้าหนัง แต่อย่าให้น้ำชุ่มจนเกินไป เพราะอาจทำให้หนังบวมได้ แล้วใช้ผ้าสะอาดซับจนแห้งสนิท
ขั้นตอนที่ 2 ใช้แปรงและแว๊กซ์สำหรับรองเท้าหนัง ขัดเบาๆให้ทั่วทุกบริเวณ เพื่อเป็นการขัดเงาให้รองเท้าหนังมีสีดำหรือน้ำตาลสนิทเหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ ซึ่งอาจจะเลือกใช้น้ำมัน ขี้ผึ้ง หรือแว๊กซ์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคลด้วย
ขั้นตอนสุดท้าย นำร้องเท้าหนังที่ขัดเงาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาทาทับด้วยวาสลีนบางๆ เพื่อเป็นการป้องกันรอยแตกและรอยย่นของรองเท้าหนังที่เกิดจากการใช้งาน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้รองเท้าหนังของคุณสวยงามอยู่ตลอดเวลาแล้ว
เห็นแล้วใช่ไหมว่า การทำความสะอาดรองเท้าหนังเป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย เพียงแค่สามขั้นตอนง่ายๆก็จะช่วยเสริมสร้างบุกคลิกภาพของคุณให้เป็นคนที่ดูน่าเชื่อถือ และภูมิฐานมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณสามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคุณได้อย่างมั่นใจที่สุด
15/01/2022
วันครูแห่งชาติ
วันครูแห่งชาติ เป็นวันสำคัญสำหรับระลึกถึงความสำคัญของครู ประเทศส่วนใหญ่เป็นวันหยุดของครูและนักเรียน บางแห่งมีการเฉลิมฉลองเพื่อเป็นเกียรติและจัดงานเลี้ยงสำหรับครู วันที่มีวันครูในแต่ละประเทศมีการเฉลิมฉลองแตกต่างกันไป และแตกต่างจากวันครูโลก ซึ่งมีการเฉลิมฉลองในวันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปี
แนวคิดเรื่องการเฉลิมฉลองในวันครูมีต้นกำเนิดจากหลายประเทศในช่วงศตวรรษที่ 20 ส่วนใหญ่แล้ว จะเฉลิมฉลองแด่ผู้ให้การศึกษาของแต่ละแห่ง หรือจัดในวันที่มีเหตุการณ์สำคัญทางการศึกษา (ตัวอย่างเช่น ประเทศอาร์เจนตินามีการไว้อาลัยถึงการเสียชีวิตของ Domingo Faustino Sarmiento ในวันที่ 11 กันยายน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1915 เป็นต้นมา ในขณะที่ประเทศอินเดียได้มีการฉลองวันเกิดของ ดร. สรวปัลลี ราธากฤษณัน ในวันที่ 5 กันยายน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 เป็นต้นมา) ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ประเทศต่าง ๆ มีวันที่ที่จัดวันครูแตกต่างกัน และแตกต่างจากวันครูของสากล
ในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเป็นวันครูแห่งประเทศไทย โดยตรงกับวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า "คุรุสภา" ซึ่งเป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครูในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษาและวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ควบคุม จรรยาและวินัยของครูรักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครูและครอบครัว ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู
ด้วยเหตุนี้ในทุกปี คุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูจากทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามปัญหาข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเป็นผู้ตอบข้อสงสัย สถานที่ ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุมสามัคยาจารย์ หอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระยะหลังใช้หอประชุมคุรุสภา
พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า
"ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมี สักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับ คนทั่วไปถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละ ทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง"
จากแนวความคิดนี้ เปรียบกับความเห็นของครูที่แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่น ๆ ล้วนเรียกร้องให้มีวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึก ถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดี เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมากในปีเดียวกันที่ประชุมคุรุสภาสามัญประจำปีจึงได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติเห็นควรให้มีวันครูเพื่อเสนอ คณะกรรมการอำนวยการต่อไป โดยได้เสนอหลักการว่า เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูและเพื่อส่งเสริม ความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน
การจัดงานวันครูได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าวได้ ในส่วนกลางใช้สถานที่ราชการเป็นที่จัดงานวันครูนี้ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญคือ หนังสือประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างเป็นถาวรวัตถุ
การจัดงานวันครูได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมตลอดเวลา ในปัจจุบันได้จัดรูปแบบ การจัดงานวันครูจะมีกิจกรรม 3 ประเภทหลักดังนี้
• กิจกรรมทางศาสนา
• พิธีรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ประกอบด้วยพิธีปฏิญาณตน การกล่าวคำระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์
• กิจกรรมเพื่อความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบอาชีพครู ส่วนมากเป็นการแข่งขันกีฬาหรือการจัดงานรื่นเริงในตอนเย็น
14/01/2022
“ขับถ่ายดี สุขภาพปัง”
ผู้คนทั่วไปเคยชินกับการวัดความสำเร็จขององค์กรจากตัวเลขผลประกอบการ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วตัวเลขผลประกอบการไม่ได้เป็นเป้าหมายทางธุรกิจ แต่เป็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหากดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางที่ถูกต้อง และแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรก็คือ เมื่อทุกคนในองค์กรมีความสุขย่อมตามมาด้วยผลการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่ความสำเร็จทางตัวเลขประกอบการได้ในที่สุด
ความสุขของคนในองค์กรนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยอาศัยแนวคิด Happy Workplace 8 ประการ ที่เน้นสร้างความสุขแบบยั่งยืน
1. Happy Body สุขภาพดี เมื่อคนในองค์กรมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็จะมีจิตใจที่ดี พร้อมที่จะรับมือกับทุกปัญหาที่เข้ามา
2. Happy Heart น้ำใจงาม คนในองค์กรต่างมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกัน
3. Happy Society สังคมดี สังคมดีเกิดขึ้นจากความรัก สามัคคี เอื้อเฟื้อต่อกัน มีสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดี เพราะเมื่อผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดี ย่อมเป็นพื้นฐานทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความรัก ความปรองดอง สามัคคีต่อกัน พร้อมร่วมแรงร่วมใจช่วยกันพัฒนาชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
4. Happy Relax ผ่อนคลาย คนในองค์กรควรรู้จักการผ่อนคลายต่อสิ่งต่างๆ เพราะเชื่อว่า การที่คนทำงานไม่รู้จักแสวงความผ่อนคลายให้กับตนเองจะทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดความเครียด ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การทำงาน
5. Happy Brain หาความรู้ คนในองค์กรหมั่นศึกษาหาความรู้พัฒนาตนเองตลอดเวลา นำไปสู่การเป็นมืออาชีพและความมั่นคงก้าวหน้าในการทำงาน เกิดเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ช่วยให้องค์กรพัฒนายิ่งขึ้นด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพ
6. Happy Soul ทางสงบ คนในองค์กรมีความศรัทธาในศาสนาและมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต เพราะหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาช่วยให้ทุกคนดำเนินชีวิตไปในเส้นทางที่ดีทำให้ทุกคนมีสติ มีสมาธิในการทำงาน สามารถรับมือกับปัญหาที่เข้ามาได้
7. Happy Money ปลอดหนี้ คนในองค์กรรู้จักเก็บรู้จักใช้เงิน ไม่เป็นหนี้ ปลูกฝังนิสัยอดออม ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
8. Happy Family ครอบครัวดี คนในองค์กรมีครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคง ปลูกฝังนิสัยรักครอบครัว เพื่อนำไปเป็นหลักการใช้ชีวิต รู้จักความรัก ความเชื่อมั่น และศรัทธาในความดีงาม
ขอบคุณข้อมูลสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ